ย้ายสถานประกอบกิจการ ต้องแจ้งพนักงานเมื่อไรและเตรียมเอกสารอะไร

สรุปประเด็นสำคัญ
ย้ายสถานประกอบกิจการต้องปิดประกาศในที่เปิดเผยซึ่งลูกจ้างเห็นได้ชัด ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันย้าย ประกาศต้องบอกให้เข้าใจได้ว่าลูกจ้างคนใดจะถูกย้าย ไปที่ใด และเมื่อใด การแจ้งในที่ประชุมหรือส่งข้อความอย่างเดียวไม่แทนการปิดประกาศตามมาตรา 120
ลูกจ้างที่เห็นว่าการย้ายกระทบสำคัญต่อการดำรงชีวิตของตนหรือครอบครัว และไม่ประสงค์จะไปทำงานที่ใหม่ ต้องแจ้งนายจ้างเป็นหนังสือภายใน 30 วันตามจุดเริ่มนับที่กฎหมายกำหนด หากเข้าเงื่อนไข ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยพิเศษไม่น้อยกว่าอัตราตามมาตรา 118 และนายจ้างต้องจ่ายภายใน 7 วันนับแต่สัญญาจ้างสิ้นสุด
ย้ายสถานประกอบกิจการเป็นโครงการที่ฝ่ายบุคคลต้องเริ่มทำงานก่อนวันขนย้ายจริง เพราะมาตรา 120 กำหนดรูปแบบประกาศ ระยะเวลาปิดประกาศ และสิทธิของลูกจ้างไว้โดยเฉพาะ หากเริ่มเตรียมเอกสารเมื่อเหลือไม่ถึง 30 วัน บริษัทอาจแก้เส้นตายไม่ทัน
ย้ายสถานประกอบกิจการต้องปิดประกาศอย่างไร
นายจ้างที่ประสงค์จะย้ายสถานประกอบกิจการแห่งหนึ่งไปตั้ง ณ สถานที่ใหม่ หรือย้ายไปยังสถานที่อื่นของนายจ้าง ต้องปิดประกาศแจ้งลูกจ้างล่วงหน้าไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานประกอบกิจการเดิม ในตำแหน่งที่ลูกจ้างเห็นได้ชัด และปิดต่อกันไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันย้าย
ประกาศต้องมีข้อความชัดเจนพอให้ทราบว่าลูกจ้างคนใดจะถูกย้าย ไปสถานที่ใด และเมื่อใด การเขียนเพียงว่าบริษัทมีแผนย้ายโรงงานโดยยังไม่ระบุกลุ่มลูกจ้าง สถานที่ใหม่ หรือวันย้าย จึงยังมีความเสี่ยงว่าไม่ครบตามมาตรา 120
การประชุมชี้แจง อีเมล และข้อความในกลุ่มสื่อสารใช้เป็นช่องทางเสริมได้ แต่ไม่แทนการปิดประกาศ หลักฐานที่ควรเก็บคือสำเนาประกาศ ภาพถ่ายจุดติดประกาศพร้อมวันที่ และบันทึกว่าประกาศอยู่ต่อเนื่องถึงวันใด
ลูกจ้างไม่ประสงค์ย้ายไปทำงานที่ใหม่ มีสิทธิอะไร
สิทธิเลิกสัญญาตามมาตรา 120 ไม่ได้เกิดจากการไม่อยากย้ายเพียงอย่างเดียว ลูกจ้างต้องเห็นว่าการย้ายนั้นมีผลกระทบสำคัญต่อการดำรงชีวิตตามปกติของตนหรือครอบครัว และต้องแจ้งนายจ้างเป็นหนังสือว่าตนไม่ประสงค์จะไปทำงาน ณ สถานประกอบกิจการแห่งใหม่
หากนายจ้างปิดประกาศครบ ลูกจ้างต้องแจ้งเป็นหนังสือภายใน 30 วันนับแต่วันที่ปิดประกาศ หากนายจ้างไม่ได้ปิดประกาศ จุดเริ่มนับเปลี่ยนเป็นวันที่ย้ายสถานประกอบกิจการ สัญญาจ้างสิ้นสุดในวันที่นายจ้างย้าย และนายจ้างต้องจ่ายเงินที่เกิดตามมาตรา 120 ภายใน 7 วันนับแต่วันที่สัญญาจ้างสิ้นสุด
คำว่า “ผลกระทบสำคัญ” ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงของลูกจ้างแต่ละคน เช่น เวลาและค่าเดินทาง ภาระดูแลสมาชิกในครอบครัว วิธีเดินทางไปทำงาน หรือเงื่อนไขการทำงานที่เปลี่ยนไป ระยะทางอย่างเดียวไม่ตอบคำถามทั้งหมด
เงินแต่ละก้อนต้องแยกอย่างไร
| รายการ | เกิดขึ้นเมื่อใด | วิธีตรวจ |
|---|---|---|
| ค่าชดเชยพิเศษตามมาตรา 120 | ลูกจ้างได้รับผลกระทบสำคัญ ไม่ประสงค์ไปที่ใหม่ และใช้สิทธิเป็นหนังสือภายในกำหนด | อัตราไม่น้อยกว่าค่าชดเชยที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิตามมาตรา 118 จึงต้องคำนวณจากอายุงานและฐานค่าจ้างของแต่ละคน |
| ค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า | นายจ้างไม่ปิดประกาศตามวรรคหนึ่ง และลูกจ้างไม่ประสงค์ไปทำงานที่ใหม่ตามเงื่อนไขของมาตรา 120 | เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน หรือค่าจ้างของการทำงาน 30 วันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างที่ได้ค่าจ้างตามผลงานเป็นหน่วย |
| ค่าจ้างและเงินค้างจ่ายอื่น | มีรายการที่ถึงกำหนดจ่ายเมื่อความสัมพันธ์สิ้นสุด | ตรวจค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และเงินตามสัญญาหรือข้อบังคับแยกจากค่าชดเชยพิเศษ |
| ค่าใช้จ่ายช่วยเหลือการย้าย | บริษัทเสนอให้แก่ผู้ที่ย้ายไปทำงานที่ใหม่ | เขียนเงื่อนไข จำนวน และกำหนดจ่ายให้ชัด เพราะเป็นสวัสดิการที่บริษัทกำหนดเพิ่มจากกฎหมาย |
ค่าชดเชยพิเศษตามมาตรา 120 ใช้อัตราตามมาตรา 118 เป็นฐานขั้นต่ำ จึงไม่ควรเขียนว่าเป็นเงินที่ลูกจ้างได้รับเพิ่มจากค่าชดเชยตามมาตรา 118 อีกก้อนโดยอัตโนมัติ ส่วนเงิน 30 วันเกิดเพิ่มเมื่อมีการไม่ปิดประกาศตามที่กฎหมายกำหนด ดูอัตราค่าชดเชยตามอายุงานเพื่อเตรียมตารางรายบุคคล
นายจ้างไม่เห็นด้วยกับเหตุผลของลูกจ้าง ต้องทำอย่างไร
หากนายจ้างเห็นว่าการย้ายไม่กระทบสำคัญต่อการดำรงชีวิตของลูกจ้างหรือครอบครัว นายจ้างต้องยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสวัสดิการแรงงานภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากลูกจ้าง ไม่ควรปฏิเสธสิทธิด้วยหนังสือของบริษัทเพียงฝ่ายเดียวแล้วปล่อยกำหนดเวลาผ่านไป
แฟ้มของนายจ้างควรมีข้อมูลสถานที่เดิมและสถานที่ใหม่ เส้นทางขนส่งที่บริษัทจัดให้ เวลาเดินทางที่เปลี่ยนไป สวัสดิการช่วยเหลือ และข้อเท็จจริงเฉพาะของลูกจ้างที่ได้รับแจ้ง ข้อมูลเหล่านี้ใช้ประเมินทั้งความเสี่ยงและเหตุที่จะยื่นคำร้อง
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม
คนทั่วไปมักเข้าใจว่า เรื่องพนักงานเริ่มหลังฝ่ายผลิตเลือกสถานที่ใหม่และกำหนดวันย้ายเสร็จแล้ว
ในทางกฎหมาย วันย้ายเป็นวันที่ใช้ถอยหลังหาเส้นตาย ส่วนประกาศต้องพร้อมก่อนเริ่มนับ 30 วัน บริษัทจึงต้องรู้รายชื่อลูกจ้างที่ถูกย้าย สถานที่ใหม่ และวันย้ายก่อนนำประกาศขึ้นติด
จุดเสี่ยงจริงอยู่ที่การประกาศช้าเพราะกังวลว่ากำลังคนจะขาดในช่วงเปลี่ยนผ่าน การเลื่อนประกาศออกไปไม่ได้เลื่อนหน้าที่ตามกฎหมาย และอาจทำให้เกิดเงิน 30 วันเพิ่มขึ้นสำหรับลูกจ้างที่เข้าเงื่อนไข
ทางเลือกที่ควรทำคือคำนวณสองสถานการณ์ก่อนอนุมัติวันย้าย สถานการณ์แรกปิดประกาศทันเวลาและเตรียมคนทดแทน สถานการณ์ที่สองปิดประกาศไม่ทันและตั้งงบเงินที่อาจเพิ่มขึ้น การเปรียบเทียบต้องใช้รายชื่อลูกจ้างกับอายุงานจริง ไม่ควรใช้ตัวเลขเฉลี่ยทั้งโรงงาน
ไทม์ไลน์และเอกสารที่ควรเตรียม
- กำหนดวันย้ายและกลุ่มลูกจ้าง ระบุให้ได้ว่าใครจะย้าย ไปที่ใด และเริ่มเมื่อใด
- ตรวจผลกระทบเป็นรายกลุ่ม เปรียบเทียบเวลาเดินทาง ค่าใช้จ่าย ระบบกะ และสวัสดิการเดิมกับที่ใหม่
- ทำตารางเงินรายบุคคล ใส่อายุงาน ฐานค่าจ้าง ค่าชดเชยพิเศษขั้นต่ำ และเงิน 30 วันที่อาจเกิดหากประกาศไม่ทัน
- ร่างประกาศกับหนังสือแจ้งรายบุคคล ให้ข้อความตรงกัน และเตรียมแบบแจ้งความประสงค์ของลูกจ้าง
- ปิดประกาศไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันย้าย ถ่ายภาพและเก็บบันทึกทุกช่วงที่ประกาศอยู่บนบอร์ด
- รับหนังสือจากลูกจ้างและบันทึกวันที่ เพื่อคุมกำหนดเวลายื่นคำร้องหากนายจ้างไม่เห็นด้วย
- จ่ายเงินภายในกำหนด และออกเอกสารยืนยันสถานะให้ผู้ที่ย้ายไปทำงานที่แห่งใหม่
กรณีแบบไหนที่ควรให้ทนายตรวจก่อน
- ย้ายไปคนละจังหวัดหรือทำให้เวลาเดินทางเพิ่มขึ้นมาก
- ย้ายเพียงบางสายการผลิตและมีลูกจ้างบางกลุ่มอยู่ที่เดิม
- มีสหภาพแรงงาน กรรมการลูกจ้าง หรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
- ที่ใหม่เปลี่ยนระบบกะ ค่ากะ ค่าเดินทาง หรือสวัสดิการเดิม
- โครงการย้ายมาพร้อมการใช้เครื่องจักรหรือเทคโนโลยีเพื่อลดจำนวนลูกจ้าง ซึ่งอาจเกี่ยวกับมาตรา 121
- มีการโอนกิจการหรือเปลี่ยนตัวนายจ้างพร้อมกับการย้าย
สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรมช่วยอะไรได้บ้าง
ทีมทนายคดีแรงงานของเราช่วยตรวจไทม์ไลน์ ประเมินผลกระทบเป็นรายกลุ่ม ร่างประกาศกับหนังสือแจ้ง และตรวจตารางเงินรายบุคคลก่อนวันปิดประกาศ
สรุป
การย้ายสถานประกอบกิจการต้องเริ่มจากวันย้าย รายชื่อลูกจ้าง และรายละเอียดสถานที่ใหม่ จากนั้นจึงถอยหลังเพื่อปิดประกาศให้ครบ 30 วัน ประกาศต้องบอกว่าใครย้าย ไปไหน และเมื่อใด ตรวจถ้อยคำมาตรา 120 ได้จากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฉบับปรับปรุงของกระทรวงแรงงาน และตรวจฉบับแก้ไขที่ 7 ได้จากราชกิจจานุเบกษา
สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรมช่วยตรวจเอกสาร คำนวณเงิน วางขั้นตอนรับหนังสือจากลูกจ้าง และเตรียมคำร้องเมื่อเกิดข้อโต้แย้ง โทร 081-327-8551 LINE @995iqtpa หรือนัดหมายปรึกษา
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 120 วรรคหนึ่งและวรรคสอง · กำหนดวิธีปิดประกาศล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน รายละเอียดขั้นต่ำในประกาศ และเงิน 30 วันกรณีนายจ้างไม่ปิดประกาศตามกำหนด
- มาตรา 120 วรรคสามถึงวรรคห้า และมาตรา 120/1 · กำหนดสิทธิแจ้งไม่ย้ายเป็นหนังสือ จุดเริ่มนับ 30 วัน วันสิ้นสุดสัญญา กำหนดจ่ายเงิน และกระบวนการเมื่อมีข้อโต้แย้ง
- มาตรา 118 · เป็นฐานอัตราขั้นต่ำสำหรับคำนวณค่าชดเชยพิเศษตามอายุงานของลูกจ้างที่เข้าเงื่อนไขมาตรา 120
- มาตรา 121 · ใช้เมื่อมีการนำเครื่องจักรมาใช้หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีจนต้องลดจำนวนลูกจ้าง เป็นคนละเหตุกับการย้ายสถานประกอบกิจการ
- มาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 · ใช้ตรวจการเปลี่ยนเงื่อนไขที่อาจขัดกับข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่มีผลใช้บังคับ
คำถามที่พบบ่อย
ต้องแจ้งพนักงานล่วงหน้ากี่วันก่อนย้ายโรงงาน
มาตรา 120 กำหนดให้ปิดประกาศในที่เปิดเผย ณ สถานประกอบกิจการเดิม ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันย้าย ประกาศต้องบอกให้เข้าใจได้ว่าลูกจ้างคนใดจะย้าย ไปสถานที่ใด และเมื่อใด การประชุมหรือส่งข้อความใช้เสริมได้ แต่ไม่แทนการปิดประกาศ
ลูกจ้างต้องแจ้งว่าไม่ไปทำงานที่ใหม่ภายในกี่วัน
หากนายจ้างปิดประกาศ ลูกจ้างที่เห็นว่าการย้ายกระทบสำคัญต่อการดำรงชีวิตของตนหรือครอบครัวต้องแจ้งนายจ้างเป็นหนังสือภายใน 30 วันนับแต่วันที่ปิดประกาศ หากนายจ้างไม่ได้ปิดประกาศ ให้นับจากวันที่ย้ายสถานประกอบกิจการ ควรบันทึกวันที่รับหนังสือไว้ทุกฉบับ
ค่าชดเชยพิเศษตามมาตรา 120 ได้เพิ่มจากค่าชดเชยปกติอีกก้อนหรือไม่
มาตรา 120 กำหนดให้ค่าชดเชยพิเศษมีอัตราไม่น้อยกว่าค่าชดเชยที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิตามมาตรา 118 จึงใช้มาตรา 118 เป็นฐานขั้นต่ำ ไม่ควรคำนวณเป็นค่าชดเชยปกติหนึ่งก้อนแล้วบวกค่าชดเชยพิเศษอัตราเดียวกันอีกก้อนโดยอัตโนมัติ เงินที่อาจเพิ่มต่างหากคือค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 30 วันเมื่อไม่ปิดประกาศตามกำหนด
ย้ายโรงงานไปไม่ไกล ลูกจ้างยังใช้สิทธิได้หรือไม่
ต้องดูว่าการย้ายกระทบสำคัญต่อการดำรงชีวิตตามปกติของลูกจ้างหรือครอบครัวหรือไม่ ระยะทางเป็นเพียงข้อเท็จจริงหนึ่ง ยังต้องดูเวลาเดินทาง ค่าใช้จ่าย วิธีเดินทาง และภาระครอบครัว หากนายจ้างไม่เห็นด้วยกับเหตุผลของลูกจ้าง ต้องใช้กระบวนการยื่นคำร้องตามกำหนดเวลา
มาตรา 120 กับมาตรา 121 ใช้ต่างกันอย่างไร
มาตรา 120 ใช้กับการย้ายสถานประกอบกิจการ ส่วนมาตรา 121 ใช้เมื่อมีการนำเครื่องจักรมาใช้หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีจนต้องลดจำนวนลูกจ้าง โครงการเดียวอาจมีข้อเท็จจริงเกี่ยวข้องทั้งสองมาตราได้ จึงต้องแยกเหตุและทำขั้นตอนของแต่ละมาตราให้ครบ
สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายแรงงาน
สัญญาประนีประนอมในศาลแรงงาน ต้องตรวจอะไรให้จบจริง
ตรวจขอบเขตเรื่องที่ยุติ อำนาจผู้ลงชื่อ ยอดและงวดชำระ พร้อมหน้าที่อื่นและผลผิดนัด แยกการถอนฟ้องจากคำพิพากษาตามยอมก่อนยืนยันฉบับสุดท้าย
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
กฎหมายแรงงาน
บันทึกส่งคืนทรัพย์สินบริษัท ต้องแยกจากเงินงวดสุดท้ายไหม
บันทึกรายการและสภาพของที่คืน พร้อมแยกงานรับอุปกรณ์จากการจ่ายเงินและความรับผิด ตรวจของขาด ผลตรวจช่างและหลักฐานก่อนสรุปว่าหักเงินได้
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
กฎหมายแรงงาน
หนังสือรับรองการทำงาน ต้องออกให้เมื่อไรและเขียนอะไร
แยกสิทธิเมื่อพ้นงานจากหนังสือรับรองสถานะปัจจุบัน ตรวจช่วงงาน หน้าที่และผู้ลงชื่อ พร้อมวิธีแก้ข้อมูลผิดโดยไม่ปนเงื่อนไขชำระหนี้หรือสละสิทธิ
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
ปรึกษาทนายคดีแรงงานของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ