081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

รถชนแล้วคู่กรณีไม่จ่ายตามตกลง ส่งโนติสเรียกอย่างไร

รถและเอกสารตกลงค่าเสียหายพร้อมคำว่า รถชน ตกลงจ่ายแล้ว กลับเงียบหาย

สรุปประเด็นสำคัญ

รถชนแล้วคู่กรณีไม่จ่ายตามตกลงต้องอ่านบันทึกที่ลงชื่อก่อนว่าเป็นเพียงรับรองข้อเท็จจริง รับสภาพหนี้ หรือประนีประนอมที่มีผลต่อสิทธิเดิม การทวงควรแยกรายการที่คู่กรณีรับผิดกับเงินที่บริษัทประกันจ่ายแล้ว และไม่เรียกซ้ำในความเสียหายเดียวกัน บทความนี้ช่วยจัดยอด หลักฐาน และวันสำคัญก่อนส่งโนติสหรือเลือกทางดำเนินคดี

รถชนแล้วคู่กรณีไม่จ่าย ต้องทวงตามเอกสารใด

รถชนแล้วคู่กรณีไม่จ่ายตามตกลง ควรเริ่มจากบันทึกที่ลงชื่อและหลักฐานการชำระ ไม่ใช่ส่งยอดค่าซ่อมใหม่ให้โดยไม่อ่านว่าเคยยุติข้อพิพาทส่วนใดไปแล้ว เพราะเนื้อหาข้อตกลงอาจเปลี่ยนฐานสิทธิที่ใช้เรียกเงิน

ถ้ายังไม่ได้ประนีประนอม สิทธิอาจมาจากมูลละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และบทที่เกี่ยวกับค่าเสียหาย ต้องพิสูจน์การกระทำ ความรับผิด และความเสียหายที่มีเหตุสัมพันธ์กัน ส่วนการมีบันทึกประจำวันหรือคู่กรณีพูดว่าจะจ่าย เป็นหลักฐานที่ต้องอ่านประกอบ ไม่ได้แทนองค์ประกอบทั้งหมดเสมอไป

ถ้าเอกสารเป็นสัญญาประนีประนอมตามมาตรา 850–852 ที่คู่กรณีต่างผ่อนผันเพื่อยุติข้อพิพาท สิทธิที่ยอมสละย่อมระงับและเกิดสิทธิตามข้อตกลง จึงต้องตรวจว่าตกลงเงินจำนวนใด ครอบคลุมค่าเสียหายอะไร และมีเงื่อนไขชำระอย่างไร ไม่ควรกลับไปเรียกยอดเดิมทั้งหมดโดยไม่ดูผลของสัญญา

กรณีมีบริษัทประกันภัยเกี่ยวข้อง ต้องแยกว่าผู้เสียหายได้รับชำระส่วนใดแล้ว บริษัทใดเป็นผู้รับผิดตามกรมธรรม์ และสิทธิส่วนใดอาจตกแก่ผู้รับช่วงสิทธิ การรับเงินจากประกันไม่ได้แปลว่าเรียกคู่กรณีซ้ำเต็มจำนวนในรายการเดียวกันได้ และการตกลงกันเองก็ไม่ควรถูกใช้รับรองว่าผูกพันบริษัทประกันทุกกรณี

หนังสือจึงควรระบุเหตุเกิดหนี้ ฐานข้อตกลง ยอดที่หักการชำระแล้ว และกำหนดตามเอกสาร หากต้องการให้ช่วยตรวจและร่าง สามารถดู บริการหนังสือบอกกล่าวทวงถาม โดยแนบบันทึกตกลงกับข้อมูลการจ่ายของประกัน เพื่อให้เลือกผู้รับและยอดที่มีฐานจริง

บันทึกประจำวันไม่ใช่สัญญาประนีประนอมทุกฉบับ

ต้องอ่านสาระในเอกสาร ไม่ใช่สถานที่ที่ทำ บันทึกที่เพียงเล่าเหตุและระบุว่าจะติดต่อประกันอาจต่างจากการตกลงลดข้อเรียกร้องแล้วรับเงินเป็นที่สุด การมีหัวกระดาษของหน่วยงานหรือพยานลงชื่อไม่ได้ทำให้ข้อความทุกแบบกลายเป็นประนีประนอมโดยอัตโนมัติ

หากเข้าองค์ประกอบประนีประนอม มาตรา 851 กำหนดเรื่องหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดหรือตัวแทนสำหรับการฟ้องบังคับ ต้องตรวจผู้ลงนามและอำนาจด้วย โดยเฉพาะคนขับที่ลงชื่อแทนนิติบุคคลหรือเจ้าของรถ ไม่สรุปว่าคนเหล่านั้นรับผิดเพิ่มจากลายมือชื่อคนขับอย่างเดียว

ถ้าพบความเสียหายภายหลัง เช่น ค่าซ่อมเพิ่มเติมหรืออาการบาดเจ็บ ต้องอ่านว่าเคยยุติสิทธิทั้งหมดหรือสงวนส่วนที่ยังไม่ทราบไว้ ความเสียหายเกิดภายหลังไม่ได้หมายความว่าเรียกเพิ่มได้เสมอ แต่ก็ไม่ควรสรุปว่าหมดทุกสิทธิเพียงเพราะเคยรับเงินบางส่วน

ส่วนกรณีมีคำพิพากษาตามยอมแล้ว ต้องตรวจช่องทางบังคับคดีเดิมแทนการใช้สูตรโนติสก่อนฟ้องใหม่ ดู ผิดนัดตามคำพิพากษายอมความ เพื่อแยกขั้นตอนให้ถูก

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: ทวงยอดที่ยังเป็นสิทธิของเรา

เริ่มจากขอบเขตที่ยอมจบ: ถ้อยคำว่าไม่ติดใจเรียกร้องอีกอาจมีผลมากกว่าที่ผู้ลงชื่อคาด ต้องอ่านว่าหมายถึงรายการใด คู่กรณีใด และเป็นส่วนแพ่งหรือมีข้อความอื่นร่วมด้วย อย่าเลือกส่งเฉพาะหน้าที่มียอดเงินให้ผู้ร่างหนังสือจนมองไม่เห็นเงื่อนไขยุติสิทธิ

แยกเงินประกันออกจากเงินคู่กรณี: ทำบัญชีว่าค่าซ่อม ค่าขาดประโยชน์ หรือรายการอื่นได้รับจากใครแล้วเท่าไร ถ้ามีผู้รับช่วงสิทธิ ต้องตรวจส่วนที่ยังเรียกเองได้ การทวงยอดรวมโดยไม่หักอาจทำให้ข้อเรียกร้องดูไม่ตรงความจริงและเปิดข้อพิพาทเพิ่ม

ใช้ถ้อยคำตามหลักฐาน: หนังสือควรอ้างวันเกิดเหตุและข้อตกลง ไม่ใช้คำขู่ดำเนินคดีอาญาแทนการพิสูจน์หนี้แพ่ง การผิดนัดจ่ายตามข้อตกลงไม่ได้ทำให้เกิดความผิดฐานฉ้อโกงโดยตัวมันเอง ต้องแยกองค์ประกอบและกระบวนการที่เกี่ยวข้อง

มองสองฝั่ง: ผู้เสียหายกับคู่กรณีที่ต้องจ่าย

ประเด็นผู้เรียกเงินควรเตรียมผู้ถูกทวงควรตรวจ
ความรับผิดจากเหตุภาพเหตุ บันทึก และหลักฐานเกี่ยวกับการขับขี่ข้อเท็จจริงร่วมและเหตุที่ยังโต้แย้ง
เงินที่ตกลงข้อตกลงครบฉบับและลายมือชื่อรับผิดรายการใดและมีเงื่อนไขก่อนจ่ายหรือไม่
ความเสียหายใบซ่อม ใบเสร็จ และหลักฐานช่วงใช้รถไม่ได้รายการซ้ำหรือไม่เกี่ยวกับเหตุ
ประกันภัยยอดที่ได้รับและการปิดรายการสินไหมกรมธรรม์และขอบเขตที่บริษัทรับดำเนินการ
ผ่อนชำระยอดคงเหลือกับวันที่ผิดนัดเงินที่จ่ายแล้วและแผนแก้ไขที่ทำได้

หากคู่กรณีบอกว่ารอประกัน ควรตรวจว่าข้อตกลงให้การจ่ายขึ้นกับเหตุใดจริง ไม่ถือว่าคำพูดภายหลังเลื่อนกำหนดได้เอง และไม่ถือว่าบริษัทประกันรับผิดทุกยอดที่คู่กรณีตกลงเพิ่มโดยไม่มีข้อมูลกรมธรรม์

อายุความรถชนกับประนีประนอมต้องแยกนับ

สิทธิเรียกค่าเสียหายจากละเมิดตามมาตรา 448 โดยหลักมีกรอบหนึ่งปีนับแต่รู้การละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องรับผิด หรือสิบปีนับแต่ทำละเมิด และมีกรณีมูลความผิดอาญาที่อายุความยาวกว่าเข้ามาเกี่ยวข้อง ต้องตรวจข้อเท็จจริงกับกฎหมายที่ใช้ ไม่ใช้วันส่งหนังสือเป็นวันเริ่มใหม่เสมอ

สิทธิที่เกิดจากสัญญาประนีประนอมตามมาตรา 193/32 มีกำหนดสิบปี แต่ต้องเป็นประนีประนอมจริงและตรวจวันใช้สิทธิได้ตามข้อตกลง ไม่ใช่มีบันทึกลงชื่อทุกแบบแล้วเปลี่ยนเป็นสิบปีทั้งหมด หนี้เป็นงวดหรือมีเงื่อนไขผิดนัดต้องอ่านเพิ่ม

การแจ้งเหตุ การร้องเรียนประกัน การเจรจา และการส่งโนติสมีวัตถุประสงค์ต่างกัน อย่าเข้าใจว่าทำอย่างหนึ่งแล้วรักษาอายุความของทุกสิทธิไว้โดยอัตโนมัติ หากใกล้ครบกำหนดควรจัดเอกสารให้ประเมินการใช้สิทธิโดยไม่รอคุยจบอย่างเดียว

ทำเส้นเวลาแยกวันเกิดเหตุ วันรู้ตัวคู่กรณี วันทำข้อตกลง วันครบกำหนด และวันจ่ายบางส่วน หากมีคดีอาญาหรือคำพิพากษาแล้วให้แนบข้อมูลนั้นด้วย เพื่อไม่คำนวณจากเหตุการณ์เพียงชุดเดียว

ยอดตามตกลงต้องหักเงินที่รับแล้วอย่างไร

สมมติข้อตกลงที่ใช้บังคับได้กำหนดให้คู่กรณีจ่าย 50,000 บาทสำหรับรายการที่ระบุ และจ่ายแล้ว 15,000 บาท ยอดตามข้อตกลงที่ยังไม่จ่ายคือ 35,000 บาท หากไม่มีดอกเบี้ยหรือค่าใช้จ่ายอื่นในตัวอย่าง หนังสือควรแสดงยอดตั้งต้น การชำระ และยอดคงเหลือ ไม่ทวงเต็ม 50,000 บาทอีก

ถ้าบริษัทประกันจ่ายค่าซ่อมให้แล้ว ต้องตรวจว่ารายการ 50,000 บาทเป็นส่วนเดียวกันหรือเป็นความเสียหายส่วนอื่นที่ตกลงแยก ไม่บวกเงินประกันกับยอดที่เรียกโดยไม่ตรวจการรับช่วงสิทธิและการชดใช้ซ้ำ ตัวอย่างนี้จึงไม่ใช้เป็นสูตรหักอัตโนมัติสำหรับประกันทุกกรณี

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ค่ารักษา หรือรายได้ที่สูญเสียควรมีหลักฐานเกี่ยวกับจำนวนและช่วงเวลาที่อ้าง ไม่เพิ่มยอดลอย ๆ เพื่อกดดันให้ยอมจ่าย ส่วนดอกเบี้ยต้องมีฐาน วันผิดนัด และวิธีคำนวณที่ถูกต้องตามสิทธิที่ใช้

ค่าออกหนังสือกับค่าดำเนินคดีเป็นคนละส่วน ควรเทียบกับยอดที่ยังมีสิทธิและความพร้อมของหลักฐาน ไม่รับรองว่าทุกค่าใช้จ่ายส่วนตัวจะเรียกคืนจากคู่กรณีได้ทั้งหมด

เอกสารก่อนส่งโนติสค่าเสียหายรถชน

  • บันทึกเหตุและข้อมูลระบุคู่กรณีที่เกี่ยวข้อง
  • ข้อตกลงรับผิดหรือประนีประนอมครบทุกหน้า
  • ภาพความเสียหาย ใบประเมินซ่อม ใบเสร็จ และหลักฐานส่งรถซ่อม
  • ข้อมูลกรมธรรม์ เลขรับแจ้ง และเอกสารสินไหมที่ได้รับ
  • รายการเงินที่คู่กรณีหรือบริษัทประกันชำระแล้ว
  • ตารางวันครบกำหนดและข้อความเลื่อนหรือปฏิเสธจ่าย
  • เอกสารค่าเสียหายส่วนอื่นที่ยังสงวนสิทธิและมีฐานเรียก

หลักฐานสุขภาพหรือข้อมูลของผู้โดยสารควรใช้เฉพาะส่วนที่จำเป็นต่อข้อเรียกร้อง ไม่ส่งข้อมูลละเอียดทั้งหมดในหนังสือที่มีผู้รับหลายคน หากต้องใช้เอกสารแพทย์ให้แยกเก็บและตรวจความเกี่ยวข้องก่อนแนบ

การทำข้อตกลงใหม่ควรระบุยอดและรายการที่ยุติให้ชัด ดู บันทึกตกลงค่าเสียหายจากอุบัติเหตุ เป็นแนวทางตรวจหัวข้อเอกสาร โดยไม่ใช้แบบเดียวกับข้อเท็จจริงทุกเรื่อง

ความรับผิดละเมิดกับคดีอาญาไม่จบพร้อมกันเสมอ

ประเด็นแรกคือค่าเสียหายทางแพ่ง ต้องตรวจผู้มีฐานรับผิดและส่วนความเสียหายที่ยังเรียกได้ เช่น คนขับ นายจ้าง หรือบุคคลอื่นตามองค์ประกอบกฎหมาย ไม่ใส่ชื่อเจ้าของรถทุกคนเป็นผู้รับผิดโดยอาศัยทะเบียนรถอย่างเดียว อ่าน การเรียกค่าเสียหายจากละเมิด ประกอบ

ประเด็นที่สองคือกระบวนการอาญาจากเหตุ การตกลงชดใช้ไม่ได้ทำให้คดีอาญาทุกฐานยุติอัตโนมัติ ต้องแยกว่าความผิดใดยอมความได้และมีขั้นตอนอย่างไร เช่นเดียวกับการแจ้งความไม่ใช่ทางบังคับชำระหนี้แพ่งแทนศาล จึงควรหลีกเลี่ยงคำรับรองว่าจะถอนหรือจบทุกคดีหากจ่ายเงิน

หากมีหมายเรียกจากเหตุรถชน ให้แยกการดำเนิน คดีอาญา ออกจากการเจรจาหนี้ตามบันทึก เพื่อไม่ให้ข้อตกลงชดใช้รับรองผลในคดีที่คู่กรณีไม่มีอำนาจยุติเอง

ทางไปต่อ: อ่านข้อตกลงแล้วทวงยอดที่ยังค้างจริง

  1. จำแนกเอกสารว่าเป็นบันทึกข้อเท็จจริง รับสภาพ หรือประนีประนอม
  2. ตรวจคู่กรณี ผู้ลงชื่อ และส่วนที่บริษัทประกันชำระแล้ว
  3. ทำยอดคงเหลือพร้อมวันครบกำหนดและอายุความ
  4. ส่งหนังสืออ้างฐานที่ถูกต้องพร้อมหลักฐานจำเป็น
  5. ประเมินคำตอบเพื่อเลือกผ่อน ไกล่เกลี่ย ฟ้อง หรือบังคับคดีเดิม
ทางเลือกเหมาะเมื่อต้องตรวจ
ทวงตามข้อตกลงยอดและผู้รับผิดชัดแต่ยังไม่จ่ายวันผิดนัดและการชำระแล้ว
เจรจาร่วมกับผู้เกี่ยวข้องยังติดข้อโต้แย้งสินไหมหรือยอดอำนาจตัวแทนและผลต่อสิทธิ
ใช้สิทธิทางศาลผิดนัดหรือปฏิเสธและหลักฐานพร้อมฐานฟ้อง อายุความ และประเภทกระบวนการ

ควรเร่งตรวจ: ใกล้ครบหนึ่งปีจากเหตุที่เกี่ยวข้อง มีคำสละสิทธิทั้งหมด ได้รับสินไหมแต่ยอดทวงยังไม่ปรับ หรือคนที่ลงชื่อไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจ ประเด็นเหล่านี้อาจเปลี่ยนทั้งยอดและผู้ที่ควรรับหนังสือ

หากต้องการให้สำนักงานตรวจและออกโนติส ส่งบันทึกตกลง ตารางชำระ และเอกสารสินไหมผ่าน ช่องทางติดต่อยอดทิพย์ธรรม เพื่อประเมินสิทธิที่ยังเหลือและขอบเขตงานจากเอกสารจริงก่อนเริ่ม ไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยการเรียกยอดสูงสุดที่เคยพูดกัน

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และ 438: ฐานละเมิดและการกำหนดค่าสินไหม
  • มาตรา 448: อายุความละเมิดและข้อเกี่ยวข้องกับความผิดอาญา
  • มาตรา 850–852: หลักฐานและผลของประนีประนอม
  • มาตรา 193/32: อายุความสิทธิที่เกิดจากประนีประนอม
  • มาตรา 880: การรับช่วงสิทธิของผู้รับประกันภัยตามเงื่อนไข

แหล่งตรวจ: ตัวบทแพ่งเฉพาะละเมิด ประนีประนอม และประกันภัยที่อ้าง

ตรวจสอบเมื่อ ตุลาคม 2569 ต้องตรวจกรมธรรม์และข้อตกลงจริงก่อนสรุปผู้รับผิดหรือยอดที่ยังเรียกได้

คำถามที่พบบ่อย

คู่กรณีเซ็นว่าจะจ่ายที่สถานีตำรวจแล้ว ฟ้องตามนั้นได้ไหม?
ต้องอ่านเนื้อหาและลายมือชื่อว่าเป็นหลักฐานรับผิดหรือประนีประนอมที่ใช้บังคับได้เพียงใด ไม่ใช่เอกสารทุกฉบับมีผลเหมือนกัน หากลงชื่อแทนบุคคลอื่นต้องตรวจอำนาจด้วย และควรเทียบยอดที่ตกลงกับเงินที่ได้รับภายหลังแล้ว
คู่กรณีไม่จ่ายตามตกลงถือว่าฉ้อโกงหรือไม่?
การผิดนัดไม่ทำให้เป็นฉ้อโกงโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจองค์ประกอบและพฤติการณ์ของความผิดแยกจากสิทธิแพ่ง หนังสือควรเรียกเงินตามฐานที่มีหลักฐาน ไม่ใช้คำกล่าวหาหรือขู่คดีอาญาแทนการอธิบายยอดและข้อตกลงที่ผิดนัด
ประกันจ่ายค่าซ่อมแล้ว ยังทวงคู่กรณีเต็มยอดได้ไหม?
ต้องแยกรายการที่ชดใช้แล้วกับส่วนที่ยังมีสิทธิเรียก และตรวจการรับช่วงสิทธิของบริษัทประกัน ไม่ควรรับชำระซ้ำในความเสียหายเดียวกัน หากข้อตกลงกับคู่กรณีครอบคลุมค่าเสียหายส่วนอื่น ต้องมีข้อความและหลักฐานแยกให้เห็นชัด
ทำบันทึกตกลงแล้วอายุความเป็นสิบปีทุกกรณีไหม?
ไม่ใช่ทุกบันทึก ต้องเป็นสิทธิที่เกิดจากสัญญาประนีประนอมจริงตามกฎหมายจึงพิจารณามาตรา 193/32 หากยังเป็นสิทธิละเมิดหรือเอกสารมีผลเพียงรับรองข้อเท็จจริง ต้องตรวจอายุความที่ใช้และวันเริ่มนับต่างหาก ไม่ใช้ชื่อเอกสารตัดสิน
เตรียมอะไรให้ทนายส่งโนติสค่าเสียหายรถชน?
เตรียมข้อตกลงครบฉบับ หลักฐานเหตุและความเสียหาย ตารางการชำระ และเอกสารสินไหมของประกัน พร้อมระบุวันครบกำหนดกับคำตอบล่าสุดของคู่กรณี เพื่อให้ตรวจผู้รับหนังสือ ฐานเรียกร้อง และยอดที่ยังเป็นสิทธิของผู้เสียหายก่อนร่าง
นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

เจ้าของรถนำภาพความเสียหายและใบประเมินมาปรึกษาทนาย พร้อมข้อความ ทรัพย์สินเสียหาย เรียกเท่าไรมีที่มา หนี้สินและบังคับคดี

ตัวอย่างโนติสละเมิด เรียกค่าซ่อมทรัพย์สินต้องเขียนอะไร

ตัวอย่างโนติสละเมิดเรื่องทรัพย์สินเสียหาย ต้องเชื่อมเหตุ ผู้รับผิด และค่าซ่อม แยกเงินประกันที่ได้รับกับยอดคงเหลือ ตรวจอายุความก่อนให้ทนายส่งหนังสือ

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ·อ่าน 8 นาที
กุญแจและเอกสารคืนห้องพร้อมคำว่า ย้ายออกแล้ว เงินประกันไม่คืน หนี้สินและบังคับคดี

เจ้าของห้องไม่คืนเงินประกัน ผู้เช่าทวงและตรวจยอดอย่างไร

เจ้าของห้องไม่คืนเงินประกันเช่าต้องทำอย่างไร ตรวจสัญญา วันคืนห้อง รายการหัก และเกณฑ์สัญญาควบคุม ก่อนส่งหนังสือทวงเงินคืน

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 8 นาที
บ้านและกุญแจพร้อมข้อความ ให้ญาติอยู่บ้าน จะขอคืนอย่างไร หนี้สินและบังคับคดี

ให้ญาติออกจากบ้าน ต้องบอกกล่าวอย่างไรก่อนฟ้องขับไล่

ให้ญาติออกจากบ้านต้องเริ่มอย่างไร ตรวจเจ้าของ สิทธิอยู่อาศัย และข้อตกลงเดิม ก่อนส่งหนังสือขอคืนบ้านหรือเลือกทางฟ้องขับไล่

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 9 นาที

ให้ทนายออกหนังสือทวงถามแทนท่าน

ทนายตรวจหลักฐาน คำนวณยอด ร่างและส่งหนังสือในนามสำนักงาน แจ้งค่าใช้จ่ายเป็นหนังสือก่อนเริ่มงาน

แชทผ่าน LINE