081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

ใบเตือนพนักงานเขียนอย่างไรให้ใช้เป็นหลักฐานได้จริง — 8 องค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ ฉบับทนาย ปี 2569

นายเอกราช ทิพย์แมม นายเอกราช ทิพย์แมมคดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน
เผยแพร่ อัปเดตล่าสุด อ่าน 8 นาที กฎหมายแรงงาน
ฝ่ายบุคคลยื่นใบเตือนพนักงานให้อ่านและรับทราบที่โต๊ะทำงานในโรงงาน

สรุปประเด็นสำคัญ

ใบเตือนพนักงานจะใช้เป็นฐานตามมาตรา 119 (4) ได้ ต้องครบสามเงื่อนไขพร้อมกัน คือเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม ต้องตักเตือนเป็นหนังสือ และหนังสือเตือนมีผลเพียงหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างกระทำผิด ไม่ใช่นับจากวันที่ออกเอกสาร ซึ่งเป็นจุดที่หลายบริษัทนับผิดมาตลอด

จุดที่ทำให้ใบเตือนใช้ไม่ได้บ่อยที่สุดคือเขียนกว้างจนพิสูจน์ไม่ได้ เช่น ระบุเพียงว่า "ปฏิบัติงานบกพร่อง" โดยไม่บอกว่าเกิดอะไร เมื่อใด และผิดข้อไหนของข้อบังคับ · อีกจุดคือเรื่องที่เตือนไม่ใช่เรื่องเดียวกับความผิดที่จะใช้เป็นเหตุเลิกจ้าง ทำให้ใบเตือนที่มีอยู่ใช้ต่อไม่ได้

เอกสารที่ฝ่ายบุคคลออกบ่อยที่สุดคือใบเตือนพนักงาน แต่เอกสารที่ถูกโต้แย้งบ่อยที่สุดในชั้นพิจารณาก็คือใบเตือนเช่นกัน เพราะหลายบริษัทใช้แบบฟอร์มที่มีช่องให้กรอกเพียงไม่กี่บรรทัด แล้วเขียนสรุปสั้น ๆ ว่าพนักงานทำผิดอะไร บทความนี้รวม 8 องค์ประกอบที่ต้องมี พร้อมชี้จุดที่นับกรอบเวลาผิดกันมากที่สุด

ใบเตือนพนักงานมีผลทางกฎหมายอย่างไร

ใบเตือนไม่ได้มีผลลงโทษในตัวเอง แต่ทำหน้าที่เป็นเงื่อนไขก่อนหน้าของมาตรา 119 (4) ซึ่งกำหนดว่านายจ้างจะเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยเพราะลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งได้ ต่อเมื่อข้อบังคับหรือคำสั่งนั้นชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว

ตัวบทยังกำหนดกรอบเวลาไว้ด้วยว่าหนังสือเตือนมีผลหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างกระทำผิด จุดนี้สำคัญมากเพราะบริษัทส่วนใหญ่บันทึกเฉพาะวันที่ออกใบเตือน ทำให้ตอบไม่ได้ว่าอยู่ในกรอบหรือไม่ · ส่วนกรณีที่เป็นการฝ่าฝืนอย่างร้ายแรง ตัวบทเปิดช่องว่าไม่ต้องตักเตือนก่อน แต่การอ้างว่าร้ายแรงต้องมีน้ำหนักจริง ไม่ใช่บริษัทประกาศเองว่าร้ายแรง

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดตรงไหน

เข้าใจผิดข้อ 1 — ใบเตือนมีผลตลอดอายุการจ้าง · ความจริงคือ มาตรา 119 (4) กำหนดให้หนังสือเตือนมีผลหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างกระทำผิด · ผลเสียคือ หยิบใบเตือนที่พ้นกรอบมาใช้แล้วเสียรูปคดีตั้งแต่ต้น

เข้าใจผิดข้อ 2 — สะสมใบเตือนครบ 3 ใบแล้วเลิกจ้างได้เลย · ความจริงคือ กฎ 3 ใบเป็นแนวปฏิบัติภายในของบริษัท ไม่ใช่เกณฑ์ตามกฎหมาย สิ่งที่กฎหมายดูคือความผิดครั้งหลังเป็นการฝ่าฝืนเรื่องเดียวกับที่เคยเตือนหรือไม่ และยังอยู่ในกรอบหนึ่งปีหรือเปล่า · ผลเสียคือ นับใบครบแต่เนื้อหาคนละเรื่องกัน ใช้ไม่ได้

เข้าใจผิดข้อ 3 — พนักงานไม่เซ็น แปลว่าใบเตือนใช้ไม่ได้ · ความจริงคือ ลายเซ็นของพนักงานเป็นเพียงหลักฐานการรับทราบ ไม่ใช่เงื่อนไขความสมบูรณ์ สิ่งที่ต้องมีคือหลักฐานว่าได้แจ้งแล้วจริง · ผลเสียคือ บริษัทยอมถอยทั้งที่ยังทำต่อได้ หรือกดดันให้เซ็นจนกลายเป็นประเด็นใหม่

เข้าใจผิดข้อ 4 — เขียนสั้น ๆ ว่าบกพร่องในหน้าที่ก็พอ · ความจริงคือ ถ้อยคำกว้างพิสูจน์ไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นจริงและผิดข้อไหน · ผลเสียคือ เมื่อถึงวันใช้จริง ใบเตือนกลายเป็นกระดาษที่ไม่ได้เพิ่มน้ำหนักให้บริษัทเลย

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม

คนทั่วไปมักเข้าใจว่า ใบเตือนคือเอกสารเตือนพนักงานให้ปรับปรุงตัว มีไว้เพื่อให้พนักงานรู้ว่าทำผิด และเพื่อให้บริษัทมีหลักฐานว่าเคยเตือนแล้ว

แต่ในทางคดี กฎหมายและศาลมักมองว่า ใบเตือนเป็นพยานเอกสารที่ต้องอ่านแล้วเข้าใจเหตุการณ์ได้โดยไม่ต้องมีคนอธิบายเพิ่ม ผู้พิจารณาจะอ่านเอกสารในอีกหลายเดือนหรือหลายปีต่อมา โดยไม่รู้บริบทหน้างาน ถ้าใบเตือนเขียนว่าบกพร่องในหน้าที่เฉย ๆ ก็ไม่มีทางรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้ ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่บริษัทไม่เคยเตือน แต่อยู่ที่เตือนแล้วแต่บันทึกไม่พอให้ใช้ เช่น ไม่ระบุวันที่เกิดเหตุจึงนับกรอบหนึ่งปีไม่ได้ ไม่อ้างข้อของข้อบังคับจึงเชื่อมกับมาตรา 119 (4) ไม่ได้ และไม่มีหลักฐานว่าพนักงานได้รับจึงถูกเถียงว่าไม่เคยรู้

ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ ออกแบบแบบฟอร์มใบเตือนใหม่ให้บังคับกรอกช่องที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุ ข้อของข้อบังคับที่ฝ่าฝืน และช่องพยานกรณีไม่ยอมเซ็น เพราะแบบฟอร์มที่ดีจะบังคับให้หัวหน้างานเขียนครบเองโดยไม่ต้องอบรมซ้ำทุกปี

8 องค์ประกอบที่ใบเตือนขาดไม่ได้

การกรอกแบบฟอร์มใบเตือนพนักงานโดยระบุวันที่เกิดเหตุและข้อของข้อบังคับให้ครบถ้วน
#องค์ประกอบถ้าขาดจะเกิดอะไร
1วันที่เกิดเหตุ แยกจากวันที่ออกเอกสารนับกรอบหนึ่งปีตามมาตรา 119 (4) ไม่ได้ เพราะกฎหมายนับจากวันที่กระทำผิด
2ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ระบุเวลา สถานที่ และสิ่งที่ทำผู้อ่านในภายหลังไม่เข้าใจเหตุการณ์ ใบเตือนไม่เพิ่มน้ำหนักให้บริษัท
3ข้อของข้อบังคับหรือคำสั่งที่ฝ่าฝืน อ้างเลขข้อและฉบับที่ใช้อยู่เชื่อมกับมาตรา 119 (4) ไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าฝ่าฝืนอะไร
4ผลกระทบต่องาน อธิบายความเสียหายหรือความเสี่ยงที่เกิดประเมินความร้ายแรงไม่ได้ และอ้างว่าร้ายแรงในภายหลังได้ยาก
5สิ่งที่ต้องแก้ไขและกรอบเวลา ระบุให้ทำอะไร ภายในเมื่อไรไม่มีเกณฑ์วัดว่าพนักงานปรับปรุงแล้วหรือยัง
6ผลหากฝ่าฝืนซ้ำ เขียนให้สอดคล้องกับข้อบังคับ ไม่เขียนเกินกว่าที่กฎหมายรองรับถ้าเขียนว่าเลิกจ้างทันทีโดยไม่จ่ายค่าชดเชย จะขัดกับมาตรา 119 และเข้าข่ายมาตรา 14/1
7ช่องรับทราบของพนักงาน พร้อมช่องให้เขียนคำชี้แจงถูกโต้แย้งว่าไม่มีโอกาสอธิบาย ซึ่งกระทบความเป็นธรรมของกระบวนการ
8ช่องพยานกรณีไม่ยอมเซ็น ให้ผู้แจ้งและพยานลงชื่อพร้อมวันเวลาเมื่อพนักงานไม่เซ็น บริษัทไม่มีหลักฐานว่าได้แจ้งแล้วจริง

องค์ประกอบที่ 1 กับ 3 เป็นสองข้อที่ขาดบ่อยที่สุดและแก้ย้อนหลังไม่ได้ · ส่วนข้อ 6 ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะการเขียนผลลัพธ์เกินกว่าที่กฎหมายรองรับจะทำให้เอกสารถูกโต้แย้งทั้งฉบับ รายละเอียดว่าข้อบังคับข้อไหนใช้ลงโทษไม่ได้ดูที่ข้อบังคับที่เขียนไว้แต่ใช้ลงโทษไม่ได้

พนักงานไม่ยอมเซ็นใบเตือน ต้องทำอย่างไร

เป็นสถานการณ์ที่เจอบ่อยและมักจัดการผิด สิ่งที่ควรทำมีลำดับชัดเจน

  • อย่ากดดันให้เซ็น เพราะจะกลายเป็นประเด็นใหม่เรื่องการบังคับ และทำให้เอกสารมีน้ำหนักน้อยลงแทนที่จะมากขึ้น
  • อ่านข้อความในใบเตือนให้ฟังต่อหน้าพยาน แล้วบันทึกว่าอ่านให้ฟังเมื่อใด ที่ไหน ใครอยู่ด้วย
  • ให้ผู้แจ้งและพยานลงชื่อ ในช่องที่ระบุว่าพนักงานได้รับทราบแล้วแต่ปฏิเสธการลงชื่อ
  • ส่งสำเนาให้พนักงานตามช่องทางที่ตรวจสอบได้ และเก็บหลักฐานการส่งไว้
  • เปิดช่องให้ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร ภายในกรอบเวลาที่กำหนด เพื่อแสดงว่ากระบวนการเป็นธรรม
  • บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นรายงานแยก ไม่เขียนแทรกลงในใบเตือนหลังพนักงานเห็นแล้ว

ก่อนออกใบเตือน ควรทำอะไรตามลำดับ

  1. ตรวจว่าเรื่องนี้เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับจริงหรือเป็นเรื่องผลงาน เพราะสองเรื่องนี้ใช้เอกสารคนละชุด ถ้าเป็นเรื่องผลงานให้ดูเอกสารที่ต้องมีเมื่อจะเลิกจ้างเพราะผลงาน
  2. รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ให้ครบก่อนเขียน ไม่ใช่เขียนก่อนแล้วค่อยหาหลักฐาน
  3. เปิดโอกาสให้พนักงานชี้แจง ตามกระบวนการที่ข้อบังคับกำหนด
  4. ตรวจว่าเคยมีพนักงานคนอื่นทำแบบเดียวกันหรือไม่ และถูกดำเนินการอย่างไร เพื่อไม่ให้ถูกโต้แย้งเรื่องเลือกปฏิบัติ
  5. เลือกระดับโทษให้ได้สัดส่วนกับความผิด ตามที่ข้อบังคับกำหนด ไม่ข้ามขั้น
  6. เก็บใบเตือนเข้าแฟ้มพร้อมบันทึกวันที่เกิดเหตุ ในระบบที่ค้นย้อนหลังได้ เพื่อให้ตอบกรอบหนึ่งปีได้ทันที

กรณีแบบไหนที่ควรปรึกษาทนายก่อนออกใบเตือน

  • ความผิดที่บริษัทมองว่าร้ายแรงจนไม่ต้องตักเตือนก่อน ซึ่งเป็นการอ้างที่มีความเสี่ยงสูง
  • เรื่องที่มีประเด็นทางอาญาซ้อนอยู่ เช่น ทุจริตหรือทำให้ทรัพย์สินเสียหาย
  • พนักงานเป็นกรรมการลูกจ้าง หรือเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องด้านแรงงาน
  • ใบเตือนนี้จะเป็นใบสุดท้ายก่อนพิจารณาเลิกจ้าง
  • ต้องใช้ข้อมูลจากกล้องวงจรปิด แชท หรืออีเมล เป็นพยานหลักฐาน ซึ่งมีข้อพิจารณาเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่ม
  • บริษัทจะพักงานเพื่อสอบสวน ซึ่งมีเงื่อนไขเฉพาะตามมาตรา 116

สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม ช่วยอะไรได้บ้าง

ทีมทนายคดีแรงงานของเรารับออกแบบแบบฟอร์มใบเตือนพนักงาน หนังสือสอบสวน และคำสั่งพักงานให้เป็นชุดเดียวกันที่อ้างอิงข้อบังคับฉบับที่ใช้อยู่จริง พร้อมวางระบบเก็บวันที่เกิดเหตุให้ค้นย้อนหลังได้ เพื่อให้ฝ่ายบุคคลตอบเรื่องกรอบหนึ่งปีได้ทันทีโดยไม่ต้องรื้อแฟ้ม

จุดที่สำนักงานเน้นเป็นพิเศษคือการจัดระบบเอกสารและพยานหลักฐานตั้งแต่ต้น เพราะใบเตือนที่เขียนครบตั้งแต่วันแรกมีต้นทุนต่ำกว่าการมาแก้ตอนที่เรื่องกลายเป็นข้อพิพาทแล้วมาก

สรุป

ใบเตือนพนักงานจะใช้เป็นหลักฐานได้จริงต่อเมื่ออ่านแล้วเข้าใจเหตุการณ์ได้เอง อ้างข้อของข้อบังคับที่ยังใช้อยู่ ระบุวันที่เกิดเหตุเพื่อให้นับกรอบหนึ่งปีตามมาตรา 119 (4) ได้ และมีหลักฐานว่าพนักงานได้รับทราบ ส่วนการเขียนผลลัพธ์เกินกว่าที่กฎหมายรองรับไม่ได้เพิ่มอำนาจให้บริษัท แต่กลับเปิดช่องให้ถูกโต้แย้งทั้งฉบับ ตัวบทล่าสุดตรวจได้ที่ฐานข้อมูลกฎหมายแรงงาน กระทรวงแรงงาน และแนวปฏิบัติที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โดยควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนนำไปใช้ทุกครั้ง

หากบริษัทกำลังจะออกใบเตือน สอบสวนทางวินัย หรือเลิกจ้างพนักงาน ควรให้ฝ่ายกฎหมายตรวจเอกสารก่อนดำเนินการ เพราะความเสี่ยงส่วนใหญ่เกิดจากเอกสารที่จัดทำไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เฉพาะวันที่เกิดข้อพิพาท ปรึกษาทีมทนายของสำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม โทร 081-327-8551 | LINE @995iqtpa หรือนัดหมายปรึกษาที่นี่

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 (4) ⭐ — การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยเพราะฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้าง ต้องเป็นข้อบังคับหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว โดยหนังสือเตือนมีผลหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างกระทำผิด · เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรงซึ่งไม่ต้องตักเตือน
  • มาตรา 119 วรรคท้าย ⭐ — ถ้าไม่ระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุที่เลิกจ้างไว้ในหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้าง หรือไม่ได้แจ้งเหตุขณะเลิกจ้าง จะยกเหตุนั้นขึ้นอ้างในภายหลังไม่ได้ · ใบเตือนที่เขียนไว้ดีจะไม่มีประโยชน์ถ้าหนังสือเลิกจ้างไม่ระบุเหตุ
  • มาตรา 108วินัยและโทษทางวินัย และการร้องทุกข์ เป็นสองใน 8 เรื่องที่ต้องอยู่ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่สิบคนขึ้นไป · ใบเตือนต้องอ้างข้อจากข้อบังคับฉบับที่ใช้อยู่จริง
  • มาตรา 14/1 — ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบลูกจ้างเกินสมควร ศาลมีอำนาจสั่งให้มีผลใช้บังคับเพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี · การเขียนผลลัพธ์ในใบเตือนเกินกว่าที่กฎหมายรองรับจึงมีความเสี่ยง
  • มาตรา 116 และ มาตรา 117 — หากต้องพักงานเพื่อสอบสวน ต้องมีข้อบังคับหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างให้อำนาจไว้ · ต้องมีคำสั่งเป็นหนังสือระบุความผิด · พักได้ไม่เกินเจ็ดวัน · จ่ายไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของค่าจ้างในวันทำงาน · หากไม่มีความผิดต้องจ่ายส่วนที่เหลือให้ครบพร้อมดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนด
  • มาตรา 76ห้ามหักค่าจ้างเป็นบทลงโทษ เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามตัวบท · การเขียนในใบเตือนว่าจะปรับเงินหรือหักค่าจ้างจึงมีความเสี่ยง (ควรตรวจถ้อยคำและเพดานในตัวบทล่าสุดก่อนอ้างอิง)
  • มาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 — การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมเป็นคนละประเด็นกับค่าชดเชย · กระบวนการออกใบเตือนที่ไม่เปิดโอกาสให้ชี้แจงมีความเสี่ยงในประเด็นนี้
  • ⚠️ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 — การใช้ภาพจากกล้องวงจรปิด แชท หรืออีเมล เป็นพยานหลักฐานประกอบใบเตือน มีข้อพิจารณาเรื่องวัตถุประสงค์และสิทธิเข้าถึงเพิ่มเติม (ควรตรวจแนวปฏิบัติก่อนดำเนินการ)

คำถามที่พบบ่อย

ใบเตือนมีอายุกี่ปี นับจากวันไหน

มาตรา 119 (4) กำหนดว่าหนังสือเตือนมีผลหนึ่งปี โดยนับจากวันที่ลูกจ้างกระทำผิด ไม่ใช่วันที่ออกเอกสาร จุดนี้เป็นจุดที่หลายบริษัทนับผิด เพราะแบบฟอร์มส่วนใหญ่มีแต่ช่องวันที่ออกเอกสาร แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือเพิ่มช่องวันที่เกิดเหตุแยกไว้ต่างหาก และบันทึกทั้งสองวันในระบบที่ค้นย้อนหลังได้

พนักงานไม่ยอมเซ็นใบเตือน ใช้ได้หรือไม่

ยังใช้ได้ เพราะลายเซ็นของพนักงานเป็นหลักฐานการรับทราบ ไม่ใช่เงื่อนไขความสมบูรณ์ของเอกสาร สิ่งที่ต้องมีคือหลักฐานว่าได้แจ้งแล้วจริง เช่น อ่านข้อความให้ฟังต่อหน้าพยาน แล้วให้ผู้แจ้งและพยานลงชื่อระบุว่าพนักงานรับทราบแต่ปฏิเสธการลงชื่อ พร้อมส่งสำเนาให้ตามช่องทางที่ตรวจสอบได้ ไม่ควรกดดันให้เซ็น

ใบเตือน 3 ใบแล้วเลิกจ้างได้เลยหรือไม่

กฎสามใบเป็นแนวปฏิบัติภายในของบริษัท ไม่ใช่เกณฑ์ตามกฎหมาย สิ่งที่กฎหมายพิจารณาคือความผิดครั้งหลังเป็นการฝ่าฝืนเรื่องเดียวกับที่เคยตักเตือนเป็นหนังสือหรือไม่ และหนังสือเตือนนั้นยังอยู่ในกรอบหนึ่งปีนับแต่วันที่กระทำผิดหรือเปล่า ใบเตือนสามใบที่เป็นคนละเรื่องกันจึงไม่ได้ทำให้เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้

ผลงานไม่ดี ควรออกใบเตือนไหม

ต้องแยกประเภทให้ถูก ใบเตือนตามมาตรา 119 (4) ใช้กับการฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่ง ส่วนผลงานไม่ถึงเป้าเป็นคนละเรื่องและไม่ใช่เหตุที่ทำให้ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เอกสารที่ควรมีสำหรับกรณีผลงานคือใบกำหนดเป้าหมาย เอกสารประเมินตามรอบ บันทึกการพูดคุย และแผนปรับปรุงผลงาน การออกใบเตือนผิดประเภทมักทำให้เอกสารใช้ไม่ได้ทั้งสองทาง

เขียนในใบเตือนว่าหากทำผิดซ้ำจะเลิกจ้างทันทีโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ได้ไหม

เป็นข้อความที่มีความเสี่ยง เพราะเหตุที่ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเป็นไปตามที่มาตรา 119 กำหนด บริษัทกำหนดเพิ่มเองไม่ได้ และข้อความที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบเกินสมควรยังอยู่ในขอบเขตของมาตรา 14/1 แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือเขียนผลลัพธ์ให้สอดคล้องกับระดับโทษที่ข้อบังคับกำหนดไว้ และให้ฝ่ายกฎหมายตรวจถ้อยคำในแบบฟอร์มก่อนนำไปใช้ทั้งองค์กร

นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

หัวหน้างานโรงงานเซ็นอนุมัติเอกสารให้พนักงาน สะท้อนอำนาจที่ต้องระบุในสัญญาจ้างหัวหน้างาน กฎหมายแรงงาน

สัญญาจ้างหัวหน้างานกับพนักงานทั่วไป ต่างกันตรงไหน 8 ข้อที่ต้องแยก ฉบับทนาย ปี 2569

สัญญาจ้างหัวหน้างานต่างจากพนักงานทั่วไปที่อำนาจและความรับผิดชอบ ไม่ใช่เงินเดือน รวม 8 ข้อที่ต้องแยก

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 8 นาที
ฝ่ายบุคคลเรียงสัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาหลายฉบับของพนักงานคนเดียวกันเพื่อตรวจวันเริ่มและวันสิ้นสุด กฎหมายแรงงาน

สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลา ใช้ผิดอาจกลายเป็นต้องจ่ายค่าชดเชย — งานแบบไหนถึงใช้ได้ ฉบับทนาย ปี 2569

สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาที่ได้รับยกเว้นค่าชดเชยมีเงื่อนไขแคบมาก ใช้ผิดประเภทอาจต้องจ่ายเต็มตามอายุงาน

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 8 นาที
เจ้าของกิจการและทนายความตรวจร่างสัญญาจ้างผู้บริหารทีละข้อก่อนลงนาม กฎหมายแรงงาน

สัญญาจ้างผู้บริหารควรเขียนเรื่องโบนัส KPI ความลับ และการยุติสัญญาอย่างไร ฉบับทนาย ปี 2569

สัญญาจ้างผู้บริหารที่เขียนกว้างเกินไป มักบังคับใช้ไม่ได้ในวันที่ต้องใช้จริง รวม 8 เรื่องที่ต้องออกแบบตั้งแต่วันรับเข้า

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 9 นาที

ปรึกษาทนายคดีแรงงานของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE