ปรับโครงสร้างแล้วต้องลดคน — เอกสารที่นายจ้างต้องเตรียมเพื่ออธิบายเหตุผลทางธุรกิจ ฉบับทนาย ปี 2569

สรุปประเด็นสำคัญ
ก่อนปรับโครงสร้างลดคน ต้องแยกให้ชัดก่อนว่าเข้ากรณีใด เพราะมาตรา 121 กำหนดว่าถ้าการเลิกจ้างเกิดจากการนำเครื่องจักรมาใช้หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีซึ่งเป็นเหตุให้ต้องลดจำนวนลูกจ้าง นายจ้างต้องแจ้งทั้งลูกจ้างและพนักงานตรวจแรงงานล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน หากไม่แจ้ง ต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้าง 60 วัน และตามมาตรา 122 ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 6 ปีขึ้นไป ยังมีสิทธิได้ค่าชดเชยพิเศษเพิ่มไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 15 วันต่อการทำงานครบ 1 ปี รวมแล้วไม่เกิน 360 วัน
ส่วนกรณีที่ลดคนเพราะเหตุทางธุรกิจอื่น เช่น คำสั่งซื้อลดลงหรือยุบสายงาน จะไม่เข้ามาตรา 121 แต่ยังต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118 ตามปกติ · จุดที่บริษัทเสียเปรียบบ่อยที่สุดคือไม่มีเอกสารอธิบายว่าทำไมต้องลด และทำไมต้องเป็นคนกลุ่มนี้ ทำให้ถูกโต้แย้งว่าใช้การปรับโครงสร้างเป็นข้ออ้าง
เมื่อคำสั่งซื้อลดลง สายการผลิตเปลี่ยน หรือบริษัทนำเครื่องจักรใหม่เข้ามา คำถามที่ตามมาคือจะปรับโครงสร้างลดคนอย่างไรให้ถูกขั้นตอน หลายบริษัทเข้าใจว่าเหตุผลทางธุรกิจเป็นเหตุผลที่หนักแน่นอยู่แล้วจึงไม่ต้องเตรียมอะไรเพิ่ม แต่ในทางกฎหมายบางกรณีมีขั้นตอนบังคับที่ต้องทำล่วงหน้าถึงสองเดือน บทความนี้แยกให้เห็นว่ากรณีไหนต้องทำอะไร
ปรับโครงสร้างลดคนมีกี่กรณีในทางกฎหมาย
ต้องแยกอย่างน้อยสามกรณีที่มีขั้นตอนต่างกัน กรณีแรกคือลดคนเพราะนำเครื่องจักรมาใช้หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรหรือเทคโนโลยี ซึ่งเข้ามาตรา 121 และมีหน้าที่แจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วันต่อทั้งลูกจ้างและพนักงานตรวจแรงงาน กรณีที่สองคือย้ายสถานประกอบกิจการไปตั้งที่อื่นอันมีผลกระทบสำคัญต่อการดำรงชีวิตตามปกติของลูกจ้างหรือครอบครัว ซึ่งเข้ามาตรา 120 และมีหน้าที่ปิดประกาศแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน
กรณีที่สามคือลดคนด้วยเหตุทางธุรกิจอื่น เช่น ยอดขายตก ยุบสายงาน หรือรวมแผนก ซึ่งไม่มีขั้นตอนแจ้งล่วงหน้าเป็นพิเศษตามสองมาตรานั้น แต่ยังต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118 บอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 และยังมีความเสี่ยงเรื่องความเป็นธรรมตามมาตรา 49 เช่นเดิม การจัดกรณีให้ถูกตั้งแต่ต้นจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดตรงไหน
เข้าใจผิดข้อ 1 — เหตุผลทางธุรกิจเป็นเหตุที่ไม่มีใครเถียงได้ · ความจริงคือ สิ่งที่ถูกตรวจสอบไม่ใช่ว่าบริษัทขาดทุนจริงไหม แต่คือเกณฑ์ที่ใช้เลือกว่าใครออกสมเหตุสมผลหรือเปล่า · ผลเสียคือ เตรียมงบการเงินมาครบแต่ตอบไม่ได้ว่าทำไมเลือกคนกลุ่มนี้
เข้าใจผิดข้อ 2 — ปรับโครงสร้างแล้วไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย · ความจริงคือ การปรับโครงสร้างไม่ใช่เหตุตามมาตรา 119 บริษัทจึงยังต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน และบางกรณียังมีค่าชดเชยพิเศษเพิ่มตามมาตรา 121 และ 122 · ผลเสียคือ ตั้งงบขาดไปมากโดยเฉพาะเมื่อมีพนักงานอายุงานเกิน 6 ปีหลายคน
เข้าใจผิดข้อ 3 — แจ้งพนักงานอย่างเดียวก็พอ · ความจริงคือ กรณีเข้ามาตรา 121 ต้องแจ้งพนักงานตรวจแรงงานด้วย ไม่ใช่แจ้งเฉพาะลูกจ้าง · ผลเสียคือ ต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้าง 60 วันเพิ่มอีกก้อน
เข้าใจผิดข้อ 4 — เลือกคนที่ผลงานไม่ดีออกไปพร้อมกันเลย · ความจริงคือ การผสมเหตุผลงานเข้ากับการปรับโครงสร้างทำให้เกณฑ์ไม่ชัดและถูกโต้แย้งได้ทั้งสองทาง · ผลเสียคือ เสียทั้งข้อต่อสู้เรื่องโครงสร้างและเรื่องผลงาน ถ้าเป็นเรื่องผลงานควรแยกทำตามเอกสารที่ต้องมีเมื่อจะเลิกจ้างเพราะผลงาน
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม
คนทั่วไปมักเข้าใจว่า ถ้าบริษัทมีเหตุผลทางธุรกิจจริง เช่น ขาดทุนหรือคำสั่งซื้อหาย ก็ย่อมมีสิทธิลดคน เพราะเป็นการตัดสินใจเพื่อความอยู่รอดของกิจการ
แต่ในทางคดี กฎหมายและศาลมักมองว่า คำถามแยกเป็นสองชั้น ชั้นแรกคือเหตุผลทางธุรกิจมีจริงหรือไม่ ซึ่งบริษัทมักตอบได้ด้วยตัวเลข แต่ชั้นที่สองคือวิธีเลือกคนเป็นธรรมหรือไม่ ซึ่งเป็นชั้นที่บริษัทมักไม่ได้เตรียม และเป็นชั้นที่ตัดสินผลจริง
จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้ ข้อโต้แย้งที่มีน้ำหนักที่สุดในกรณีนี้ไม่ใช่เรื่องตัวเลขทางการเงิน แต่คือบริษัทรับคนใหม่ในตำแหน่งเดิมหลังเลิกจ้างไม่นาน หรือคนที่ถูกเลือกออกกระจุกอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เช่น อายุงานยาว อายุมาก หรือคนที่เคยร้องเรียน ซึ่งทำให้เหตุผลทางธุรกิจที่เตรียมมาอย่างดีกลายเป็นเพียงฉากหน้า
ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ ตัดสินใจที่ตำแหน่งก่อน แล้วค่อยมาที่ตัวบุคคล คือกำหนดก่อนว่าตำแหน่งใดถูกยุบหรือลดจำนวนลง ด้วยเหตุผลอะไร แล้วจึงกำหนดเกณฑ์คัดเลือกที่วัดได้และใช้เหมือนกันทุกคนในตำแหน่งนั้น การทำสลับลำดับคือเลือกคนก่อนแล้วค่อยหาเหตุผล เป็นสิ่งที่มองเห็นได้ชัดจากเอกสาร
เอกสารที่ต้องเตรียมแบ่งตามกรณี

| กลุ่มเอกสาร | รายละเอียด | ใช้ตอบอะไร |
|---|---|---|
| เหตุผลทางธุรกิจ | มติที่ประชุมผู้บริหารหรือกรรมการ · ตัวเลขคำสั่งซื้อหรือกำลังการผลิต · แผนการผลิตใหม่ · เอกสารการนำเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีเข้ามา | ทำไมต้องลดคน และลดเพราะอะไร |
| ผังตำแหน่งก่อนและหลัง | ผังองค์กรเดิม ผังใหม่ และรายการตำแหน่งที่ถูกยุบหรือลดจำนวน พร้อมวันที่มีผล | ตำแหน่งใดหายไปจริง ไม่ใช่แค่เปลี่ยนคน |
| เกณฑ์คัดเลือก | เกณฑ์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมน้ำหนักและวิธีให้คะแนน · ตารางคะแนนของทุกคนในตำแหน่งเดียวกัน | ทำไมต้องเป็นคนกลุ่มนี้ ไม่ใช่คนอื่น |
| หนังสือแจ้งตามมาตรา 121 | เฉพาะกรณีเครื่องจักรหรือเทคโนโลยี · แจ้งทั้งลูกจ้างและพนักงานตรวจแรงงาน ไม่น้อยกว่า 60 วัน ระบุเหตุผล วันที่เลิกจ้าง และรายชื่อลูกจ้าง | ทำตามขั้นตอนบังคับแล้วหรือยัง |
| ประกาศตามมาตรา 120 | เฉพาะกรณีย้ายสถานประกอบกิจการที่กระทบการดำรงชีวิตตามปกติ · ปิดประกาศในที่เปิดเผยไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันย้าย | ลูกจ้างมีเวลาตัดสินใจตามสิทธิหรือไม่ |
| ตารางคำนวณเงิน | ค่าชดเชยตามมาตรา 118 · ค่าชดเชยพิเศษตามมาตรา 121 และ 122 ถ้าเข้ากรณี · สินจ้างแทนการบอกกล่าว · วันหยุดพักผ่อนคงเหลือ | จ่ายครบและทันกำหนดหรือไม่ |
| บันทึกทางเลือกที่พิจารณาแล้ว | เช่น ลดเวลาทำงาน ย้ายแผนก ไม่ต่อสัญญาผู้รับเหมา หรือเปิดโครงการสมัครใจลาออก พร้อมเหตุผลที่ไม่เลือกทางนั้น | บริษัทพยายามหลีกเลี่ยงการเลิกจ้างแล้วหรือยัง |
แถวสุดท้ายเป็นแถวที่บริษัทไทยมักไม่ทำ แต่เป็นเอกสารที่มีน้ำหนักมากในประเด็นความเป็นธรรม เพราะแสดงว่าการเลิกจ้างเป็นทางเลือกสุดท้ายจริง ไม่ใช่ทางแรกที่นึกถึง · ตัวบทของทุกมาตราที่อ้างถึงตรวจได้ที่ฐานข้อมูลกฎหมายแรงงาน กระทรวงแรงงาน โดยเฉพาะอัตราค่าชดเชยพิเศษตามมาตรา 120 ซึ่งควรตรวจถ้อยคำในตัวบทฉบับล่าสุดก่อนนำไปคำนวณ
เกณฑ์คัดเลือกที่ใช้ได้กับที่เป็นความเสี่ยง
- ใช้ได้ — เกณฑ์ที่ผูกกับความจำเป็นของงานใหม่ เช่น ทักษะที่ตำแหน่งใหม่ต้องใช้ ใบรับรองที่จำเป็นตามกฎหมาย หรือความสามารถในการทำงานหลายหน้าที่
- ใช้ได้ถ้าออกแบบดี — ผลงานย้อนหลังที่มีเอกสารประเมินรองรับจริง และใช้เกณฑ์เดียวกับทุกคนในตำแหน่งนั้น
- เสี่ยงสูง — เกณฑ์ที่ทำให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งถูกเลือกออกกระจุกตัว เช่น อายุงานยาว อายุมาก หรือค่าจ้างสูง โดยไม่มีเหตุผลที่ผูกกับงาน
- เสี่ยงสูงมาก — เกณฑ์ที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ การลาป่วย การเป็นสมาชิกสหภาพ หรือการเคยร้องเรียน
- ต้องตรวจก่อนเสมอ — กรณีมีพนักงานที่เป็นกรรมการลูกจ้าง เพราะมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ห้ามเลิกจ้างกรรมการลูกจ้าง เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาลแรงงาน
ลำดับการดำเนินการที่ปลอดภัย
- จัดกรณีให้ถูกก่อน ว่าเข้ามาตรา 121 มาตรา 120 หรือเป็นเหตุทางธุรกิจทั่วไป เพราะกรอบเวลาต่างกันมาก
- ทำเอกสารเหตุผลและผังตำแหน่งให้เสร็จก่อนแตะรายชื่อคน และลงวันที่ตามความจริง
- กำหนดเกณฑ์คัดเลือกเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วให้คะแนนทุกคนในตำแหน่งนั้นด้วยเกณฑ์เดียวกัน
- ตรวจรายชื่อที่ได้ว่ามีการกระจุกตัวหรือไม่ และมีใครอยู่ในกลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษหรือเปล่า
- นับวันย้อนกลับจากวันที่ต้องการให้มีผล เพื่อดูว่าต้องเริ่มแจ้งเมื่อใด โดยเฉพาะกรณี 60 วันตามมาตรา 121
- คำนวณเงินทุกก้อนและวางกำหนดจ่าย ให้ทันกรอบตามมาตรา 70 วรรคสอง แล้วร่างหนังสือเลิกจ้างโดยระบุเหตุที่พิสูจน์ได้ ดูจุดที่ต้องตรวจก่อนเซ็นหนังสือเลิกจ้าง
กรณีแบบไหนที่ควรปรึกษาทนายก่อน
- การลดคนเกี่ยวข้องกับการนำเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีใหม่เข้ามา ซึ่งอาจเข้ามาตรา 121
- บริษัทจะย้ายโรงงานหรือย้ายสถานประกอบกิจการ
- มีพนักงานที่เป็นกรรมการลูกจ้าง สมาชิกสหภาพ หรือเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง
- มีพนักงานอายุงานเกิน 6 ปีหลายคน ซึ่งอาจมีสิทธิได้ค่าชดเชยพิเศษเพิ่มตามมาตรา 122
- บริษัทอาจต้องรับคนใหม่ในตำแหน่งใกล้เคียงภายในปีเดียวกัน
- ต้องการเสนอโครงการสมัครใจลาออกหรือข้อตกลงยุติสัญญาจ้าง ควบคู่กัน ดูสิ่งที่ข้อตกลงยุติสัญญาจ้างควรมี
สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม ช่วยอะไรได้บ้าง
ทีมทนายคดีแรงงานของเรารับวางลำดับขั้นตอนและร่างเอกสารทั้งชุดสำหรับการปรับโครงสร้างลดคน ตั้งแต่จัดกรณีว่าเข้ามาตราใด ออกแบบเกณฑ์คัดเลือกที่อธิบายได้ ร่างหนังสือแจ้งพนักงานตรวจแรงงาน ไปจนถึงตารางคำนวณเงินทุกก้อนและปฏิทินนับวันย้อนกลับ
จุดที่สำนักงานเน้นเป็นพิเศษคือการจัดระบบเอกสารและพยานหลักฐานตั้งแต่ต้น เพราะกรณีปรับโครงสร้างมีกรอบเวลาบังคับที่ยาวถึงสองเดือน การเริ่มช้าไปหนึ่งสัปดาห์อาจทำให้บริษัทต้องจ่ายเพิ่มอีกก้อนโดยไม่จำเป็น
สรุป
การปรับโครงสร้างลดคนไม่ได้ตัดสินกันที่เหตุผลทางธุรกิจมีจริงหรือไม่ แต่ตัดสินที่วิธีเลือกคนอธิบายได้หรือเปล่า และบริษัททำตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดครบหรือยัง โดยเฉพาะกรณีที่เข้ามาตรา 121 ซึ่งต้องแจ้งทั้งลูกจ้างและพนักงานตรวจแรงงานล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน และกรณีย้ายสถานประกอบกิจการตามมาตรา 120 ซึ่งต้องปิดประกาศล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ลำดับที่ปลอดภัยคือตัดสินใจที่ตำแหน่งก่อนแล้วค่อยมาที่ตัวบุคคล ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และขั้นตอนคดีที่ศาลยุติธรรม โดยควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนนำไปใช้ทุกครั้ง
หากบริษัทกำลังจะยุบแผนก ย้ายโรงงาน นำเครื่องจักรใหม่เข้ามา หรือลดจำนวนพนักงาน ควรให้ฝ่ายกฎหมายตรวจเอกสารก่อนดำเนินการ เพราะความเสี่ยงส่วนใหญ่เกิดจากเอกสารที่จัดทำไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เฉพาะวันที่เกิดข้อพิพาท ปรึกษาทีมทนายของสำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม โทร 081-327-8551 | LINE @995iqtpa หรือนัดหมายปรึกษาที่นี่
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 121 ⭐ — กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างเพราะปรับปรุงหน่วยงาน กระบวนการผลิต การจำหน่าย หรือการบริการ อันเนื่องมาจากการนำเครื่องจักรมาใช้หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรหรือเทคโนโลยี ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องลดจำนวนลูกจ้าง ต้องแจ้งลูกจ้างและพนักงานตรวจแรงงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน ก่อนวันที่จะเลิกจ้าง · หากไม่แจ้ง ต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 60 วัน
- มาตรา 122 ⭐ — กรณีตามมาตรา 121 ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 6 ปีขึ้นไป มีสิทธิได้รับค่าชดเชยพิเศษเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 15 วันต่อการทำงานครบ 1 ปี แต่รวมแล้วไม่เกินค่าจ้างอัตราสุดท้าย 360 วัน
- มาตรา 120 ⭐ — กรณีนายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการไปตั้ง ณ สถานที่อื่น อันมีผลกระทบสำคัญต่อการดำรงชีวิตตามปกติของลูกจ้างหรือครอบครัว ต้องปิดประกาศแจ้งให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันย้าย ณ ที่เปิดเผยที่ลูกจ้างเห็นได้ชัดเจน · ลูกจ้างที่ไม่ประสงค์จะไปทำงานมีสิทธิบอกเลิกสัญญาจ้างและได้รับค่าชดเชยพิเศษ (⚠️ อัตราค่าชดเชยพิเศษและกรอบเวลาที่แน่นอน ควรตรวจถ้อยคำในตัวบทฉบับล่าสุดก่อนนำไปคำนวณ)
- มาตรา 118 — ค่าชดเชยตามอายุงานเป็นขั้นบันได ขั้นสูงสุด 20 ปีขึ้นไป 400 วัน ตามฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562 · การปรับโครงสร้างไม่ได้ทำให้พ้นหน้าที่จ่ายค่าชดเชย
- มาตรา 119 วรรคท้าย — ถ้าไม่ระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุที่เลิกจ้างไว้ในหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้าง หรือไม่ได้แจ้งเหตุขณะเลิกจ้าง จะยกเหตุนั้นขึ้นอ้างในภายหลังไม่ได้
- มาตรา 17 วรรคสอง และ มาตรา 17/1 — ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งรอบการจ่ายค่าจ้าง มิฉะนั้นต้องจ่ายเงินแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า · เป็นคนละก้อนกับค่าชดเชยพิเศษตามมาตรา 121
- มาตรา 70 วรรคสอง และ มาตรา 9 — กรณีเลิกจ้าง ให้จ่ายค่าจ้างและเงินที่กำหนดภายในสามวันนับแต่วันที่เลิกจ้าง · ผิดนัดต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี
- มาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ⭐ — ห้ามนายจ้างเลิกจ้าง ลดค่าจ้าง หรือลงโทษกรรมการลูกจ้าง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลแรงงาน · ต้องตรวจรายชื่อก่อนเสมอในการลดคนทุกครั้ง
- มาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 — การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม เป็นคนละประเด็นกับค่าชดเชย · เกณฑ์คัดเลือกที่อธิบายไม่ได้เป็นความเสี่ยงหลักในประเด็นนี้
คำถามที่พบบ่อย
ปรับโครงสร้างลดคน ต้องแจ้งราชการล่วงหน้าไหม
ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ถ้าการลดคนเกิดจากการนำเครื่องจักรมาใช้หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีจนต้องลดจำนวนลูกจ้าง มาตรา 121 กำหนดให้ต้องแจ้งทั้งลูกจ้างและพนักงานตรวจแรงงานล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน หากไม่แจ้งต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้าง 60 วัน แต่ถ้าลดคนด้วยเหตุทางธุรกิจอื่น เช่น ยอดขายตกหรือยุบสายงาน จะไม่มีหน้าที่แจ้งตามมาตรานี้
ค่าชดเชยพิเศษตามมาตรา 122 คิดอย่างไร
ใช้กับกรณีตามมาตรา 121 โดยลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 6 ปีขึ้นไปมีสิทธิได้ค่าชดเชยพิเศษเพิ่มไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 15 วันต่อการทำงานครบหนึ่งปี แต่รวมแล้วไม่เกินค่าจ้างอัตราสุดท้าย 360 วัน เงินก้อนนี้เป็นคนละส่วนกับค่าชดเชยตามมาตรา 118 บริษัทจึงต้องคำนวณทั้งสองก้อนแยกกันและตั้งงบให้ครบ
เกณฑ์คัดเลือกว่าใครออก ควรใช้อะไร
เกณฑ์ที่ปลอดภัยที่สุดคือเกณฑ์ที่ผูกกับความจำเป็นของงานหลังปรับโครงสร้าง เช่น ทักษะที่ตำแหน่งใหม่ต้องใช้ หรือใบรับรองที่จำเป็นตามกฎหมาย และต้องกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ก่อนให้คะแนน แล้วใช้เกณฑ์เดียวกันกับทุกคนในตำแหน่งนั้น ส่วนเกณฑ์ที่ทำให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งถูกเลือกออกกระจุกตัว เช่น อายุงานยาวหรือค่าจ้างสูง โดยไม่มีเหตุผลผูกกับงาน เป็นความเสี่ยงสูง
ปรับโครงสร้างแล้วรับคนใหม่ในตำแหน่งเดิมได้ไหม
เป็นจุดที่มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะเป็นข้อโต้แย้งที่มีน้ำหนักที่สุดว่าเหตุผลทางธุรกิจไม่จริง ถ้าจำเป็นต้องรับคนในภายหลัง ควรมีเอกสารอธิบายให้ชัดว่าตำแหน่งใหม่ต่างจากตำแหน่งเดิมอย่างไร ทั้งขอบเขตงาน ทักษะที่ต้องใช้ และเหตุผลที่ความต้องการเปลี่ยนไป และควรปรึกษาก่อนประกาศรับสมัคร
ย้ายโรงงานไปจังหวัดอื่น ถือเป็นการเลิกจ้างไหม
ไม่ใช่การเลิกจ้างโดยตัวมันเอง แต่มาตรา 120 กำหนดหน้าที่เฉพาะเมื่อการย้ายสถานประกอบกิจการมีผลกระทบสำคัญต่อการดำรงชีวิตตามปกติของลูกจ้างหรือครอบครัว คือต้องปิดประกาศแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันย้าย และลูกจ้างที่ไม่ประสงค์จะไปทำงานมีสิทธิบอกเลิกสัญญาจ้างและได้รับค่าชดเชยพิเศษ รายละเอียดอัตราและกรอบเวลาควรตรวจตัวบทฉบับล่าสุดก่อนดำเนินการ
สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายแรงงาน
สัญญาจ้างหัวหน้างานกับพนักงานทั่วไป ต่างกันตรงไหน 8 ข้อที่ต้องแยก ฉบับทนาย ปี 2569
สัญญาจ้างหัวหน้างานต่างจากพนักงานทั่วไปที่อำนาจและความรับผิดชอบ ไม่ใช่เงินเดือน รวม 8 ข้อที่ต้องแยก
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 8 นาที
กฎหมายแรงงาน
สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลา ใช้ผิดอาจกลายเป็นต้องจ่ายค่าชดเชย — งานแบบไหนถึงใช้ได้ ฉบับทนาย ปี 2569
สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาที่ได้รับยกเว้นค่าชดเชยมีเงื่อนไขแคบมาก ใช้ผิดประเภทอาจต้องจ่ายเต็มตามอายุงาน
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 8 นาที
กฎหมายแรงงาน
สัญญาจ้างผู้บริหารควรเขียนเรื่องโบนัส KPI ความลับ และการยุติสัญญาอย่างไร ฉบับทนาย ปี 2569
สัญญาจ้างผู้บริหารที่เขียนกว้างเกินไป มักบังคับใช้ไม่ได้ในวันที่ต้องใช้จริง รวม 8 เรื่องที่ต้องออกแบบตั้งแต่วันรับเข้า
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 9 นาที
ปรึกษาทนายคดีแรงงานของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ