081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

ตารางระยะเวลาเก็บเอกสาร HR ทำอย่างไรให้ถูกทั้ง PDPA และกฎหมายแรงงาน

ชั้นเก็บแฟ้มเอกสารพนักงานที่จัดตามตารางระยะเวลาเก็บเอกสารตาม PDPA และกฎหมายแรงงาน

สรุปประเด็นสำคัญ

ตารางระยะเวลาเก็บเอกสาร HR ที่ใช้ได้จริงไม่ได้มาจากการลอกตัวเลขจากองค์กรอื่น แต่มาจากการกำหนดว่าเอกสารแต่ละประเภทถูกควบคุมด้วยนาฬิกา 4 เรือน คือ (1) กฎหมายเฉพาะที่บังคับให้เก็บ เช่น กฎหมายแรงงาน ภาษี และประกันสังคม (2) อายุความของข้อพิพาทที่อาจเกิดจากเอกสารนั้น (3) วัตถุประสงค์ที่ยังจำเป็นต้องใช้จริง และ (4) การหยุดทำลายเมื่อมีข้อพิพาท · เรือนที่ยาวที่สุดคือเรือนที่กำหนดว่าเก็บได้ถึงเมื่อไร

จุดที่องค์กรพลาดบ่อยที่สุดมีสองข้อ — ข้อแรก เก็บทุกอย่างไว้ตลอดไปเพราะกลัวจะต้องใช้ ซึ่งขัดกับหลักการเก็บเท่าที่จำเป็น และทำให้ความเสียหายบานปลายเมื่อข้อมูลรั่ว · ข้อสอง ทำลายตามรอบอัตโนมัติทั้งที่มีข้อพิพาทค้างอยู่ ซึ่งอธิบายยากมากในชั้นศาล

คำถามที่ฝ่ายบุคคลถามบ่อยที่สุดเรื่องหนึ่งคือ เอกสารพนักงานต้องเก็บกี่ปี และคำตอบที่หลายองค์กรใช้อยู่คือเก็บไว้ให้หมดเพราะไม่รู้ว่าจะต้องใช้เมื่อไร ซึ่งเป็นคำตอบที่เข้าใจได้แต่สร้างความเสี่ยงสองทางพร้อมกัน การทำตารางระยะเวลาเก็บเอกสารที่ถูกต้องจึงไม่ใช่การไปหาตัวเลขมาใส่ แต่คือการรู้ว่าเอกสารแต่ละใบถูกควบคุมด้วยนาฬิกากี่เรือน และเรือนไหนเดินยาวที่สุด

ทำไมการเก็บทุกอย่างไว้ตลอดไปจึงเป็นความเสี่ยง

ในมุมของคนทำงาน การเก็บไว้ก่อนดูปลอดภัยกว่าการทำลาย แต่ในมุมกฎหมายมีความเสี่ยงที่มองไม่เห็นอยู่สามข้อ

  • ขัดกับหลักการเก็บเท่าที่จำเป็น เพราะเมื่อวัตถุประสงค์ที่เก็บมาสิ้นสุดลงแล้วและไม่มีกฎหมายใดบังคับให้เก็บต่อ การเก็บต่อไปย่อมต้องอธิบายให้ได้ว่าเก็บไว้ทำไม
  • ยิ่งเก็บมาก ยิ่งเสียหายมากเมื่อข้อมูลรั่ว ปริมาณข้อมูลและจำนวนเจ้าของข้อมูลที่ได้รับผลกระทบ เป็นสิ่งที่ถูกนำมาพิจารณาทั้งในการประเมินความเสี่ยงและในการกำหนดโทษ
  • คำขอใช้สิทธิจะกลายเป็นภาระ เพราะเมื่อมีคนขอสำเนาข้อมูลของตัวเอง องค์กรต้องค้นและปกปิดจากกองที่ใหญ่กว่าที่ควรจะเป็น ภายในกรอบ 30 วัน

ในทางกลับกัน การทำลายเร็วเกินไปก็อันตราย เพราะเมื่อเกิดข้อพิพาท เอกสารที่หายไปมักเป็นเอกสารที่จะพิสูจน์ว่านายจ้างทำถูก คำตอบจึงไม่ใช่เก็บให้นานที่สุดหรือทำลายให้เร็วที่สุด แต่คือกำหนดให้ชัดว่าอะไรเก็บถึงเมื่อไรและเพราะอะไร

นาฬิกา 4 เรือนที่ต้องดูพร้อมกัน

นาฬิกาถามว่าอะไรต้องไปหาคำตอบจากที่ไหน
เรือนที่ 1 · กฎหมายเฉพาะมีกฎหมายฉบับใดบังคับให้เก็บเอกสารประเภทนี้ไว้เป็นระยะเวลาที่กำหนดหรือไม่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน · กฎหมายภาษีอากร · กฎหมายว่าด้วยการบัญชี · กฎหมายประกันสังคม และกฎหมายเฉพาะของอุตสาหกรรมนั้น
เรือนที่ 2 · อายุความถ้าเกิดข้อพิพาทจากเอกสารนี้ อายุความเรียกร้องยาวเท่าไรประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และกฎหมายเฉพาะเรื่องนั้น ๆ
เรือนที่ 3 · วัตถุประสงค์องค์กรยังใช้เอกสารนี้ทำอะไรอยู่จริงหรือไม่ และตรงกับที่แจ้งไว้ใน Privacy Notice หรือเปล่าPrivacy Notice และบันทึกกิจกรรมการประมวลผลขององค์กรเอง
เรือนที่ 4 · หยุดทำลายขณะนี้มีข้อพิพาท การสอบสวน หรือการตรวจสอบที่เกี่ยวข้องกับเอกสารนี้อยู่หรือไม่สถานะคดีและเรื่องร้องเรียนที่ค้างอยู่

วิธีใช้คือ เอาเรือนที่ 1 กับเรือนที่ 2 มาเทียบกันแล้วเลือกที่ยาวกว่า จากนั้นตรวจเรือนที่ 3 ว่ายังจำเป็นอยู่จริงหรือไม่ และสุดท้ายให้เรือนที่ 4 มีอำนาจหยุดการทำลายได้เสมอ ไม่ว่าจะครบกำหนดตามตารางแล้วก็ตาม

ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุดของบทความนี้: ตัวเลขจำนวนปีในเรือนที่ 1 และเรือนที่ 2 เปลี่ยนได้เมื่อมีการแก้ไขกฎหมาย และมีการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานในระยะหลัง องค์กรจึงต้องตรวจตัวบทฉบับที่บังคับใช้อยู่ ณ ขณะจัดทำตาราง และควรทบทวนอย่างน้อยปีละครั้ง การลอกตารางจากองค์กรอื่นหรือจากบทความบนอินเทอร์เน็ตโดยไม่ตรวจ คือความเสี่ยงที่องค์กรรับไว้เองโดยไม่รู้ตัว

ระยะเวลาที่ยืนยันได้แน่นอนแล้วหนึ่งรายการ

มีรายการหนึ่งที่ระบุได้ชัดเจนโดยไม่ต้องตีความ คือ บันทึกคำขอใช้สิทธิ ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเข้าถึงและการขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลฯ พ.ศ. 2569 ข้อ 12 กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับคำขอและเอกสารหลักฐานที่ได้รับ รวมทั้งการดำเนินการหรือการปฏิเสธการดำเนินการตามคำขอ และเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 2 ปี เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบและอ้างอิง โดยจะบันทึกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้

ขอให้สังเกตคำว่า "ไม่น้อยกว่า" ซึ่งแปลว่า 2 ปีคือขั้นต่ำ ไม่ใช่เพดาน หากคำขอนั้นเกี่ยวพันกับข้อพิพาทที่มีอายุความยาวกว่านั้น องค์กรควรเก็บให้ครอบคลุมอายุความของข้อพิพาทด้วย

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดตรงไหน

เข้าใจผิดที่ 1: "PDPA บอกให้ลบข้อมูลพนักงานทันทีที่ลาออก" — ความจริง คือ PDPA ไม่ได้กำหนดจำนวนปีไว้เป็นการทั่วไป แต่ให้เก็บเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ และเมื่อมีกฎหมายอื่นบังคับให้เก็บ ก็ต้องเก็บตามนั้น · ผลเสีย คือองค์กรที่รีบลบ กลับไม่มีเอกสารไปยันในคดีแรงงานที่ตามมาภายหลัง

เข้าใจผิดที่ 2: "ตั้งค่าระบบให้ลบอัตโนมัติแล้วก็จบ" — ความจริง คือเมื่อมีข้อพิพาทหรือการตรวจสอบ ต้องหยุดการทำลายไว้ก่อน · ผลเสีย คือข้อมูลถูกลบระหว่างที่มีเรื่องร้องเรียน ซึ่งอธิบายยากมาก แม้จะเกิดจากระบบอัตโนมัติก็ตาม

เข้าใจผิดที่ 3: "กดลบในระบบ ถือว่าทำลายแล้ว" — ความจริง คือข้อมูลมักยังอยู่ในสำเนาสำรอง ระบบเก่า และไฟล์ที่พนักงานดาวน์โหลดเก็บไว้ · ผลเสีย คือแจ้งไปว่าทำลายแล้ว แต่ข้อมูลโผล่มาในภายหลัง

เข้าใจผิดที่ 4: "ตารางเป็นเอกสารภายใน ไม่ต้องให้ใครดู" — ความจริง คือเมื่อมีคนขอสำเนาข้อมูลแล้วองค์กรตอบว่าทำลายไปแล้ว ตารางนี้แหละคือหลักฐานที่ยืนยันว่าทำลายโดยมีหลักเกณฑ์ ไม่ใช่ทำลายเพื่อหลบเลี่ยง · ผลเสีย คือไม่มีอะไรให้อ้าง

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม

คนทั่วไปมักเข้าใจว่า… ตารางระยะเวลาเก็บเอกสารคืองานเอกสารที่ทำครั้งเดียวแล้วเก็บใส่แฟ้มไว้

แต่ในทางคดี กฎหมายและศาลมักมองว่า… ตารางนี้คือคำอธิบายว่าทำไมเอกสารบางฉบับถึงยังอยู่ และทำไมบางฉบับถึงหายไป ซึ่งเป็นคำถามที่ถูกถามทั้งในชั้นชี้แจงเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล และในชั้นศาลแรงงานเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอ้างว่าอีกฝ่ายซ่อนเอกสาร

จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้… ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขในตารางผิดหรือถูก แต่อยู่ที่องค์กรทำจริงตามตารางหรือไม่ องค์กรที่มีตารางสวยงามแต่ในทางปฏิบัติเก็บทุกอย่างไว้หมด จะถูกถามว่าทำไมจึงไม่ทำตามเอกสารของตัวเอง ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบยากกว่าการไม่มีตารางเสียอีก

ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ… เริ่มจากตารางที่สั้นและทำได้จริงก่อน ครอบคลุมเอกสารกลุ่มใหญ่ที่สุดสัก 10 ประเภท แล้วขยายทีหลัง ดีกว่ามีตาราง 80 บรรทัดที่ไม่มีใครทำตามเลย

ปลายทางถ้าพลาด

ความผิดพลาดเรื่องระยะเวลาเก็บปรากฏผลในสามทาง

  1. เก็บนานเกินโดยไม่มีเหตุผล เมื่อถูกร้องเรียนหรือถูกตรวจ องค์กรต้องอธิบายว่าเก็บไว้ด้วยฐานอะไร หากตอบไม่ได้ ก็เป็นประเด็นเรื่องการเก็บเกินความจำเป็น
  2. ทำลายทั้งที่มีข้อพิพาท ทำให้เสียหลักฐานที่จะใช้ยันในคดี และเปิดช่องให้อีกฝ่ายตั้งข้อสงสัยเรื่องความสุจริต
  3. ตอบคำขอใช้สิทธิไม่ได้ เมื่อมีคนขอสำเนาข้อมูล แล้วองค์กรไม่รู้ว่าข้อมูลอยู่ที่ไหนบ้างและควรเหลืออะไรอยู่ การตอบภายใน 30 วันจะทำได้ยาก และการตอบว่าไม่พบโดยไม่มีหลักฐานการค้นและไม่มีตารางอ้างอิง จะถูกโต้แย้งได้ทันที

ในกรณีที่ผู้ขอเป็นอดีตพนักงานที่มีข้อพิพาท เรื่องมักเดินต่อที่ศาลแรงงาน ซึ่งเป็นสนามที่เอกสารชุดนี้ถูกใช้เป็นพยานหลักฐานโดยตรง

หลักฐานที่ต้องเก็บ

  • ตัวตารางระยะเวลาเก็บเอกสาร พร้อมวันที่จัดทำและวันที่ทบทวนล่าสุด
  • เหตุผลกำกับแต่ละบรรทัดว่าอ้างอิงกฎหมายฉบับใดหรืออายุความใด
  • หลักฐานการอนุมัติตารางโดยผู้มีอำนาจ
  • บันทึกการทำลายข้อมูลจริง ระบุว่าทำลายอะไร เมื่อใด โดยใคร และด้วยวิธีใด
  • หนังสือสั่งหยุดทำลายเมื่อมีข้อพิพาท พร้อมขอบเขตและวันที่
  • ใบรับรองการทำลายจากคู่ค้า หากใช้ผู้ให้บริการภายนอกในการทำลาย
  • บันทึกว่าสำเนาสำรองและระบบเก่าถูกจัดการอย่างไร

ถ้าเป็นฝ่าย HR ต้องทำอะไรบ้าง

  • ทำรายการเอกสารที่ฝ่ายบุคคลถือครองจริง โดยเดินสำรวจ ไม่ใช่นึกเอา
  • ระบุให้ได้ว่าเอกสารแต่ละประเภทอยู่ที่ไหนบ้าง ทั้งกระดาษ ระบบ HRIS อีเมล และไดรฟ์ที่ใช้ร่วมกัน
  • ตรวจว่ามีกฎหมายฉบับใดบังคับให้เก็บเอกสารประเภทนั้น และตรวจจากตัวบทฉบับที่บังคับใช้อยู่
  • ประเมินอายุความของข้อพิพาทที่อาจเกิดจากเอกสารนั้น
  • เทียบสองเรือนแล้วเลือกที่ยาวกว่าเป็นระยะเวลาเก็บ
  • เขียนขั้นตอนหยุดทำลายเมื่อมีข้อพิพาท พร้อมระบุว่าใครมีอำนาจสั่ง
  • ตรวจว่าสำเนาสำรองและระบบเก่าถูกครอบคลุมด้วยตารางนี้หรือยัง
  • กำหนดรอบทบทวนตารางอย่างน้อยปีละครั้ง และทุกครั้งที่มีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

อีกฝ่ายอาจโต้แย้งอย่างไร

  • "ทำลายเอกสารเพื่อหลบเลี่ยง" — เกิดขึ้นเมื่อองค์กรทำลายเอกสารหลังรู้ว่ามีข้อพิพาท และไม่มีตารางที่ทำไว้ก่อนมายืนยันว่าเป็นการทำลายตามรอบปกติ
  • "ตารางทำขึ้นภายหลัง" — เทียบวันที่บนตารางกับวันที่เกิดข้อพิพาทได้ทันที
  • "มีตารางแต่ไม่ทำตาม" — เมื่อพบว่ายังมีเอกสารที่ควรถูกทำลายไปแล้วอยู่ในระบบ องค์กรจะถูกถามว่าเหตุใดจึงเลือกทำตามเฉพาะบางบรรทัด
  • "บอกว่าลบแล้ว แต่ยังอยู่ในสำเนาสำรอง" — จุดนี้พบบ่อยและอธิบายยากถ้าไม่ได้วางแผนไว้ก่อน
  • "เก็บข้อมูลอ่อนไหวไว้เกินความจำเป็น" — เช่น ผลตรวจสุขภาพหรือประวัติการรักษาที่ยังอยู่ครบทั้งที่พ้นสภาพไปนานแล้ว

ก่อนตัดสินใจ ควรทำอะไรตามลำดับ

  1. สำรวจเอกสารที่มีอยู่จริงก่อน อย่าเพิ่งหาตัวเลข
  2. จัดกลุ่มเอกสารให้เหลือกลุ่มใหญ่ประมาณ 10 กลุ่ม แทนการแจกแจงเป็นร้อยรายการ
  3. ให้ทนายตรวจว่าแต่ละกลุ่มมีกฎหมายใดบังคับ และอายุความที่เกี่ยวข้องคือเท่าใด โดยอ้างอิงตัวบทฉบับปัจจุบัน
  4. กำหนดระยะเวลาเก็บโดยเลือกนาฬิกาที่ยาวที่สุด แล้วเขียนเหตุผลกำกับทุกบรรทัด
  5. เขียนขั้นตอนหยุดทำลายและขั้นตอนบันทึกการทำลายให้ชัด
  6. ทดลองใช้กับเอกสารกลุ่มเดียวก่อนหนึ่งรอบ แล้วค่อยขยาย

กรณีแบบไหนที่ควรปรึกษาทนาย

  • กำลังจะทำลายเอกสารชุดใหญ่เป็นครั้งแรก และยังไม่มีตารางที่ผ่านการตรวจ
  • มีข้อพิพาทแรงงานหรือเรื่องร้องเรียนค้างอยู่ แต่ระบบตั้งค่าลบอัตโนมัติไว้
  • อดีตพนักงานขอสำเนาแฟ้มประวัติ และองค์กรไม่แน่ใจว่ายังเหลืออะไรอยู่บ้าง
  • องค์กรอยู่ในธุรกิจที่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดเรื่องการเก็บเอกสารไว้ต่างหาก
  • มีข้อมูลอ่อนไหวเช่นผลตรวจสุขภาพหรือข้อมูลชีวภาพเก็บอยู่โดยไม่มีกำหนดทำลาย
  • ใช้ผู้ให้บริการภายนอกในการเก็บหรือทำลายเอกสาร
  • ต้องการให้ตารางใช้ยันได้จริงทั้งในชั้นชี้แจงและในชั้นศาลแรงงาน

สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม ช่วยอะไรได้บ้าง

เราจัดทำตารางระยะเวลาเก็บข้อมูลและระบบข้อมูลพนักงาน โดยตรวจตัวบทฉบับที่บังคับใช้อยู่จริง ณ วันจัดทำ และเขียนเหตุผลกำกับทุกบรรทัดว่าอ้างอิงจากอะไร เพื่อให้ตารางนั้นใช้ยันได้ ไม่ใช่แค่มีไว้ให้ครบ

จุดที่เราต่างคือเราอ่านตารางด้วยสายตาของทนายคดีแรงงานด้วย เพราะเอกสารที่องค์กรทำลายไปตามตาราง คือเอกสารที่จะไม่มีให้ใช้ในวันที่ถูกฟ้อง · เราจะบอกตรง ๆ ว่าบรรทัดไหนควรเก็บยาวกว่าที่กฎหมายบังคับ เพราะประโยชน์ในการต่อสู้คดีมีน้ำหนักมากกว่า

สรุป

ตารางระยะเวลาเก็บเอกสาร HR ที่ใช้ได้จริงเกิดจากการดูนาฬิกา 4 เรือนพร้อมกัน ไม่ใช่จากการลอกตัวเลขมาใช้ และเรือนที่ยาวที่สุดคือเรือนที่กำหนดคำตอบ โดยมีเรือนที่ 4 คือการหยุดทำลายเมื่อมีข้อพิพาท ซึ่งมีอำนาจเหนือกำหนดในตารางเสมอ

สิ่งสำคัญกว่าตัวเลขคือ องค์กรทำตามตารางของตัวเองจริงหรือไม่ และมีบันทึกการทำลายไว้หรือเปล่า เพราะในวันที่ถูกถามว่าเอกสารหายไปไหน คำตอบที่ใช้ได้คือตารางที่ทำไว้ก่อนบวกกับบันทึกการทำลายที่มีวันที่ ไม่ใช่คำอธิบายที่เพิ่งคิดขึ้น

หากคุณกำลังเจอปัญหาลักษณะนี้ ปรึกษาทีมทนายของสำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม โทร 081-327-8551 | LINE @995iqtpa หรือนัดหมายปรึกษาที่นี่

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ประกาศ กคส. เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเข้าถึงและการขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลฯ พ.ศ. 2569 ข้อ 12 — เก็บบันทึกคำขอ เอกสารหลักฐานที่ได้รับ และการดำเนินการหรือการปฏิเสธ ไว้ไม่น้อยกว่า 2 ปี โดยบันทึกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้
  • พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23 — หน้าที่แจ้งวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่คาดหมายว่าจะเก็บข้อมูล ซึ่งเป็นสิ่งที่ตารางระยะเวลาเก็บต้องสอดคล้องด้วย
  • มาตรา 37 — หน้าที่จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาเก็บ (ควรตรวจถ้อยคำของอนุมาตราที่เกี่ยวข้องก่อนอ้างอิง)
  • มาตรา 39 — รายการบันทึกกิจกรรมการประมวลผล ซึ่งควรระบุระยะเวลาเก็บของข้อมูลแต่ละประเภทไว้ด้วย
  • กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน — กำหนดหน้าที่จัดทำและเก็บรักษาเอกสารบางประเภท ⚠️ มีการแก้ไขเพิ่มเติมในระยะหลัง ต้องตรวจตัวบทฉบับที่บังคับใช้อยู่ ณ ขณะจัดทำตารางทุกครั้ง ห้ามอ้างอิงจำนวนปีจากบทความหรือตารางขององค์กรอื่น
  • กฎหมายว่าด้วยการบัญชี · กฎหมายภาษีอากร · กฎหมายประกันสังคม — กำหนดระยะเวลาเก็บเอกสารทางบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวกับลูกจ้าง (ต้องตรวจตัวบทเป็นรายฉบับก่อนระบุจำนวนปี)
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยอายุความ — ใช้ประกอบการกำหนดว่าควรเก็บเอกสารไว้จนพ้นอายุความของข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้น (อายุความแตกต่างกันตามประเภทสิทธิเรียกร้อง ควรตรวจเป็นรายกรณี)

คำถามที่พบบ่อย

PDPA กำหนดไว้ไหมว่าเอกสารพนักงานต้องเก็บกี่ปี

PDPA ไม่ได้กำหนดจำนวนปีไว้เป็นการทั่วไปสำหรับเอกสารทุกประเภท แต่วางหลักว่าให้เก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ และองค์กรต้องแจ้งระยะเวลาที่คาดหมายว่าจะเก็บให้เจ้าของข้อมูลทราบ ส่วนจำนวนปีที่แน่นอนมักมาจากกฎหมายเฉพาะ เช่น กฎหมายแรงงาน ภาษี หรือประกันสังคม ประกอบกับอายุความของข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้น จึงต้องตรวจตัวบทที่บังคับใช้อยู่เป็นรายกรณี

พนักงานลาออกแล้ว ต้องลบข้อมูลทันทีหรือไม่

ไม่ใช่โดยอัตโนมัติ เพราะเมื่อมีกฎหมายอื่นบังคับให้เก็บเอกสารบางประเภทไว้ องค์กรก็ต้องเก็บตามนั้น และในหลายกรณีองค์กรยังมีความจำเป็นต้องเก็บไว้เพื่อการต่อสู้คดีที่อาจเกิดขึ้นภายในอายุความ สิ่งที่ควรทำคือกำหนดไว้ในตารางว่าเมื่อพ้นสภาพแล้ว เอกสารกลุ่มใดเก็บต่อกี่ปีและด้วยเหตุผลใด แล้วทำลายส่วนที่ไม่มีเหตุผลรองรับ พร้อมบันทึกการทำลายไว้

ถ้ามีคดีอยู่ ต้องหยุดทำลายข้อมูลไหม

ควรหยุด และควรสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะการทำลายข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทที่กำลังดำเนินอยู่ อธิบายได้ยากมากแม้จะเกิดจากระบบอัตโนมัติตามรอบปกติก็ตาม และอาจถูกยกเป็นประเด็นเรื่องความสุจริตของกระบวนการภายใน คำสั่งหยุดทำลายที่ระบุขอบเขตและวันที่ชัดเจน จึงเป็นทั้งเครื่องมือรักษาหลักฐานและเครื่องมือแสดงความสุจริตในเวลาเดียวกัน

กดลบในระบบแล้ว ถือว่าทำลายข้อมูลแล้วหรือยัง

ยังไม่แน่เสมอไป เพราะข้อมูลมักยังคงอยู่ในสำเนาสำรอง ระบบเก่าที่ยังไม่ปิด ไฟล์ที่พนักงานเคยดาวน์โหลดไว้ หรือเอกสารกระดาษที่พิมพ์ออกมา องค์กรจึงควรระบุในตารางว่าการทำลายครอบคลุมถึงที่ใดบ้าง และเก็บบันทึกการทำลายที่ระบุว่าทำลายอะไร เมื่อใด โดยใคร และด้วยวิธีใด เพื่อให้ตอบได้จริงเมื่อมีคนขอตรวจสอบ

นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

ฝ่ายบุคคลหารือกับพนักงานเรื่องการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA ในที่ทำงาน PDPA คุ้มครองข้อมูล

PDPA กับข้อมูลพนักงาน คู่มือนายจ้างและ HR ตั้งแต่รับสมัครจนพ้นสภาพ

ข้อมูลพนักงาน สรุปหน้าที่นายจ้างตลอดวงจรการจ้าง ตั้งแต่รับสมัคร ระหว่างจ้าง จนพ้นสภาพ พร้อมจุดที่พ่วงคดีแรงงาน

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 11 นาที
ทีมงานองค์กรวางผังขั้นตอนรับคำขอใช้สิทธิ DSAR ตามกฎใหม่ PDPA ปี 2569 PDPA คุ้มครองข้อมูล

ขั้นตอนรับคำขอใช้สิทธิ DSAR ตั้งแต่ต้นจนจบ ใครรับ ใครตรวจ ใครอนุมัติ

ขั้นตอนรับคำขอใช้สิทธิ DSAR ที่ใช้ได้จริง 7 ขั้น พร้อมระบุว่าใครรับ ใครตรวจ ใครอนุมัติ และจุดไหนที่นาฬิกาเริ่มเดิน

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 9 นาที
พนักงานกำลังส่งไฟล์ข้อมูลส่วนบุคคลผ่านแอปแชทบนมือถือ ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่เคยถูกสั่งปรับตาม PDPA PDPA คุ้มครองข้อมูล

ส่งไฟล์ข้อมูลผ่าน LINE ผิด PDPA ไหม ถอดบทเรียนคดีที่ถูกสั่งปรับ 335,000 บาท

ส่งไฟล์ผ่าน LINE ไม่ได้ผิดในตัวเอง แต่มีคดีที่ถูกสั่งปรับ 335,000 บาทเพราะไม่มีมาตรการรองรับ ถอดบทเรียนรายประเด็น

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 10 นาที

ปรึกษาทีมทนาย PDPAของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE