บริษัทในเครือใช้ CRM ร่วมกัน ต้องแบ่งหน้าที่ข้อมูลอย่างไร

สรุปประเด็นสำคัญ
บริษัทในเครือใช้ CRM ร่วมกันต้องแยกบทบาทตามกิจกรรมและอำนาจตัดสินใจจริง การมีผู้ถือหุ้นร่วมไม่ใช่ฐานให้เปิดข้อมูลทั้งหมด ควรตรวจเหตุส่งต่อกับการใช้ของแต่ละราย กำหนดสิทธิที่จำเป็น และแบ่งงานรับคำขอหรือแจ้งเหตุให้ลูกค้าทราบว่าบริษัทใดรับผิดชอบเรื่องใด ต้องตรวจการตั้งค่าที่ใช้งานจริงร่วมกับเอกสารก่อนเริ่ม
บริษัทในเครือใช้ CRM ร่วมกันอาจเห็นรายชื่อลูกค้าในหน้าจอเดียว แต่ผู้ที่มีสิทธินำข้อมูลไปใช้ไม่ได้เหมือนกันทุกบริษัท บทความนี้ช่วยแยกบทบาท ฐานการแบ่งปัน และสิ่งที่ต้องตกลงก่อนเปิดสิทธิให้ทีมขายข้ามนิติบุคคล
บริษัทในเครือใช้ CRM ร่วมกัน ต้องแบ่งหน้าที่อย่างไร?
ต้องแยกตามกิจกรรมและอำนาจตัดสินใจจริงว่าใครเป็นผู้ควบคุมหรือผู้ประมวลผลข้อมูล แล้วตรวจฐานการส่งต่อและการใช้ การมีผู้ถือหุ้นหรือผู้บริหารร่วมกันไม่ทำให้เปิดฐานลูกค้าให้ทุกบริษัทได้อัตโนมัติ และข้อตกลงภายในไม่แทนหน้าที่ตามกฎหมายต่อเจ้าของข้อมูล
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 6 ให้นิยามบทบาทโดยดูอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเรื่องการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล บริษัทที่เลือกว่าจะเสนอสินค้าอะไรให้ลูกค้ากลุ่มใดอาจเป็นผู้ควบคุมสำหรับกิจกรรมนั้น ส่วนบริษัทที่ดูแลระบบตามคำสั่งอาจเป็นผู้ประมวลผล ต้องตรวจข้อเท็จจริงมากกว่าชื่อที่เขียนในสัญญา
มาตรา 21–24 และ 27 เป็นส่วนที่ต้องตรวจเรื่องวัตถุประสงค์ ความจำเป็น คำแจ้ง และฐานการใช้หรือเปิดเผย ส่วนมาตรา 40 กำหนดหน้าที่และข้อตกลงเมื่อมีความสัมพันธ์ผู้ควบคุมกับผู้ประมวลผล การเรียกเอกสารทุกฉบับว่า DPA ไม่ช่วยถ้าคู่สัญญาแต่ละรายนำข้อมูลไปตัดสินใจใช้เพื่อตนเองจริง
ตัวอย่างสมมติ: บริษัท ก ขายเครื่องจักร บริษัท ข รับซ่อม และบริษัท ค ขายประกัน ใช้ CRM เดียวกันเพื่อให้บริการหลังการขาย การให้ ข เห็นประวัติซ่อมที่จำเป็นไม่ได้หมายความว่า ค ดาวน์โหลดลูกค้าทั้งหมดไปเสนอประกันได้ ต้องแยกเหตุส่งต่อ ฐานของกิจกรรมใหม่ และคำแจ้งที่เกี่ยวข้องก่อนเปิดสิทธิ
การแบ่งบทบาทควรเขียนเป็นรายกิจกรรม เช่น รับคำร้องซ่อม ออกใบเสนอราคา หรือวิเคราะห์การขาย พร้อมระบุข้อมูล ผู้รับ และผู้ตัดสินใจ ดู คู่มือจัดการผู้ให้บริการและ DPA เพื่อเชื่อมข้อตกลงกับการควบคุมงานจริง
ถ้าใช้ฐานลูกค้าร่วมเพื่อคนละวัตถุประสงค์ ผลต่างกันไหม?
- ถ้าบริษัทหนึ่งให้บริการระบบตามคำสั่ง ให้ตรวจหน้าที่ผู้ประมวลผลและขอบเขตคำสั่ง รวมถึงการจ้างช่วง
- ถ้าอีกบริษัทตัดสินใจทำตลาดของตนเอง ต้องตรวจบทบาทและฐานของการรับกับการใช้ ไม่พึ่งสัญญาจ้างดูแลระบบ
- ถ้าหลายบริษัทตัดสินใจร่วมกัน ให้บันทึกอำนาจและหน้าที่แต่ละรายตามข้อเท็จจริง ไม่ยกแบบ joint controller จากต่างประเทศมาอ้างว่าบังคับใช้เหมือนกันทุกข้อในไทย
- ถ้ามีข้อมูลอ่อนไหว ต้องตรวจมาตรา 26 แยกจากข้อมูลติดต่อทั่วไป แม้อยู่ในหน้าจอเดียวกัน
- ถ้ามีผู้รับหรือระบบต่างประเทศ ให้ตรวจมาตรา 28–29 และหลักเกณฑ์การโอนที่ใช้กับกรณีจริงเพิ่มเติม
ข้อตกลงควรกำหนดว่าใครรับคำขอใช้สิทธิ ใครค้นข้อมูล และใครตอบในนามบริษัทใด การมีจุดติดต่อกลางช่วยลดการส่งต่อไปมา แต่ไม่ควรทำให้ลูกค้าไม่ทราบว่าบริษัทใดรับผิดชอบกิจกรรมที่ตนถาม
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: บริษัทในเครือไม่ใช่ฐานกฎหมาย
คนมักเข้าใจว่า: ข้อมูลเป็นของกลุ่มบริษัท จึงนำไปใช้ภายในเครือได้ทุกกรณี หรือให้สำนักงานใหญ่ลงนามฉบับเดียวแล้วจบหน้าที่ของบริษัทย่อยทั้งหมด
กฎหมายมองว่า: ต้องตรวจผู้ตัดสินใจ วัตถุประสงค์ และฐานของแต่ละกิจกรรม ข้อตกลงจัดสรรงานและความรับผิดระหว่างบริษัทไม่อาจตัดสิทธิตามกฎหมายของเจ้าของข้อมูลเพียงด้วยข้อความในสัญญา
จุดเสี่ยงจริง: เปิดสิทธิระดับกลุ่มให้พนักงานที่ทำงานเพียงบริษัทเดียว หรือใช้ช่องหมายเหตุเก็บข้อมูลละเอียดแล้วปล่อยให้ทุกฝ่ายขายเห็น ควรจำกัดระดับรายการและฟิลด์ พร้อมตรวจรายงานส่งออกซึ่งอาจข้ามข้อจำกัดบนหน้าจอ
มองสองฝั่ง: บริษัทเจ้าของกิจกรรมกับบริษัทที่รับข้อมูล
| ประเด็น | บริษัทที่ส่งหรือเปิดข้อมูล | บริษัทที่รับหรือดูแลระบบ |
|---|---|---|
| หน้าที่ | ตรวจฐานและขอบเขตการเปิดเผย | ใช้ตามบทบาท ฐาน และข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง |
| ความเสี่ยง | เปิดฐานลูกค้ากว้างเกินความจำเป็น | นำข้อมูลไปใช้เองนอกกิจกรรมที่อนุญาต |
| ทำทันที | ระบุฟิลด์และรายชื่อผู้มีสิทธิ | แสดงเส้นทางใช้ข้อมูลและผู้รับช่วง |
| ไม่ควรทำ | อ้างคำว่าบริษัทในเครือแทนการตรวจฐาน | ถือว่ามองเห็นใน CRM เท่ากับนำไปใช้ได้ทุกเรื่อง |
ทั้งสองฝั่งควรตรวจหน้าจอและไฟล์ส่งออกตัวอย่างร่วมกัน เพราะข้อความในข้อตกลงอาจไม่ตรงกับสิทธิที่ระบบเปิดจริง
ต้องตกลงหน้าที่และทบทวนสิทธิเมื่อไร?
ควรแบ่งบทบาทและตรวจฐานก่อนเปิดข้อมูลให้บริษัทใหม่ ไม่รอให้ขายหรือส่งต่อแล้วค่อยจัดเอกสารย้อนหลัง การเปลี่ยนวัตถุประสงค์ต้องตรวจเงื่อนไขมาตรา 21 ก่อนใช้ในเรื่องใหม่ และจัดคำแจ้งตามหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างรอบภายในคือทบทวนผู้มีสิทธิทุกสามเดือนและทุกครั้งที่ย้ายทีม ตัวเลขนี้เป็นข้อเสนอด้านการบริหาร ไม่ใช่ระยะเวลาตายตัวตาม PDPA บริษัทควรเลือกรอบตามความเสี่ยงและมีวิธีปิดสิทธิเมื่อสิ้นสุดหน้าที่จริง
ตารางเก็บข้อมูลต้องไม่ใช้วันที่สร้าง CRM เป็นจุดเริ่มเดียวทั้งหมด ประวัติคำสั่งซื้อ งานซ่อม และรายชื่อเพื่อการตลาดอาจมีเหตุเก็บต่างกัน หากเกิดเหตุละเมิดต้องแยกกระบวนการแจ้งตามกฎหมายออกจากรอบรายงานประจำของกลุ่ม
ค่าใช้ CRM ร่วมและงบแบ่งสิทธิคิดอย่างไร?
ตัวอย่างสมมติ: ค่าระบบรวมเดือนละ 12,000 บาท แบ่งตามผู้ใช้ 20 คนกับ 10 คน จะได้ 8,000 บาทและ 4,000 บาทตามลำดับ หากตรวจสิทธิ 5 ชั่วโมง × 1,000 บาท เพิ่มอีก 5,000 บาท เป็นสูตรจัดงบภายใน ไม่ใช่อัตราตามกฎหมายหรือราคาบริการของสำนักงาน
การแบ่งค่าระบบตามจำนวนผู้ใช้ไม่ได้แปลว่าแบ่งความรับผิด PDPA ตามสัดส่วนเดียวกัน ความรับผิดต้องพิจารณาการกระทำ หน้าที่ และข้อเท็จจริง ส่วนเงื่อนไขชดใช้ระหว่างบริษัทควรตรวจทั้งเหตุเกิดและขอบเขตที่บังคับได้
งบที่มักตกหล่นคือการแยกสิทธิรายฟิลด์ การจัดการคำขอใช้สิทธิข้ามบริษัท และการปิดบัญชีเมื่อพนักงานย้ายสังกัด ควรใส่ต้นทุนเหล่านี้ก่อนตัดสินว่าการรวมระบบประหยัดเพียงใด
หลักฐานแบ่งบทบาทและสิทธิใน CRM ต้องมีอะไร?
- แผนกิจกรรมระบุบริษัทผู้ตัดสินใจและข้อมูลที่จำเป็น
- บันทึกฐานการส่งต่อ การรับ และการใช้ของแต่ละกิจกรรม
- คำแจ้งที่ลูกค้าได้รับจริงและรุ่นที่ใช้ในแต่ละช่วง
- ข้อตกลงแบ่งงาน ช่องทางรับคำขอ และขั้นแจ้งเหตุ
- ตารางสิทธิรายบริษัท รายทีม และฟิลด์ที่ปิดไว้
- ผลทดสอบบัญชีตัวอย่าง รวมถึงการค้นหาและส่งออก
- บันทึกเปลี่ยนสิทธิและการจัดการข้อมูลเมื่อบริษัทออกจากระบบร่วม
เก็บหลักฐานการอนุมัติคู่กับวันที่ตั้งค่าจริง อย่าใช้ภาพหน้าจอผู้ดูแลระบบเพียงบัญชีเดียวเป็นหลักฐานว่าพนักงานทุกระดับถูกจำกัดแล้ว หากคู่ค้าเริ่มใช้ข้อมูลเอง อ่าน การใช้ข้อมูลนอกคำสั่งของผู้ให้บริการ ประกอบ
สัญญาธุรกิจและหน้าที่พนักงานเกี่ยวข้องอย่างไร?
ข้อตกลงระหว่างบริษัทควรระบุบริการ ผู้มีอำนาจสั่งงาน และสิทธิเมื่อต้องแยกระบบ ประเด็นนี้สัมพันธ์กับ งานสัญญาธุรกิจ เพราะการถือหุ้นร่วมไม่ได้ทดแทนเงื่อนไขสัญญาที่ชัดเจน
พนักงานที่ทำงานให้หลายบริษัทควรทราบว่าเข้าระบบในบทบาทใดและรายงานเหตุให้ใคร ตรวจ ข้อกำหนดด้านแรงงานและหน้าที่พนักงาน ให้คำสั่งงานสอดคล้องกับสิทธิในระบบ โดยไม่ใช้ข้อบังคับภายในอนุญาตการใช้ข้อมูลที่ไม่มีฐาน
ทางไปต่อ: เปิด CRM ร่วมเมื่อแยกงานและสิทธิได้แล้ว
- ทำแผนบริษัท กิจกรรม และข้อมูลที่แต่ละรายต้องใช้
- ตรวจฐานกับคำแจ้งก่อนแบ่งปันหรือเปลี่ยนวัตถุประสงค์
- ทำข้อตกลงให้ตรงบทบาทจริงและกำหนดผู้รับคำขอ
- ตั้งสิทธิและทดสอบด้วยบัญชีของแต่ละบริษัท
- อนุมัติเปิดใช้พร้อมรอบทบทวนและวิธีแยกข้อมูลออก
| ทางเลือก | เหมาะเมื่อ | เงื่อนไขสำคัญ |
|---|---|---|
| ระบบร่วม แยกสิทธิ | ต้องทำงานต่อเนื่องระหว่างบริษัท | ฐานชัดและจำกัดรายการได้จริง |
| ส่งเฉพาะงานที่เกี่ยวข้อง | ความจำเป็นข้ามบริษัทมีน้อย | ระบุผู้รับและวัตถุประสงค์แต่ละครั้ง |
| แยกระบบ | ระบบเดิมจำกัดสิทธิไม่พอ | ควบคุมการส่งต่อระหว่างระบบเพิ่มเติม |
ควรให้ทนายตรวจเมื่อไม่ชัดว่าใครตัดสินใจใช้ข้อมูล บริษัทใหม่จะทำตลาดจากฐานเดิม หรือข้อตกลงผลักความรับผิดทั้งหมดให้รายเดียว กรณีมีข้อมูลอ่อนไหวหรือผู้รับต่างประเทศควรตรวจรายละเอียดก่อนเปิดสิทธิ
หากต้องจัดบทบาทของบริษัทในเครือให้ตรงกับ CRM ที่ใช้อยู่ สามารถดู บริการกฎหมาย PDPA และ ติดต่อพร้อมแผนข้อมูลกับตัวอย่างสิทธิระบบ โดยปิดข้อมูลลูกค้าที่ไม่จำเป็นก่อนส่ง
ตรวจหลักกฎหมายจาก พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในราชกิจจานุเบกษา
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 6 นิยามบทบาทตามอำนาจตัดสินใจ
- พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 21–24 และ 27 วัตถุประสงค์ ความจำเป็น คำแจ้ง และฐาน
- พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37 และ 40 ความปลอดภัยและข้อตกลงกับผู้ประมวลผล
ตรวจข้อกฎหมาย: ตุลาคม 2569
คำถามที่พบบ่อย
จ่ายค่าระบบร่วมกันแปลว่ารับผิดเท่ากันไหม?
สำนักงานใหญ่เซ็นแทนบริษัทย่อยได้ทุกเรื่องไหม?
พนักงานย้ายบริษัทแต่ใช้บัญชีเดิมได้ไหม?
ใช้จุดรับคำขอกลางจุดเดียวได้ไหม?
สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
PDPA คุ้มครองข้อมูล
AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ต้องจำกัดอำนาจอย่างไร
AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ควรแยกสิทธิอ่าน ส่ง แก้ และลบ ตรวจจุดอนุมัติ อายุสิทธิ และหลักฐานผลจริง ก่อนให้ระบบทำงานแทนพนักงาน
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 7 นาที
PDPA คุ้มครองข้อมูล
AI สร้างข้อมูลผิดเกี่ยวกับลูกค้า บริษัทต้องตามแก้อย่างไร
AI สร้างข้อมูลผิดแล้วถูกส่งเข้า CRM ต้องตรวจต้นทางและตามแก้จุดใช้จริง ดูสิทธิแก้ไข การระงับระหว่างตรวจ และหลักฐานตอบคำร้องของลูกค้า
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 7 นาที
PDPA คุ้มครองข้อมูล
AI ค้นเอกสารภายใน ต้องป้องกันข้อมูลข้ามสิทธิอย่างไร
AI ค้นเอกสารภายในอาจตอบข้อมูลที่ผู้ถามไม่มีสิทธิ ดูวิธีตรวจแหล่งข้อมูล ดัชนี ประวัติ และผลทดสอบก่อนเปิดให้พนักงานค้นด้วยบัญชีจริง
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 7 นาที
ปรึกษาทีมทนาย PDPAของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ