จะเสนอ Separation Package ให้พนักงานออก ควรใช้เอกสารอะไรแทนการให้เขียนใบลาออก

สรุปประเด็นสำคัญ
เมื่อบริษัทจะเสนอSeparation Package วิธีที่พบบ่อยคือให้พนักงานเขียนใบลาออกแล้วจ่ายเงินก้อนให้ แต่วิธีนี้ไม่ได้เปลี่ยนข้อเท็จจริงว่าฝ่ายใดเป็นผู้ริเริ่มให้ออก หากภายหลังพนักงานยื่นเรื่องต่อพนักงานตรวจแรงงานตามมาตรา 123 หรือฟ้องต่อศาลแรงงาน บริษัทจะอยู่ในฐานะที่อธิบายยาก เพราะมีเงินจ่ายจริงแต่เอกสารบอกว่าลาออกเอง
ควรใช้ชุดเอกสาร 4 ฉบับที่อธิบายข้อเสนอ เงินแต่ละรายการ และความสมัครใจให้ตรงกัน หากมีข้อพิพาทที่มีอยู่หรืออาจเกิดขึ้นและทั้งสองฝ่ายต่างยอมผ่อนผัน อาจใช้สัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 ถึง 852 โดยต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือตามมาตรา 851 และระบุขอบเขตสิทธิเรียกร้องที่ตกลงระงับให้ชัด
การเสนอSeparation Packageแล้วขอให้พนักงานเขียนใบลาออก เป็นทางที่บริษัทคิดถึงเป็นอันดับแรกเมื่อต้องการให้คนหนึ่งออกโดยไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะดูเรียบร้อยกว่าและไม่มีคำว่าเลิกจ้างอยู่ในเอกสาร แต่วิธีนี้เป็นวิธีที่ปิดความเสี่ยงได้น้อยที่สุด บทความนี้อธิบายว่าทำไม และควรใช้เอกสารชุดใดแทน
ทำไมใบลาออกไม่ช่วยปิดความเสี่ยง
เหตุผลข้อแรกคือข้อเท็จจริงไม่ได้เปลี่ยนตามชื่อเอกสาร หากบริษัทเป็นฝ่ายเรียกคุย เสนอเงื่อนไข และกำหนดวันสุดท้ายของการทำงาน สิ่งที่เกิดขึ้นคือการที่นายจ้างเป็นฝ่ายริเริ่มให้พนักงานพ้นสภาพ การมีใบลาออกอยู่ในแฟ้มไม่ได้ลบสิ่งเหล่านั้น และมักมีร่องรอยอยู่ในอีเมล ข้อความ หรือคำบอกเล่าของผู้ที่อยู่ในห้องประชุม
เหตุผลข้อที่สองคือความไม่สอดคล้องกันเองของเอกสาร เมื่อพนักงานลาออกเอง คำถามที่ตามมาคือแล้วเงินก้อนที่บริษัทจ่ายให้คืออะไร จ่ายด้วยเหตุใด และคำนวณจากฐานใด หากพนักงานยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานตามมาตรา 123 หรือฟ้องต่อศาลแรงงาน ความไม่สอดคล้องนี้จะกลายเป็นประเด็นแรกที่ถูกหยิบขึ้นมา และหากปรากฏว่าเป็นการเลิกจ้าง บริษัทยังต้องรับผิดชอบค่าชดเชยตามมาตรา 118 อยู่ดี โดยเงินที่จ่ายไปแล้วจะนำมาหักได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับถ้อยคำในเอกสารที่ทำไว้
Separation Package ควรใช้ชุดเอกสาร 4 ฉบับนี้แทน
| # | เอกสาร | ทำหน้าที่อะไร |
|---|---|---|
| 1 | หนังสือเสนอเงื่อนไขการยุติสัญญาจ้าง | ระบุข้อเสนอทั้งหมดเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมกำหนดเวลาให้พิจารณาที่สมเหตุสมผล การให้เวลาพิจารณาเป็นสิ่งที่แสดงว่าไม่ได้กดดัน ซึ่งสำคัญต่อความสมบูรณ์ของความยินยอม |
| 2 | ตารางคำนวณเงินแต่ละรายการ | แยกสิทธิที่ถึงกำหนดแล้ว เงินที่คำนวณไว้สำหรับกรณีเลิกจ้าง และเงินเพิ่มพิเศษตามข้อเสนอ หากข้อเท็จจริงเป็นการเลิกจ้าง ต้องแสดงค่าชดเชยตามมาตรา 118และเงินแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 และ 17/1ให้ชัด |
| 3 | ข้อตกลงยุติสัญญาจ้างหรือสัญญาประนีประนอมยอมความ | เลือกประเภทให้ตรงข้อเท็จจริง หากใช้สัญญาประนีประนอมยอมความ ต้องมีข้อพิพาทที่มีอยู่หรืออาจเกิดขึ้น มีการยอมผ่อนผันของทั้งสองฝ่าย และมีหลักฐานเป็นหนังสือตามมาตรา 850 ถึง 852 |
| 4 | บันทึกการส่งมอบงานและคืนทรัพย์สิน | ระบุรายการที่ส่งมอบ สิทธิเข้าถึงระบบที่ถูกยกเลิก และข้อผูกพันเรื่องความลับที่ยังมีผลต่อไป แยกเป็นเอกสารต่างหากเพื่อไม่ให้ปะปนกับเรื่องเงิน |
ฉบับที่ 3 เป็นฉบับที่ทำหน้าที่ปิดความเสี่ยง แต่จะปิดได้เพียงใดขึ้นอยู่กับถ้อยคำที่ใช้ จุดที่ต้องระวังคือขอบเขตของข้อพิพาทที่ตกลงระงับ ต้องเขียนให้ชัดว่าครอบคลุมเรื่องใดบ้าง และต้องไม่เขียนเกินไปจนกลายเป็นการให้สละสิทธิที่สละไม่ได้ รายละเอียดของเอกสารฉบับนี้ดูเพิ่มที่สิ่งที่ข้อตกลงยุติสัญญาจ้างต้องมี
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดตรงไหน
มีใบลาออกแล้วไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
หากข้อเท็จจริงคือนายจ้างเป็นฝ่ายให้ออก หน้าที่จ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118 ยังคงอยู่ จ่ายเงินก้อนไปแล้วแต่ยังถูกเรียกค่าชดเชยอีก เพราะเอกสารไม่ได้ระบุว่าเงินก้อนนั้นคือค่าชดเชย
เขียนในเอกสารว่าลาออกโดยสมัครใจก็เพียงพอ
ถ้อยคำในเอกสารกับข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้เป็นคนละเรื่อง และหลักฐานอื่นมักปรากฏอยู่ในอีเมลหรือข้อความที่บริษัทส่งเอง เสียความน่าเชื่อถือของเอกสารทั้งชุด
ให้เซ็นในวันเดียวกับที่คุยจะได้จบเร็ว
การไม่ให้เวลาพิจารณาเป็นจุดที่ถูกหยิบมาโต้แย้งเรื่องความสมัครใจ เอกสารที่ทำมาอย่างดีถูกโต้แย้งที่กระบวนการแทน
เขียนให้สละสิทธิทุกอย่างไว้ก่อน ครอบคลุมดีกว่า
ข้อที่กว้างเกินไปหรือให้สละสิทธิที่สละไม่ได้ อาจใช้บังคับไม่ได้ในส่วนนั้น และยังเสี่ยงถูกพิจารณาตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 หากมีข้อจำกัดการประกอบอาชีพรวมอยู่ด้วย ข้อที่ตั้งใจให้ครอบคลุมกลับทำให้ทั้งฉบับถูกตั้งคำถาม
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม
คนทั่วไปมักเข้าใจว่า การให้พนักงานเขียนใบลาออกเป็นการรักษาหน้าให้ทั้งสองฝ่าย บริษัทไม่ต้องมีประวัติเลิกจ้าง พนักงานก็ไม่ต้องมีคำว่าถูกให้ออกในเรซูเม่ จึงเป็นทางออกที่ดีต่อทุกคน
ในทางคดี คำถามไม่ใช่ว่าเอกสารเขียนว่าอะไร แต่คือใครเป็นฝ่ายริเริ่มให้ความสัมพันธ์สิ้นสุดลง และคำตอบพิสูจน์ได้จากลำดับเหตุการณ์ ไม่ใช่จากชื่อเอกสาร เมื่อบริษัทเป็นฝ่ายเรียกคุย เสนอเงิน และกำหนดวันสุดท้าย ทั้งสามอย่างนี้ชี้ไปทางเดียวกัน
จุดที่ควรตรวจ ความเสี่ยงที่ประเมินต่ำที่สุดคือร่องรอยที่บริษัทสร้างไว้เองก่อนถึงวันเซ็น อีเมลนัดหมายที่ระบุหัวข้อว่าหารือการยุติการจ้าง ข้อความที่หัวหน้าส่งบอกว่าให้เตรียมตัว บันทึกการประชุมภายในที่ระบุชื่อพนักงานในรายการที่จะให้ออก และคำสั่งให้ฝ่ายไอทีเตรียมปิดสิทธิเข้าถึงระบบ เอกสารเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นก่อนใบลาออกหลายวันหรือหลายสัปดาห์ และเป็นสิ่งที่ขอให้ศาลเรียกดูได้
แนวทางดำเนินการ คือบันทึกให้ตรงว่าบริษัทกำลังเสนอการยุติสัญญาจ้างโดยความตกลง คำนวณสิทธิที่อาจเกิดขึ้นหากเป็นการเลิกจ้าง แยกเงินเพิ่มพิเศษ และเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายพิจารณา หากมีองค์ประกอบของการประนีประนอมยอมความจึงใช้สัญญาประเภทนั้น พร้อมระบุข้อพิพาทและสิทธิเรียกร้องที่ตกลงระงับอย่างเจาะจง
ลำดับการทำงานที่ปลอดภัย
- คำนวณต้นทุนตามกฎหมายให้ครบก่อนเจรจา ทั้งค่าชดเชยตามมาตรา 118 ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างค้างจ่าย และค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังไม่ได้ใช้
- กำหนดเงินเพิ่มพิเศษที่บริษัทยินดีจ่าย โดยแยกออกจากรายการตามกฎหมายให้ชัดในเอกสาร
- ยื่นข้อเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมกำหนดเวลาพิจารณา และแจ้งว่าพนักงานปรึกษาผู้อื่นได้
- เจรจาโดยไม่กดดันและบันทึกสาระของการพูดคุยไว้ ทั้งกรณีตกลงและไม่ตกลง
- ทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้ครบตามมาตรา 851 คือมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อ พร้อมระบุขอบเขตข้อพิพาทที่ระงับให้ชัด
- จ่ายเงินตามกำหนดและเก็บหลักฐานการจ่าย พร้อมบันทึกการส่งมอบงานและคืนทรัพย์สิน
กรณีแบบไหนที่ควรให้ทนายตรวจก่อนเสนอ
- พนักงานมีอายุงานมากจนค่าชดเชยอยู่ในขั้นสูง ซึ่งทำให้ตัวเลขที่เจรจาต่างกันมาก
- พนักงานเป็นกรรมการลูกจ้าง ซึ่งมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 กำหนดให้การเลิกจ้างต้องได้รับอนุญาตจากศาลแรงงานก่อน
- พนักงานอยู่ระหว่างตั้งครรภ์ ลาป่วย หรือเพิ่งยื่นเรื่องร้องเรียน
- จะเสนอพร้อมกันหลายคน ซึ่งอาจถูกมองว่าเป็นการลดคนและมีขั้นตอนเพิ่ม ดูเอกสารที่ต้องเตรียมเมื่อปรับโครงสร้างลดคน
- ต้องการใส่ข้อห้ามแข่งขันหรือข้อผูกพันหลังพ้นสภาพไว้ในข้อตกลง
- เคยมีข้อพิพาทหรือการร้องเรียนกับพนักงานคนนั้นมาก่อน
- พนักงานปฏิเสธข้อเสนอและบริษัทกำลังพิจารณาเลิกจ้างต่อ ดูวิธีเขียนหนังสือเลิกจ้างให้รัดกุม
เริ่ม Separation Package ด้วย Option Map
ก่อนเสนอแพ็กเกจ นายจ้างควรเปรียบเทียบทางเลือกที่ทำได้จริง เช่น ทำงานต่อพร้อมแก้ปัญหา โยกย้ายโดยยินยอม เลิกจ้างตามฐานที่เกี่ยวข้อง หรือยุติโดยข้อตกลง แต่ละทางเลือกมีต้นทุน เวลา ผลต่อทีม และความเสี่ยงต่างกัน เอกสารจะน่าเชื่อถือขึ้นเมื่อข้อเสนอเกิดจากการประเมินทางเลือก ไม่ใช่ใช้ใบลาออกเป็นคำตอบสำเร็จรูป
| ทางเลือก | ข้อมูลที่ต้องมี | จุดตัดสินใจ |
|---|---|---|
| ทำงานต่อ | ปัญหาที่ต้องแก้ ทรัพยากร ผู้รับผิดชอบ และช่วงทบทวน | ยังมีงานและความสัมพันธ์ที่แก้ไขได้หรือไม่ |
| โยกย้ายหรือปรับหน้าที่ | ตำแหน่งว่าง ค่าตอบแทน สถานที่ และความยินยอมที่จำเป็น | เงื่อนไขใหม่ทำได้จริงและไม่ลดสิทธิโดยพลการหรือไม่ |
| เลิกจ้าง | ฐานเหตุ ขั้นตอน วันสิ้นสุด และยอดสิทธิ | เอกสารและพยานรองรับเหตุเพียงพอหรือไม่ |
| ยุติโดยข้อตกลง | ข้อเรียกร้องที่ต้องการยุติ ประโยชน์เพิ่ม และเวลาพิจารณา | ทั้งสองฝ่ายมีข้อมูลและตัดสินใจโดยสมัครใจหรือไม่ |
ทำ Payment Waterfall ให้เห็นที่มาของทุกยอด
ตารางชำระเงินควรเรียงจากสิทธิที่เกิดขึ้นแล้ว ไปยังยอดตามฐานการสิ้นสุด และประโยชน์เพิ่มเติมจากการเจรจา พร้อมระบุฐานคำนวณ ภาษี วันจ่าย และเงื่อนไขของแต่ละรายการ อย่าใช้คำว่า “เงินก้อนสุดท้าย” เพียงรายการเดียว เพราะทำให้ตรวจไม่ได้ว่ามีค่าจ้าง วันลา ค่าชดเชย หรือเงินอื่นตกหล่นหรือไม่
- ยืนยันข้อมูลตั้งต้นจากสัญญา สลิปเงินเดือน ประวัติวันลา และรอบจ่าย
- ให้ผู้จัดทำกับผู้ตรวจใช้สูตรเดียวกันและลงชื่อในตารางตรวจ
- แยกยอดที่บริษัทมีหน้าที่จ่ายออกจากยอดที่เสนอเพิ่มเติม
- กระทบยอดวันที่ในข้อตกลง หนังสือสิ้นสุดงาน ระบบเงินเดือน และเอกสารภาษี
วางกระบวนการเจรจาที่พิสูจน์ความสมัครใจ
ผู้เสนอควรอธิบายเหตุผล ทางเลือก ยอดเงิน และสิ่งที่ลูกจ้างต้องปฏิบัติ ส่งร่างให้พิจารณา เปิดโอกาสให้ถามหรือขอคำปรึกษา และเก็บประวัติการแก้ไข ไม่ควรให้ผู้บังคับบัญชาหลายคนกดดันพร้อมกัน หรือผูกเงินที่ถึงกำหนดอยู่แล้วกับการเซ็นสละสิทธิ
กรณีที่ต้องหยุดและทบทวนก่อนเดินหน้า
- เหตุสิ้นสุดงานในเอกสารแต่ละฉบับไม่ตรงกัน
- ผู้เสนออธิบายไม่ได้ว่าเงินส่วนเพิ่มแลกกับการยุติข้อพิพาทใด
- ลูกจ้างอยู่ในภาวะที่อาจเข้าใจเอกสารไม่ได้ หรือขอเวลาพิจารณาแต่ถูกปฏิเสธ
- มีข้อร้องเรียนเรื่องเลือกปฏิบัติ การตอบโต้ผู้ร้องเรียน หรือข้อมูลทุจริตที่ยังไม่ถูกตรวจ
- บริษัทต้องการลงวันที่ย้อนหลังหรือขอใบลาออกเปล่าไว้ก่อน
หลังลงนามควรมี Closing Checklist ครอบคลุมการจ่ายเงิน การส่งมอบสำเนา การคืนทรัพย์สิน การปิดสิทธิระบบ หนังสือรับรองการทำงาน ผู้ติดต่อเรื่องภาษี และการเก็บแฟ้ม หากข้อใดทำไม่เสร็จให้มีเจ้าของงานและกำหนดวัน ไม่ปล่อยให้ข้อตกลงจบที่ลายมือชื่อ
ทำ Option Memo ก่อนเปิดการเจรจา
Memo ควรสรุปทางเลือกที่บริษัทมี ฐานข้อเท็จจริง ต้นทุน สิ่งที่ต้องการจากข้อตกลง และขอบเขตที่ผู้เจรจาอนุมัติได้ ผู้เจรจาจึงตอบข้อเสนอได้โดยไม่ให้คำมั่นเกินอำนาจ หากมีข้อมูลใหม่ที่เปลี่ยนฐานของเรื่อง ต้องหยุดและนำกลับไปขออนุมัติ
| หัวข้อ | สิ่งที่ต้องกำหนด | เหตุที่ต้องกลับไปอนุมัติใหม่ |
|---|---|---|
| ยอดสิทธิเดิม | ฐานคำนวณและวันจ่าย | พบข้อมูลค่าจ้างหรืออายุงานต่างจากเดิม |
| ข้อเสนอเพิ่มเติม | ช่วงอำนาจเจรจาและเงื่อนไข | คู่เจรจาขอเปลี่ยนโครงสร้างการจ่าย |
| หน้าที่หลังสิ้นสุด | ทรัพย์สิน ข้อมูล และการส่งมอบ | พบทรัพย์สินหรือโครงการที่ไม่อยู่ในบัญชี |
| การสื่อสาร | ผู้แจ้งทีม ลูกค้า และคู่ค้า | ขอข้อความที่อาจกระทบชื่อเสียงหรือสิทธิ |
Red-Team Separation Package
- ชื่อเหตุสิ้นสุดในข้อตกลง หนังสือรับรอง ระบบเงินเดือน และประกันสังคมตรงกันหรือไม่
- ยอดที่ถึงกำหนดถูกแยกจากเงินเพิ่มเติมหรือไม่
- ลูกจ้างมีเวลาพิจารณาและขอข้อมูลคำนวณหรือไม่
- ข้อกำหนดรักษาความลับครอบคลุมข้อมูลที่ระบุได้จริงหรือกว้างเกินไป
- บริษัทปฏิบัติตามเงื่อนไขของตนได้ในวันที่ระบุหรือไม่
แฟ้มจำลอง: ผู้บริหารเสนอใบลาออกพร้อมเงินก้อน
การประชุมเริ่มจากบริษัทแจ้งว่าไม่มีตำแหน่งให้ทำต่อและยื่นใบลาออกที่กรอกวันไว้แล้ว ต่อให้มีเงินเพิ่ม เอกสารยังถูกโต้แย้งได้ว่าใครเป็นฝ่ายทำให้การจ้างสิ้นสุด ควรหยุดใช้ใบลาออก อธิบายทางเลือกตามข้อเท็จจริง และหากทั้งสองฝ่ายต้องการยุติโดยข้อตกลง ให้ร่างเอกสารที่บอกการเจรจาและยอดแต่ละส่วนตรงไปตรงมา
วันปิดแพ็กเกจต้องมี Command Sheet
Command Sheet หนึ่งหน้าใช้คุมเวลา ผู้เข้าร่วม เอกสาร เงิน ทรัพย์สิน ระบบ และการสื่อสาร แต่ละงานมีเจ้าของและหลักฐานปิด ห้ามปิดสิทธิระบบก่อนลูกจ้างได้รับเอกสารตามแผน เว้นแต่มีเหตุรักษาความปลอดภัยที่บันทึกไว้ การจ่ายและการส่งมอบสำเนาต้องมีผู้ตรวจคนที่สองยืนยัน
สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม ช่วยอะไรได้บ้าง
ทีมทนายคดีแรงงานของเรารับออกแบบและร่างชุดเอกสารSeparation Packageครบทั้งสี่ฉบับ พร้อมคำนวณต้นทุนตามกฎหมายให้ก่อนเริ่มเจรจา เพื่อให้บริษัทรู้ตัวเลขขั้นต่ำและขั้นสูงตั้งแต่ต้น และรู้ว่าเงินเพิ่มพิเศษที่จะเสนอนั้นซื้ออะไรกลับมาได้จริงบ้าง
จุดที่สำนักงานเน้นเป็นพิเศษคือประเมินความคุ้มค่าให้ก่อนเริ่มดำเนินการ โดยเปรียบเทียบต้นทุนของการยุติโดยข้อตกลงกับต้นทุนของแนวทางอื่นอย่างตรงไปตรงมา รวมถึงกรณีที่การเลิกจ้างตามปกติพร้อมจ่ายค่าชดเชยให้ถูกต้อง อาจเป็นทางที่เรียบง่ายกว่าและมีความเสี่ยงต่ำกว่า
สรุป
การเสนอSeparation Packageควรใช้เอกสารที่ตรงกับลำดับเหตุการณ์ แยกสิทธิและเงินแต่ละรายการ และแสดงความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย หากข้อเท็จจริงเป็นการเลิกจ้างต้องคำนวณสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานให้ครบ หากเป็นการตกลงยุติสัญญาและมีข้อพิพาทที่ต่างฝ่ายต่างยอมผ่อนผัน อาจใช้สัญญาประนีประนอมยอมความตามมาตรา 850 ถึง 852 ตัวบทพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานตรวจได้จากกระทรวงแรงงาน
หากบริษัทกำลังจะเสนอเงื่อนไขให้พนักงานยุติสัญญาจ้าง ควรให้ฝ่ายกฎหมายตรวจเอกสารก่อนดำเนินการ เพราะความเสี่ยงส่วนใหญ่เกิดจากเอกสารที่จัดทำไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เฉพาะวันที่เกิดข้อพิพาท ปรึกษาทีมทนายของสำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม โทร 081-327-8551 | LINE @995iqtpa หรือนัดหมายปรึกษาที่นี่
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ป.พ.พ มาตรา 850 : สัญญาประนีประนอมยอมความคือสัญญาซึ่งผู้เป็นคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน
- ป.พ.พ มาตรา 851 : สัญญาประนีประนอมยอมความต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดหรือลายมือชื่อตัวแทนของฝ่ายนั้น จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้
- ป.พ.พ มาตรา 852 : ผลของสัญญาประนีประนอมยอมความคือทำให้การเรียกร้องซึ่งแต่ละฝ่ายได้ยอมสละนั้นระงับสิ้นไป และทำให้แต่ละฝ่ายได้สิทธิตามที่แสดงไว้ในสัญญาว่าเป็นของตน
- พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 : ค่าชดเชยตามระยะเวลาทำงาน ซึ่งยังคงเป็นหน้าที่เมื่อข้อเท็จจริงคือนายจ้างเป็นฝ่ายให้ออก อัตราแต่ละขั้นดูบทความเรื่องค่าชดเชยตามอายุงาน
- มาตรา 17 และ 17/1 : หลักเกณฑ์การบอกกล่าวล่วงหน้าและการจ่ายเงินเมื่อเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ต้องแยกรายการนี้ออกจากเงินเพิ่มพิเศษในตารางคำนวณ
- มาตรา 119 : กำหนดเหตุที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยในกรณีเลิกจ้าง การตกลงยุติสัญญาจ้างต้องวิเคราะห์แยกจากเหตุยกเว้นตามมาตรานี้
คำถามที่พบบ่อย
ให้พนักงานเขียนใบลาออกแล้วจ่ายเงินก้อน ปลอดภัยไหม
เป็นวิธีที่ปิดความเสี่ยงได้น้อย เพราะชื่อเอกสารไม่ได้เปลี่ยนข้อเท็จจริงว่าฝ่ายใดเป็นผู้ริเริ่มให้พนักงานพ้นสภาพ หากบริษัทเป็นฝ่ายเรียกคุย เสนอเงื่อนไข และกำหนดวันสุดท้าย ร่องรอยเหล่านั้นมักปรากฏในอีเมลและบันทึกภายในอยู่แล้ว เมื่อพนักงานยื่นคำร้องตามมาตรา 123 หรือฟ้องต่อศาล ความไม่สอดคล้องระหว่างใบลาออกกับเงินก้อนที่จ่ายจะเป็นประเด็นแรกที่ถูกหยิบขึ้นมา
จ่ายเงินก้อนแล้ว ยังต้องจ่ายค่าชดเชยอีกไหม
ขึ้นอยู่กับว่าเอกสารระบุไว้อย่างไร หากตารางคำนวณและข้อตกลงระบุชัดว่าเงินส่วนใดคือค่าชดเชยตามมาตรา 118 ส่วนใดคือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และส่วนใดคือเงินเพิ่มพิเศษ ก็จะชัดเจนว่าบริษัทได้ปฏิบัติตามหน้าที่แล้ว แต่หากจ่ายเป็นเงินก้อนโดยไม่แยกรายการและเอกสารระบุว่าลาออกเอง จะอธิบายได้ยากว่าเงินนั้นครอบคลุมค่าชดเชยแล้วหรือไม่
สัญญาประนีประนอมยอมความต้องทำเป็นหนังสือไหม
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 851 สัญญาประนีประนอมยอมความต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดหรือตัวแทนของฝ่ายนั้น จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ ในทางปฏิบัติจึงควรทำเป็นเอกสารที่ทั้งสองฝ่ายลงชื่อพร้อมวันที่ และระบุขอบเขตข้อพิพาทที่ตกลงระงับให้ชัด เพราะมาตรา 852 กำหนดว่าผลคือระงับการเรียกร้องที่แต่ละฝ่ายได้ยอมสละ
ควรให้เวลาพิจารณานานแค่ไหน
กฎหมายไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ แต่ในทางปฏิบัติควรให้เวลาพอสมควรและระบุกำหนดไว้ในหนังสือเสนอเงื่อนไข เพราะการให้เซ็นทันทีในวันที่คุยกันเป็นจุดที่ถูกหยิบมาโต้แย้งเรื่องความสมัครใจได้ง่ายที่สุด นอกจากนี้ควรแจ้งให้ชัดว่าพนักงานปรึกษาผู้อื่นได้ และบันทึกไว้ว่าได้แจ้งแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันว่ากระบวนการไม่ได้กดดัน
พนักงานปฏิเสธข้อเสนอ ทำอย่างไรต่อ
ควรบันทึกไว้ว่าได้เสนอแล้วและพนักงานไม่ตกลง จากนั้นกลับไปพิจารณาทางเลือกตามปกติ ซึ่งอาจเป็นการให้ทำงานต่อ การปรับตำแหน่ง หรือการเลิกจ้างพร้อมจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118 ให้ครบถ้วน สิ่งที่ไม่ควรทำคือใช้การปฏิเสธข้อเสนอเป็นเหตุลงโทษหรือปรับเปลี่ยนเงื่อนไขในทางที่ไม่เป็นคุณ เพราะจะกลายเป็นประเด็นใหม่ที่หนักกว่าเรื่องเดิม
สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายแรงงาน
สัญญาประนีประนอมในศาลแรงงาน ต้องตรวจอะไรให้จบจริง
ตรวจขอบเขตเรื่องที่ยุติ อำนาจผู้ลงชื่อ ยอดและงวดชำระ พร้อมหน้าที่อื่นและผลผิดนัด แยกการถอนฟ้องจากคำพิพากษาตามยอมก่อนยืนยันฉบับสุดท้าย
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
กฎหมายแรงงาน
บันทึกส่งคืนทรัพย์สินบริษัท ต้องแยกจากเงินงวดสุดท้ายไหม
บันทึกรายการและสภาพของที่คืน พร้อมแยกงานรับอุปกรณ์จากการจ่ายเงินและความรับผิด ตรวจของขาด ผลตรวจช่างและหลักฐานก่อนสรุปว่าหักเงินได้
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
กฎหมายแรงงาน
หนังสือรับรองการทำงาน ต้องออกให้เมื่อไรและเขียนอะไร
แยกสิทธิเมื่อพ้นงานจากหนังสือรับรองสถานะปัจจุบัน ตรวจช่วงงาน หน้าที่และผู้ลงชื่อ พร้อมวิธีแก้ข้อมูลผิดโดยไม่ปนเงื่อนไขชำระหนี้หรือสละสิทธิ
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
ปรึกษาทนายคดีแรงงานของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ