081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

พนักงานระดับ Manager ผลงานไม่ถึงเป้า: ก่อนเลิกจ้าง บริษัทควรมีเอกสารอะไรอยู่ในมือ

นายเอกราช ทิพย์แมม นายเอกราช ทิพย์แมมคดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน
เผยแพร่ อัปเดตล่าสุด อ่าน 8 นาที กฎหมายแรงงาน
เจ้าของกิจการและผู้จัดการทั่วไปพิจารณาผลงานทีมก่อนตัดสินใจเรื่องการเลิกจ้างผู้จัดการ

สรุปประเด็นสำคัญ

ก่อนเลิกจ้างผู้จัดการ บริษัทต้องตรวจเป้าหมาย อำนาจตัดสินใจ ทรัพยากรที่ได้รับ และเงื่อนไขเฉพาะในสัญญา เช่น โบนัสกับตัวชี้วัด เพราะผลงานของผู้จัดการมักผูกกับผลของทีมและข้อจำกัดที่บริษัทกำหนด

ผลงานไม่ถึงเป้าเพียงอย่างเดียวไม่ทำให้นายจ้างพ้นหน้าที่จ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118 ต้องตรวจแยกว่ามีพฤติการณ์ตามมาตรา 119 หรือไม่ เอกสารควรตอบให้ได้ว่าเป้าหมายมาจากไหน แจ้งเมื่อใด และผู้จัดการมีอำนาจเพียงพอที่จะทำให้สำเร็จหรือไม่

เมื่อเลิกจ้างผู้จัดการเพราะผลงานไม่ถึงเป้า บริษัทต้องอธิบายให้ได้ทั้งเป้าหมายที่กำหนด อำนาจที่มอบให้ และทรัพยากรที่สนับสนุน เพราะผลงานระดับนี้มักเป็นผลของทีมและการตัดสินใจหลายฝ่าย บทความนี้รวบรวมเอกสาร 7 ชุดที่ควรตรวจให้ครบก่อนตัดสินใจ

เลิกจ้างผู้จัดการต่างจากพนักงานทั่วไปอย่างไร

ในแง่กฎหมาย ผู้จัดการที่มีสถานะเป็นลูกจ้างยังได้รับความคุ้มครองเช่นเดียวกับลูกจ้างตำแหน่งอื่น จุดที่ต้องตรวจเพิ่มคือฐานค่าจ้าง เงื่อนไขในสัญญา และลักษณะของพยานหลักฐาน ค่าชดเชยตามมาตรา 118 คำนวณจากค่าจ้างอัตราสุดท้ายและอายุงาน โดยลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 20 ปีขึ้นไปมีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 400 วัน เว้นแต่มีเหตุที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

นอกจากเงินตามกฎหมาย บริษัทควรประเมินประเด็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 ด้วย การประเมินส่วนนี้ไม่มีสูตรตายตัวและขึ้นกับเหตุแห่งการเลิกจ้าง อายุงาน ความเดือดร้อน และข้อเท็จจริงอื่นของแต่ละคดี

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดตรงไหน

ผู้จัดการเป็นตัวแทนนายจ้าง จึงไม่ใช่ลูกจ้าง

ชื่อตำแหน่งหรืออำนาจบริหารเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้สถานะลูกจ้างสิ้นสุด ต้องดูความสัมพันธ์ตามข้อเท็จจริง เช่น การทำงานเพื่อรับค่าจ้างและการอยู่ภายใต้อำนาจบังคับบัญชา หากยังเป็นลูกจ้าง บริษัทต้องคำนวณสิทธิเมื่อเลิกจ้างให้ครบ

ทีมทำผลงานไม่ได้ ก็คือผู้จัดการทำงานไม่ได้

ผลงานทีมอาจขึ้นกับจำนวนคน งบประมาณ เครื่องจักร และอำนาจตัดสินใจที่บริษัทมอบให้ จึงต้องแยกให้ได้ว่าส่วนใดอยู่ในความรับผิดชอบของผู้จัดการ และส่วนใดเกิดจากข้อจำกัดขององค์กร

ระดับผู้จัดการไม่ต้องมีเอกสารประเมินเหมือนพนักงานทั่วไป

บริษัทควรมีร่องรอยการสื่อสารเป้าหมายและการทบทวนผลงานที่ชัดเจน หากไม่มีเอกสาร การพิสูจน์อาจเหลือเพียงคำให้การของผู้ที่เกี่ยวข้องและข้อมูลที่จัดทำภายหลัง

จ่ายชดเชยให้สูงหน่อย เรื่องก็จบ

การจ่ายเงินอย่างเดียวไม่ได้ปิดประเด็นความเป็นธรรม และหากยังมีเรื่องความลับหรือลูกค้าค้างอยู่ ก็ยังมีข้อพิพาทต่อได้ จ่ายไปแล้วแต่ยังต้องสู้ต่อในประเด็นอื่น

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม

คนทั่วไปมักเข้าใจว่า ระดับผู้จัดการเป็นเรื่องของความไว้วางใจ ถ้าผู้บริหารไม่มั่นใจในตัวเขาแล้ว ก็ควรเปลี่ยนตัวได้ เพราะเป็นการตัดสินใจเชิงบริหาร

ในทางคดี ข้ออ้างเรื่องความไว้วางใจต้องเชื่อมกับข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ เช่นเป้าหมายที่กำหนด ทรัพยากรและอำนาจที่มอบให้ รวมถึงการทบทวนผลงานที่ผ่านมา หากไม่มีร่องรอยเหล่านี้ บริษัทจะอธิบายเหตุผลและลำดับเหตุการณ์ได้ยากขึ้น

จุดเสี่ยงจริงอยู่ที่เอกสารคนละชุด บริษัทอาจมีผลประเมิน ขณะที่ผู้จัดการมีอีเมลขอเพิ่มคน ขอปรับงบ หรือขออำนาจอนุมัติซึ่งไม่ได้รับการตอบสนอง เอกสารทั้งสองฝั่งจึงต้องนำมาพิจารณาร่วมกันก่อนสรุปสาเหตุของผลงาน

แนวทางดำเนินการ ก่อนตัดสินใจ ให้สำรวจว่าฝ่ายตรงข้ามน่าจะมีเอกสารอะไรอยู่บ้าง ไม่ใช่ดูเฉพาะเอกสารที่บริษัทมี โดยเฉพาะอีเมลขอทรัพยากร บันทึกการประชุมที่ผู้จัดการเคยเตือนเรื่องปัญหา และรายงานที่ส่งขึ้นมาแล้วไม่มีการตอบกลับ

เอกสาร 7 ชุดที่ควรอยู่ในมือก่อนตัดสินใจ

ชุดที่ 1 ถึง 3 เป็นชุดที่พนักงานทุกระดับต้องมีเหมือนกัน ซึ่งอธิบายไว้แล้วที่เอกสารที่ต้องมีเมื่อจะเลิกจ้างเพราะผลงาน ส่วนชุดที่ 4 ถึง 7 เป็นชุดที่เพิ่มขึ้นเฉพาะระดับผู้จัดการ

#เอกสารตอบคำถามอะไร
1ใบกำหนดหน้าที่และตัวชี้วัดที่รับทราบแล้วบริษัทเคยบอกเป้าหมายชัดหรือยัง
2เอกสารประเมินผลตามรอบต่อเนื่องผลงานตกจริงและตกมานานแค่ไหน
3บันทึกการพูดคุยและแผนปรับปรุงผลงานเคยแจ้งและให้โอกาสหรือยัง
4เอกสารมอบอำนาจและขอบเขตการตัดสินใจ ระบุว่าอนุมัติอะไรได้เอง อะไรต้องขอผู้จัดการมีอำนาจพอจะทำให้สำเร็จหรือไม่
5บันทึกการจัดสรรทรัพยากร ทั้งอัตรากำลัง งบประมาณ และเครื่องมือ พร้อมคำขอที่เคยยื่นและผลการพิจารณาบริษัทให้สิ่งที่จำเป็นแล้วหรือยัง และเคยปฏิเสธอะไรไปบ้าง
6เอกสารแยกผลงานทีมออกจากผลงานผู้จัดการ เช่น ส่วนที่เป็นการบริหารคน การควบคุมต้นทุน หรือคุณภาพงานสิ่งที่ไม่สำเร็จอยู่ในความรับผิดชอบของเขาจริงหรือไม่
7สัญญาจ้างผู้บริหารและเอกสารแนบ เรื่องโบนัส ตัวชี้วัด การรักษาความลับ และเงื่อนไขยุติสัญญามีข้อผูกพันพิเศษที่ต้องจัดการพร้อมกันหรือไม่

ชุดที่ 5 ช่วยตรวจว่าความรับผิดชอบสอดคล้องกับทรัพยากรที่ได้รับหรือไม่ ควรรวบรวมทั้งมติประชุม อีเมลคำขอ และผลการอนุมัติ เรื่องเงื่อนไขในสัญญาผู้บริหารตามชุดที่ 7 ดูเพิ่มได้ที่สิ่งที่สัญญาจ้างต้องเขียนให้ชัด

เงินและภาระผูกพันที่ต้องคิดพร้อมกัน

  • ค่าชดเชยตามมาตรา 118 คำนวณจากค่าจ้างอัตราสุดท้ายคูณอายุงาน ซึ่งในระดับผู้จัดการมักเป็นก้อนใหญ่ที่สุด
  • สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ตามมาตรา 17/1 หากไม่บอกกล่าวครบตามมาตรา 17 วรรคสอง
  • โบนัสหรือเงินจูงใจตามสัญญา ซึ่งต้องดูเงื่อนไขว่าผูกกับผลงานรอบใดและถึงกำหนดจ่ายแล้วหรือยัง
  • ค่าจ้างค้างจ่ายและวันหยุดพักผ่อนคงเหลือ โดยจ่ายให้ทันกรอบตามมาตรา 70 วรรคสอง คือภายในสามวันนับแต่วันที่เลิกจ้าง
  • ดอกเบี้ยระหว่างผิดนัด ร้อยละ 15 ต่อปีตามมาตรา 9 หากจ่ายไม่ครบหรือไม่ทัน
  • ความเสี่ยงตามมาตรา 49 ซึ่งไม่มีสูตรตายตัวและขึ้นกับข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
  • เรื่องที่ต้องจัดการต่อ เช่น การส่งมอบงาน คืนอุปกรณ์และข้อมูล และข้อผูกพันเรื่องความลับ

อีกฝ่ายอาจโต้แย้งอย่างไร

  • ไม่เคยมีเป้าหมายเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะระดับผู้จัดการคุยกันด้วยวาจาในที่ประชุมมาตลอด
  • เคยขอทรัพยากรแล้วไม่ได้รับ พร้อมแสดงอีเมลหรือบันทึกการประชุมย้อนหลัง
  • ปัญหาอยู่นอกอำนาจของตน เช่น เครื่องจักรเสีย ซัพพลายเออร์ส่งของช้า หรือคำสั่งจากผู้บริหารเปลี่ยนบ่อย
  • เคยได้รับคำชมหรือโบนัสในรอบก่อนหน้า ซึ่งขัดกับการอ้างว่าผลงานตกมานาน
  • เหตุจริงเป็นการปรับโครงสร้าง โดยใช้เรื่องผลงานเป็นข้ออ้างเพื่อเลี่ยงขั้นตอนที่ต้องทำ

ก่อนตัดสินใจ ควรทำอะไรตามลำดับ

  1. ยังไม่แจ้งผู้จัดการและยังไม่กำหนดวัน เพราะเมื่อรู้แล้ว การรวบรวมเอกสารจะทำได้ยากขึ้นมาก
  2. รวบรวมเอกสารทั้ง 7 ชุด แล้วประเมินว่าชุดใดขาดและขาดเพราะอะไร
  3. ค้นหาเอกสารฝั่งตรงข้าม คืออีเมลขอทรัพยากร รายงานที่ส่งขึ้นมา และบันทึกการประชุมที่เคยเตือนปัญหา
  4. ตรวจสัญญาจ้างผู้บริหาร ว่ามีเงื่อนไขเรื่องโบนัส ตัวชี้วัด หรือการยุติสัญญาที่ต้องจัดการพร้อมกันหรือไม่
  5. คำนวณเงินทุกก้อนและประเมินความเสี่ยงตามมาตรา 49 เพื่อเทียบกับทางเลือกอื่น เช่น การตกลงยุติสัญญาจ้าง
  6. ร่างหนังสือเลิกจ้างโดยระบุเหตุที่พิสูจน์ได้ หากจะอ้างเหตุแห่งการไม่จ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 119 ต้องแจ้งข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุแก่ลูกจ้างในขณะเลิกจ้าง มิฉะนั้นจะยกเหตุนั้นขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้ ดูจุดที่ต้องตรวจก่อนเซ็นหนังสือเลิกจ้าง

กรณีแบบไหนที่ควรปรึกษาทนายก่อน

  • ผู้จัดการมีอายุงานยาวหรือฐานค่าจ้างสูง ซึ่งทำให้มูลค่าเงินตามกฎหมายและสัญญาที่ต้องคำนวณเพิ่มขึ้น
  • ไม่มีเอกสารกำหนดเป้าหมายที่ผู้จัดการรับทราบ ย้อนหลังเลย
  • ผู้จัดการเคยขอทรัพยากรเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วไม่ได้รับ
  • มีสัญญาจ้างผู้บริหารที่มีเงื่อนไขเรื่องโบนัส การรักษาความลับ หรือข้อจำกัดหลังพ้นสภาพ
  • ผู้จัดการถือข้อมูลลูกค้าหรือความลับทางการค้าที่สำคัญต่อกิจการ
  • เหตุจริงมีการปรับโครงสร้างเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งมีขั้นตอนของตัวเอง ดูเอกสารที่ต้องเตรียมเมื่อปรับโครงสร้างลดคน

สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม ช่วยอะไรได้บ้าง

ทีมทนายคดีแรงงานของเรารับประเมินความเสี่ยงกรณีเลิกจ้างผู้จัดการให้บริษัทและโรงงาน โดยตรวจทั้งเอกสารที่บริษัทมีและเอกสารที่ผู้จัดการอาจใช้โต้แย้ง เพื่อให้เห็นจุดแข็ง จุดอ่อน และข้อมูลที่ยังขาดก่อนตัดสินใจ

แนวทางของสำนักงานคือประเมินความคุ้มค่าให้ก่อนเริ่มดำเนินการ โดยเทียบทางเลือกทั้งการเลิกจ้าง การตกลงยุติสัญญาจ้าง และการปรับบทบาท พร้อมชี้ให้เห็นต้นทุนและความเสี่ยงของแต่ละทางอย่างตรงไปตรงมา

สรุป

การเลิกจ้างผู้จัดการใช้หลักสิทธิพื้นฐานเช่นเดียวกับลูกจ้างตำแหน่งอื่น แต่ต้องตรวจหลักฐานที่สะท้อนทั้งผลงานทีม อำนาจ และทรัพยากรที่บริษัทมอบให้ เอกสารสำคัญจึงครอบคลุมมากกว่าใบประเมิน ตัวบทพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฉบับรวมถึงฉบับที่ 7 ตรวจได้จากกระทรวงแรงงาน โดยควรตรวจฉบับแก้ไขเพิ่มเติมที่มีผลใช้บังคับในวันที่นำไปใช้ด้วย

หากบริษัทกำลังจะทำแผนปรับปรุงผลงาน ปรับบทบาท หรือเลิกจ้างพนักงานระดับบริหาร ควรให้ฝ่ายกฎหมายตรวจเอกสารก่อนดำเนินการ เพราะความเสี่ยงส่วนใหญ่เกิดจากเอกสารที่จัดทำไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เฉพาะวันที่เกิดข้อพิพาท ปรึกษาทีมทนายของสำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม โทร 081-327-8551 | LINE @995iqtpa หรือนัดหมายปรึกษาที่นี่

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 และมาตรา 119: กำหนดค่าชดเชยตามอายุงานและเหตุที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ตำแหน่งผู้จัดการไม่ทำให้สิทธิตามสองมาตรานี้หมดไป
  • มาตรา 14/1: ศาลมีอำนาจให้สัญญา ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบเกินสมควรมีผลเพียงเท่าที่เป็นธรรม
  • มาตรา 17 และมาตรา 17/1: กำหนดจังหวะบอกเลิกตามงวดจ่ายค่าจ้างและเงินแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
  • มาตรา 67 และมาตรา 70: ใช้ตรวจค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนและกำหนดจ่ายค่าจ้างภายใน 3 วันนับแต่เลิกจ้าง
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583: กำหนดเหตุบางกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า
  • พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49: ศาลแรงงานอาจสั่งรับกลับเข้าทำงานหรือกำหนดค่าเสียหายเมื่อเห็นว่าการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

คำถามที่พบบ่อย

ผู้จัดการถือเป็นลูกจ้างตามกฎหมายแรงงานหรือไม่

โดยหลักถือเป็นลูกจ้าง หากรับค่าจ้างและทำงานภายใต้การบังคับบัญชาของนายจ้าง แม้จะมีอำนาจสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาก็ตาม สิทธิพื้นฐานเรื่องค่าชดเชยตามมาตรา 118 และการบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 จึงใช้เช่นเดียวกับพนักงานทั่วไป การวางแผนงบประมาณจึงต้องคิดตัวเลขนี้ไว้ตั้งแต่ต้น

ทีมทำผลงานไม่ได้ ถือว่าผู้จัดการผิดไหม

ไม่โดยอัตโนมัติ เพราะผลงานทีมขึ้นกับหลายปัจจัยที่อยู่นอกการควบคุมของผู้จัดการ เช่น อัตรากำลัง งบประมาณ เครื่องจักร และอำนาจอนุมัติที่บริษัทมอบให้ สิ่งที่บริษัทควรมีคือเอกสารที่แยกให้เห็นว่าส่วนใดอยู่ในความรับผิดชอบของเขาจริง และบันทึกว่าบริษัทให้ทรัพยากรอะไรไปแล้วบ้าง มิฉะนั้นจะถูกโต้แย้งว่าตั้งเป้าโดยไม่ให้เครื่องมือ

เลิกจ้างผู้จัดการต้องจ่ายค่าชดเชยไหม ถ้าเหตุคือผลงาน

โดยหลักต้องจ่าย เพราะผลงานไม่ถึงเป้าไม่ใช่เหตุตามมาตรา 119 บริษัทควรตั้งงบไว้ทั้งค่าชดเชยตามอายุงาน สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าหากไม่บอกกล่าวครบ ค่าจ้างค้างจ่าย วันหยุดพักผ่อนคงเหลือ และพิจารณาเงื่อนไขโบนัสตามสัญญาด้วย นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงเรื่องความเป็นธรรมของการเลิกจ้างตามมาตรา 49 ซึ่งเป็นคนละส่วนกัน

ไม่มีเอกสารประเมินผู้จัดการเลย ควรทำอย่างไร

ควรชะลอการตัดสินใจแล้วเริ่มวางระบบก่อน เพราะการทำเอกสารย้อนหลังในช่วงที่ตัดสินใจแล้วมักถูกใช้เป็นหลักฐานว่าบริษัทหาเหตุผลทีหลัง สิ่งที่ทำได้ทันทีคือกำหนดเป้าหมายเป็นลายลักษณ์อักษร ทบทวนร่วมกันตามรอบ และบันทึกการจัดสรรทรัพยากร หากสถานการณ์รอไม่ได้ ควรพิจารณาทางเลือกอื่น เช่น การตกลงยุติสัญญาจ้าง

ควรใช้ทางเลือกอื่นแทนการเลิกจ้างหรือไม่

ควรพิจารณาเสมอเมื่อเอกสารยังไม่แน่น ทางเลือกที่ใช้บ่อยคือปรับบทบาทให้ตรงกับจุดแข็ง ปรับขอบเขตความรับผิดชอบ หรือเจรจาข้อตกลงยุติสัญญาจ้างโดยความสมัครใจ ซึ่งแต่ละทางมีต้นทุนและความเสี่ยงต่างกัน การเทียบทางเลือกให้เห็นตัวเลขก่อนตัดสินใจมักช่วยให้ผู้บริหารเลือกได้ตรงกับสถานการณ์จริงมากขึ้น

นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

ฝ่ายบุคคลตรวจปฏิทินและใบรับรองแพทย์ของพนักงานที่ลาป่วยบ่อยก่อนพิจารณามาตรการ กฎหมายแรงงาน

ลาป่วยบ่อยแต่มีใบรับรองแพทย์ HR ตรวจอะไรได้ก่อนลงโทษหรือเลิกจ้าง

ลาป่วยบ่อยแต่มีใบรับรองแพทย์ HR ควรแยกสิทธิลาป่วย ขั้นตอนการลา และหลักฐานให้ชัดก่อนลงโทษหรือเลิกจ้าง

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 14 นาที
หัวหน้าแผนกและฝ่ายบุคคลบันทึกความเสียหายของเครื่องจักรก่อนพิจารณาหักค่าจ้างชดใช้ค่าเสียหาย กฎหมายแรงงาน

หักค่าจ้างชดใช้ค่าเสียหายได้ไหม เมื่อพนักงานทำทรัพย์สินบริษัทเสียหาย

หักค่าจ้างชดใช้ค่าเสียหายต้องแยกจากสิทธิเรียกร้อง ตรวจความจงใจหรือประมาทร้ายแรง หนังสือยินยอม และเพดานการหักก่อนดำเนินการ

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 12 นาที
ผู้บริหารและฝ่ายบุคคลวางแผนกำหนดวันปิดประกาศก่อนย้ายสถานประกอบกิจการ กฎหมายแรงงาน

ย้ายสถานประกอบกิจการ ต้องแจ้งพนักงานเมื่อไรและเตรียมเอกสารอะไร

ย้ายสถานประกอบกิจการต้องปิดประกาศล่วงหน้าอย่างไร ตรวจเส้นตาย 30 วัน สิทธิพนักงาน และเอกสารที่ต้องเสร็จก่อนวันย้าย

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 6 นาที

ปรึกษาทนายคดีแรงงานของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE