ผู้จัดการมรดกขายทรัพย์มรดกโดยไม่บอกทายาท ทำได้หรือไม่? 5 เรื่องที่ทายาทต้องรู้ ฉบับทนาย ปี 2569

สรุปประเด็นสำคัญ
ผู้จัดการมรดกขายทรัพย์มรดกได้เมื่อการขายนั้นจำเป็นต่อการจัดการหรือการแบ่งปันทรัพย์มรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1719 เช่น ขายเพื่อชำระหนี้กองมรดก หรือทรัพย์แบ่งตัวไม่ได้จึงต้องขายแล้วแบ่งเงิน แต่ขายให้ตัวเองหรือคนใกล้ชิดไม่ได้ เพราะขัดมาตรา 1722 และถ้าขายแล้วไม่นำเงินเข้ากองมรดก อาจเข้าข่ายความผิดฐานยักยอก
กฎหมายไม่ได้บังคับให้ต้องขออนุญาตทายาททุกคนก่อนขายเสมอไป แต่ผู้จัดการมรดกต้องแสดงบัญชีและรายงานการจัดการได้ จุดที่ทายาทเสียเปรียบบ่อยที่สุดคือไม่เคยขอบัญชีทรัพย์มรดกเป็นลายลักษณ์อักษร ทำให้ไม่มีหลักฐานว่าเคยเรียกร้องเมื่อไร
วันหนึ่งไปที่ที่ดินแล้วเจอป้ายขายปักอยู่ หรือคัดโฉนดแล้วพบว่ามีการโอนขายไปแล้ว คำถามแรกของทายาทคือผู้จัดการมรดกขายทรัพย์มรดกโดยไม่บอกใครแบบนี้ทำได้หรือไม่
คำตอบไม่ใช่ได้หรือไม่ได้แบบเดียว ต้องดูว่าขายเพื่ออะไร ขายให้ใคร และเงินที่ได้ไปอยู่ที่ไหน สามข้อนี้แยกกรณีที่ทำได้ตามหน้าที่ ออกจากกรณีที่เป็นปัญหา
กรณีไหนที่ผู้จัดการมรดกขายทรัพย์มรดกได้
ป.พ.พ. มาตรา 1719 ให้ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่ทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไปและเพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดก การขายจึงทำได้เมื่อเป็นการอันจำเป็นในกรอบนี้
กรณีที่พบบ่อยและอธิบายได้ คือขายเพื่อนำเงินไปชำระหนี้ของกองมรดก เพราะเจ้าหนี้กองมรดกได้รับชำระก่อนทายาท อีกกรณีคือทรัพย์แบ่งตัวไม่ได้ เช่น บ้านหลังเดียวที่ทายาทหลายคนตกลงกันไม่ได้ จึงต้องขายแล้วนำเงินมาแบ่งตามส่วน ซึ่งสอดคล้องกับวิธีแบ่งทรัพย์ตามมาตรา 1364 ที่นำมาใช้กับกองมรดกที่ยังไม่แบ่งโดยผลของมาตรา 1745
ส่วนกรณีที่มีผู้จัดการมรดกหลายคน มาตรา 1726 กำหนดว่าการทำการตามหน้าที่ต้องถือเอาเสียงข้างมาก การที่คนใดคนหนึ่งไปขายเองโดยลำพังจึงเป็นประเด็นได้ทันที
กรณีไหนที่เป็นปัญหา
ข้อแรกและชัดที่สุดคือขายให้ตัวเอง คู่สมรส บุตร หรือบริษัทของตน มาตรา 1722 ห้ามผู้จัดการมรดกทำนิติกรรมใด ๆ ซึ่งตนมีส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก เว้นแต่พินัยกรรมอนุญาตหรือได้รับอนุญาตจากศาล
ข้อที่สองคือขายในราคาต่ำผิดปกติ เช่น ที่ดินราคาประเมินหลายล้านแต่จดทะเบียนขายไม่กี่แสน โดยไม่มีเหตุผลอธิบาย ข้อนี้มักถูกใช้เป็นพยานแวดล้อมชี้ว่ามีการเอื้อประโยชน์
ข้อที่สามคือขายแล้วเงินหายไปจากกองมรดก ไม่ปรากฏในบัญชี ไม่ได้นำไปชำระหนี้ และไม่ได้แบ่งให้ทายาท กรณีนี้นอกจากเป็นเหตุขอถอนผู้จัดการมรดกแล้ว ยังอาจเข้าข่ายความผิดฐานยักยอกตาม ป.อาญา มาตรา 352 หรือ 353 ซึ่งมาตรา 354 เพิ่มโทษเมื่อผู้กระทำอยู่ในฐานะผู้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นตามคำสั่งศาลหรือตามพินัยกรรม เป็นจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทายาทมักเข้าใจผิดตรงไหน
เข้าใจผิดที่ 1 ขายโดยไม่บอกทายาท เท่ากับผิดกฎหมายเสมอ
ความจริงคือกฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องขอความยินยอมทายาททุกคนก่อนขายในทุกกรณี ต้องดูว่าเป็นการอันจำเป็นตามมาตรา 1719 หรือไม่ ผลเสียของความเข้าใจผิดนี้คือทายาทตั้งประเด็นผิดตั้งแต่ต้น แล้วคดีไปไม่ถึงไหน
เข้าใจผิดที่ 2 ขายไปแล้วก็จบ เอาคืนไม่ได้
ความจริงคือถ้าเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 1722 หรือมีพฤติการณ์สมยอมกับผู้ซื้อ ทายาทฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมได้ ผลเสียคือปล่อยเวลาไปจนผู้ซื้อโอนต่ออีกทอด แล้วรูปคดียากขึ้นไปอีก
เข้าใจผิดที่ 3 ผู้ซื้อรู้อยู่แล้วว่าเป็นที่ดินมรดก จึงไม่สุจริตแน่นอน
ความจริงคือการรู้ว่าเป็นที่ดินมรดกไม่ได้แปลว่าไม่สุจริตโดยอัตโนมัติ เพราะผู้จัดการมรดกมีอำนาจขายได้ในบางกรณีอยู่แล้ว ผลเสียคือคาดหวังผลคดีสูงเกินจริง แล้วไม่ได้เตรียมพยานหลักฐานเรื่องราคาและพฤติการณ์การซื้อขายไว้
เข้าใจผิดที่ 4 ขอดูเอกสารการขายไม่ได้เพราะไม่ใช่คู่สัญญา
ความจริงคือทายาทเป็นผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดก ขอบัญชีทรัพย์มรดกและรายงานการจัดการจากผู้จัดการมรดกได้ และคัดสารบัญจดทะเบียนหลังโฉนดที่สำนักงานที่ดินได้ ผลเสียคือทายาทหยุดอยู่แค่การถามด้วยปาก แล้วไม่มีหลักฐานอะไรเลย
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม คดีนี้วัดกันที่อะไร
คนทั่วไปมักเข้าใจว่า ถ้าไม่มีใครบอกล่วงหน้าและทายาทไม่ยินยอม การขายนั้นก็ต้องเป็นโมฆะ
แต่ในทางคดี กฎหมายและศาลมักมองว่า เรื่องอยู่ที่วัตถุประสงค์ของการขายและเส้นทางของเงิน ขายเพื่ออะไร ราคาเท่าไรเทียบกับราคาประเมิน ผู้ซื้อเป็นใครและเกี่ยวข้องกับผู้จัดการมรดกอย่างไร และเงินที่ได้ถูกนำไปทำอะไรต่อ
จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้ เส้นทางของเงินเป็นสิ่งที่หายไปเร็วที่สุด รายการเดินบัญชีย้อนหลังขอได้ยากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป และถ้าที่ดินถูกโอนต่อไปให้ผู้รับโอนที่เสียค่าตอบแทนและสุจริต ป.พ.พ. มาตรา 1300 จะปิดทางเพิกถอน เหลือแต่ฟ้องเรียกราคาแทน
ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ คัดสารบัญจดทะเบียนหลังโฉนดและขอบัญชีทรัพย์มรดกเป็นหนังสือทันที ทั้งสองอย่างนี้เป็นการตรึงหลักฐานไว้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะไปทางถอนผู้จัดการมรดก ฟ้องเพิกถอน หรือทั้งสองทาง
5 เรื่องที่ทายาทควรตรวจก่อนสรุปว่าการขายมีปัญหา
- ขายเพื่ออะไร มีหนี้กองมรดกที่ต้องชำระจริงหรือไม่ มีสัญญากู้หรือสัญญาจำนองรองรับหรือเปล่า
- ขายให้ใคร ผู้ซื้อเกี่ยวข้องกับผู้จัดการมรดกหรือไม่ ถ้าเป็นคู่สมรส บุตร หรือบริษัทของตน มาตรา 1722 จะเข้ามาทันที
- ขายราคาเท่าไร เทียบราคาที่จดทะเบียนกับราคาประเมินและราคาตลาดในพื้นที่ ส่วนต่างที่มากผิดปกติเป็นพยานแวดล้อมที่มีน้ำหนัก
- เงินไปไหน ปรากฏในบัญชีทรัพย์มรดกหรือรายงานการจัดการหรือไม่ มีการแบ่งให้ทายาทคนอื่นบ้างหรือเปล่า
- ผู้จัดการมรดกมีกี่คน ถ้ามีหลายคน มาตรา 1726 ให้ถือเสียงข้างมาก การขายโดยคนเดียวเป็นประเด็นที่ยกขึ้นสู้ได้
ห้าข้อนี้ตอบได้จากเอกสารเป็นหลัก ไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายยอมรับอะไรทั้งสิ้น
ทายาททำอะไรได้บ้าง
| สถานการณ์ | ทางที่ใช้ได้ | ฐานกฎหมายหลัก |
|---|---|---|
| ขายให้ตัวเองหรือคนใกล้ชิด | ฟ้องขอเพิกถอนนิติกรรมและแบ่งมรดก | ป.พ.พ. มาตรา 1722 และ 1300 |
| ขายแล้วเงินไม่เข้ากองมรดก | ยื่นขอถอนผู้จัดการมรดก และร้องทุกข์คดียักยอก | ป.พ.พ. มาตรา 1727, 1731 และ ป.อาญา มาตรา 352-354 |
| ขายโดยชอบแต่ไม่ยอมแบ่งเงิน | ฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกในส่วนที่เป็นตัวเงิน | ป.พ.พ. มาตรา 1745 ประกอบมาตรา 1364 |
| ไม่รู้ว่าขายอะไรไปบ้าง | ทำหนังสือขอบัญชีทรัพย์มรดกและรายงานการจัดการ | ป.พ.พ. มาตรา 1728, 1729 และ 1732 |
ขั้นตอนคดีแพ่งตั้งแต่ยื่นฟ้องถึงบังคับคดี อ่านเพิ่มได้ในบทความเรื่องฟ้องแบ่งมรดก ส่วนเหตุที่ใช้ยื่นถอนดูได้ในบทความเรื่องถอนผู้จัดการมรดก
หลักฐานที่ต้องเตรียม
- สารบัญจดทะเบียนหลังโฉนดฉบับคัดรับรอง แสดงรายการซื้อขายและวันที่จดทะเบียน
- สำเนาสัญญาซื้อขายและเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานที่ดิน เท่าที่ขอคัดได้
- ราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ณ ช่วงเวลาที่ขาย
- คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก และบัญชีทรัพย์มรดกที่จัดทำไว้
- หลักฐานหนี้ของกองมรดก เช่น สัญญากู้ สัญญาจำนอง ใบเสร็จการชำระหนี้
- รายการเดินบัญชีธนาคารของกองมรดกหรือของเจ้ามรดกเท่าที่ขอได้
- ข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อกับผู้จัดการมรดก เช่น ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส หนังสือรับรองบริษัท
- หนังสือขอบัญชีทรัพย์มรดกและใบตอบรับไปรษณีย์
ผู้จัดการมรดกมักโต้แย้งว่าอย่างไร
"ขายเพื่อเอาเงินไปใช้หนี้ของกองมรดก" ข้ออ้างนี้มีน้ำหนักตามกฎหมาย แต่ต้องแสดงได้ว่าหนี้คืออะไร จำนวนเท่าไร และมีใบเสร็จหรือหลักฐานการชำระ ถ้าหนี้น้อยกว่าราคาขายมาก ส่วนต่างต้องอธิบายได้ด้วย
"ทายาทคนอื่นรับทราบแล้ว" ต้องดูว่ามีหนังสือแจ้งหรือบันทึกการประชุมจริงหรือไม่ การบอกในวงสนทนาโดยไม่มีเอกสารมักฟังยากในชั้นศาล
"ผู้ซื้อสุจริตและเสียค่าตอบแทน จะมาเพิกถอนไม่ได้" ข้อนี้อ้าง ป.พ.พ. มาตรา 1300 ซึ่งใช้ได้จริง ทายาทจึงต้องเตรียมพยานหลักฐานเรื่องราคาและความสัมพันธ์ของผู้ซื้อไว้ให้ดี
"เป็นดุลพินิจของผู้จัดการมรดก ทายาทเข้ามาก้าวก่ายไม่ได้" ดุลพินิจมีขอบเขต เพราะมาตรา 1720 ให้ผู้จัดการมรดกรับผิดต่อทายาทตามบทบัญญัติเรื่องตัวแทน และยังต้องทำรายงานแสดงบัญชีตามมาตรา 1732
ก่อนตัดสินใจ ควรทำอะไร
- คัดสารบัญจดทะเบียนหลังโฉนดทุกแปลง ที่สำนักงานที่ดินที่ทรัพย์ตั้งอยู่
- ทำหนังสือขอบัญชีทรัพย์มรดกและรายงานการจัดการ กำหนดเวลาให้ตอบกลับ และส่งไปรษณีย์ตอบรับ
- เทียบราคาที่จดทะเบียนขายกับราคาประเมินในช่วงเวลาเดียวกัน
- ตรวจว่าที่ดินถูกโอนต่อไปอีกทอดหรือถูกจำนองแล้วหรือยัง เพราะมีผลกับทางเลือกที่เหลืออยู่
- นับกรอบเวลาของเรื่อง โดยเฉพาะกำหนด 3 เดือนของการร้องทุกข์คดียักยอก และกำหนดตามมาตรา 1727 ที่ต้องร้องถอนก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้นลง ใช้เครื่องมือคำนวณกรอบเวลาทางกฎหมายช่วยได้
- ปรึกษาทนายเพื่อเลือกว่าจะเดินทางแพ่ง ทางอาญา หรือทั้งสองทางพร้อมกัน
กรณีแบบไหนที่ควรปรึกษาทนายทันที
- ผู้ซื้อเป็นคู่สมรส บุตร ญาติ หรือบริษัทของผู้จัดการมรดก
- ราคาที่จดทะเบียนขายต่ำกว่าราคาประเมินอย่างมีนัยที่อธิบายไม่ได้
- ขายไปแล้วแต่ไม่มีใครเห็นบัญชีทรัพย์มรดกหรือรายงานการจัดการเลย
- ที่ดินถูกโอนต่อไปอีกทอดหรือถูกจำนองหลังจากการขาย
- มีผู้จัดการมรดกหลายคน แต่คนเดียวไปดำเนินการขายเอง
- เพิ่งรู้เรื่องการขายหลังผ่านมานาน และกังวลเรื่องกำหนดเวลาร้องทุกข์
- มีสัญญาจะซื้อจะขายที่ทำไว้ตั้งแต่เจ้ามรดกยังมีชีวิต แล้วมาโอนภายหลัง
สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม ช่วยอะไรได้บ้าง
ทีมทนายคดีมรดกและพินัยกรรมของเราช่วยตั้งแต่อ่านสารบัญจดทะเบียนเพื่อไล่เส้นทางของทรัพย์ ตรวจเอกสารการขายและราคา ร่างหนังสือขอบัญชีทรัพย์มรดก จนถึงร่างคำฟ้องขอเพิกถอนนิติกรรมและคำร้องขอถอนผู้จัดการมรดก กรณีที่พฤติการณ์เข้าข่ายความผิดอาญา ทำงานร่วมกับทีมคดีอาญาในสำนวนเดียวกัน
สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือการเก็บหลักฐานเรื่องเส้นทางของเงินตั้งแต่วันแรก เพราะเป็นส่วนที่หายเร็วที่สุดและเป็นตัวชี้ขาดว่าการขายครั้งนั้นเป็นการจัดการตามหน้าที่หรือเป็นการเบียดบัง
สรุป
คำถามว่าผู้จัดการมรดกขายทรัพย์มรดกโดยไม่บอกทายาททำได้หรือไม่ ตอบได้จากสามข้อ คือขายเพื่ออะไร ขายให้ใคร และเงินไปไหน ถ้าขายเพื่อชำระหนี้กองมรดกหรือเพื่อแบ่งเงินกันตามส่วน และเงินเข้ากองมรดกครบ ก็อยู่ในกรอบหน้าที่ตามมาตรา 1719
แต่ถ้าขายให้ตัวเองหรือคนใกล้ชิด ขายราคาต่ำผิดปกติ หรือเงินหายไปจากกองมรดก ทายาทมีทั้งทางแพ่งและทางอาญาให้เลือก และควรเริ่มจากคัดสารบัญหลังโฉนดกับทำหนังสือขอบัญชีทรัพย์มรดกเก็บไว้ก่อน
หากคุณกำลังเจอปัญหาลักษณะนี้ ปรึกษาทีมทนายของสำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม โทร 081-327-8551 | LINE @995iqtpa หรือนัดหมายปรึกษาที่นี่
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ป.พ.พ. มาตรา 1719 — ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่ทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไปและเพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดก
- ป.พ.พ. มาตรา 1720 — ผู้จัดการมรดกต้องรับผิดต่อทายาทตามบทบัญญัติเรื่องตัวแทนโดยอนุโลม
- ป.พ.พ. มาตรา 1722 — ห้ามผู้จัดการมรดกทำนิติกรรมซึ่งตนมีส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก เว้นแต่พินัยกรรมอนุญาตหรือได้รับอนุญาตจากศาล
- ป.พ.พ. มาตรา 1726 — กรณีมีผู้จัดการมรดกหลายคน การทำการตามหน้าที่ต้องถือเอาเสียงข้างมาก
- ป.พ.พ. มาตรา 1300 — ผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนขอเพิกถอนการจดทะเบียนได้ แต่เพิกถอนไม่ได้ถ้าเป็นการโอนอันมีค่าตอบแทนซึ่งผู้รับโอนกระทำการโดยสุจริต
- ป.พ.พ. มาตรา 1745 ประกอบมาตรา 1364 — วิธีแบ่งทรัพย์มรดกที่ยังไม่แบ่ง คือแบ่งตัวทรัพย์ ขายแล้วแบ่งเงิน หรือขายทอดตลาด
- ป.อาญา มาตรา 352, 353 และ 354 — ความผิดฐานยักยอก และเหตุเพิ่มโทษเมื่อผู้กระทำเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นตามคำสั่งศาลหรือตามพินัยกรรม จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
คำถามที่พบบ่อย
ผู้จัดการมรดกต้องขอความยินยอมจากทายาททุกคนก่อนขายหรือไม่
กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องขอความยินยอมทายาททุกคนในทุกกรณี ป.พ.พ. มาตรา 1719 ให้ทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการและแบ่งปันมรดกได้ แต่ต้องเป็นการจำเป็นจริงและต้องแสดงบัญชีกับรายงานการจัดการได้ ถ้ามีผู้จัดการมรดกหลายคน มาตรา 1726 ให้ถือเสียงข้างมากในการทำการตามหน้าที่
ผู้จัดการมรดกขายที่ดินมรดกให้ลูกตัวเอง ทำได้ไหม
เป็นกรณีที่มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะ ป.พ.พ. มาตรา 1722 ห้ามทำนิติกรรมที่ผู้จัดการมรดกมีส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก เว้นแต่พินัยกรรมอนุญาตหรือได้รับอนุญาตจากศาล ทายาทที่เสียหายฟ้องขอเพิกถอนนิติกรรมและยื่นขอถอนผู้จัดการมรดกได้ ส่วนผลของคดีขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานในแต่ละสำนวน
ขอดูเอกสารการขายจากสำนักงานที่ดินได้ไหม ถ้าไม่ใช่คู่สัญญา
ทายาทเป็นผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดก จึงยื่นคำขอตรวจสอบและคัดสารบัญจดทะเบียนหลังโฉนดได้ โดยแสดงเอกสารพิสูจน์ความเป็นทายาท เช่น ใบมรณบัตรและสูติบัตร ส่วนเอกสารบางประเภทมีเงื่อนไขการขอคัดต่างกัน ควรสอบถามสำนักงานที่ดินที่ทรัพย์ตั้งอยู่ก่อนเดินทางไป
ขายไปนานแล้ว ยังฟ้องได้อยู่ไหม
ต้องดูเป็นรายคดี ฝั่งแพ่งมีทั้งอายุความคดีมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 และกำหนดฟ้องคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกไม่เกิน 5 ปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงตามมาตรา 1733 วรรคสอง ส่วนฝั่งอาญา ความผิดฐานยักยอกเป็นความผิดอันยอมความได้ ต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำ ควรให้ทนายตรวจวันเริ่มนับก่อน
ถ้าเงินขายที่ดินเข้ากองมรดกครบ แต่ไม่ยอมแบ่ง ทำอย่างไร
กรณีนี้ประเด็นไม่ได้อยู่ที่การขาย แต่อยู่ที่การไม่แบ่ง ทายาทฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกในส่วนที่เป็นตัวเงินได้ และยื่นขอถอนผู้จัดการมรดกคู่กันหากเข้าเหตุตามมาตรา 1727 ก่อนฟ้องควรทำหนังสือทวงถามพร้อมกำหนดเวลาไว้เป็นหลักฐานหนึ่งรอบ
สาขาที่เชี่ยวชาญ: ธุรกิจและสัญญา · กฎหมายแรงงาน · ร่าง–ตรวจสัญญา
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
มรดกและพินัยกรรม
ถูกตัดชื่อออกจากพินัยกรรม ยังมีสิทธิได้รับมรดกหรือฟ้องอะไรได้หรือไม่?
ไทยไม่มีส่วนบังคับให้ลูกทุกคนต้องได้มรดกเท่ากัน แต่คนที่ไม่มีชื่อยังอาจมีสิทธิในทรัพย์นอกพินัยกรรม สินสมรส หรือโต้แย้งพินัยกรรมที่ไม่สมบูรณ์ได้
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 4 นาที
มรดกและพินัยกรรม
ลูกบุญธรรม ลูกติด และลูกของคู่สมรส มีสิทธิรับมรดกต่างกันอย่างไร
ลูกบุญธรรมที่จดทะเบียนมีฐานะเป็นบุตรของผู้รับบุตรบุญธรรม ส่วนลูกติดหรือลูกของคู่สมรสไม่เป็นทายาทของพ่อแม่เลี้ยงอัตโนมัติ เว้นแต่รับเป็นบุตรบุญธรรมหรือทำพินัยกรรมให้
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 4 นาที
มรดกและพินัยกรรม
เงินประกันชีวิต เงินฌาปนกิจ กองทุน และเงินหลังเสียชีวิต อะไรเป็นมรดก อะไรไม่ใช่
เงินที่จ่ายหลังเสียชีวิตไม่ได้เป็นมรดกทุกก้อน ต้องดูเจ้าของเงิน ผู้รับผลประโยชน์ และกฎหมายหรือข้อบังคับเฉพาะก่อนนำมารวมแบ่งแก่ทายาท
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 3 นาที
ปรึกษาทนายคดีมรดกของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ