081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

ข้อมูลเงินเดือนพนักงาน ใครในบริษัทเข้าถึงได้บ้าง — 5 ระดับสิทธิที่ควรแยก ปี 2569

นายเอกราช ทิพย์แมม นายเอกราช ทิพย์แมมคดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน
เผยแพร่ อัปเดตล่าสุด อ่าน 7 นาที PDPA คุ้มครองข้อมูล
เจ้าหน้าที่ทำเงินเดือนทำงานในพื้นที่แยก พร้อมการควบคุมสิทธิเข้าถึงข้อมูลเงินเดือนพนักงาน

สรุปประเด็นสำคัญ

ข้อมูลเงินเดือนพนักงานไม่ใช่ข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา 26 แต่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ความเสียหายเมื่อรั่วสูงมากในทางปฏิบัติ เพราะกระทบทั้งความสัมพันธ์ในที่ทำงานและความปลอดภัยทางการเงิน หลักที่ใช้จึงเป็นมาตรา 37 (1) เรื่องมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ซึ่งรวมถึงการจำกัดผู้เข้าถึงภายในองค์กรเอง

จุดรั่วที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่การถูกแฮก แต่คือไฟล์ตารางเงินเดือนที่ถูกส่งต่อกันทางอีเมลและแชท ซึ่งเมื่อออกจากระบบไปแล้วองค์กรควบคุมไม่ได้อีกเลย และแทบไม่มีองค์กรใดตามเก็บคืนได้ครบ

คำถามที่ผู้บริหารมักตอบทันทีว่า "ก็ HR กับบัญชีสิ" กลายเป็นคำตอบที่กว้างเกินไปเมื่อไล่ดูของจริง เพราะข้อมูลเงินเดือนพนักงานในองค์กรส่วนใหญ่กระจายอยู่ในมือคนมากกว่าที่คิด ทั้งในระบบ ในไฟล์ตารางที่ทำไว้ตอนวางงบ และในอีเมลที่เคยส่งต่อกัน บทความนี้แยกสิทธิเข้าถึงออกเป็นห้าระดับที่ใช้ได้จริง พร้อมชี้จุดรั่วที่มักถูกมองข้ามจนกลายเป็นเรื่องใหญ่

ห้าระดับสิทธิที่ควรแยกออกจากกัน

ระดับเห็นอะไรใครควรอยู่ระดับนี้
1 · ตัวเลขรวมระดับองค์กรงบประมาณรวม ค่าเฉลี่ย โดยระบุตัวบุคคลไม่ได้ผู้บริหารระดับสูง · ฝ่ายวางแผนงบประมาณ
2 · ตัวเลขรวมระดับแผนกงบรวมของทีม โดยไม่แยกรายบุคคลหัวหน้าฝ่ายที่ต้องบริหารงบ
3 · ช่วงเงินเดือนรายตำแหน่งกรอบค่าตอบแทนของแต่ละระดับงานผู้ที่ต้องอนุมัติการจ้างหรือปรับตำแหน่ง
4 · เงินเดือนรายบุคคลตัวเลขจริงของแต่ละคนผู้บังคับบัญชาโดยตรงเท่าที่จำเป็นต่อการอนุมัติ · หัวหน้าฝ่ายบุคคล
5 · เลขบัญชีธนาคารและข้อมูลจ่ายเงินเลขบัญชี ชื่อธนาคาร ข้อมูลหักภาษีและกองทุนเฉพาะผู้ทำจ่ายจริงเท่านั้น ซึ่งควรเป็นกลุ่มที่แคบที่สุด

หลักที่ใช้แยกคือถามว่าคนนั้นตัดสินใจอะไรได้จากข้อมูลระดับนี้ หัวหน้าฝ่ายที่ต้องบริหารงบไม่จำเป็นต้องเห็นเงินเดือนรายคนก็ทำงานได้ ถ้าเห็นตัวเลขรวมของทีม และผู้บริหารที่ต้องอนุมัติการปรับขึ้นจำเป็นต้องเห็นตัวเลขรายคน แต่ไม่จำเป็นต้องเห็นเลขบัญชีธนาคารเลย

ระดับที่ 5 เป็นระดับที่ควรแคบที่สุดและมักถูกละเลยมากที่สุด เพราะเลขบัญชีธนาคารไม่ได้ช่วยให้ใครตัดสินใจเรื่องงานได้ มีแต่จะเพิ่มความเสี่ยง ภาพรวมหน้าที่ทั้งหมดของงานฝ่ายบุคคลอยู่ที่คู่มือ PDPA กับข้อมูลพนักงานสำหรับนายจ้างและ HR และรายการที่ควรไล่ตรวจตามวงจรอยู่ที่เช็กลิสต์ PDPA สำหรับ HR

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม

คนทั่วไปมักเข้าใจว่า ข้อมูลเงินเดือนเป็นเรื่องภายในฝ่ายบุคคลกับบัญชี ถ้าไม่มีคนเอาไปเผยแพร่ข้างนอกก็ไม่มีปัญหาอะไร

แต่ในทางคดี กฎหมายและผู้พิจารณามักมองว่า การเข้าถึงโดยไม่มีอำนาจภายในองค์กรเองก็เป็นการเข้าถึงโดยปราศจากอำนาจตามที่มาตรา 37 (1) มุ่งป้องกัน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บุคคลภายนอก และหน้าที่ตามมาตรานั้นคือการจำกัดสิทธิ ไม่ใช่การหวังว่าคนจะไม่เปิดดู

จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้ เมื่อพนักงานรู้ว่าเงินเดือนของตัวเองถูกเปิดเผยในทีม สิ่งที่ตามมาไม่ใช่เพียงเรื่องร้องเรียนด้านข้อมูล แต่มักลามไปเป็นข้อพิพาทเรื่องความเป็นธรรมในการจ่ายค่าตอบแทน ซึ่งเปิดประเด็นที่องค์กรไม่ได้เตรียมตัวมาเลย

ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ ตัดสิทธิระดับที่ 5 ให้เหลือเฉพาะผู้ทำจ่ายจริงก่อนเป็นอันดับแรก เพราะเป็นข้อที่ทำได้ภายในวันเดียว ไม่กระทบการทำงานของใคร และลดความเสี่ยงลงมากที่สุดต่อแรงที่ลงไป

จุดรั่วที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในระบบ

องค์กรส่วนใหญ่ตั้งสิทธิในระบบเงินเดือนไว้ดีพอสมควร แต่ข้อมูลรั่วผ่านทางอื่นที่ไม่มีใครดูแล

  • ไฟล์ตารางที่ส่งออกมาทำงบ ซึ่งพอส่งออกแล้วก็ไม่มีการควบคุมสิทธิใด ๆ อีก และมักถูกเก็บไว้ในเครื่องของคนทำต่อไปอีกหลายปี
  • อีเมลที่แนบไฟล์เงินเดือนส่งต่อกัน ซึ่งอยู่ทั้งในกล่องผู้ส่งและผู้รับ และตามเก็บคืนได้ยากมาก
  • สลิปเงินเดือนที่ส่งผิดคน ซึ่งเป็นเหตุละเมิดข้อมูลที่พบบ่อยที่สุดเรื่องหนึ่ง
  • เอกสารพิมพ์ออกมาแล้ววางทิ้งไว้ที่เครื่องพิมพ์ส่วนกลาง
  • ระบบเงินเดือนของคู่ค้า ซึ่งองค์กรมักไม่รู้ว่าฝั่งนั้นใครเข้าถึงได้บ้าง
  • ไฟล์เก่าในโฟลเดอร์ที่แชร์กันทั้งฝ่าย ที่ค้างมาจากปีก่อน ๆ โดยไม่มีใครลบ

ข้อแรกคือข้อที่แก้ยากที่สุด เพราะเมื่อข้อมูลออกจากระบบไปเป็นไฟล์ตารางแล้ว จะไล่ตามลบให้ครบแทบเป็นไปไม่ได้ ทางแก้ที่ได้ผลจริงคือควบคุมตั้งแต่ต้นทาง คือจำกัดสิทธิการส่งออกและบันทึกไว้ทุกครั้งว่าใครส่งออกอะไร ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกับที่อธิบายไว้ที่ลบข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไรให้ลบจริง ส่วนกรณีส่งสลิปผิดคน วิธีรับมืออยู่ที่อุปกรณ์หายหรือส่งไฟล์เงินเดือนผิดกลุ่ม

ถ้าเป็นฝ่ายนายจ้างและ HR ต้องเช็กอะไรบ้าง

  • ทำตารางสิทธิเข้าถึงเป็นรายบุคคล ไม่ใช่ให้สิทธิตามแผนก แล้วทบทวนอย่างน้อยปีละครั้ง
  • ตัดสิทธิเห็นเลขบัญชีธนาคารให้เหลือเฉพาะผู้ทำจ่ายจริง
  • จำกัดสิทธิการส่งออกเป็นไฟล์ตาราง และบันทึกไว้ว่าใครส่งออกอะไรเมื่อใด
  • เลิกส่งไฟล์เงินเดือนทางอีเมลและแชท เปลี่ยนเป็นให้เข้าดูในระบบแทน
  • ตรวจว่าสลิปเงินเดือนส่งแบบรายบุคคล ไม่ใช่ไฟล์รวมทั้งแผนก
  • ไล่ลบไฟล์เก่าในโฟลเดอร์ที่แชร์กัน และกำหนดรอบทำลาย
  • ตรวจว่าระบบเงินเดือนของคู่ค้ามีข้อตกลงรองรับและรู้ว่าฝั่งนั้นใครเข้าถึงได้
  • ปิดสิทธิทันทีในวันสุดท้ายของผู้ที่พ้นสภาพหรือย้ายหน้าที่ ไม่ใช่รอรอบรีวิว

ข้อที่มักถูกลืมที่สุดคือข้อสุดท้าย เพราะคนที่ย้ายจากฝ่ายบุคคลไปฝ่ายอื่นมักยังมีสิทธิเดิมติดตัวไปด้วยอีกหลายเดือน

ปลายทางถ้าข้อมูลเงินเดือนหลุด

เหตุที่ข้อมูลเงินเดือนหลุดเข้านิยามการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และองค์กรต้องประเมินตามปัจจัยที่ประกาศเรื่องการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 กำหนดไว้ ซึ่งรวมถึงลักษณะและประเภทของข้อมูล ปริมาณข้อมูลและจำนวนรายการ และความร้ายแรงของผลกระทบ กรณีที่ไฟล์เงินเดือนทั้งแผนกหลุดพร้อมเลขบัญชีธนาคาร จึงมีแนวโน้มถูกประเมินว่าเสี่ยงสูงและต้องแจ้งทั้งสำนักงานฯ และเจ้าของข้อมูล

ในเชิงบทลงโทษ หน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือมาตรา 37 (1) เรื่องมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ซึ่งสิ่งที่ใช้พิสูจน์คือสภาพก่อนเกิดเหตุ ไม่ใช่สิ่งที่ทำหลังเกิดเหตุ องค์กรที่มีตารางสิทธิเข้าถึงเป็นเอกสารและมีบันทึกการทบทวน จึงอยู่ในสถานะที่ต่างจากองค์กรที่ให้สิทธิทั้งแผนกมาตลอด ขั้นตอนในชั่วโมงแรกอยู่ที่เช็กลิสต์ 6 ชั่วโมงแรกหลังพบเหตุ

อีกด้านหนึ่งที่มักตามมาคือด้านแรงงาน เพราะเมื่อพนักงานเห็นตัวเลขของกันและกัน ประเด็นความเป็นธรรมในการจ่ายค่าตอบแทนจะถูกยกขึ้นมาทันที และเรื่องมักเดินไปสองทางพร้อมกันตามที่อธิบายไว้ที่ถูกร้องเรียนที่ สคส. พร้อมกับถูกฟ้องที่ศาลแรงงาน ส่วนงานฝั่งคดีแรงงานโดยตรง ดูขอบเขตได้ที่งานคดีแรงงานของสำนักงาน

สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม ช่วยอะไรได้บ้าง

ทีมที่ปรึกษากฎหมาย PDPA ของเราช่วยองค์กรทำตารางสิทธิเข้าถึงข้อมูลเงินเดือนเป็นรายบุคคล ไล่หาจุดที่ข้อมูลไหลออกจากระบบไปเป็นไฟล์ และร่างข้อตกลงกับผู้ให้บริการระบบเงินเดือนให้ครอบคลุมทั้งการควบคุมสิทธิและการทำลายข้อมูล สำหรับงานด้านข้อมูลพนักงานโดยตรง ดูที่งานคุ้มครองข้อมูลพนักงานสำหรับ HR และหากต้องการตรวจทั้งระบบ ดูที่ตรวจสุขภาพ PDPA

จุดที่เรามักเห็นก่อนทีมภายในคือช่องว่างระหว่างสิทธิในระบบที่ตั้งไว้ดี กับไฟล์ที่ไหลออกไปนอกระบบซึ่งไม่มีใครดูแล เพราะช่องว่างนั้นคือที่ที่เหตุจริงเกิดขึ้นเกือบทุกครั้ง

สรุป

ข้อมูลเงินเดือนพนักงานควรแยกสิทธิเข้าถึงออกเป็นห้าระดับ โดยระดับที่ห้าซึ่งเป็นเลขบัญชีธนาคารควรเหลือเฉพาะผู้ทำจ่ายจริงเท่านั้น เพราะไม่ได้ช่วยให้ใครตัดสินใจเรื่องงานได้เลย และจุดรั่วที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในระบบ แต่อยู่ในไฟล์ตารางและอีเมลที่ไหลออกไปแล้วควบคุมไม่ได้อีก การจำกัดสิทธิภายในองค์กรเองเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่ตามมาตรา 37 (1) ไม่ใช่เรื่องมารยาทในที่ทำงาน ตัวบทควรตรวจกับฉบับล่าสุดจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และแนวปฏิบัติของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ก่อนนำไปใช้

หากองค์กรของคุณยังส่งไฟล์เงินเดือนกันทางอีเมลอยู่ ปรึกษาทีมทนายของสำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม โทร 081-327-8551 | LINE @995iqtpa หรือนัดหมายปรึกษาที่นี่

อ่านต่อเพื่อจัดการงานที่เกี่ยวข้อง

เมื่อประเด็นนี้เชื่อมกับการใช้ผู้ให้บริการ ระบบใหม่ หรือการตรวจเอกสาร ให้พิจารณาขั้นตอนต่อไปนี้ประกอบ

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37 (1) — หน้าที่จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเข้าถึง ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ซึ่งครอบคลุมการเข้าถึงโดยบุคคลภายในองค์กรเองด้วย และต้องทบทวนมาตรการเมื่อจำเป็น
  • มาตรา 37 (2) — เมื่อต้องให้ข้อมูลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยโดยมิชอบ — ใช้กับผู้ให้บริการระบบเงินเดือน
  • มาตรา 24 (3) และ (6) — ฐานการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลเป็นคู่สัญญา และฐานการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูล ซึ่งเป็นสองฐานหลักของการประมวลผลข้อมูลเงินเดือน
  • มาตรา 23 — หน้าที่แจ้งวัตถุประสงค์ ประเภทข้อมูล ระยะเวลาเก็บ ประเภทบุคคลหรือหน่วยงานที่อาจถูกเปิดเผย และสิทธิของเจ้าของข้อมูล ก่อนหรือขณะเก็บรวบรวม
  • มาตรา 39 — รายการบันทึกกิจกรรมการประมวลผล ซึ่งข้อ (5) กำหนดให้ระบุสิทธิและวิธีการเข้าถึงข้อมูล รวมทั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับบุคคลที่มีสิทธิเข้าถึงไว้ด้วย
  • มาตรา 82 — โทษปรับทางปกครองไม่เกินหนึ่งล้านบาท กรณีไม่ปฏิบัติตามมาตรา 23 · มาตรา 30 วรรคสี่ · มาตรา 39 วรรคหนึ่ง · มาตรา 41 วรรคหนึ่ง · มาตรา 42 วรรคสองหรือวรรคสาม
  • ประกาศ กคส. เรื่องการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 — ปัจจัยประเมินความเสี่ยงรวมถึงลักษณะและประเภทข้อมูล ปริมาณข้อมูลและจำนวนรายการ และความร้ายแรงของผลกระทบ

คำถามที่พบบ่อย

หัวหน้าฝ่ายควรเห็นเงินเดือนของลูกน้องทุกคนไหม

ขึ้นกับว่าต้องตัดสินใจอะไร ถ้าหน้าที่คือบริหารงบประมาณของทีม ตัวเลขรวมระดับแผนกก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องอนุมัติการปรับขึ้นหรือการจ้างเป็นรายคน ก็จำเป็นต้องเห็นตัวเลขรายบุคคลเท่าที่เกี่ยวข้อง สิ่งที่ไม่จำเป็นในทุกกรณีคือเลขบัญชีธนาคาร ซึ่งควรจำกัดไว้เฉพาะผู้ทำจ่ายจริง

ส่งสลิปเงินเดือนทางอีเมลได้ไหม

ทำได้แต่มีความเสี่ยงที่ควบคุมได้ยาก โดยเฉพาะการส่งผิดคนซึ่งเกิดขึ้นบ่อยและเข้าข่ายเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยกว่าคือให้พนักงานเข้าดูในระบบที่มีการยืนยันตัวตน หากยังต้องส่งทางอีเมล ควรส่งเป็นรายบุคคล ตั้งรหัสเปิดไฟล์ และห้ามส่งไฟล์รวมทั้งแผนกโดยเด็ดขาด

ข้อมูลเงินเดือนเป็นข้อมูลอ่อนไหวหรือไม่

ไม่ใช่ข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา 26 ซึ่งระบุประเภทไว้เฉพาะ เช่น เชื้อชาติ ความคิดเห็นทางการเมือง ข้อมูลสุขภาพ และข้อมูลชีวภาพ แต่การไม่เป็นข้อมูลอ่อนไหวไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงต่ำ เพราะข้อมูลเงินเดือนที่รั่วสร้างผลกระทบทั้งด้านความสัมพันธ์ในที่ทำงานและความปลอดภัยทางการเงิน จึงยังต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมตามมาตรา 37 (1)

พนักงานขอดูโครงสร้างเงินเดือนของทั้งบริษัทได้ไหม

สิทธิเข้าถึงตามกฎหมายเป็นสิทธิในข้อมูลที่เกี่ยวกับตนเอง ไม่ใช่ข้อมูลของเพื่อนร่วมงาน องค์กรจึงไม่ต้องเปิดเผยตัวเลขรายบุคคลของคนอื่นให้ ส่วนการเปิดเผยกรอบค่าตอบแทนรายตำแหน่งเป็นการตัดสินใจเชิงนโยบายขององค์กร ไม่ใช่หน้าที่ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ไฟล์เงินเดือนเก่าที่อยู่ในเครื่องพนักงานเดิม ต้องทำอย่างไร

ต้องตามเก็บและลบ พร้อมบันทึกไว้ว่าดำเนินการเมื่อใดกับใครบ้าง ข้อจำกัดคือถ้าไม่รู้ว่าใครเคยส่งออกไฟล์นั้นบ้าง ก็ตามได้ไม่ครบ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ต้องควบคุมสิทธิการส่งออกตั้งแต่ต้นทางและบันทึกไว้ทุกครั้ง มิฉะนั้นองค์กรจะตอบไม่ได้ว่าข้อมูลชุดนี้อยู่ที่ใดบ้างในวันที่ถูกถาม

นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผู้บริหารกับทีมไอทีตรวจอำนาจ AI Agent พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ต้องจำกัดอำนาจอย่างไร

AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ควรแยกสิทธิอ่าน ส่ง แก้ และลบ ตรวจจุดอนุมัติ อายุสิทธิ และหลักฐานผลจริง ก่อนให้ระบบทำงานแทนพนักงาน

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที
เจ้าหน้าที่ตรวจข้อความลูกค้าที่ AI สรุปผิด พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI สร้างข้อมูลผิดเกี่ยวกับลูกค้า บริษัทต้องตามแก้อย่างไร

AI สร้างข้อมูลผิดแล้วถูกส่งเข้า CRM ต้องตรวจต้นทางและตามแก้จุดใช้จริง ดูสิทธิแก้ไข การระงับระหว่างตรวจ และหลักฐานตอบคำร้องของลูกค้า

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที
ผู้ดูแลตรวจสิทธิการค้นเอกสารภายในด้วย AI พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI ค้นเอกสารภายใน ต้องป้องกันข้อมูลข้ามสิทธิอย่างไร

AI ค้นเอกสารภายในอาจตอบข้อมูลที่ผู้ถามไม่มีสิทธิ ดูวิธีตรวจแหล่งข้อมูล ดัชนี ประวัติ และผลทดสอบก่อนเปิดให้พนักงานค้นด้วยบัญชีจริง

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที

ปรึกษาทีมทนาย PDPAของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE