081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

คำฟ้องเรียกค่าจ้างค้าง ต้องแยกรายการเงินและหลักฐานอย่างไร

ลูกจ้างตรวจสลิปและยอดค้าง พร้อมข้อความ ค่าจ้างยังค้าง ฟ้องต้องแยกยอด

สรุปประเด็นสำคัญ

คำฟ้องค่าจ้างควรแสดงว่างานใดก่อสิทธิ เงินถึงกำหนดเมื่อไรและค้างเท่าไรหลังหักยอดรับจริง ต้องตรวจสถานะลูกจ้างและประเภทเงินก่อนเลือกฐานกฎหมาย อายุความค่าจ้างไม่ใช่คำตอบสำหรับเงินแรงงานทุกประเภท และหากเคยร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานหรือมีคดีเดิมควรแจ้งให้ทนายตรวจผลก่อนยื่นเรื่องใหม่

คำฟ้องเรียกค่าจ้างค้างควรแสดงให้เห็นว่าเงินแต่ละงวดเกิดจากงานใด ถึงกำหนดเมื่อไร และยังขาดเท่าใด การรวมค่าจ้าง OT กับเงินเลิกจ้างเป็นก้อนเดียวทำให้ตรวจสิทธิและยอดยาก บทความนี้อธิบายการเตรียมข้อมูลก่อนร่างสำหรับข้อพิพาทแรงงานเอกชนทั่วไป

คำฟ้องเรียกค่าจ้างค้างต้องแยกรายการอย่างไร

ควรแยกความสัมพันธ์การจ้าง ฐานค่าจ้าง ช่วงงาน วันถึงกำหนด ยอดรับและยอดค้าง พร้อมคำขอและหลักฐานของเงินแต่ละประเภท ต้องตรวจอำนาจศาล อายุความและเรื่องที่เคยร้องก่อนร่าง ไม่ใช้ยอดจากความจำหรือรวมเงินที่ได้รับแล้วไว้ในคำขอ

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5 ใช้พิจารณาลักษณะค่าจ้าง และมาตรา 70 กำหนดรอบจ่ายตามประเภท ส่วนการฟ้องคดีต้องตรวจพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 8 เรื่องอำนาจศาลและมาตรา 35 ซึ่งเปิดให้ยื่นคำฟ้องเป็นหนังสือหรือแถลงข้อหาด้วยวาจาต่อศาลตามกระบวนการได้

ข้อมูลสำคัญจึงไม่ได้มีเฉพาะสัญญากระดาษ แต่รวมการทำงานจริง ผู้สั่งงาน วิธีคำนวณเงินและการจ่ายที่ผ่านมา หากมีหลายบริษัทเกี่ยวข้องต้องตรวจว่านายจ้างที่ถูกต้องคือใคร ไม่ใส่ชื่อผู้จัดการหรือชื่อร้านแทนนิติบุคคลโดยไม่ตรวจ และไม่สรุปว่าบริษัทแม่รับผิดทุกกรณีเพียงเพราะใช้ตราสินค้าเดียวกัน

ตัวอย่างสมมติ ลูกจ้างได้รับค่าจ้างเดือนละ 20,000 บาท ค้างสองเดือนและได้รับชำระบางส่วน 10,000 บาท ยอดเงินต้นค่าจ้างที่ต้องตรวจคือ 40,000 − 10,000 = 30,000 บาท หากมี OT อีกจำนวนหนึ่ง ต้องระบุวัน ชั่วโมงและฐานอัตราแยก ไม่บวกตัวเลขที่จำได้เข้าไปโดยไม่มีวิธีตรวจว่าเคยได้รับแล้วหรือไม่

ควรเก็บข้อมูลแม้ยังทำงานอยู่ เพราะสิทธิเรียกเงินและช่วงเริ่มนับอายุความต้องตรวจตามวันบังคับสิทธิแต่ละงวด ไม่จำเป็นต้องรอวันลาออกจึงเริ่มรวบรวม สัญญาและหลักฐานเงินควรอยู่ใน ระบบเอกสารแรงงาน ที่หาเวอร์ชันและช่วงงานได้ เพื่อให้ทั้งนายจ้างและลูกจ้างตรวจความต่างจากข้อมูลชุดเดียวกัน

ไม่มีสัญญา เงินชื่ออื่น หรือเคยร้องเจ้าหน้าที่แล้ว

ถ้าไม่มีสัญญาเป็นหนังสือ ยังต้องตรวจความสัมพันธ์จริงและหลักฐานอื่น เช่น ข้อความสั่งงาน ตารางกะ สลิปและรายการโอน การไม่มีเอกสารลงนามไม่ได้ทำให้สรุปว่าไม่มีการจ้างหรือไม่มีสิทธิค่าจ้าง แต่ผู้เรียกร้องต้องจัดข้อมูลให้เห็นงาน ข้อตกลงและผู้เกี่ยวข้องได้

ถ้าเงินใช้ชื่อเบี้ย ค่าตอบแทนหรือคอมมิชชั่น ต้องตรวจลักษณะและเงื่อนไขจริงก่อนจัดเป็นค่าจ้างหรือเงินชนิดอื่น ชื่อในสลิปเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบทั้งหมด อ่าน หลักตรวจค่าคอมมิชชั่นและวันเกิดสิทธิ เพื่อแยกกรณีที่ต้องตรวจยอดขายหรือเงื่อนไขเพิ่มเติม

ถ้าเคยยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน มีคำสั่งหรือเคยฟ้องแล้ว ต้องแจ้งผู้ร่างครบเพื่อดูผลของกระบวนการเดิม ไม่ยื่นซ้ำโดยคิดว่าเพิ่มช่องทางย่อมดีกว่าเสมอ หากเป็นการไม่พอใจคำสั่งตามมาตรา 124 อาจต้องใช้ทางตามมาตรา 125 พร้อมรักษากำหนดเฉพาะ ต่างจากการฟ้องเรียกเงินทั่วไป

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: เงินค้างแต่ละก้อน

คนมักเข้าใจว่า เขียนยอดสูงไว้ก่อนแล้วศาลจะช่วยแยกให้เอง หรือมีรายการโอนน้อยกว่าเงินเดือนก็พิสูจน์ยอดค้างได้ทันทีโดยไม่ตรวจว่ามีรายการหักที่ชอบหรือเงินรับผ่านช่องทางอื่นหรือไม่

กฎหมายมองว่า ต้องตรวจฐานสิทธิและข้อเท็จจริงของแต่ละเงิน ค่าจ้าง เงินชดเชยและค่าเสียหายไม่ได้มีเงื่อนไขหรืออายุความเหมือนกันทั้งหมด การร่างต้องแสดงคำขอให้สัมพันธ์กับเหตุ ไม่เรียกซ้ำยอดเดียวกันภายใต้ชื่อหลายประเภทโดยไม่มีฐาน

จุดเสี่ยงจริง คือไม่หักยอดรับชำระแล้วหรือใช้วันครบกำหนดเดียวกับทุกเดือน ควรทำตารางจากงวดเก่าสุดมาปัจจุบัน แสดงหลักฐานแต่ละรายการและข้อที่ยังไม่แน่ใจ หากมีการแก้ยอดก่อนยื่นต้องเก็บเหตุผล ไม่ให้คำฟ้องกับเอกสารแนบคำนวณจากคนละฐาน

มองสองฝั่ง: ตรวจเงินที่ยังไม่ได้รับ

ประเด็นลูกจ้างผู้เรียกร้องนายจ้าง
สิทธิและหน้าที่เรียกเงินตามสิทธิพร้อมข้อมูลที่รองรับชำระตามหน้าที่และชี้แจงยอดที่โต้แย้ง
ความเสี่ยงพ้นอายุความหรือรวมยอดซ้ำไม่มีหลักฐานจ่ายและอาจมีผลผิดนัดเพิ่มเติม
ควรทำตอนนี้แยกงวด ฐานเงินและยอดรับจริงเทียบสลิปกับการโอนสำเร็จตามงวด
ไม่ควรทำซ่อนเงินที่ได้รับหรือใช้ข้อมูลคนอื่นเกินจำเป็นให้เซ็นรับครบก่อนจ่ายจริงหรือทำใบรับย้อนหลัง

หากบางยอดตรงกัน ควรแยกจากส่วนที่พิพาทเพื่อพิจารณาการชำระหรือเจรจาอย่างชัดเจน การรับเงินบางส่วนควรมีเอกสารระบุว่าชำระรายการใด ไม่ให้ใบรับเงินสั้น ๆ มีข้อความสละสิทธิทุกชนิดโดยผู้รับไม่เข้าใจผล

อายุความค่าจ้างเริ่มเมื่อไร

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (9) กำหนดอายุความสองปีสำหรับสิทธิเรียกค่าจ้างหรือสินจ้างอื่นตามกรณี ส่วนมาตรา 193/12 ให้เริ่มเมื่ออาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ ต้องตรวจวันถึงกำหนดของแต่ละงวด ไม่เหมารวมว่าเริ่มจากวันลาออกเสมอหรือใช้สองปีกับเงินแรงงานทุกประเภท

ถ้ามีการรับสภาพหนี้ ชำระบางส่วนหรือดำเนินคดี อาจมีผลต่ออายุความตามเงื่อนไขกฎหมาย ต้องตรวจเหตุ วันที่และเอกสารจริง การส่งข้อความทวงถามฝ่ายเดียวหรือกำลังเจรจาไม่ทำให้สรุปว่าหยุดอายุความทุกกรณี จึงควรตรวจงวดเก่าสุดก่อนและไม่รอคำตอบแบบไม่มีกำหนด

หากมีคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานแล้ว ให้แยกกรอบนำคดีไปสู่ศาลออกจากอายุความเงินเดิม อ่าน กำหนดโต้แย้งคำสั่งมาตรา 124 ประกอบ ส่วนระยะทั้งหมดควรคำนวณจากหลักฐานจริงและตรวจช่องทางยื่น ไม่ใช้เพียงวันที่บันทึกไว้ในโทรศัพท์โดยไม่มีเอกสารรองรับ

คำนวณเงินต้นและดอกเบี้ยแยกกัน

ตัวอย่างสมมติ ค่าจ้างค้างสองงวด งวดละ 20,000 บาท รวม 40,000 บาท ชำระแล้ว 10,000 บาทในรายการที่ตกลงตรงกัน เหลือเงินต้น 30,000 บาท หากเงินต้นจำนวนนี้อยู่ในเงื่อนไขมาตรา 9 และสมมติผิดนัดต่อเนื่องอีกสามสิบวัน ดอกเบี้ยตัวอย่างคือ 30,000 × 15% × 30 ÷ 365 = 369.86 บาท

การคำนวณจริงต้องแยกวันผิดนัดของแต่ละงวดและวันที่รับชำระ ไม่ใช้สามสิบวันเดียวกันทุกเงินหากถึงกำหนดต่างวัน เงินเพิ่มตามมาตรา 9 ต้องตรวจเงื่อนไขจงใจไม่จ่ายโดยไม่มีเหตุอันสมควร ไม่ใช่ดอกเบี้ยอีกรูปหนึ่งที่เกิดทุกคดีโดยอัตโนมัติ และต้องแยกคำขอกับหลักฐานที่ใช้รองรับ

มาตรา 27 แห่งกฎหมายศาลแรงงานยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมตามขอบเขตการดำเนินคดี แต่ยังอาจมีค่าเดินทาง เตรียมสำเนาหรือบริการที่ตกลงต่างหาก นายจ้างควรตรวจความเสี่ยงส่วนต่างและดอกเบี้ยจากวันจริง ขณะที่ลูกจ้างควรประเมินข้อมูลกับทางเลือก ไม่รับรองผลได้เงินเต็มจำนวนจากสูตรตัวอย่างเพียงอย่างเดียว

หลักฐานก่อนร่างคำฟ้องเรียกเงิน

  • ข้อมูลนายจ้างและหลักฐานความสัมพันธ์การจ้างกับผู้สั่งงาน
  • สัญญา หนังสือเสนองานหรือข้อความตกลงฐานค่าจ้าง
  • ตารางงาน ลงเวลาและหลักฐานงานเพิ่มถ้ามี OT
  • สลิป รายการโอน เงินสดที่รับและเอกสารการหักเงินตามแต่ละงวด
  • ตารางยอดค้าง วันถึงกำหนดและการคำนวณที่ไม่ซ้ำรายการ
  • หนังสือทวงถาม คำตอบ การตกลงชำระและเรื่องที่เคยยื่นต่อหน่วยงาน

เก็บเอกสารที่เข้าถึงโดยชอบ ไม่คัดฐานข้อมูลพนักงานหรือลูกค้าทั้งหมดออกมาเพื่อใช้พิสูจน์เงินของตน หากหลักฐานอยู่กับนายจ้างให้ระบุชนิด ผู้ครอบครองและประเด็นที่ต้องการพิสูจน์แก่ผู้ดำเนินคดี เพื่อพิจารณาวิธีขอตามกระบวนการ ไม่สร้างสลิปขึ้นเองแทนของที่ไม่มี

สิทธิเรียกเงินเกี่ยวกับกฎหมายเรื่องใด

กฎหมายแพ่งเรื่องอายุความ: ต้องจัดประเภทเงินก่อนใช้กำหนดและตรวจเหตุสะดุดหยุดลงตามเอกสารจริง ตัวบทตรวจได้จาก ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่กรมบังคับคดีเผยแพร่ โดยเฉพาะมาตรา 193/12 และ 193/34

ทางร้องต่อเจ้าหน้าที่: สิทธิเงินตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานอาจใช้ช่องทางมาตรา 123 ตามเงื่อนไข ต้องตรวจว่าจะเลือกหรือดำเนินการต่อจากเรื่องเดิมอย่างไร ไม่ใช้หลายช่องทางซ้ำโดยไม่ดูผลของคำร้องหรือคำสั่งที่มีแล้ว

ข้อมูลส่วนบุคคล: หลักฐานเงินมักมีเลขบัญชีและข้อมูลผู้อื่น ควรจัดชุดส่งให้ผู้ตรวจเท่าที่จำเป็นและรักษาต้นฉบับ การวางระบบเอกสารเงินเดือนของบริษัทอาจตรวจร่วมกับ บริการ PDPA สำหรับงานบุคคล เพื่อให้ค้นและส่งข้อมูลตามสิทธิได้ถูกต้อง

ทางไปต่อ: เตรียมยอดก่อนเลือกช่องทาง

  1. ยืนยันนายจ้างและฐานสิทธิของเงินแต่ละประเภท
  2. ทำตารางงวด วันถึงกำหนด ยอดรับและยอดค้าง
  3. ตรวจอายุความกับเรื่องที่เคยร้องหรือฟ้องมาก่อน
  4. จัดหลักฐานตามประเด็นและแยกข้อมูลที่ยังต้องขอเพิ่ม
  5. ให้ตรวจช่องทาง คำขอและการคำนวณก่อนยื่นตามกระบวนการ
สถานการณ์ทางเลือกที่ต้องประเมินข้อมูลสำคัญ
ยอดชัดและยังไม่มีเรื่องเดิมชี้แจงทวงถามหรือเลือกช่องทางตามสิทธิกำหนดและหลักฐานยอด
นายจ้างโต้แย้งสถานะหรือฐานเงินตรวจข้อเท็จจริงก่อนร่างคำของานจริงกับข้อตกลง
มีคำสั่งหรือใกล้พ้นกำหนดตรวจขั้นดำเนินคดีเร่งด่วนเอกสารเดิมและวันสำคัญ

ควรให้ผู้ตรวจช่วยเมื่อเงินหลายประเภทปนกัน ไม่ทราบตัวนายจ้าง มีการรับชำระบางส่วน หรือใกล้พ้นกำหนด หากต้องการจัดตารางเงินและร่างคำฟ้อง ดู บริการคดีแรงงาน และ ติดต่อพร้อมสลิปกับรายการเงินที่ยังไม่ได้รับ เพื่อประเมินคำขอจากข้อมูลจริง

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5 และ 70: ความหมายค่าจ้างและกำหนดจ่าย
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 9: ดอกเบี้ยและเงินเพิ่มที่มีเงื่อนไข
  • พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 8 มาตรา 27 และมาตรา 35: เขตอำนาจ ค่าธรรมเนียมและวิธียื่นฟ้อง
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/12 และ 193/34 (9): จุดเริ่มอายุความและกำหนดค่าจ้าง
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 123–125: คำร้องและคำสั่งเดิมที่ต้องตรวจร่วม

ตรวจสอบข้อกฎหมายเมื่อ ตุลาคม 2569

คำถามที่พบบ่อย

ไม่มีสัญญาเป็นกระดาษยังเตรียมฟ้องได้ไหม
การไม่มีสัญญากระดาษไม่ทำให้หมดทางพิสูจน์ความสัมพันธ์การจ้างโดยอัตโนมัติ ควรรวบรวมแชทมอบหมายงาน ตารางทำงาน การโอนเงินและพยานที่รู้การทำงานจริงให้ตรวจร่วมกัน ต้องแยกให้ได้ว่าเป็นลูกจ้างหรือความสัมพันธ์แบบอื่น และเงินที่เรียกมีข้อตกลงหรือฐานสิทธิอะไร ไม่ใช้ชื่อเรียกตำแหน่งอย่างเดียว
บริษัทโอนมาเพิ่มระหว่างเตรียมฟ้องต้องทำอย่างไร
ควรบันทึกวันและยอดที่รับจริง พร้อมตรวจว่าเป็นการชำระรายการใดและเหลือเงินต้นเท่าไร แล้วแจ้งผู้จัดทำคำฟ้องให้ปรับยอดกับดอกเบี้ยตามข้อเท็จจริง ไม่ควรฟ้องยอดเดิมเต็มจำนวนโดยละเงินที่ได้รับ หากคู่กรณีระบุว่าเป็นการจ่ายจบทั้งหมดต้องตรวจข้อความและผลของการรับเงินเพิ่มเติมด้วย
ฟ้องโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมแปลว่าไม่มีค่าใช้จ่ายเลยไหม
การยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมตามกฎหมายคดีแรงงานไม่ควรถูกอธิบายว่าไม่มีค่าใช้จ่ายทุกประเภท ผู้ดำเนินคดีอาจมีค่าเดินทาง จัดเอกสารหรือค่าบริการที่ตกลงกับทนายตามจริง ควรแยกค่าใช้จ่ายเหล่านี้ออกจากยอดสิทธิเรียกร้อง และไม่ใช้การยกเว้นดังกล่าวรับรองว่าจะได้รับเงินตามฟ้องทั้งหมด
เคยยื่นคำร้องแรงงานแล้วเปลี่ยนมาฟ้องได้ทันทีไหม
ต้องนำคำร้อง สถานะการสอบสวนและคำสั่งที่มีให้ทนายตรวจเสียก่อน เพราะแต่ละช่วงอาจมีช่องทางและผลต่างกัน ไม่ควรยื่นเรื่องซ้ำโดยปิดบังว่าเคยร้องหรือมีคำสั่งแล้ว โดยเฉพาะเมื่อมีคำสั่งตามมาตรา 124 ต้องตรวจมาตรา 125 และวันทราบคำสั่งร่วมด้วยเพื่อไม่พลาดกำหนดที่เกี่ยวข้อง
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
ผู้เขียน นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ใบอนุญาตว่าความตั้งแต่ปี 2560

สาขาที่เชี่ยวชาญ: คดีแพ่งและการว่าความ · คดีอาญา · ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่กรณีตรวจร่างข้อตกลงกับทนาย พร้อมข้อความ ไกล่เกลี่ยจบแล้ว ข้อตกลงครบหรือยัง กฎหมายแรงงาน

สัญญาประนีประนอมในศาลแรงงาน ต้องตรวจอะไรให้จบจริง

ตรวจขอบเขตเรื่องที่ยุติ อำนาจผู้ลงชื่อ ยอดและงวดชำระ พร้อมหน้าที่อื่นและผลผิดนัด แยกการถอนฟ้องจากคำพิพากษาตามยอมก่อนยืนยันฉบับสุดท้าย

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ·อ่าน 7 นาที
พนักงานส่งคืนอุปกรณ์สำนักงาน พร้อมข้อความ คืนของบริษัท แยกจากเงินงวดสุดท้าย กฎหมายแรงงาน

บันทึกส่งคืนทรัพย์สินบริษัท ต้องแยกจากเงินงวดสุดท้ายไหม

บันทึกรายการและสภาพของที่คืน พร้อมแยกงานรับอุปกรณ์จากการจ่ายเงินและความรับผิด ตรวจของขาด ผลตรวจช่างและหลักฐานก่อนสรุปว่าหักเงินได้

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ·อ่าน 7 นาที
HR ส่งหนังสือรับรองให้พนักงาน พร้อมข้อความ ออกจากงานแล้ว ขอหนังสือรับรองได้ไหม กฎหมายแรงงาน

หนังสือรับรองการทำงาน ต้องออกให้เมื่อไรและเขียนอะไร

แยกสิทธิเมื่อพ้นงานจากหนังสือรับรองสถานะปัจจุบัน ตรวจช่วงงาน หน้าที่และผู้ลงชื่อ พร้อมวิธีแก้ข้อมูลผิดโดยไม่ปนเงื่อนไขชำระหนี้หรือสละสิทธิ

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ·อ่าน 7 นาที

ปรึกษาทนายคดีแรงงานของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE