081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

แอบไปขอเป็นผู้จัดการมรดกโดยไม่บอกทายาท ทำอย่างไรได้บ้าง? 5 ทางแก้ก่อนเสียสิทธิ ฉบับทนาย ปี 2569

ทายาทเพิ่งทราบว่ามีคนขอเป็นผู้จัดการมรดกโดยไม่บอกทายาทคนอื่น

สรุปประเด็นสำคัญ

การไปขอเป็นผู้จัดการมรดกโดยไม่บอกทายาทคนอื่นไม่ได้ทำให้คำสั่งศาลเสียไปทันที เพราะคดีนี้เป็นคดีไม่มีข้อพิพาท ศาลตั้งตามข้อมูลที่ผู้ร้องเสนอ แต่ถ้ามีการปกปิดชื่อทายาททั้งที่รู้อยู่ ทายาทที่ตกหล่นมีทางแก้ 5 ทาง คือ ยื่นคัดค้านถ้ายังไม่มีคำสั่ง, ขอถอนผู้จัดการมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1727, ขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27, ขอตั้งผู้จัดการมรดกร่วม และ ฟ้องแบ่งมรดก

จุดที่ทายาทเสียสิทธิบ่อยที่สุดคือรอดูท่าที ทั้งที่มาตรา 1727 ให้ยื่นขอถอนได้เฉพาะก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้นลง และการขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาก็มีกำหนดเวลาของตัวเอง

อยู่ ๆ ก็รู้จากญาติว่าพี่คนโตไปขอเป็นผู้จัดการมรดกโดยไม่บอกทายาทคนอื่น และศาลมีคำสั่งตั้งไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปีที่แล้ว คำถามแรกคือทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ และคำสั่งนั้นยังใช้ได้อยู่ไหม

คำตอบที่ต้องยอมรับก่อนคือ คำสั่งศาลยังมีผลอยู่จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ทายาทที่ตกหล่นไม่ได้หมดทาง มีอยู่หลายช่องทางและแต่ละทางมีเงื่อนไขเวลาไม่เท่ากัน

ขอเป็นผู้จัดการมรดกโดยไม่บอกทายาท ทำไมศาลถึงตั้งให้ได้

คำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกเป็นคดีไม่มีข้อพิพาท ผู้ร้องยื่นฝ่ายเดียวต่อศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลขณะถึงแก่ความตาย ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4 จัตวา ศาลพิจารณาจากพยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำเสนอเป็นหลัก

ในทางปฏิบัติ คำร้องต้องระบุรายชื่อทายาทและมีการประกาศตามที่ศาลกำหนด แต่ถ้าผู้ร้องระบุชื่อไม่ครบ หรือใช้ที่อยู่ที่ทายาทคนนั้นไม่ได้อยู่แล้ว ทายาทที่ตกหล่นก็มีโอกาสไม่ทราบเรื่องจริง ๆ

ประเด็นสำคัญคือการปกปิดชื่อทายาททั้งที่รู้อยู่ ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะทำให้ศาลมีคำสั่งไปโดยไม่มีข้อมูลครบ และเป็นเหตุที่หยิบขึ้นสู้ได้ทั้งทางถอนผู้จัดการมรดกและทางเพิกถอนกระบวนพิจารณา

ทายาทมักเข้าใจผิดตรงไหน

เข้าใจผิดที่ 1 ไม่ได้เซ็นยินยอม คำสั่งศาลจึงเป็นโมฆะ
ความจริงคือกฎหมายไม่ได้กำหนดให้ทายาททุกคนต้องลงชื่อยินยอม คำสั่งที่ออกมาแล้วยังมีผลจนกว่าจะถูกเปลี่ยนแปลงโดยกระบวนการทางศาล ผลเสียของความเข้าใจผิดนี้คือทายาทนิ่งเฉยเพราะเชื่อว่าคำสั่งใช้ไม่ได้อยู่แล้ว

เข้าใจผิดที่ 2 แจ้งความว่าให้การเท็จแล้วเรื่องจะจบ
ความจริงคือคดีอาญาไม่ได้ทำให้คำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกหายไป การจะเปลี่ยนตัวผู้จัดการมรดกหรือลบผลของคำสั่งต้องยื่นเรื่องต่อศาลที่มีคำสั่งนั้น ผลเสียคือเสียเวลาไปทางเดียวโดยที่ทรัพย์ยังอยู่ในมืออีกฝ่าย

เข้าใจผิดที่ 3 รอดูก่อนว่าเขาจะแบ่งให้ไหม
ความจริงคือ ป.พ.พ. มาตรา 1727 ให้ยื่นขอถอนได้ก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้นลงเท่านั้น ผลเสียคือรอจนอีกฝ่ายทยอยโอนทรัพย์ออกไปหมด แล้วอ้างว่าแบ่งเสร็จแล้ว

เข้าใจผิดที่ 4 เป็นผู้จัดการมรดกแล้วแปลว่าได้ทรัพย์มากกว่าคนอื่น
ความจริงคือหน้าที่ผู้จัดการมรดกกับสิทธิรับมรดกเป็นคนละเรื่อง มาตรา 1719 ให้อำนาจไปจัดการและแบ่งปัน ไม่ได้เพิ่มส่วนแบ่งให้ และมาตรา 1721 ยังวางหลักว่าไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จ เว้นแต่พินัยกรรมหรือทายาทโดยจำนวนข้างมากกำหนดให้ ผลเสียคือทายาทตกใจเกินเหตุจนตัดสินใจผิดจังหวะ

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม เรื่องนี้ต้องดูอะไรก่อน

คนทั่วไปมักเข้าใจว่า เมื่อรู้ว่าถูกปิดบัง เรื่องสำคัญที่สุดคือเอาผิดคนที่ปิดบังให้ได้ก่อน

แต่ในทางคดี กฎหมายและศาลมักมองว่า คำถามแรกคือทรัพย์ในกองมรดกตอนนี้เหลืออะไรและอยู่ในชื่อใคร เพราะเป็นตัวกำหนดว่าจะเลือกทางไหนและต้องรีบแค่ไหน คำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกที่ออกไปแล้วเป็นเพียงจุดตั้งต้น ไม่ใช่ตัวคดี

จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้ ระหว่างที่ทายาทยังตั้งหลักไม่ได้ ผู้จัดการมรดกที่ศาลตั้งมีอำนาจตามคำสั่งเต็มที่ ไปจดทะเบียนโอนที่ดินหรือปิดบัญชีธนาคารได้ทันที และถ้าทรัพย์ถูกโอนต่อไปให้ผู้รับโอนที่เสียค่าตอบแทนโดยสุจริต ป.พ.พ. มาตรา 1300 จะปิดทางเพิกถอน

ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ คัดสำนวนคดีที่ศาลและคัดสารบัญจดทะเบียนหลังโฉนดในวันเดียวกันถ้าทำได้ สองอย่างนี้ตอบได้ทั้งว่าเขาบอกอะไรกับศาลไว้ และตอนนี้ทรัพย์อยู่ที่ไหน

5 ทางเลือกของทายาทที่ตกหล่น

1. ยื่นคำคัดค้าน ถ้าศาลยังไม่มีคำสั่ง

ถ้ารู้เรื่องระหว่างที่คดียังอยู่ระหว่างพิจารณา ทางที่ตรงที่สุดคือยื่นคำคัดค้านเข้าไปในคดีนั้น พร้อมเสนอตัวเองหรือคนที่เหมาะสมกว่าเป็นผู้จัดการมรดกแทน วิธีนี้ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายมากที่สุด

2. ยื่นคำร้องขอถอนผู้จัดการมรดก

ป.พ.พ. มาตรา 1727 ให้ผู้มีส่วนได้เสียร้องขอให้ศาลถอนผู้จัดการมรดกได้ เพราะละเลยไม่ทำการตามหน้าที่หรือเหตุอย่างอื่นอันสมควร การปกปิดชื่อทายาทต่อศาลรวมอยู่ในกลุ่มเหตุอย่างอื่นอันสมควรที่หยิบขึ้นอ้างได้ เงื่อนไขคือต้องร้องก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้นลง

นอกจากนี้ มาตรา 1731 ยังให้ศาลถอนได้เมื่อไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกตามกำหนดเวลาและแบบ ซึ่งในกรณีที่ตั้งกันเงียบ ๆ มักไม่มีการทำบัญชีต่อหน้าพยานผู้มีส่วนได้เสียตามมาตรา 1729 อยู่แล้ว รายละเอียดเหตุถอนดูเพิ่มได้ในบทความเรื่องถอนผู้จัดการมรดก

3. ขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ

ถ้าความบกพร่องอยู่ที่ขั้นตอนตอนยื่นคำร้อง เช่น ระบุรายชื่อทายาทไม่ครบทั้งที่รู้ หรือใช้ที่อยู่ที่ไม่ถูกต้องจนทายาทไม่ได้รับแจ้ง ป.วิ.พ. มาตรา 27 เปิดทางให้ขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบได้ ผลที่ได้ต่างจากการถอน เพราะเป็นการทำให้คำสั่งเสียไปเหมือนไม่เคยมีการตั้ง

ทางนี้มีกำหนดเวลาการยื่นตามที่กฎหมายวิธีพิจารณาความกำหนด และการนับเริ่มจากเมื่อไรขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงว่ารู้เรื่องวันไหน จึงควรให้ทนายตรวจก่อน

4. ขอตั้งผู้จัดการมรดกร่วม

บางกรณีทายาทไม่ได้ต้องการถอดใครออก แต่ต้องการเข้าไปร่วมตรวจสอบ การยื่นขอตั้งเป็นผู้จัดการมรดกร่วมเป็นทางที่ประนีประนอมกว่า ข้อควรคิดล่วงหน้าคือมาตรา 1726 กำหนดว่าเมื่อมีหลายคน การทำการตามหน้าที่ต้องถือเสียงข้างมาก จำนวนคนจึงมีผลว่างานจะเดินหรือจะล็อกกันเอง

5. ฟ้องแบ่งมรดก

ถ้าเป้าหมายคือได้ส่วนแบ่งของตัวเองจริง ๆ การฟ้องแบ่งทรัพย์มรดกเป็นทางที่ตรงที่สุด และทำคู่ขนานกับการขอถอนได้ ไม่ต้องรอให้เรื่องหนึ่งจบก่อน ขั้นตอนตั้งแต่ยื่นฟ้องถึงบังคับคดีอ่านต่อได้ในบทความเรื่องฟ้องแบ่งมรดก

เทียบสามทางหลักให้เห็นภาพ

หัวข้อขอถอนผู้จัดการมรดกขอเพิกถอนคำสั่งตั้งฟ้องแบ่งมรดก
ฐานที่ใช้ป.พ.พ. มาตรา 1727, 1731ป.วิ.พ. มาตรา 27ป.พ.พ. มาตรา 1745 ประกอบมาตรา 1364
เหตุที่อ้างพฤติการณ์หลังได้รับตั้ง เช่น ไม่ทำบัญชี ไม่แบ่งความบกพร่องตอนยื่นคำร้อง เช่น ปกปิดชื่อทายาทยังไม่ได้รับส่วนแบ่งที่ควรได้
ผลที่ได้คนนั้นพ้นหน้าที่ ต้องตั้งคนใหม่คำสั่งตั้งเสียไปทั้งฉบับคำพิพากษาให้แบ่งทรัพย์ บังคับคดีได้
ข้อจำกัดเวลาต้องร้องก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้นลงมีกำหนดเวลาตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอยู่ในกรอบอายุความคดีมรดก

หลักฐานที่ต้องเตรียม

  • สำเนาคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกและคำสั่งศาล ขอคัดจากศาลที่มีคำสั่ง
  • บัญชีรายชื่อทายาทที่ผู้ร้องยื่นต่อศาล เพื่อดูว่ามีชื่อใครหายไปบ้าง
  • เอกสารพิสูจน์ความเป็นทายาทของตนเอง เช่น สูติบัตร ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส
  • หลักฐานที่แสดงว่าผู้ร้องรู้จักและติดต่อกับตนได้ เช่น ข้อความแชท รูปงานครอบครัว ทะเบียนบ้านเดียวกันในอดีต
  • หลักฐานว่าตนเพิ่งทราบเรื่องเมื่อไร เพราะมีผลกับการนับกำหนดเวลา
  • สารบัญจดทะเบียนหลังโฉนดทุกแปลง เพื่อดูรายการโอนหลังศาลมีคำสั่ง
  • บัญชีทรัพย์มรดก ถ้ามีการจัดทำ
  • ชื่อและที่อยู่พยานบุคคลที่ยืนยันความสัมพันธ์ในครอบครัวได้

อีกฝ่ายมักต่อสู้ว่าอย่างไร

"ไม่ได้ปกปิด แต่ติดต่อไม่ได้จริง ๆ" ข้อนี้ต้องดูว่ามีความพยายามติดต่อไหม และก่อนหน้านั้นเคยติดต่อกันทางไหนบ้าง ข้อความแชทหรือรูปงานครอบครัวกลายเป็นพยานที่มีน้ำหนักในจุดนี้

"ศาลประกาศแล้ว ถือว่าทุกคนรู้" การประกาศเป็นขั้นตอนตามที่ศาลกำหนด แต่ไม่ได้ลบล้างประเด็นว่าผู้ร้องปกปิดชื่อทายาทที่ตนรู้จักดีหรือไม่

"ทายาทคนนั้นไม่เคยดูแลพ่อแม่ ไม่ควรได้ส่วนแบ่ง" ความรู้สึกเรื่องนี้ไม่ใช่เหตุตามกฎหมายที่จะตัดสิทธิรับมรดก การตัดทายาทโดยธรรมมิให้รับมรดกมีวิธีการเฉพาะตามกฎหมาย ไม่ได้เกิดจากการไม่ระบุชื่อในคำร้อง

"การปันมรดกเสร็จสิ้นไปแล้ว" ข้อนี้ตัดทางขอถอนตามมาตรา 1727 โดยตรง ต้องเตรียมหลักฐานหักล้างว่ายังมีทรัพย์ที่ยังไม่ได้แบ่งเหลืออยู่

ก่อนตัดสินใจ ควรทำอะไร

  1. ไปคัดสำนวนคดีที่ศาลที่มีคำสั่ง เพื่อดูว่าผู้ร้องเสนอข้อมูลอะไรไว้บ้าง ตรวจเขตอำนาจศาลและช่องทางติดต่อล่วงหน้าได้จากสำนักงานศาลยุติธรรม
  2. คัดสารบัญจดทะเบียนหลังโฉนดทุกแปลง ดูว่ามีรายการโอนหลังศาลมีคำสั่งหรือไม่
  3. บันทึกไว้ให้ชัดว่าตนทราบเรื่องวันไหนและทราบจากทางใด เพราะเกี่ยวกับการนับกำหนดเวลา
  4. ทำหนังสือขอบัญชีทรัพย์มรดกและรายงานการจัดการ ส่งไปรษณีย์ตอบรับและเก็บใบตอบรับไว้
  5. ประเมินร่วมกับทนายว่าจะเลือกทางถอน ทางเพิกถอน หรือฟ้องแบ่ง และต้องขอคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่
  6. นับกรอบเวลาทั้งหมดของเรื่อง โดยใช้เครื่องมือคำนวณกรอบเวลาทางกฎหมายประกอบ

กรณีแบบไหนที่ควรปรึกษาทนายทันที

  • เพิ่งทราบว่ามีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกไปแล้ว และไม่เคยได้รับแจ้งอะไรเลย
  • มีรายการโอนที่ดินหรือถอนเงินจากบัญชีเกิดขึ้นหลังศาลมีคำสั่ง
  • ชื่อตนหายไปจากบัญชีทายาทในคำร้อง ทั้งที่ติดต่อกันได้ตลอด
  • เป็นบุตรนอกสมรสหรือบุตรบุญธรรม ที่ความเป็นทายาทอาจถูกโต้แย้ง
  • อีกฝ่ายเริ่มอ้างว่าแบ่งมรดกเสร็จแล้ว
  • ไม่แน่ใจว่ากำหนดเวลาการยื่นคำร้องแต่ละทางเริ่มนับเมื่อไร
  • มีพินัยกรรมที่อีกฝ่ายอ้างถึงแต่ยังไม่เคยเห็นตัวจริง

สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม ช่วยอะไรได้บ้าง

ทีมทนายคดีมรดกและพินัยกรรมของเราช่วยตั้งแต่คัดสำนวนคดีเดิมมาอ่านว่าผู้ร้องเสนออะไรต่อศาล ตรวจสารบบทรัพย์ว่าถูกโอนไปแล้วแค่ไหน เลือกช่องทางที่หลักฐานหนักที่สุด ร่างคำร้องขอถอนหรือคำร้องขอเพิกถอน ไปจนถึงชั้นไต่สวน กรณีที่เป้าหมายคือได้ส่วนแบ่งจริง ก็ทำคู่ขนานกับคดีแพ่งฟ้องแบ่งมรดกในทีมเดียวกัน

วิธีทำงานของเราคือมองหาจุดเสี่ยงที่คนทั่วไปมองข้ามก่อนตัดสินใจ ในเรื่องนี้คือกำหนดเวลาที่เดินอยู่เงียบ ๆ สองชั้น ทั้งกำหนดของมาตรา 1727 และกำหนดของการขอเพิกถอนกระบวนพิจารณา

สรุป

การที่มีคนขอเป็นผู้จัดการมรดกโดยไม่บอกทายาทคนอื่น ไม่ได้ทำให้คำสั่งศาลเสียไปเอง แต่ทายาทที่ตกหล่นมี 5 ทาง คือยื่นคัดค้านถ้ายังไม่มีคำสั่ง ขอถอนผู้จัดการมรดก ขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ขอตั้งเป็นผู้จัดการมรดกร่วม และฟ้องแบ่งมรดก

สิ่งที่ควรทำก่อนอื่นคือไปคัดสำนวนคดีที่ศาลและคัดสารบัญหลังโฉนด เพราะสองอย่างนี้ตอบได้ทั้งว่าเขาบอกอะไรกับศาล และตอนนี้ทรัพย์อยู่ที่ไหน ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าจะเลือกทางไหน

หากคุณกำลังเจอปัญหาลักษณะนี้ ปรึกษาทีมทนายของสำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม โทร 081-327-8551 | LINE @995iqtpa หรือนัดหมายปรึกษาที่นี่

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ป.วิ.พ. มาตรา 4 จัตวา — คำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกเสนอต่อศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลขณะถึงแก่ความตาย
  • ป.วิ.พ. มาตรา 27 — การขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ใช้ในกรณีคำสั่งตั้งเกิดจากข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน (กำหนดเวลาการยื่นควรตรวจสอบเป็นรายคดี)
  • ป.พ.พ. มาตรา 1719 และ 1721 — ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่จัดการและแบ่งปันทรัพย์มรดก และไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จ เว้นแต่พินัยกรรมหรือทายาทโดยจำนวนข้างมากกำหนดให้
  • ป.พ.พ. มาตรา 1726 — กรณีมีผู้จัดการมรดกหลายคน การทำการตามหน้าที่ต้องถือเอาเสียงข้างมาก
  • ป.พ.พ. มาตรา 1727 และ 1731 — เหตุที่ผู้มีส่วนได้เสียขอให้ศาลถอนผู้จัดการมรดกได้ และต้องร้องก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้นลง
  • ป.พ.พ. มาตรา 1728 และ 1729 — กรอบเวลาจัดทำบัญชีทรัพย์มรดก 15 วันและ 1 เดือน ต่อหน้าพยานผู้มีส่วนได้เสียอย่างน้อย 2 คน
  • ป.พ.พ. มาตรา 1300 — ผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนขอเพิกถอนการจดทะเบียนได้ แต่เพิกถอนไม่ได้ถ้าเป็นการโอนอันมีค่าตอบแทนซึ่งผู้รับโอนกระทำการโดยสุจริต

คำถามที่พบบ่อย

ไม่ได้เซ็นยินยอม ศาลตั้งผู้จัดการมรดกได้หรือไม่

ได้ เพราะกฎหมายไม่ได้กำหนดให้ทายาททุกคนต้องลงชื่อยินยอม คำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกเป็นคดีไม่มีข้อพิพาท ศาลพิจารณาจากพยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำเสนอ หนังสือยินยอมของทายาทช่วยให้คดีเดินเร็วขึ้นเท่านั้น ทายาทที่ไม่เห็นด้วยยื่นคำคัดค้านหรือยื่นขอถอนภายหลังได้

ปกปิดชื่อทายาทต่อศาล มีความผิดอาญาด้วยไหม

ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงว่าเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จหรือเบิกความเท็จในลักษณะใด ซึ่งต้องพิจารณาองค์ประกอบความผิดเป็นรายกรณี ควรให้ทนายตรวจสำนวนคดีเดิมก่อนสรุป และควรระลึกว่าการดำเนินคดีอาญาไม่ได้ทำให้คำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกหายไป การเปลี่ยนตัวผู้จัดการมรดกยังต้องยื่นเรื่องต่อศาลที่มีคำสั่ง

เพิ่งรู้เรื่องหลังศาลมีคำสั่งไปแล้วสามปี ยังทำอะไรได้ไหม

ยังมีทาง แต่ต้องรีบตรวจสองเรื่อง เรื่องแรกคือการปันมรดกเสร็จสิ้นแล้วหรือยัง เพราะ ป.พ.พ. มาตรา 1727 ให้ยื่นขอถอนได้ก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้นลง เรื่องที่สองคือกำหนดเวลาของการขอเพิกถอนกระบวนพิจารณา ซึ่งนับจากข้อเท็จจริงว่ารู้เรื่องเมื่อไร ทั้งสองเรื่องควรให้ทนายดูเอกสารก่อน

ขอเป็นผู้จัดการมรดกร่วมดีกว่าขอถอนหรือไม่

ขึ้นอยู่กับเป้าหมาย ถ้าต้องการเข้าไปตรวจสอบและยังพอทำงานร่วมกันได้ การขอตั้งเป็นผู้จัดการมรดกร่วมขัดแย้งน้อยกว่า แต่ต้องคิดเรื่องมาตรา 1726 ที่ให้ถือเสียงข้างมาก เพราะถ้าจำนวนคนทำให้เสียงเท่ากัน งานอาจล็อกจนไม่เดิน ถ้าอีกฝ่ายมีพฤติการณ์ทุจริตชัดเจน การขอถอนมักตรงกว่า

ระหว่างที่ยื่นเรื่อง ผู้จัดการมรดกคนเดิมยังโอนทรัพย์ได้อยู่ไหม

ยังทำได้ เพราะคำสั่งตั้งยังมีผลจนกว่าศาลจะเปลี่ยนแปลง นี่คือเหตุผลที่ควรพิจารณายื่นคำขอคุ้มครองชั่วคราว เช่น ขอให้ห้ามจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์ระหว่างพิจารณา ไปพร้อมกับคำร้องหลัก ถ้าทรัพย์มีความเสี่ยงถูกโอนหรือจำนอง

นางสาวรดาพัชร์ ทิพย์รักษ์
ผู้เขียน นางสาวรดาพัชร์ ทิพย์รักษ์ ใบอนุญาตว่าความตั้งแต่ปี 2563

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ธุรกิจและสัญญา · กฎหมายแรงงาน · ร่าง–ตรวจสัญญา

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

ถูกตัดชื่อออกจากพินัยกรรมยังมีสิทธิรับมรดกหรือฟ้องได้หรือไม่ มรดกและพินัยกรรม

ถูกตัดชื่อออกจากพินัยกรรม ยังมีสิทธิได้รับมรดกหรือฟ้องอะไรได้หรือไม่?

ไทยไม่มีส่วนบังคับให้ลูกทุกคนต้องได้มรดกเท่ากัน แต่คนที่ไม่มีชื่อยังอาจมีสิทธิในทรัพย์นอกพินัยกรรม สินสมรส หรือโต้แย้งพินัยกรรมที่ไม่สมบูรณ์ได้

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 4 นาที
ลูกบุญธรรม ลูกติด และลูกของคู่สมรสแบบไหนมีสิทธิรับมรดก มรดกและพินัยกรรม

ลูกบุญธรรม ลูกติด และลูกของคู่สมรส มีสิทธิรับมรดกต่างกันอย่างไร

ลูกบุญธรรมที่จดทะเบียนมีฐานะเป็นบุตรของผู้รับบุตรบุญธรรม ส่วนลูกติดหรือลูกของคู่สมรสไม่เป็นทายาทของพ่อแม่เลี้ยงอัตโนมัติ เว้นแต่รับเป็นบุตรบุญธรรมหรือทำพินัยกรรมให้

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 4 นาที
เงินประกันชีวิต เงินฌาปนกิจ และกองทุนก้อนไหนเป็นมรดก มรดกและพินัยกรรม

เงินประกันชีวิต เงินฌาปนกิจ กองทุน และเงินหลังเสียชีวิต อะไรเป็นมรดก อะไรไม่ใช่

เงินที่จ่ายหลังเสียชีวิตไม่ได้เป็นมรดกทุกก้อน ต้องดูเจ้าของเงิน ผู้รับผลประโยชน์ และกฎหมายหรือข้อบังคับเฉพาะก่อนนำมารวมแบ่งแก่ทายาท

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 3 นาที

ปรึกษาทนายคดีมรดกของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE