081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

คู่ค้าใช้ข้อมูลลูกค้าเอง ต้องแก้สัญญาและฐานอะไร

บริษัทเจรจากับคู่ค้าเรื่องใช้ข้อมูลลูกค้าต่อ พร้อม Hook ภาษาไทย

สรุปประเด็นสำคัญ

คู่ค้าใช้ข้อมูลลูกค้าเองต้องแยกกิจกรรมจากงานที่ทำตามคำสั่ง แล้วตรวจบทบาทกับฐานของแต่ละฝ่าย การลงนามอนุญาตใน DPA ไม่แทนคำแจ้งหรือเงื่อนไขกฎหมาย บริษัทควรขอรายละเอียดข้อมูล ผลลัพธ์ ผู้รับต่อ และวิธีสิ้นสุดการใช้ พร้อมจัดสัญญาและระบบให้สอดคล้องกันก่อนเริ่มงานใหม่

คู่ค้าใช้ข้อมูลลูกค้าเพื่อประโยชน์ของตนต้องตรวจบทบาทและฐานกฎหมายใหม่ ไม่ควรเพิ่มข้อความอนุญาตใน DPA แล้วถือว่าครบ บริษัทควรระบุข้อมูล วัตถุประสงค์ ผู้รับ และผลต่อเจ้าของข้อมูลก่อนยอมให้คู่ค้านำไปพัฒนาสินค้า ทำการตลาด หรือใช้กับลูกค้ารายอื่น

คู่ค้าใช้ข้อมูลลูกค้าเอง ต้องแก้ DPA อย่างเดียวพอไหม?

ไม่เพียงพอ ต้องตรวจว่าคู่ค้ายังทำตามคำสั่งหรือมีวัตถุประสงค์ของตน และตรวจฐานการใช้กับการเปิดเผยของแต่ละฝ่าย การแก้สัญญาไม่แทนความชอบด้วยกฎหมายของข้อมูล หากบทบาทเปลี่ยนต้องจัดคำแจ้ง หน้าที่ และการควบคุมให้ตรงกิจกรรมจริงก่อนเริ่มใช้

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 6 ใช้แยกผู้ควบคุมกับผู้ประมวลผลจากบทบาทจริง ส่วนมาตรา 40 (1) กำหนดให้ผู้ประมวลผลทำตามคำสั่งที่ได้รับ เว้นแต่คำสั่งขัดกฎหมายหรือบทบัญญัติคุ้มครองข้อมูล และมาตรา 40 วรรคสองกำหนดผลเมื่อไม่ปฏิบัติตามคำสั่งสำหรับการประมวลผลนั้น

มาตรา 21 เกี่ยวข้องเมื่อวัตถุประสงค์ต่างจากที่แจ้ง มาตรา 24 และ 26 ใช้ตรวจฐานตามประเภทข้อมูล และมาตรา 27 ใช้ตรวจการใช้หรือเปิดเผย การที่บริษัทกับคู่ค้าตกลงกันได้จึงไม่แปลว่าเจ้าของข้อมูลได้รับคำแจ้งหรือให้ความยินยอมตามเงื่อนไขครบแล้ว

ตัวอย่างสมมติ: ผู้รับจ้างระบบสมาชิกขอใช้ประวัติซื้อของลูกค้าหลายบริษัทเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์วิเคราะห์ของตน คำว่า “ปรับปรุงบริการ” ในสัญญาไม่ตอบว่าใช้ข้อมูลอะไร เชื่อมกันอย่างไร และระบุตัวบุคคลได้หรือไม่ บริษัทควรขอรายละเอียดและตรวจบทบาทกับฐานก่อน ไม่อนุมัติจากส่วนลดค่าบริการเพียงอย่างเดียว

บทบาทอาจต่างกันในแต่ละกิจกรรม คู่ค้าอาจเป็นผู้ประมวลผลสำหรับงานหนึ่งและมีหน้าที่ในฐานะผู้ควบคุมสำหรับอีกงาน จึงควรแยกตารางกิจกรรม อ่าน คู่มือจัดการคู่ค้าและ DPA เพื่อเชื่อมบทบาทกับข้อสัญญาและงานตรวจจริง

ถ้าคู่ค้าขอใช้ต่อ ควรถามอะไรและเลือกทางไหน?

  • ถ้าใช้ตามคำสั่งเพื่อบริการเดิม ให้ตรวจความจำเป็น ขอบเขต และมาตรการในฐานะผู้ประมวลผล
  • ถ้าใช้เพื่อเป้าหมายของคู่ค้าเอง ให้แยกกิจกรรมนั้นและตรวจหน้าที่ผู้ควบคุมกับฐานของทั้งผู้ส่งและผู้รับ
  • ถ้าคู่ค้าอ้างข้อมูลนิรนาม ให้ขอวิธีและผลประเมินการระบุกลับ ไม่ยอมรับเพียงการลบชื่อหรือคำรับรองกว้าง
  • ถ้ามีการฝึกระบบหรือส่งต่อผู้รับช่วง ให้ระบุข้อมูล ผลลัพธ์ ระยะเก็บ และทางจัดการเมื่อสิ้นสุดหรือถอนสิทธิ
  • ถ้ารายละเอียดไม่พอ ให้พักการอนุญาตส่วนนั้นและจัดทางทำงานเดิมที่มีฐานรองรับต่ออย่างแยกชัด

ควรตรวจว่ามีข้อความอนุญาตใช้ต่อซ่อนในเงื่อนไขบริการ นโยบายออนไลน์ หรือเอกสารที่ถูกอ้างรวมอยู่หรือไม่ การห้ามใน DPA แต่อนุญาตกว้างในสัญญาหลักอาจทำให้ตีความขัดกัน ต้องจัดลำดับเอกสารและวิธีเปลี่ยนเงื่อนไขให้แน่นอน

หากใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ใหม่ อ่าน เงื่อนไขเปลี่ยนวัตถุประสงค์ใช้ข้อมูล ก่อนสรุปว่าบริษัทมีสิทธิอนุญาตแทนลูกค้าได้ โดยเฉพาะข้อมูลที่เก็บมาเพื่อบริการจำกัดเรื่อง

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: สัญญากำหนดหน้าที่ แต่ไม่เปลี่ยนข้อเท็จจริงของบทบาท

คนมักเข้าใจว่า: เรียกคู่ค้าว่าผู้ประมวลผลในทุกเอกสารแล้วคู่ค้าใช้ข้อมูลเองได้ตราบที่บริษัทลงนามยอมรับ หรือเขียนว่าข้อมูลเป็นของบริษัทแล้วบริษัทขายสิทธิใช้ได้ทุกแบบ

กฎหมายมองว่า: บทบาทต้องดูการตัดสินใจและการประมวลผลจริง มาตรา 40 มีผลต่อผู้ประมวลผลที่ไม่ทำตามคำสั่งสำหรับกิจกรรมนั้น และการใช้ข้อมูลยังต้องมีฐานกับวัตถุประสงค์ตามกฎหมาย

จุดเสี่ยงจริง: อนุญาตใช้เพื่อพัฒนาระบบโดยไม่รู้ว่ารวมข้อมูลกับลูกค้ารายอื่นหรือคงข้อมูลในผลลัพธ์อย่างไร ควรแยกข้อมูลต้นทาง ผลที่สร้าง และสำเนาที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำหนดหลักฐานที่คู่ค้าต้องส่งให้ตรวจ

มองสองฝั่ง: บริษัทผู้ส่งข้อมูลกับคู่ค้าผู้ใช้ต่อ

ประเด็นบริษัทผู้ส่งคู่ค้า
หน้าที่ตรวจฐานเปิดเผย วัตถุประสงค์ และบทบาทผู้รับใช้ตามบทบาทและมีฐานสำหรับกิจกรรมของตน
ความเสี่ยงอนุญาตสิ่งที่ตนไม่มีสิทธิให้ใช้เกินคำสั่งหรือคำแจ้งโดยอ้างสัญญากว้าง
ทำทันทีขอรายละเอียดและแยกกิจกรรมที่ขอเพิ่มอธิบายข้อมูล วิธีใช้ ผู้รับต่อ และทางหยุดใช้
ไม่ควรทำรับส่วนลดแลกสิทธิใช้โดยไม่ตรวจถือคำว่าปรับปรุงบริการเป็นสิทธิใช้ไม่จำกัด

ข้อชดใช้ระหว่างคู่สัญญาอาจช่วยจัดความรับผิดภายใน แต่ไม่ทำให้สิทธิของเจ้าของข้อมูลหรือหน้าที่ตามกฎหมายหายไป

ควรอนุมัติเมื่อไรและหยุดใช้หลังจบสัญญาอย่างไร?

ตรวจและตกลงก่อนเริ่มกิจกรรมใหม่ หากต้องแจ้งหรือได้รับความยินยอมตามเงื่อนไข ต้องดำเนินให้ครบก่อนใช้ ไม่ใช้สัญญาที่ลงนามภายหลังเพื่อรับรองย้อนหลังว่าการใช้เดิมชอบทั้งหมด

กำหนดเหตุสิ้นสุด เช่น จบโครงการ สิ้นสัญญา หรือฐานไม่รองรับ พร้อมระบุว่าข้อมูลและผลที่เกี่ยวข้องจะคืน ลบ หรือคงไว้ด้วยเหตุใด การเขียนว่าสิทธิใช้คงอยู่ตลอดไปต้องถูกตรวจอย่างจริงจัง ไม่รับไว้เป็นข้อความมาตรฐานโดยไม่ดูผล

ตัวอย่างแผนภายในคือให้คู่ค้าส่งผลการทดสอบและร่างเงื่อนไขก่อนวันเปิดโครงการสองสัปดาห์ เป็นเพียงกรอบจัดงาน ไม่ใช่กำหนด PDPA หากเริ่มใช้แล้วโดยยังไม่ตรวจ ต้องรักษาข้อเท็จจริงและประเมินแนวแก้ รวมถึงเหตุละเมิดเมื่อเข้าเงื่อนไข

ส่วนลดค่าบริการกับความเสี่ยงข้อมูลควรประเมินอย่างไร?

ตัวอย่างสมมติ: คู่ค้าเสนอส่วนลด 2,000 บาทต่อเดือน × 12 เดือน = 24,000 บาท แต่มีค่าตรวจขอบเขตและปรับระบบ 10,000 บาท ส่วนต่างต้นทุนเบื้องต้นคือ 14,000 บาท ตัวเลขนี้ใช้วิเคราะห์งบเท่านั้น ไม่ใช่ราคาซื้อสิทธิข้อมูลหรือเหตุให้ข้ามเงื่อนไขกฎหมาย

ต้องนับภาระติดตามคำขอเจ้าของข้อมูล การเปลี่ยนผู้รับช่วง และการตรวจหยุดใช้ด้วย ไม่ดูเฉพาะส่วนลดสัญญาปีแรก ข้อตกลงควรระบุว่าใครรับผิดชอบงานและค่าใช้จ่ายเมื่อมีการเปลี่ยนวัตถุประสงค์หรือเกิดเหตุ

การชดใช้หรือเพดานความรับผิดในสัญญาต้องตรวจตามข้อเท็จจริงและกฎหมาย ไม่รับรองว่าบริษัทจะไม่ต้องรับผิดเพียงเพราะคู่ค้าสัญญารับผิดทั้งหมด และไม่ตั้งเงินชดใช้เจ้าของข้อมูลจากยอดส่วนลดโดยอัตโนมัติ

หลักฐานตรวจการใช้ข้อมูลของคู่ค้ามีอะไร?

  • คำขอใช้ต่อที่ระบุวัตถุประสงค์ ข้อมูล และผลที่สร้าง
  • ตารางบทบาทและฐานกฎหมายแยกแต่ละกิจกรรม
  • คำแจ้งหรือความยินยอมที่เกี่ยวข้องและหลักฐานการดำเนินการ
  • สัญญาหลัก DPA เงื่อนไขออนไลน์ และลำดับบังคับเอกสาร
  • ผู้รับช่วง สถานที่ประมวลผล ระยะเก็บ และมาตรการตรวจการใช้
  • ผลทดสอบการหยุด คืน ลบ และข้อจำกัดของข้อมูลหรือผลลัพธ์ที่ยังคงอยู่

ควรเก็บเอกสารรุ่นที่ตกลงจริง ไม่เก็บเพียงลิงก์นโยบายที่ผู้ขายเปลี่ยนได้ภายหลัง และกำหนดว่าการเปลี่ยนที่กระทบข้อมูลต้องเข้าสู่การตรวจอย่างไร สำหรับวิธีตรวจให้ดู การกำหนดสิทธิตรวจสอบใน DPA เพื่อให้ข้อตกลงใช้ตรวจได้จริง

สัญญาธุรกิจและความเสียหายทางแพ่งเกี่ยวข้องอย่างไร?

งาน กฎหมายธุรกิจและสัญญา ต้องตรวจสิทธิใช้ข้อมูล ความลับ ผลงาน และการสิ้นสุดให้สอดคล้องกัน ไม่ใช้ข้อโอนสิทธิในผลงานมาเหมารวมสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคล

เมื่อมีข้อพิพาทว่าคู่ค้าใช้เกินขอบเขต งาน คดีแพ่ง ต้องดูคำสั่งที่ให้จริง รุ่นสัญญา และหลักฐานการใช้ก่อนเรียกร้อง ควรแยกการระงับความเสี่ยงเร่งด่วนออกจากการเจรจาเงินชดใช้ที่อาจใช้เวลา

ทางไปต่อ: แยกกิจกรรมใหม่ก่อนอนุญาตคู่ค้าใช้ข้อมูล

  1. ขอรายละเอียดการใช้ต่อและผู้รับทั้งหมด
  2. ตรวจบทบาท ฐาน และวัตถุประสงค์ของแต่ละฝ่าย
  3. ปรับคำแจ้ง ระบบ และสัญญาที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่ม
  4. กำหนดหลักฐานตรวจและสิทธิหยุดกิจกรรมที่ไม่ผ่าน
  5. ติดตามผลและจัดการข้อมูลเมื่อสิ้นเหตุใช้
ทางเลือกเหมาะเมื่อเงื่อนไข
คงงานตามคำสั่งเดิมยังไม่ผ่านการตรวจใช้เพื่อประโยชน์คู่ค้าจำกัดสิทธิและห้ามใช้เพิ่มให้ชัด
อนุมัติกิจกรรมที่แยกชัดมีฐานและมาตรการครบตามกรณีบทบาท เอกสาร และระบบสอดคล้องกัน
ใช้ข้อมูลที่ผ่านเกณฑ์นิรนามตอบงานได้โดยไม่ต้องระบุบุคคลมีผลประเมินจริง ไม่ใช่เพียงลบชื่อ

ควรขอความช่วยเหลือเมื่อคู่ค้าขอฝึก AI รวมข้อมูลหลายบริษัท เก็บผลลัพธ์ไม่มีกำหนด หรือแก้เงื่อนไขออนไลน์ฝ่ายเดียว สามารถ ติดต่อทีมงาน เพื่อหารือ บริการด้าน PDPA พร้อมร่างสัญญาและคำอธิบายกิจกรรมที่ไม่แนบข้อมูลลูกค้าจริงเกินจำเป็น

แหล่งกฎหมาย: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 6, 21, 24, 26–27 และ 40

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 6 และ 40 บทบาทและผลเมื่อผู้ประมวลผลไม่ทำตามคำสั่ง
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 21 และ 24 วัตถุประสงค์และฐานข้อมูลทั่วไป
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26–27 ข้อมูลอ่อนไหวและการใช้หรือเปิดเผย

ตรวจข้อกฎหมาย: ตุลาคม 2569

คำถามที่พบบ่อย

เขียนอนุญาตใช้เพื่อพัฒนาบริการพอไหม?
ควรระบุว่าพัฒนาอะไร ใช้ข้อมูลใด ผู้รับใด และผลที่สร้างมีข้อมูลบุคคลอยู่หรือไม่ ข้อความกว้างไม่ตอบฐานและบทบาทของกิจกรรมทุกแบบ ต้องตรวจวัตถุประสงค์เดิมกับเงื่อนไขกฎหมาย รวมถึงคำแจ้งและมาตรการก่อนเริ่ม ไม่อนุมัติจากชื่อกิจกรรมเพียงอย่างเดียว
คู่ค้าเป็นทั้งผู้ประมวลผลและผู้ควบคุมได้ไหม?
ต้องดูแต่ละกิจกรรมตามข้อเท็จจริง คู่ค้าอาจทำตามคำสั่งในงานหนึ่งและมีหน้าที่ผู้ควบคุมสำหรับอีกงาน จึงควรแยกข้อมูล วัตถุประสงค์ ฐาน และความรับผิดให้ชัด ไม่ใช้ป้ายบทบาทเดียวครอบทุกงาน หรือถือว่าการแก้ชื่อในสัญญาเปลี่ยนลักษณะการทำงานจริงได้
คู่ค้าอ้างว่าลบชื่อแล้วใช้ต่อได้เลยไหม?
ต้องขอวิธีและผลประเมินว่าข้อมูลยังระบุตัวบุคคลทางตรงหรือทางอ้อมได้หรือไม่ การแทนชื่อด้วยรหัสไม่ทำให้นิรนามอัตโนมัติ โดยเฉพาะเมื่อคู่ค้ามีข้อมูลเสริมเชื่อมกลับได้ ควรตรวจบริบทผู้รับและขอบเขตใช้ก่อนตัดสินว่าหน้าที่ข้อมูลส่วนบุคคลยังเกี่ยวข้องอย่างไร
คู่ค้ารับผิดทั้งหมดแล้วบริษัทพ้นหน้าที่ไหม?
ข้อตกลงชดใช้ช่วยจัดความรับผิดระหว่างคู่สัญญาตามเงื่อนไข แต่ไม่ทำให้หน้าที่ตาม PDPA หรือสิทธิของเจ้าของข้อมูลหายไป บริษัทต้องตรวจฐานการเปิดเผยและการควบคุมในส่วนของตนด้วย ไม่อาศัยคำรับผิดทั้งหมดแทนการประเมินกิจกรรมและหลักฐานก่อนส่งข้อมูล
นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผู้บริหารกับทีมไอทีตรวจอำนาจ AI Agent พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ต้องจำกัดอำนาจอย่างไร

AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ควรแยกสิทธิอ่าน ส่ง แก้ และลบ ตรวจจุดอนุมัติ อายุสิทธิ และหลักฐานผลจริง ก่อนให้ระบบทำงานแทนพนักงาน

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที
เจ้าหน้าที่ตรวจข้อความลูกค้าที่ AI สรุปผิด พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI สร้างข้อมูลผิดเกี่ยวกับลูกค้า บริษัทต้องตามแก้อย่างไร

AI สร้างข้อมูลผิดแล้วถูกส่งเข้า CRM ต้องตรวจต้นทางและตามแก้จุดใช้จริง ดูสิทธิแก้ไข การระงับระหว่างตรวจ และหลักฐานตอบคำร้องของลูกค้า

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที
ผู้ดูแลตรวจสิทธิการค้นเอกสารภายในด้วย AI พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI ค้นเอกสารภายใน ต้องป้องกันข้อมูลข้ามสิทธิอย่างไร

AI ค้นเอกสารภายในอาจตอบข้อมูลที่ผู้ถามไม่มีสิทธิ ดูวิธีตรวจแหล่งข้อมูล ดัชนี ประวัติ และผลทดสอบก่อนเปิดให้พนักงานค้นด้วยบัญชีจริง

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที

ปรึกษาทีมทนาย PDPAของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE