081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

อย่าเพิ่งออก PIP ถ้ายังไม่มี 5 เอกสารนี้ เพราะสุดท้ายบริษัทอาจเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

นายเอกราช ทิพย์แมม นายเอกราช ทิพย์แมมคดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน
เผยแพร่ อัปเดตล่าสุด อ่าน 9 นาที กฎหมายแรงงาน
ฝ่ายบุคคลตรวจเอกสารก่อนเริ่ม PIP จากแฟ้มประวัติ โดยยังไม่กรอกแบบฟอร์มแผนปรับปรุงผลงาน

สรุปประเด็นสำคัญ

เอกสารก่อนเริ่ม PIPต้องแสดงหน้าที่ เป้าหมาย เกณฑ์วัด และผลงานที่เกิดขึ้นจริง หากไม่มีฐานเหล่านี้ PIP จะมีเพียงข้อสรุปของบริษัท โดยไม่แสดงว่าพนักงานต่ำกว่าเกณฑ์ใด

การไม่ผ่าน PIP เพียงอย่างเดียวไม่ใช่เหตุยกเว้นค่าชดเชยตามมาตรา 119 หากไม่มีพฤติการณ์อื่นตามมาตรานี้ บริษัทต้องตรวจค่าชดเชยตามมาตรา 118 เอกสาร PIP ใช้แสดงเหตุและขั้นตอนเมื่อมีข้อโต้แย้งตามมาตรา 49 และควรออกแบบให้พนักงานมีโอกาสปรับปรุงได้จริง

ก่อนเปิดแผนปรับปรุงผลงาน ฝ่ายบุคคลควรตรวจเอกสารก่อนเริ่ม PIPให้ครบ แบบฟอร์มเพียงฉบับเดียวอธิบายไม่ได้ว่าเป้าหมายเดิมคืออะไร ผลงานต่ำกว่าเกณฑ์อย่างไร และบริษัทสนับสนุนการทำงานเพียงใด บทความนี้ระบุเอกสาร 5 ชุดที่ใช้ตอบคำถามเหล่านั้น

ทำไม PIP ที่ไม่มีฐานจึงย้อนกลับมาที่บริษัท

PIP เป็นเอกสารที่บอกสามเรื่องพร้อมกัน คือบริษัทเคยคาดหวังอะไร พนักงานทำได้แค่ไหน และจะปรับปรุงอย่างไรภายในเวลาเท่าใด เมื่อสองเรื่องแรกไม่มีเอกสารรองรับ เรื่องที่สามก็ลอยอยู่โดยไม่มีจุดยึด

เมื่อมีข้อพิพาท บริษัทต้องตอบให้ได้ว่าตั้งเป้าเมื่อใด แจ้งพนักงานผ่านช่องทางใด และวัดผลจากข้อมูลอะไร หากตอบไม่ได้ PIP จะไม่ช่วยยืนยันว่ากระบวนการมีฐานที่ชัดเจน ส่วนค่าชดเชยต้องตรวจมาตรา 118 และมาตรา 119 จากข้อเท็จจริงแยกต่างหาก

เอกสารก่อนเริ่ม PIP มีอะไรบ้าง 5 ชุดที่ต้องมี

#เอกสารตอบคำถามอะไรในคดีถ้าไม่มีจะเกิดอะไร
1ใบกำหนดหน้าที่ฉบับปัจจุบันขอบเขตงานและอำนาจของพนักงานคืออะไรเถียงกันไม่จบว่าเรื่องที่ทำไม่ได้อยู่ในหน้าที่ของเขาหรือไม่
2เอกสารเป้าหมายประจำรอบที่ทั้งสองฝ่ายลงชื่อ บริษัทคาดหวังตัวเลขเท่าใด และพนักงานรู้ตั้งแต่เมื่อไรPIP กลายเป็นการตั้งเกณฑ์ขึ้นใหม่ในวันที่จะลงโทษ ดูKPI ใน JD ที่ใช้อ้างได้จริง
3ข้อมูลผลงานจริงจากระบบผลที่เกิดขึ้นจริงคือเท่าใด และมาจากแหล่งใดเหลือแต่ความเห็นของหัวหน้า ซึ่งมีน้ำหนักน้อยกว่ารายงานที่ระบบสร้างขึ้น
4บันทึกการแจ้งผลระหว่างทางบริษัทเคยบอกพนักงานหรือยังก่อนถึงขั้น PIPถูกถามว่าทำไมเงียบมาตลอดปีแล้วเพิ่งมาบอกตอนนี้
5หลักฐานว่าบริษัทได้ให้ทรัพยากรที่จำเป็นแล้วพนักงานได้รับเครื่องมือ การอบรม และข้อมูลที่ต้องใช้หรือไม่ถูกโต้แย้งว่าทำไม่ได้เพราะบริษัทไม่ได้สนับสนุน ไม่ใช่เพราะตัวพนักงาน

เอกสารชุดที่ 2 ต้องสะท้อนเป้าหมายที่กำหนดไว้ก่อนรอบประเมิน จึงไม่ควรจัดทำย้อนหลัง หากยังไม่มี บริษัทควรกำหนดเป้าหมายและวันเริ่มใช้ให้ชัด เก็บข้อมูลตามรอบที่เหมาะกับงาน แล้วจึงประเมินว่าจำเป็นต้องใช้ PIP หรือไม่

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดตรงไหน

เปิด PIP ไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยหาเอกสารประกอบ

เอกสารสองในห้าชุดต้องมีอยู่ก่อนรอบเริ่ม จึงหาย้อนหลังไม่ได้ PIP ที่เปิดไปแล้วกลายเป็นหลักฐานว่ากระบวนการเริ่มโดยไม่มีฐาน

ผ่าน PIP หรือไม่ผ่าน จบที่การเลิกจ้างได้เลย

การไม่ผ่าน PIP เพียงอย่างเดียวไม่ใช่เหตุตามมาตรา 119 บริษัทจึงต้องตรวจค่าชดเชยตามมาตรา 118 หากมีเหตุอื่นและจะอ้างมาตรา 119 ต้องระบุข้อเท็จจริงไว้ในหนังสือหรือแจ้งในขณะเลิกจ้างตามวรรคท้าย ดูวิธีเขียนหนังสือเลิกจ้างให้รัดกุม

ตั้งเป้าใน PIP ให้สูงไว้ก่อน จะได้จบเร็ว

เป้าที่สูงกว่าที่เคยตั้งไว้ในรอบปกติ หรือสูงกว่าที่เพื่อนร่วมตำแหน่งต้องทำ เป็นสิ่งที่เปรียบเทียบได้ทันทีจากเอกสารของบริษัทเอง ทำให้เห็นชัดว่า PIP ถูกออกแบบมาเพื่อผลลัพธ์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

PIP เป็นเรื่องของ HR ฝ่ายเดียว

หัวหน้างานโดยตรงเป็นผู้ที่ต้องให้ข้อมูล ให้การสนับสนุน และบันทึกความคืบหน้า PIP ที่ HR ทำคนเดียวมักไม่มีบันทึกระหว่างทาง ซึ่งเป็นส่วนที่มีน้ำหนักที่สุด

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม

คนทั่วไปมักเข้าใจว่า PIP เป็นขั้นตอนที่ต้องทำก่อนเลิกจ้างเพื่อให้กระบวนการดูครบถ้วน เมื่อทำครบแล้วบริษัทก็ดำเนินการต่อได้อย่างสบายใจ

ในทางคดี แผนที่เขียนไว้ต้องเทียบกับการปฏิบัติจริง หากบริษัทระบุว่าจะให้ข้อมูลย้อนกลับ จัดอบรม หรือมอบหมายผู้ช่วย ก็ควรมีหลักฐานว่าได้ดำเนินการตามนั้น

จุดเสี่ยงอยู่ที่ช่องว่างระหว่างแผนกับการปฏิบัติ ตัวอย่างเช่น เอกสารกำหนดให้พบกันทุกสัปดาห์ แต่มีบันทึกเพียงสองครั้ง หรือระบุว่าจะจัดอบรมแต่ไม่มีหลักฐานการอบรม เอกสารของบริษัทเองอาจถูกใช้ตรวจสอบว่าพนักงานได้รับโอกาสตามแผนหรือไม่

ก่อนเปิด PIP ผู้มีอำนาจควรตอบให้ได้ว่าหากพนักงานทำได้ตามแผน บริษัทพร้อมให้ทำงานต่อหรือไม่ หากตัดสินใจยุติการจ้างไปแล้ว การนำ PIP มาใช้ภายหลังอาจทำให้วัตถุประสงค์ของกระบวนการถูกโต้แย้ง ควรประเมินทางเลือกและผลทางกฎหมายจากข้อเท็จจริงโดยตรง

เช็กความพร้อมก่อนกดเปิด PIP

  • มีเอกสารเป้าหมายที่พนักงานลงชื่อก่อนรอบเริ่มหรือไม่
  • ข้อมูลผลงานมาจากระบบหรือมาจากความเห็นของหัวหน้า
  • เคยแจ้งผลระหว่างทางแล้วกี่ครั้ง และมีบันทึกหรือไม่
  • ตัวชี้วัดที่จะใช้ใน PIP อยู่ในอำนาจของพนักงานจริงหรือไม่
  • บริษัทพร้อมให้ทรัพยากรตามที่จะเขียนไว้ในแผนหรือไม่ ทั้งเวลาของหัวหน้า การอบรม และเครื่องมือ
  • ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานพูดถึงการประเมินผลไว้อย่างไร เพราะกระบวนการต้องไม่ขัดกับที่ประกาศไว้ตามมาตรา 108
  • ถ้าพนักงานผ่าน บริษัทรับได้จริงหรือไม่

ลำดับที่ควรทำถ้าเอกสารยังไม่ครบ

  1. อย่าเพิ่งเปิด PIP แต่ให้บันทึกสถานะปัจจุบันไว้ก่อนว่าเอกสารใดมีและใดขาด
  2. จัดรอบตกลงเป้าใหม่ให้ชัด โดยให้ทั้งสองฝ่ายลงชื่อพร้อมวันที่ก่อนรอบถัดไปเริ่ม
  3. กำหนดรอบแจ้งผลให้สัมพันธ์กับลักษณะงาน และบันทึกทั้งข้อมูลที่ใช้ประเมินกับคำชี้แจงของพนักงาน
  4. ให้ทรัพยากรที่จำเป็นและบันทึกไว้ เพื่อตัดข้อโต้แย้งเรื่องบริษัทไม่สนับสนุน
  5. ประเมินอีกครั้งหลังผ่านไปหนึ่งรอบ ว่ายังจำเป็นต้องใช้ PIP หรือไม่
  6. ถ้าจะเปิด PIP จริง ให้ออกแบบให้ทำตามได้ ดูPIP ที่เป็นแผนปรับปรุงผลงานจริง

ทำ PIP Readiness Gate ก่อนเปิดแผน

PIP ควรเริ่มเมื่อบริษัทอธิบายช่องว่างผลงานด้วยข้อมูลที่ตรวจได้ และมีสิ่งที่พนักงานสามารถปรับภายในช่วงแผน หากเป้าหมายขึ้นกับงบ ลูกค้า ระบบ หรือการอนุมัติที่พนักงานควบคุมไม่ได้ ต้องแก้การออกแบบก่อน ไม่ควรใช้ PIP เป็นเอกสารปลายทางหลังผู้บริหารตัดสินใจเลิกจ้างแล้ว

ประตูตรวจผ่านเมื่อถ้าไม่ผ่าน
หน้าที่JD ปัจจุบันตรงกับงานจริงยืนยันขอบเขตและอำนาจก่อน
มาตรฐานKPI มีนิยาม สูตร แหล่งข้อมูล และช่วงวัดสร้าง Baseline โดยไม่ใช้ย้อนหลังลงโทษ
ข้อมูลพนักงานเห็นและตรวจข้อมูลต้นทางได้แก้ข้อผิดพลาดและกำหนดเจ้าของข้อมูล
ทรัพยากรมีคน ระบบ เวลา และการฝึกที่จำเป็นแก้อุปสรรคก่อนเริ่มนับผล
ความสม่ำเสมอกรณีเทียบเคียงใช้มาตรฐานเดียวกันทำ Calibration และบันทึกเหตุแตกต่าง

สร้าง Baseline Dataset ที่พนักงานตรวจกลับได้

ชุดข้อมูลก่อน PIP ควรแสดงช่วงเวลา งานที่มอบหมาย ผลที่คาด ผลจริง และปัจจัยภายนอก หลีกเลี่ยงค่าเฉลี่ยที่รวมช่วงพนักงานลาตามสิทธิ ระบบล่ม หรือรับพื้นที่ใหม่ หากมีการแก้ข้อมูล ต้องเก็บประวัติว่าใครแก้ อะไร และเพราะเหตุใด

ตัวอย่างการแยกสาเหตุ

พนักงานบริการปิดงานได้ต่ำกว่าเป้า อาจเกิดจากทำงานช้า เคสที่ได้รับซับซ้อนกว่าทีม ระบบจัดคิวผิด หรือไม่มีสิทธิเข้าถึงเครื่องมือ หากดูเพียงจำนวนเคส จะเลือกมาตรการผิด ควรเทียบระดับความยาก เวลารอ และอัตรางานแก้ซ้ำก่อนกำหนดเป้าหมายพัฒนา

ห้ามสร้างเอกสารย้อนหลังเพื่อทำให้แฟ้มดูครบ

หากไม่เคยมี KPI หรือบันทึกข้อเสนอแนะ ให้เริ่มระบบจากวันที่ประกาศและเก็บข้อมูลไปข้างหน้า อธิบายว่าข้อมูลเดิมมีข้อจำกัดอย่างไร ไม่ควรให้หัวหน้างานลงวันที่ย้อนหลังหรือให้พนักงานรับรองการประชุมที่ไม่เคยเกิด เอกสารไม่ครบเป็นปัญหาที่แก้ได้ แต่เอกสารเท็จสร้างความเสี่ยงใหม่ที่ร้ายแรงกว่า

ทำ Pre-PIP Conference ก่อนส่งเอกสาร

  1. หัวหน้างานอธิบายตัวอย่างงานและสิ่งที่เคยช่วยเหลือ
  2. HR ตรวจมาตรฐาน ความสม่ำเสมอ และภาษาที่ใช้
  3. เจ้าของข้อมูลยืนยันสูตรและรายงาน
  4. ผู้มีอำนาจตรวจว่าผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ยังเปิดอยู่จริง
  5. กำหนดผู้ติดตาม ตารางประชุม และวิธีบันทึกคำโต้แย้ง

หากที่ประชุมตอบไม่ได้ว่าพนักงานต้องทำอะไรต่างจากเดิม และบริษัทจะช่วยอะไร PIP ยังไม่พร้อมเปิด ควรกลับไปออกแบบแผนแทนการส่งเอกสารที่มีแต่คำว่า “ปรับปรุงให้ดีขึ้น”

ทำ Pre-PIP Evidence Lab

นำ JD, KPI, ข้อมูลผลงาน และตัวอย่างงานมาเปิดร่วมกัน ให้หัวหน้างาน เจ้าของข้อมูล และ HR ตอบคำถามเดียวกัน หากนิยามเป้า สูตร หรือช่วงข้อมูลไม่ตรงกัน ให้แก้ก่อนเปิด PIP การประชุมนี้ต้องเก็บ Decision Log ว่าตัดข้อมูลใดออกและเพราะเหตุใด

ชุดข้อมูลการทดสอบผลที่ห้ามใช้
JDเทียบงานจริงและอำนาจหน้าที่ที่ไม่เคยมอบหมาย
KPIคำนวณซ้ำจากข้อมูลต้นทางสูตรที่เปลี่ยนหลังปิดรอบ
ผลงานแยกช่วงระบบล่ม ลา และงานพิเศษค่าเฉลี่ยที่รวมเวลาทำงานไม่ได้
กรณีเทียบเคียงตรวจมาตรฐานและโอกาสพัฒนาเลือกเฉพาะคนที่ผลสนับสนุนข้อสรุป

Red-Team เจตนาของการเปิด PIP

ถามผู้อนุมัติว่าผลลัพธ์ใดเป็นไปได้จริง หากคำตอบมีเพียงการเลิกจ้าง PIP กำลังถูกใช้สร้างเอกสารแทนการพัฒนา ควรหยุดและประเมินเส้นทางการจ้างตามข้อเท็จจริง เอกสารภายในไม่ควรมีคำสั่งให้หัวหน้า “ทำแฟ้มให้ครบ” หลังตัดสินใจแล้ว

แฟ้มจำลอง: คะแนนบริการต่ำเพราะรับเคสยากกว่าทีม

รายงานแสดงเวลาปิดเคสสูงกว่าค่าเฉลี่ย แต่พนักงานรับเคสซับซ้อนและมีเวลารออนุมัติมากกว่า หากใช้จำนวนเคสต่อวันตรง ๆ PIP จะวัดการจัดสรรคิวของระบบ ควรจัดกลุ่มความยาก แยกเวลาที่พนักงานควบคุมได้ และตรวจคุณภาพผลลัพธ์ก่อนกำหนดเป้า

Manager Readiness Checklist

  • อธิบายเป้าด้วยตัวอย่างงานได้
  • เข้าถึงรายงานเดียวกับพนักงาน
  • มีเวลาสำหรับ Check-in ตามแผน
  • มีอำนาจจัดทรัพยากรหรือรู้ช่องทางขอ
  • รู้วิธีบันทึกข้อเท็จจริงโดยไม่ใช้คำประเมินลอย ๆ
  • พร้อมเปลี่ยนวิธีช่วยเมื่อข้อมูลแสดงว่าแผนเดิมไม่ได้ผล

สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม ช่วยอะไรได้บ้าง

ทีมทนายคดีแรงงานของเรารับตรวจความพร้อมของเอกสารก่อนเริ่ม PIPเป็นรายเคส โดยดูจากแฟ้มที่บริษัทมีอยู่จริงว่าครบทั้งห้าชุดหรือไม่ พร้อมให้ความเห็นว่าควรเปิด PIP เลยหรือควรวางฐานให้ครบก่อน และร่างเอกสารที่ยังขาดให้พร้อมใช้

สำนักงานช่วยเปรียบเทียบทางเลือกก่อนเริ่มดำเนินการ โดยพิจารณาเวลาที่ใช้ ภาระของหัวหน้างาน เงินที่ต้องจ่าย และความเสี่ยงจากเอกสารที่มีอยู่ เพื่อให้บริษัทเลือกแนวทางที่เหมาะกับข้อเท็จจริง

ก่อนเริ่ม PIP

ให้ตรวจหน้าที่ เป้าหมาย ข้อมูลผลงาน บันทึกที่เคยแจ้งปัญหา และทรัพยากรที่พนักงานได้รับ ห้ามทำเอกสารย้อนหลังแทนเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้น การไม่ผ่าน PIP เพียงอย่างเดียวไม่ใช่เหตุยกเว้นค่าชดเชยตามมาตรา 119 ตรวจตัวบทได้จากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฉบับรวมการแก้ไขเพิ่มเติมของกระทรวงแรงงาน

หากบริษัทกำลังจะเปิด PIP กับพนักงานรายใดและยังไม่แน่ใจว่าฐานครบหรือไม่ ควรให้ฝ่ายกฎหมายตรวจเอกสารก่อนดำเนินการ เพราะความเสี่ยงส่วนใหญ่เกิดจากเอกสารที่จัดทำไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เฉพาะวันที่เกิดข้อพิพาท ปรึกษาทีมทนายของสำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม โทร 081-327-8551 | LINE @995iqtpa หรือนัดหมายปรึกษาที่นี่

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 14/1: ศาลมีอำนาจให้สัญญา ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบเกินสมควรมีผลเพียงเท่าที่เป็นธรรม
  • มาตรา 17 และมาตรา 17/1: กำหนดจังหวะบอกเลิกตามงวดจ่ายค่าจ้างและเงินแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
  • มาตรา 108: ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานต้องมีเรื่องวินัยและโทษทางวินัยตามเกณฑ์ของกฎหมาย
  • มาตรา 118 และมาตรา 119: กำหนดค่าชดเชยตามอายุงานและเหตุที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583: กำหนดเหตุบางกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า
  • พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49: ศาลแรงงานอาจสั่งรับกลับเข้าทำงานหรือกำหนดค่าเสียหายเมื่อเห็นว่าการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

คำถามที่พบบ่อย

ไม่มีเอกสารเป้าหมายที่พนักงานลงชื่อ เปิด PIP ได้ไหม

ทำได้ในทางบริหาร แต่บริษัทจะขาดหลักฐานว่าเกณฑ์นั้นมีอยู่ก่อนเกิดปัญหา ควรกำหนดเป้าหมาย วันเริ่มใช้ แหล่งข้อมูล และรอบทบทวนให้ชัดโดยไม่ลงวันที่ย้อนหลัง จากนั้นเก็บข้อมูลตามระยะเวลาที่เหมาะกับงานแล้วประเมินอีกครั้งว่าจำเป็นต้องใช้ PIP หรือไม่

พนักงานไม่ผ่าน PIP เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้ไหม

การไม่ผ่าน PIP เพียงอย่างเดียวไม่ใช่เหตุที่มาตรา 119 กำหนดให้ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย หากไม่มีพฤติการณ์อื่นตามมาตรานี้ บริษัทต้องตรวจค่าชดเชยตามมาตรา 118 PIP ใช้ประกอบการอธิบายเหตุและขั้นตอนเมื่อมีข้อโต้แย้งเรื่องความเป็นธรรม

PIP ต้องให้พนักงานเซ็นไหม

ควรให้ลงชื่อรับทราบ แต่ต้องเข้าใจว่าการลงชื่อเป็นการยืนยันว่าได้รับแผนแล้ว ไม่ใช่การยอมรับว่าผลงานไม่ดี หากพนักงานปฏิเสธที่จะลงชื่อ ควรบันทึกเหตุการณ์พร้อมพยานและส่งสำเนาให้ตามช่องทางที่พิสูจน์ได้ สิ่งที่มีน้ำหนักกว่าลายเซ็นในตอนเริ่มคือบันทึกการพบกันระหว่างทาง เพราะเป็นหลักฐานว่าบริษัททำตามแผนที่เขียนไว้จริง

ควรให้ทรัพยากรอะไรบ้างระหว่าง PIP

ควรให้เท่าที่จำเป็นต่อการทำให้ถึงเป้าที่กำหนดไว้ในแผน เช่น เวลาของหัวหน้างานในการติดตาม การอบรมเฉพาะเรื่องที่ขาด เครื่องมือหรือข้อมูลที่ต้องใช้ และการมอบหมายพี่เลี้ยงหากจำเป็น จุดสำคัญคืออย่าเขียนสิ่งที่บริษัททำไม่ได้ลงในแผน เพราะเมื่อขึ้นสู่ศาล เอกสารที่บริษัทเขียนเองจะกลายเป็นรายการสิ่งที่รับปากแล้วไม่ได้ทำ

PIP ควรใช้กับทุกกรณีที่ผลงานไม่ถึงเป้าไหม

ไม่จำเป็น PIP เหมาะกับกรณีที่บริษัทเชื่อว่าพนักงานยังปรับปรุงได้และต้องการให้อยู่ต่อหากทำได้ คำถามที่ควรถามก่อนเสมอคือถ้าพนักงานทำได้ตามแผน บริษัทยินดีให้อยู่ต่อจริงหรือไม่ หากคำตอบคือไม่ แปลว่าสิ่งที่ต้องการไม่ใช่ PIP และควรพิจารณาทางเลือกอื่นที่ตรงไปตรงมากว่า ซึ่งมักมีต้นทุนที่ประเมินได้ล่วงหน้าและไม่สร้างเอกสารที่ย้อนกลับมาที่บริษัท

นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

ฝ่ายบุคคลตรวจปฏิทินและใบรับรองแพทย์ของพนักงานที่ลาป่วยบ่อยก่อนพิจารณามาตรการ กฎหมายแรงงาน

ลาป่วยบ่อยแต่มีใบรับรองแพทย์ HR ตรวจอะไรได้ก่อนลงโทษหรือเลิกจ้าง

ลาป่วยบ่อยแต่มีใบรับรองแพทย์ HR ควรแยกสิทธิลาป่วย ขั้นตอนการลา และหลักฐานให้ชัดก่อนลงโทษหรือเลิกจ้าง

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 14 นาที
หัวหน้าแผนกและฝ่ายบุคคลบันทึกความเสียหายของเครื่องจักรก่อนพิจารณาหักค่าจ้างชดใช้ค่าเสียหาย กฎหมายแรงงาน

หักค่าจ้างชดใช้ค่าเสียหายได้ไหม เมื่อพนักงานทำทรัพย์สินบริษัทเสียหาย

หักค่าจ้างชดใช้ค่าเสียหายต้องแยกจากสิทธิเรียกร้อง ตรวจความจงใจหรือประมาทร้ายแรง หนังสือยินยอม และเพดานการหักก่อนดำเนินการ

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 12 นาที
ผู้บริหารและฝ่ายบุคคลวางแผนกำหนดวันปิดประกาศก่อนย้ายสถานประกอบกิจการ กฎหมายแรงงาน

ย้ายสถานประกอบกิจการ ต้องแจ้งพนักงานเมื่อไรและเตรียมเอกสารอะไร

ย้ายสถานประกอบกิจการต้องปิดประกาศล่วงหน้าอย่างไร ตรวจเส้นตาย 30 วัน สิทธิพนักงาน และเอกสารที่ต้องเสร็จก่อนวันย้าย

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 6 นาที

ปรึกษาทนายคดีแรงงานของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE