081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

ใบเตือนพนักงานเขียนอย่างไรให้ใช้เป็นหลักฐานได้จริง: 8 องค์ประกอบที่ขาดไม่ได้

นายเอกราช ทิพย์แมม นายเอกราช ทิพย์แมมคดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน
เผยแพร่ อัปเดตล่าสุด อ่าน 12 นาที กฎหมายแรงงาน
ฝ่ายบุคคลยื่นใบเตือนพนักงานให้อ่านและรับทราบที่โต๊ะทำงานในโรงงาน

สรุปประเด็นสำคัญ

ใบเตือนพนักงานจะใช้เป็นฐานตามมาตรา 119 (4) ได้ ต้องครบสามเงื่อนไขพร้อมกัน คือเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม ต้องตักเตือนเป็นหนังสือ และหนังสือเตือนมีผลเพียงหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างกระทำผิด ไม่ใช่นับจากวันที่ออกเอกสาร ซึ่งเป็นจุดที่หลายบริษัทนับผิดมาตลอด

จุดที่ทำให้ใบเตือนใช้ไม่ได้บ่อยที่สุดคือเขียนกว้างจนพิสูจน์ไม่ได้ เช่น ระบุเพียงว่า "ปฏิบัติงานบกพร่อง" โดยไม่บอกว่าเกิดอะไร เมื่อใด และผิดข้อไหนของข้อบังคับ อีกจุดคือเรื่องที่เตือนไม่ใช่เรื่องเดียวกับความผิดที่จะใช้เป็นเหตุเลิกจ้าง ทำให้ใบเตือนที่มีอยู่ใช้ต่อไม่ได้

เอกสารที่ฝ่ายบุคคลออกบ่อยที่สุดคือใบเตือนพนักงาน แต่เอกสารที่ถูกโต้แย้งบ่อยที่สุดในชั้นพิจารณาก็คือใบเตือนเช่นกัน เพราะหลายบริษัทใช้แบบฟอร์มที่มีช่องให้กรอกเพียงไม่กี่บรรทัด แล้วเขียนสรุปสั้น ๆ ว่าพนักงานทำผิดอะไร บทความนี้รวม 8 องค์ประกอบที่ต้องมี พร้อมชี้จุดที่นับกรอบเวลาผิดกันมากที่สุด

ใบเตือนพนักงานมีผลทางกฎหมายอย่างไร

ใบเตือนไม่ได้มีผลลงโทษในตัวเอง แต่ทำหน้าที่เป็นเงื่อนไขก่อนหน้าของมาตรา 119 (4) ซึ่งกำหนดว่านายจ้างจะเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยเพราะลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งได้ ต่อเมื่อข้อบังคับหรือคำสั่งนั้นชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว

ตัวบทยังกำหนดกรอบเวลาไว้ด้วยว่าหนังสือเตือนมีผลหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างกระทำผิด จุดนี้สำคัญมากเพราะบริษัทส่วนใหญ่บันทึกเฉพาะวันที่ออกใบเตือน ทำให้ตอบไม่ได้ว่าอยู่ในกรอบหรือไม่ ส่วนกรณีที่เป็นการฝ่าฝืนอย่างร้ายแรง ตัวบทเปิดช่องว่าไม่ต้องตักเตือนก่อน แต่การอ้างว่าร้ายแรงต้องมีน้ำหนักจริง ไม่ใช่บริษัทประกาศเองว่าร้ายแรง

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดตรงไหน

ใบเตือนมีผลตลอดอายุการจ้าง

มาตรา 119 (4) กำหนดให้หนังสือเตือนมีผลหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างกระทำผิด หยิบใบเตือนที่พ้นกรอบมาใช้แล้วเสียรูปคดีตั้งแต่ต้น

สะสมใบเตือนครบ 3 ใบแล้วเลิกจ้างได้เลย

กฎ 3 ใบเป็นแนวปฏิบัติภายในของบริษัท ไม่ใช่เกณฑ์ตามกฎหมาย สิ่งที่กฎหมายดูคือความผิดครั้งหลังเป็นการฝ่าฝืนเรื่องเดียวกับที่เคยเตือนหรือไม่ และยังอยู่ในกรอบหนึ่งปีหรือเปล่า นับใบครบแต่เนื้อหาคนละเรื่องกัน ใช้ไม่ได้

พนักงานไม่เซ็น แปลว่าใบเตือนใช้ไม่ได้

ลายเซ็นของพนักงานเป็นเพียงหลักฐานการรับทราบ ไม่ใช่เงื่อนไขความสมบูรณ์ สิ่งที่ต้องมีคือหลักฐานว่าได้แจ้งแล้วจริง บริษัทยอมถอยทั้งที่ยังทำต่อได้ หรือกดดันให้เซ็นจนกลายเป็นประเด็นใหม่

เขียนสั้น ๆ ว่าบกพร่องในหน้าที่ก็พอ

ถ้อยคำกว้างพิสูจน์ไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นจริงและผิดข้อไหน เมื่อถึงวันใช้จริง ใบเตือนกลายเป็นกระดาษที่ไม่ได้เพิ่มน้ำหนักให้บริษัทเลย

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม

คนทั่วไปมักเข้าใจว่า ใบเตือนคือเอกสารเตือนพนักงานให้ปรับปรุงตัว มีไว้เพื่อให้พนักงานรู้ว่าทำผิด และเพื่อให้บริษัทมีหลักฐานว่าเคยเตือนแล้ว

ในทางคดี ใบเตือนเป็นพยานเอกสารที่ต้องอ่านแล้วเข้าใจเหตุการณ์ได้โดยไม่ต้องมีคนอธิบายเพิ่ม ผู้พิจารณาจะอ่านเอกสารในอีกหลายเดือนหรือหลายปีต่อมา โดยไม่รู้บริบทหน้างาน ถ้าใบเตือนเขียนว่าบกพร่องในหน้าที่เฉย ๆ ก็ไม่มีทางรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

จุดที่ควรตรวจ ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่บริษัทไม่เคยเตือน แต่อยู่ที่เตือนแล้วแต่บันทึกไม่พอให้ใช้ เช่น ไม่ระบุวันที่เกิดเหตุจึงนับกรอบหนึ่งปีไม่ได้ ไม่อ้างข้อของข้อบังคับจึงเชื่อมกับมาตรา 119 (4) ไม่ได้ และไม่มีหลักฐานว่าพนักงานได้รับจึงถูกเถียงว่าไม่เคยรู้

แนวทางดำเนินการ ออกแบบแบบฟอร์มใบเตือนใหม่ให้บังคับกรอกช่องที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุ ข้อของข้อบังคับที่ฝ่าฝืน และช่องพยานกรณีไม่ยอมเซ็น เพราะแบบฟอร์มที่ดีจะบังคับให้หัวหน้างานเขียนครบเองโดยไม่ต้องอบรมซ้ำทุกปี

8 องค์ประกอบที่ใบเตือนขาดไม่ได้

#องค์ประกอบถ้าขาดจะเกิดอะไร
1วันที่เกิดเหตุ แยกจากวันที่ออกเอกสารนับกรอบหนึ่งปีตามมาตรา 119 (4) ไม่ได้ เพราะกฎหมายนับจากวันที่กระทำผิด
2ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ระบุเวลา สถานที่ และสิ่งที่ทำผู้อ่านในภายหลังไม่เข้าใจเหตุการณ์ ใบเตือนไม่เพิ่มน้ำหนักให้บริษัท
3ข้อของข้อบังคับหรือคำสั่งที่ฝ่าฝืน อ้างเลขข้อและฉบับที่ใช้อยู่เชื่อมกับมาตรา 119 (4) ไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าฝ่าฝืนอะไร
4ผลกระทบต่องาน อธิบายความเสียหายหรือความเสี่ยงที่เกิดประเมินความร้ายแรงไม่ได้ และอ้างว่าร้ายแรงในภายหลังได้ยาก
5สิ่งที่ต้องแก้ไขและกรอบเวลา ระบุให้ทำอะไร ภายในเมื่อไรไม่มีเกณฑ์วัดว่าพนักงานปรับปรุงแล้วหรือยัง
6ผลหากฝ่าฝืนซ้ำ เขียนให้สอดคล้องกับข้อบังคับ ไม่เขียนเกินกว่าที่กฎหมายรองรับถ้าเขียนว่าเลิกจ้างทันทีโดยไม่จ่ายค่าชดเชย จะขัดกับมาตรา 119 และเข้าข่ายมาตรา 14/1
7ช่องรับทราบของพนักงาน พร้อมช่องให้เขียนคำชี้แจงถูกโต้แย้งว่าไม่มีโอกาสอธิบาย ซึ่งกระทบความเป็นธรรมของกระบวนการ
8ช่องพยานกรณีไม่ยอมเซ็น ให้ผู้แจ้งและพยานลงชื่อพร้อมวันเวลาเมื่อพนักงานไม่เซ็น บริษัทไม่มีหลักฐานว่าได้แจ้งแล้วจริง

องค์ประกอบที่ 1 กับ 3 เป็นสองข้อที่ขาดบ่อยที่สุดและแก้ย้อนหลังไม่ได้ ส่วนข้อ 6 ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะการเขียนผลลัพธ์เกินกว่าที่กฎหมายรองรับจะทำให้เอกสารถูกโต้แย้งทั้งฉบับ รายละเอียดว่าข้อบังคับข้อไหนใช้ลงโทษไม่ได้ดูที่ข้อบังคับที่เขียนไว้แต่ใช้ลงโทษไม่ได้

พนักงานไม่ยอมเซ็นใบเตือน ต้องทำอย่างไร

เป็นสถานการณ์ที่เจอบ่อยและมักจัดการผิด สิ่งที่ควรทำมีลำดับชัดเจน

  • อย่ากดดันให้เซ็น เพราะจะกลายเป็นประเด็นใหม่เรื่องการบังคับ และทำให้เอกสารมีน้ำหนักน้อยลงแทนที่จะมากขึ้น
  • อ่านข้อความในใบเตือนให้ฟังต่อหน้าพยาน แล้วบันทึกว่าอ่านให้ฟังเมื่อใด ที่ไหน ใครอยู่ด้วย
  • ให้ผู้แจ้งและพยานลงชื่อ ในช่องที่ระบุว่าพนักงานได้รับทราบแล้วแต่ปฏิเสธการลงชื่อ
  • ส่งสำเนาให้พนักงานตามช่องทางที่ตรวจสอบได้ และเก็บหลักฐานการส่งไว้
  • เปิดช่องให้ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร ภายในกรอบเวลาที่กำหนด เพื่อแสดงว่ากระบวนการเป็นธรรม
  • บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นรายงานแยก ไม่เขียนแทรกลงในใบเตือนหลังพนักงานเห็นแล้ว

ก่อนออกใบเตือน ควรทำอะไรตามลำดับ

  1. ตรวจว่าเรื่องนี้เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับจริงหรือเป็นเรื่องผลงาน เพราะสองเรื่องนี้ใช้เอกสารคนละชุด ถ้าเป็นเรื่องผลงานให้ดูเอกสารที่ต้องมีเมื่อจะเลิกจ้างเพราะผลงาน
  2. รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ให้ครบก่อนเขียน ไม่ใช่เขียนก่อนแล้วค่อยหาหลักฐาน
  3. เปิดโอกาสให้พนักงานชี้แจง ตามกระบวนการที่ข้อบังคับกำหนด
  4. ตรวจว่าเคยมีพนักงานคนอื่นทำแบบเดียวกันหรือไม่ และถูกดำเนินการอย่างไร เพื่อไม่ให้ถูกโต้แย้งเรื่องเลือกปฏิบัติ
  5. เลือกระดับโทษให้ได้สัดส่วนกับความผิด ตามที่ข้อบังคับกำหนด ไม่ข้ามขั้น
  6. เก็บใบเตือนเข้าแฟ้มพร้อมบันทึกวันที่เกิดเหตุ ในระบบที่ค้นย้อนหลังได้ เพื่อให้ตอบกรอบหนึ่งปีได้ทันที

กรณีแบบไหนที่ควรปรึกษาทนายก่อนออกใบเตือน

  • ความผิดที่บริษัทมองว่าร้ายแรงจนไม่ต้องตักเตือนก่อน ซึ่งเป็นการอ้างที่มีความเสี่ยงสูง
  • เรื่องที่มีประเด็นทางอาญาซ้อนอยู่ เช่น ทุจริตหรือทำให้ทรัพย์สินเสียหาย
  • พนักงานเป็นกรรมการลูกจ้าง หรือเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องด้านแรงงาน
  • ใบเตือนนี้จะเป็นใบสุดท้ายก่อนพิจารณาเลิกจ้าง
  • ต้องใช้ข้อมูลจากกล้องวงจรปิด แชท หรืออีเมล เป็นพยานหลักฐาน ซึ่งมีข้อพิจารณาเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่ม
  • บริษัทจะพักงานเพื่อสอบสวน ซึ่งมีเงื่อนไขเฉพาะตามมาตรา 116

ก่อนเขียนใบเตือน ต้องจำแนกปัญหาให้ถูกประเภท

ใบเตือนไม่ใช่คำตอบของทุกปัญหา ฝ่ายบุคคลควรแยกก่อนว่าเหตุที่พบเป็นการฝ่าฝืนวินัย ผลงานต่ำกว่ามาตรฐาน การขาดความสามารถชั่วคราว หรือปัญหาสุขภาพ เพราะแต่ละกรณีต้องใช้เอกสารและกระบวนการต่างกัน หากนำเรื่องผลงานไปเขียนเหมือนความผิดทางวินัย ทั้งที่ไม่เคยกำหนดเป้าหมายหรือให้โอกาสปรับปรุง น้ำหนักของใบเตือนจะอ่อนลงทันที

ลักษณะปัญหาสิ่งที่ต้องพิสูจน์เครื่องมือที่เหมาะจุดเสี่ยง
ฝ่าฝืนคำสั่งหรือข้อบังคับมีกฎหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ลูกจ้างรับทราบ และมีการฝ่าฝืนจริงสอบข้อเท็จจริงและหนังสือเตือนคำสั่งคลุมเครือ เลือกลงโทษไม่เสมอกัน
ผลงานต่ำกว่าเป้าหมายเป้าหมายสมเหตุสมผล วัดได้ และมีข้อมูลเปรียบเทียบการให้ข้อเสนอแนะหรือ PIPใช้ KPI ที่เพิ่งสร้างย้อนหลัง
ขาดทักษะหรือยังไม่ได้รับการสอนงานหน้าที่ชัด มีการฝึกอบรมและทรัพยากรเพียงพอแผนพัฒนาและติดตามงานกล่าวหาว่าจงใจทั้งที่ระบบงานมีปัญหา
เหตุสุขภาพหรือข้อจำกัดเฉพาะบุคคลข้อเท็จจริงที่จำเป็นและผลกระทบต่องานหารือแนวทางจัดงานที่เหมาะสมเก็บหรือเปิดเผยข้อมูลสุขภาพเกินจำเป็น

สร้างแฟ้มพยานก่อนลงนาม ไม่ใช่หลังมีข้อโต้แย้ง

แฟ้มที่ดีควรตอบได้ครบว่าเกิดอะไร เมื่อใด ที่ใด ใครเกี่ยวข้อง กฎฉบับใดใช้บังคับ และลูกจ้างชี้แจงอย่างไร เอกสารแต่ละชิ้นต้องตรวจย้อนกลับได้ว่าใครสร้างขึ้นเมื่อใด หากเป็นภาพจากกล้อง ระบบลงเวลา อีเมล หรือข้อความสนทนา ควรเก็บต้นฉบับและข้อมูลประกอบ ไม่ใช้เพียงภาพตัดหน้าจอที่ไม่เห็นวันที่หรือผู้ส่ง

  • ทำลำดับเหตุการณ์จากหลักฐานที่เกิดขึ้นตามปกติของงานก่อนอ่านคำชี้แจง เพื่อไม่ให้ข้อสรุปนำการรวบรวมพยาน
  • บันทึกพยานที่สนับสนุนลูกจ้างไว้ด้วย การละเว้นข้อมูลที่ขัดกับข้อกล่าวหาทำให้การสอบสวนดูไม่เป็นกลาง
  • ตรวจเลขฉบับและวันที่มีผลของข้อบังคับ รวมถึงหลักฐานว่าลูกจ้างเข้าถึงฉบับนั้นได้
  • แยกผู้รายงานเหตุ ผู้สอบข้อเท็จจริง และผู้อนุมัติโทษเมื่อทำได้ เพื่อลดข้อครหาว่าตัดสินไว้ก่อน

ทดสอบใบเตือนด้วยคำถาม 6 ข้อก่อนส่งมอบ

  1. ข้อเท็จจริงในหนังสือตรงกับหลักฐานต้นทางทุกจุดหรือไม่
  2. ระบุกฎหรือคำสั่งฉบับที่ใช้ในวันเกิดเหตุถูกต้องหรือไม่
  3. เปิดโอกาสให้ลูกจ้างอธิบายข้อเท็จจริงสำคัญแล้วหรือยัง
  4. โทษสอดคล้องกับความร้ายแรง ประวัติ และกรณีเทียบเคียงหรือไม่
  5. ข้อความบอกพฤติกรรมที่ต้องแก้และมาตรฐานในอนาคตชัดหรือไม่
  6. มีวิธีพิสูจน์การส่งมอบโดยไม่บังคับให้ลูกจ้างยอมรับความผิดหรือไม่

กรณีตัวอย่าง เช่น พนักงานส่งรายงานช้าเพราะระบบปิดใช้งาน หากใบเตือนบันทึกเพียงว่า “ไม่รับผิดชอบ” จะพลาดทั้งสาเหตุและหลักฐาน นายจ้างควรตรวจเวลาระบบล่ม กำหนดส่ง ช่องทางสำรอง และคำสั่งของหัวหน้างานก่อน จึงค่อยตัดสินว่าเป็นการฝ่าฝืนหรือเป็นปัญหากระบวนการ

จำลองการตรวจใบเตือนจากปลายทางกลับมาหาต้นทาง

ให้สมมติว่าผ่านไปหลายเดือนและผู้จัดทำเอกสารย้ายงานแล้ว ผู้ตรวจแฟ้มต้องตอบได้จากเอกสารว่าเกิดเหตุอะไร กฎฉบับใดใช้ ลูกจ้างได้รับทราบอย่างไร เคยชี้แจงอะไร และเหตุใดบริษัทจึงเลือกออกใบเตือน หากต้องอาศัยความจำของหัวหน้างาน แฟ้มนั้นยังไม่พร้อม

คำถามที่อาจถูกถามหลักฐานที่ควรหยิบได้ทันทีคำตอบที่มีความเสี่ยง
พนักงานรู้กฎข้อนี้เมื่อใดกฎฉบับที่มีผลและหลักฐานรับทราบของบุคคลนั้นทุกคนในแผนกรู้กันอยู่แล้ว
ใครเห็นเหตุการณ์รายชื่อพยานและบันทึกที่ทำใกล้เวลาเกิดเหตุหัวหน้าเล่าให้ HR ฟัง
บริษัทตรวจคำชี้แจงอย่างไรคำถาม คำตอบ และผลตรวจพยานที่ลูกจ้างเสนอลูกจ้างแก้ตัวจึงไม่รับฟัง
เหตุใดคนนี้ได้รับใบเตือนตารางเทียบเหตุคล้ายกันและเหตุที่ผลต่างกันเป็นดุลพินิจของผู้บริหาร

Red-Team ใบเตือนก่อนส่งมอบ

มอบหมายให้คนที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์อ่านแฟ้มในฐานะผู้โต้แย้ง เขาต้องหาจุดอ่อนให้ได้อย่างน้อยหนึ่งจุด หากหาไม่พบเพราะเอกสารไม่พอให้อ่าน ต้องเติมพยานก่อน หากหาไม่พบเพราะข้อเท็จจริงแข็งแรง ให้บันทึกว่าตรวจประเด็นใดแล้ว

  • วันที่ในรายงานเหตุ ระบบ และใบเตือนตรงกันหรือไม่
  • คำกริยาที่ใช้ในใบเตือนบรรยายสิ่งที่พิสูจน์ได้ หรือใส่เจตนาที่ไม่มีพยาน
  • ข้อบังคับฉบับที่อ้างมีผลกับสถานที่และกลุ่มพนักงานนั้นหรือไม่
  • เหตุบรรเทา เช่น คำสั่งขัดกัน ระบบขัดข้อง หรือการสอนงานไม่ครบ ถูกตรวจแล้วหรือยัง
  • มาตรการของกรณีเทียบเคียงต่างกันเพราะข้อเท็จจริงใด

แฟ้มจำลอง: รายงานส่งช้าหรือฝ่าฝืนคำสั่ง

หัวหน้าสั่งให้ส่งรายงานก่อนเลิกกะ พนักงานส่งในเช้าวันถัดไป การดูเวลาอย่างเดียวทำให้เรื่องดูเป็นการฝ่าฝืน แฟ้มที่ครบต้องเปิดคำสั่งต้นทาง เวลาที่มอบหมาย ปริมาณงาน สิทธิระบบ และคำสั่งอื่นที่เข้ามาในช่วงเดียวกัน หากระบบปิดก่อนหมดกะหรือหัวหน้ามอบงานเร่งอีกชิ้น บริษัทต้องแยกสาเหตุของความล่าช้าออกจากข้อกล่าวหาเรื่องไม่เชื่อฟัง

หากพนักงานมีเวลาและเครื่องมือครบ รับคำสั่งชัด แล้วเลือกไม่ทำโดยไม่มีเหตุ คำเตือนควรบรรยายพฤติการณ์นั้น หากพบว่าคำสั่งทำไม่ได้ภายในเวลาที่ให้ ควรแก้กระบวนการและกำหนดมาตรฐานใหม่ก่อนนำเหตุเดิมมาเป็นฐานลงโทษ

แผนงานวันเกิดเหตุถึงวันส่งมอบ

  1. รักษาข้อมูลต้นทางและห้ามแก้ไฟล์เดิม
  2. กำหนดประเด็นที่ต้องถามโดยไม่ใส่ข้อสรุป
  3. รับคำชี้แจงและติดตามพยานที่มีผลต่อข้อกล่าวหา
  4. เทียบกฎ ประวัติ และกรณีคล้ายกัน
  5. ให้ผู้มีอำนาจอนุมัติจากแฟ้มชุดเดียวกัน
  6. ส่งมอบพร้อมเก็บหลักฐานฉบับที่ลูกจ้างได้รับ

สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม ช่วยอะไรได้บ้าง

ทีมทนายคดีแรงงานของเรารับออกแบบแบบฟอร์มใบเตือนพนักงาน หนังสือสอบสวน และคำสั่งพักงานให้เป็นชุดเดียวกันที่อ้างอิงข้อบังคับฉบับที่ใช้อยู่จริง พร้อมวางระบบเก็บวันที่เกิดเหตุให้ค้นย้อนหลังได้ เพื่อให้ฝ่ายบุคคลตอบเรื่องกรอบหนึ่งปีได้ทันทีโดยไม่ต้องรื้อแฟ้ม

จุดที่สำนักงานเน้นเป็นพิเศษคือการจัดระบบเอกสารและพยานหลักฐานตั้งแต่ต้น เพราะใบเตือนที่เขียนครบตั้งแต่วันแรกมีต้นทุนต่ำกว่าการมาแก้ตอนที่เรื่องกลายเป็นข้อพิพาทแล้วมาก

สรุป

ใบเตือนพนักงานจะใช้เป็นหลักฐานได้จริงต่อเมื่ออ่านแล้วเข้าใจเหตุการณ์ได้เอง อ้างข้อของข้อบังคับที่ยังใช้อยู่ ระบุวันที่เกิดเหตุเพื่อให้นับกรอบหนึ่งปีตามมาตรา 119 (4) ได้ และมีหลักฐานว่าพนักงานได้รับทราบ ส่วนการเขียนผลลัพธ์เกินกว่าที่กฎหมายรองรับไม่ได้เพิ่มอำนาจให้บริษัท แต่กลับเปิดช่องให้ถูกโต้แย้งทั้งฉบับ ตัวบทล่าสุดตรวจได้ที่ฐานข้อมูลกฎหมายแรงงาน กระทรวงแรงงาน และแนวปฏิบัติที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โดยควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนนำไปใช้ทุกครั้ง

หากบริษัทกำลังจะออกใบเตือน สอบสวนทางวินัย หรือเลิกจ้างพนักงาน ควรให้ฝ่ายกฎหมายตรวจเอกสารก่อนดำเนินการ เพราะความเสี่ยงส่วนใหญ่เกิดจากเอกสารที่จัดทำไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เฉพาะวันที่เกิดข้อพิพาท ปรึกษาทีมทนายของสำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม โทร 081-327-8551 | LINE @995iqtpa หรือนัดหมายปรึกษาที่นี่

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 (4) : การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยเพราะฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้าง ต้องเป็นข้อบังคับหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว โดยหนังสือเตือนมีผลหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างกระทำผิด เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรงซึ่งไม่ต้องตักเตือน
  • มาตรา 119 วรรคท้าย : หากนายจ้างจะอ้างเหตุแห่งการไม่จ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 119 ต้องระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุไว้ในหนังสือหรือแจ้งลูกจ้างในขณะเลิกจ้าง มิฉะนั้นจะยกเหตุนั้นขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้
  • มาตรา 108 : วินัยและโทษทางวินัย และการร้องทุกข์ เป็นสองใน 8 เรื่องที่ต้องอยู่ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใบเตือนต้องอ้างข้อจากข้อบังคับฉบับที่ใช้อยู่จริง
  • มาตรา 14/1 : ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบลูกจ้างเกินสมควร ศาลมีอำนาจสั่งให้มีผลใช้บังคับเพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี การเขียนผลลัพธ์ในใบเตือนเกินกว่าที่กฎหมายรองรับจึงมีความเสี่ยง
  • มาตรา 116 และ มาตรา 117 : หากต้องพักงานเพื่อสอบสวน ต้องมีข้อบังคับหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างให้อำนาจไว้ ต้องมีคำสั่งเป็นหนังสือระบุความผิด พักได้ไม่เกินเจ็ดวัน จ่ายไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของค่าจ้างในวันทำงาน หากไม่มีความผิดต้องจ่ายส่วนที่เหลือให้ครบพร้อมดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนด
  • มาตรา 76 : ห้ามหักค่าจ้างเป็นบทลงโทษ เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามตัวบท การเขียนในใบเตือนว่าจะปรับเงินหรือหักค่าจ้างจึงมีความเสี่ยง (ควรตรวจถ้อยคำและเพดานในตัวบทล่าสุดก่อนอ้างอิง)

คำถามที่พบบ่อย

ใบเตือนมีอายุกี่ปี นับจากวันไหน

มาตรา 119 (4) กำหนดว่าหนังสือเตือนมีผลหนึ่งปี โดยนับจากวันที่ลูกจ้างกระทำผิด ไม่ใช่วันที่ออกเอกสาร จุดนี้เป็นจุดที่หลายบริษัทนับผิด เพราะแบบฟอร์มส่วนใหญ่มีแต่ช่องวันที่ออกเอกสาร แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือเพิ่มช่องวันที่เกิดเหตุแยกไว้ต่างหาก และบันทึกทั้งสองวันในระบบที่ค้นย้อนหลังได้

พนักงานไม่ยอมเซ็นใบเตือน ใช้ได้หรือไม่

ยังใช้ได้ เพราะลายเซ็นของพนักงานเป็นหลักฐานการรับทราบ ไม่ใช่เงื่อนไขความสมบูรณ์ของเอกสาร สิ่งที่ต้องมีคือหลักฐานว่าได้แจ้งแล้วจริง เช่น อ่านข้อความให้ฟังต่อหน้าพยาน แล้วให้ผู้แจ้งและพยานลงชื่อระบุว่าพนักงานรับทราบแต่ปฏิเสธการลงชื่อ พร้อมส่งสำเนาให้ตามช่องทางที่ตรวจสอบได้ ไม่ควรกดดันให้เซ็น

ใบเตือน 3 ใบแล้วเลิกจ้างได้เลยหรือไม่

กฎสามใบเป็นแนวปฏิบัติภายในของบริษัท ไม่ใช่เกณฑ์ตามกฎหมาย สิ่งที่กฎหมายพิจารณาคือความผิดครั้งหลังเป็นการฝ่าฝืนเรื่องเดียวกับที่เคยตักเตือนเป็นหนังสือหรือไม่ และหนังสือเตือนนั้นยังอยู่ในกรอบหนึ่งปีนับแต่วันที่กระทำผิดหรือเปล่า ใบเตือนสามใบที่เป็นคนละเรื่องกันจึงไม่ได้ทำให้เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้

ผลงานไม่ดี ควรออกใบเตือนไหม

ต้องแยกประเภทให้ถูก ใบเตือนตามมาตรา 119 (4) ใช้กับการฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่ง ส่วนผลงานไม่ถึงเป้าเป็นคนละเรื่องและไม่ใช่เหตุที่ทำให้ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เอกสารที่ควรมีสำหรับกรณีผลงานคือใบกำหนดเป้าหมาย เอกสารประเมินตามรอบ บันทึกการพูดคุย และแผนปรับปรุงผลงาน การออกใบเตือนผิดประเภทมักทำให้เอกสารใช้ไม่ได้ทั้งสองทาง

เขียนในใบเตือนว่าหากทำผิดซ้ำจะเลิกจ้างทันทีโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ได้ไหม

เป็นข้อความที่มีความเสี่ยง เพราะเหตุที่ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเป็นไปตามที่มาตรา 119 กำหนด บริษัทกำหนดเพิ่มเองไม่ได้ และข้อความที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบเกินสมควรยังอยู่ในขอบเขตของมาตรา 14/1 แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือเขียนผลลัพธ์ให้สอดคล้องกับระดับโทษที่ข้อบังคับกำหนดไว้ และให้ฝ่ายกฎหมายตรวจถ้อยคำในแบบฟอร์มก่อนนำไปใช้ทั้งองค์กร

นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

ฝ่ายบุคคลตรวจปฏิทินและใบรับรองแพทย์ของพนักงานที่ลาป่วยบ่อยก่อนพิจารณามาตรการ กฎหมายแรงงาน

ลาป่วยบ่อยแต่มีใบรับรองแพทย์ HR ตรวจอะไรได้ก่อนลงโทษหรือเลิกจ้าง

ลาป่วยบ่อยแต่มีใบรับรองแพทย์ HR ควรแยกสิทธิลาป่วย ขั้นตอนการลา และหลักฐานให้ชัดก่อนลงโทษหรือเลิกจ้าง

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 14 นาที
หัวหน้าแผนกและฝ่ายบุคคลบันทึกความเสียหายของเครื่องจักรก่อนพิจารณาหักค่าจ้างชดใช้ค่าเสียหาย กฎหมายแรงงาน

หักค่าจ้างชดใช้ค่าเสียหายได้ไหม เมื่อพนักงานทำทรัพย์สินบริษัทเสียหาย

หักค่าจ้างชดใช้ค่าเสียหายต้องแยกจากสิทธิเรียกร้อง ตรวจความจงใจหรือประมาทร้ายแรง หนังสือยินยอม และเพดานการหักก่อนดำเนินการ

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 12 นาที
ผู้บริหารและฝ่ายบุคคลวางแผนกำหนดวันปิดประกาศก่อนย้ายสถานประกอบกิจการ กฎหมายแรงงาน

ย้ายสถานประกอบกิจการ ต้องแจ้งพนักงานเมื่อไรและเตรียมเอกสารอะไร

ย้ายสถานประกอบกิจการต้องปิดประกาศล่วงหน้าอย่างไร ตรวจเส้นตาย 30 วัน สิทธิพนักงาน และเอกสารที่ต้องเสร็จก่อนวันย้าย

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 6 นาที

ปรึกษาทนายคดีแรงงานของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE