081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

รับร่างสัญญา DPA และตรวจ DPA ของผู้ให้บริการก่อนเซ็น

ทนายและเจ้าของธุรกิจตรวจร่างสัญญา พร้อมข้อความ รับร่างสัญญา DPA คู่ค้าส่งมาให้เซ็น ตรวจครบหรือยัง

สรุปประเด็นสำคัญ

รับร่างสัญญา DPA และตรวจร่างผู้ให้บริการต้องเริ่มจากบทบาทตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40 แล้วอ่านร่วมกับสัญญาหลัก แม้มาตรา 40(2) ไม่ระบุชั่วโมง แต่ประกาศแจ้งเหตุฯ พ.ศ. 2565 ข้อ 8 กำหนดให้ใส่เงื่อนไขแจ้งโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ผู้ประมวลผลทราบเหตุเท่าที่ทำได้ จึงควรตรวจเวลาเริ่มนับ ช่องทางแจ้ง และเงื่อนไขที่เร็วขึ้นตามความเสี่ยงก่อนเซ็น

รับร่างสัญญา DPA เป็นงานที่ต้องดูทั้งข้อมูลที่ส่งและสัญญาบริการหลัก โดยเฉพาะเมื่อคู่ค้าส่งร่างมาให้เซ็นก่อนเปิดระบบ บทความนี้แยกสิ่งที่บริษัทควรเตรียมเมื่อเป็นฝ่ายร่าง กับจุดที่ต้องตรวจเมื่อใช้ร่างของผู้ให้บริการ เพื่อให้รู้ว่าควรให้ทนายช่วยตรงไหนก่อนส่งข้อมูลจริง

หลังได้รับร่าง สัญญาหลัก และรายละเอียดครบ สำนักงานจะแจ้งขอบเขต ค่าบริการ และวันส่งความเห็นภายใน 1–2 วันทำการ โดยแจ้งตั้งแต่ขั้นประเมินหากส่งงานไม่ทันวันที่ต้องลงนาม

การแถลงผลบังคับใช้ PDPA วันที่ 1 สิงหาคม 2568 มีกรณีหน่วยงานรัฐและบริษัทพัฒนาระบบถูกปรับ โดยพบทั้งการละเลยข้อตกลง DPA และข้อบกพร่องด้านความปลอดภัย จึงควรตรวจสัญญาควบคู่กับการทำงานจริงก่อนส่งข้อมูล ไม่ตีความว่ามี DPA แล้วจะพ้นความรับผิดทุกเรื่อง (รายงานคำแถลงของ สคส. โดย MGR Online)

รับร่างสัญญา DPA ต้องได้อะไรถึงใช้กับคู่ค้าได้จริง

งานรับร่างสัญญา DPA ควรเริ่มจากการระบุบทบาทและงานประมวลผล แล้วจึงกำหนดสิทธิหน้าที่ที่คู่สัญญาปฏิบัติได้ สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรมรับร่างและตรวจข้อตกลงกับคู่ค้าตามขอบเขตที่ตกลง โดยตรวจร่วมกับสัญญาบริการหลัก เพื่อไม่ให้เงื่อนไขในเอกสารสองชุดขัดกัน

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40 กำหนดหน้าที่ของผู้ประมวลผล และให้ผู้ควบคุมจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกันเพื่อควบคุมการดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎหมาย สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือ Data Processing Agreement (DPA) จึงต้องอธิบายว่าใครทำอะไรกับข้อมูลใด ตามคำสั่งของใคร

การมีชื่อผู้ให้บริการและลายเซ็นครบยังไม่ตอบว่าบริษัทขอหลักฐานได้เมื่อไร หรือผู้ให้บริการต้องทำอย่างไรเมื่อข้อมูลรั่ว ก่อนว่าจ้างควรตกลงสิ่งส่งมอบของงานกฎหมายให้เห็นเป็นรายการ

ขอบเขตงาน สิ่งที่ควรตกลงให้ส่งมอบ ใช้ตัดสินใจเรื่องใด
ตรวจบทบาทและการใช้ข้อมูล ข้อสังเกตว่ากิจกรรมใดเป็นผู้ควบคุมหรือผู้ประมวลผล ควรใช้ DPA หรือข้อตกลงอีกประเภท
ร่างใหม่ ร่างข้อตกลงและภาคผนวกกิจกรรมตามข้อมูลที่ได้รับ ให้คู่ค้าตรวจและยืนยันการปฏิบัติ
ตรวจร่างผู้ให้บริการ ฉบับแสดงจุดแก้พร้อมเหตุผลและรายการคำถาม ข้อใดควรแก้ ข้อใดต้องขอข้อมูลเพิ่ม
สนับสนุนการเจรจา ข้อเสนอทางเลือกและประเด็นที่ยังตกลงไม่ได้ ใครต้องอนุมัติความเสี่ยงก่อนเซ็น

จำนวนร่าง ภาษา รอบแก้ และการเข้าประชุมเจรจาต้องระบุในขอบเขตว่าจ้าง ไม่ควรเข้าใจว่างานตรวจเอกสารหนึ่งฉบับรวมการตรวจระบบ การเป็น DPO หรือการดูแลเหตุรั่วไหลทุกครั้งแล้ว หากต้องตรวจทั้งกระบวนการ ให้พิจารณา บริการตรวจความพร้อม PDPA แยกจากงานสัญญา

ตัวอย่างสมมติ บริษัทจ้างระบบเงินเดือนที่ได้รับชื่อ เลขบัญชี และข้อมูลค่าจ้างพนักงาน DPA ควรผูกการใช้ข้อมูลกับงานเงินเดือนที่ตกลง หากผู้ให้บริการขอใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนด้วย ต้องตรวจวัตถุประสงค์และบทบาทของกิจกรรมนั้นเพิ่มเติม ไม่ทำเครื่องหมายว่าเป็นผู้ประมวลผลทุกเรื่องเพียงเพราะเป็นบริษัทเดียวกัน

บริษัทเป็นฝ่ายร่างกับตรวจ DPA ของผู้ให้บริการต่างกันอย่างไร

บริษัทที่ร่างเองต้องทำขอบเขตและคำสั่งให้ชัด ส่วนการตรวจ DPA ของผู้ให้บริการต้องอ่านเอกสารทั้งหมดที่ผูกพันบริษัท รวมถึงเงื่อนไขออนไลน์ที่ร่างอ้างถึง ทั้งสองกรณีควรตรวจจากงานจริง และไม่ใช้จำนวนหน้าตัดสินว่ารัดกุมพอแล้ว

บริษัทเป็นฝ่ายร่าง DPA ให้คู่ค้า

เริ่มจากภาคผนวกที่ระบุกลุ่มเจ้าของข้อมูล ประเภทข้อมูล กิจกรรมที่อนุญาต ระยะเวลา และระบบที่ใช้ ฝ่าย IT หรือเจ้าของงานควรยืนยันว่ามาตรการทำได้จริง เช่น ใครดาวน์โหลดข้อมูลได้ และเมื่อเลิกบริการจะส่งออกไฟล์รูปแบบใด

ถ้ามีคู่ค้าหลายประเภท ใช้ข้อกำหนดส่วนกลางร่วมกันได้ แต่ควรปรับภาคผนวกกับเงื่อนไขตามความเสี่ยง งานทำเงินเดือนกับงานทำลายเอกสารไม่ได้ใช้มาตรการและหลักฐานชุดเดียวกันทั้งหมด อ่าน ข้อที่ควรมีในร่าง DPA เพื่อเตรียมรายการก่อนกำหนดขอบเขตงานกับทนาย

ผู้ให้บริการส่ง DPA มาให้เซ็น

ขอเอกสารที่อ้างถึงให้ครบก่อนตรวจ ได้แก่ สัญญาหลัก ข้อกำหนดบริการ รายละเอียดความปลอดภัย รายชื่อผู้ประมวลผลช่วง และเงื่อนไขคืนข้อมูล หากอยู่บนเว็บไซต์ ให้เก็บฉบับและวันที่ที่ใช้ประกอบการตัดสินใจ ไม่พึ่งลิงก์ที่ผู้ให้บริการแก้ข้อความได้ฝ่ายเดียวโดยไม่มีประวัติ

ตารางต่อไปนี้เป็นจุดตั้งคำถามสำหรับการเจรจา ไม่ใช่ข้อสรุปว่าถ้อยคำทุกแบบผิดกฎหมายโดยตัวมันเอง

ข้อความหรือเงื่อนไขที่พบ คำถามที่บริษัทควรถาม แนวทางตรวจหรือเจรจา
แจ้งเมื่อยืนยันความเสียหายแล้ว ถ้าทราบเหตุละเมิดแต่ยังไม่รู้ความเสียหายจะแจ้งหรือไม่ แยกการแจ้งเบื้องต้นจากรายงานสอบสวนฉบับเต็ม
แจ้งผ่านบัญชีผู้ใช้เท่านั้น ใครเห็นแจ้งเตือนนอกเวลางานหรือเมื่อระบบเข้าไม่ได้ เพิ่มผู้ติดต่อและช่องทางสำรองที่ทดสอบได้
ใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุงบริการ ครอบคลุมข้อมูลใด ใช้เพื่อใคร และมีบทบาทอะไร จำกัดวัตถุประสงค์และตรวจฐานกฎหมายแยกกิจกรรม
เปลี่ยนผู้รับช่วงได้ตลอด บริษัทได้รับข้อมูลก่อนเปลี่ยนหรือมีทางคัดค้านอย่างไร ตกลงการแจ้ง หลักฐาน และทางออกเมื่อรับความเสี่ยงไม่ได้
ความรับผิดเป็นไปตามสัญญาหลัก มีเพดานหรือข้อยกเว้นที่ทำให้ DPA ใช้เรียกร้องไม่ได้หรือไม่ อ่านข้ามเอกสารและกำหนดลำดับเมื่อข้อความขัดกัน
ลบข้อมูลเมื่อสิ้นสุดบริการ ข้อมูลสำรองและข้อมูลที่กฎหมายบังคับให้เก็บอยู่ตรงไหน ระบุรอบลบ สิทธิการใช้ระหว่างรอ และหลักฐานยืนยัน

อ่าน 10 จุดอันตรายใน DPA ที่ควรแก้ก่อนส่งข้อมูลให้คู่ค้า เพื่อดูรายละเอียดของเงื่อนไขเหล่านี้

มี DPA รอเซ็นอยู่หรือไม่

ส่งร่างพร้อมสัญญาหลักและวันที่ต้องลงนามทาง LINE @995iqtpa พิมพ์ “ตรวจ DPA” หลังได้รับข้อมูลครบ สำนักงานแจ้งขอบเขต ค่าบริการ และวันส่งความเห็นภายใน 1–2 วันทำการ หากส่งความเห็นไม่ทันวันลงนามจะแจ้งตั้งแต่ขั้นประเมิน ระยะ 1–2 วันเป็นเวลาตอบประเมินงาน ส่วนวันส่งงานตรวจจริงจะระบุให้ตกลงก่อนว่าจ้าง

ถ้าผู้ให้บริการไม่รับแก้ร่าง อย่าเติมชื่อแล้วเซ็นเพียงเพราะเป็นระบบที่คนอื่นใช้ อาจขอเอกสารเสริม ลดชุดข้อมูล จำกัดสิทธิ หรือเลือกบริการอื่นตามความจำเป็น การยอมรับความเสี่ยงภายในบริษัทต้องมีผู้ตัดสินใจและเหตุผล และไม่ทำให้หน้าที่ตามกฎหมายหายไป

เมื่อคู่ค้าไม่ได้ทำตามคำสั่งของบริษัท

หากอีกฝ่ายกำหนดวัตถุประสงค์ของตนเอง อาจเป็นผู้ควบคุมข้อมูลสำหรับกิจกรรมนั้น ต้องใช้ข้อตกลงให้ตรงบทบาท การเปลี่ยนชื่อหัวกระดาษเป็น DPA ไม่แก้ปัญหาฐานกฎหมาย หากคู่ค้ามีหลายบทบาท ให้แยกตามกิจกรรม ไม่เหมารวมทั้งนิติบุคคล อ่าน คู่ค้าแบบใดต้องมี DPA ประกอบ

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: เรื่องแจ้งเหตุอ่านแค่มาตรา 40 ไม่พอ

คนมักเข้าใจว่า มาตรา 40(2) ไม่เขียนจำนวนชั่วโมง จึงตกลงให้ผู้ให้บริการแจ้งเมื่อไรก็ได้ หรือรอให้รายงานสอบสวนเสร็จก่อนบริษัทจึงเริ่มมีหน้าที่

กฎหมายมองว่า ต้องอ่านประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 ข้อ 8 ด้วย ซึ่งกำหนดให้ผู้ควบคุมระบุในข้อตกลงหรือสัญญาว่า ผู้ประมวลผลมีหน้าที่แจ้งโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ผู้ประมวลผลทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระทำได้

จุดเสี่ยงจริง คือสัญญาใส่ตัวเลข 72 ชั่วโมง แต่ให้รอพิสูจน์ความเสียหายหรือรออนุมัติจากผู้บริหารคู่ค้าก่อนแจ้ง บริษัทจึงไม่ได้ข้อมูลที่ใช้ประเมินเหตุทันเวลา คำว่า "โดยไม่ชักช้า" ไม่ควรถูกตีความเป็นสิทธิรอจนใกล้ครบกำหนดทุกครั้ง

การร่างให้เหมาะกับงานจึงต้องตรวจเหตุเริ่มนับ ช่องทางติดต่อ และข้อมูลที่แจ้งได้ทันที องค์กรอาจเจรจาให้แจ้งเร็วขึ้นตามความเสี่ยง พร้อมให้ส่งข้อมูลเพิ่มเติมเป็นระยะ ตัวเลขที่ตกลงให้สั้นลงเป็นเงื่อนไขสัญญาเฉพาะงาน ไม่ใช่ตัวเลขบังคับเดียวกันสำหรับผู้ให้บริการทุกประเภท

มองสองฝั่ง: บริษัทผู้จ้างกับผู้ให้บริการต้องทำอะไร

ประเด็น บริษัทผู้ควบคุมข้อมูล ผู้ให้บริการที่เป็นผู้ประมวลผล
หน้าที่ กำหนดวัตถุประสงค์ ฐานกฎหมาย และคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ทำตามคำสั่งภายใต้ข้อยกเว้นตามกฎหมาย รักษาความปลอดภัยและแจ้งเหตุ
ความเสี่ยง ได้ข้อมูลช้าหรือไม่พอประเมินผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูล รับเงื่อนไขที่ระบบทำไม่ได้ หรือใช้ข้อมูลนอกคำสั่ง
สิ่งที่ควรทำทันที ระบุผู้ติดต่อและข้อมูลที่ต้องการเมื่อเกิดเหตุ ยืนยันทีมรับเหตุ ช่องทางแจ้ง และหลักฐานที่ส่งได้
สิ่งที่ไม่ควรทำ ออกคำสั่งให้เก็บหรือใช้ข้อมูลเกินจำเป็นแล้วโยนภาระทั้งหมดให้คู่ค้า รอความเสียหายแน่นอนหรือใช้ข้อจำกัดในสัญญาแทนหน้าที่ตามกฎหมาย

ทั้งสองฝ่ายอาจตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายและวิธีช่วยเหลือกันได้ แต่ต้องไม่ทำให้สิทธิของเจ้าของข้อมูลถูกละเลย ข้อกำหนดระหว่างบริษัทกับผู้ให้บริการไม่ได้จำกัดสิทธิของเจ้าของข้อมูลหรืออำนาจของหน่วยงานรัฐโดยอัตโนมัติ

ผู้ให้บริการ SaaS และ Payroll ควรเตรียม DPA มาตรฐานให้ลูกค้าอย่างไร

ผู้ให้บริการที่รับประมวลผลข้อมูลตามคำสั่งลูกค้าควรมีร่าง DPA และภาคผนวกที่อธิบายบริการของตนได้จริง เช่น ข้อมูลที่รับ ระบบที่ใช้ ผู้รับช่วง และวิธีคืนหรือลบข้อมูล ใช้ข้อกำหนดส่วนกลางร่วมกันได้ แต่ต้องปรับกิจกรรมและข้อจำกัดตามลูกค้าแต่ละราย ไม่รับรองมาตรการที่ระบบยังทำไม่ได้เพียงเพื่อให้ลูกค้าเซ็น

งานร่างฝั่งผู้ให้บริการต้องอ่าน DPA ของลูกค้าเทียบกับสัญญามาตรฐานของตนด้วย โดยเฉพาะสิทธิตรวจสอบ เวลาแจ้งเหตุ และค่าใช้จ่ายช่วยตอบคำขอใช้สิทธิ ถ้าให้แต่ละทีมขายยอมรับเงื่อนไขคนละชุดโดยไม่มีผู้อนุมัติ อาจเกิดภาระที่ทีมปฏิบัติการทำไม่ได้

มาตรา 86 กำหนดโทษปรับทางปกครองไม่เกิน 3 ล้านบาทสำหรับผู้ประมวลผลที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 40 โดยไม่มีเหตุอันควร จึงต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนแม้ลูกค้ายังไม่ส่ง DPA มาให้ ไม่ควรสรุปว่าการไม่มีเอกสารชื่อ DPA ทุกกรณีทำให้ถูกปรับจำนวนนี้ทันที การลงโทษต้องพิจารณาการกระทำและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง

เวลาแจ้งเหตุ: ตรวจข้อ 8 และอย่าบวกเป็น 144 ชั่วโมง

เงื่อนไขใน DPA ตามประกาศข้อ 8 ต้องให้ผู้ประมวลผลแจ้งผู้ควบคุมโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ผู้ประมวลผลทราบเหตุเท่าที่ทำได้ ส่วนผู้ควบคุมมีหน้าที่ตามมาตรา 37(4) ต่อสำนักงานโดยนับจากเวลาที่ตนทราบเหตุและประเมินข้อยกเว้นตามความเสี่ยง หากเสี่ยงสูงยังต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลพร้อมแนวทางเยียวยาโดยไม่ชักช้า

ระยะของสองฝ่ายไม่ได้บวกเป็น 144 ชั่วโมงที่ใช้ได้อัตโนมัติ หากบริษัททราบจากลูกค้าหรือระบบของตนก่อนคู่ค้าแจ้ง ต้องใช้ข้อเท็จจริงนั้นประเมินหน้าที่ด้วย ควรเจรจาให้คู่ค้าแจ้งเร็วกว่า 72 ชั่วโมงตามความเสี่ยง พร้อมข้อมูลเบื้องต้นและช่องทางรับเรื่องนอกเวลางาน โดยไม่รอรายงานสอบสวนครบ อ่านรายละเอียดการออกแบบเงื่อนไขใน ข้อสัญญาแจ้งเหตุข้อมูลรั่วจากคู่ค้า และ คู่มือแจ้งเหตุ 72 ชั่วโมง

ถ้าจำเป็นต้องแจ้งล่าช้า หลักฐานจากคู่ค้าช่วยอะไรได้

ประกาศข้อ 7 เปิดทางให้ผู้ควบคุมขอให้สำนักงานพิจารณายกเว้นความผิดจากการแจ้งล่าช้าเมื่อมีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ โดยต้องชี้แจงเหตุผลและรายละเอียด พร้อมแจ้งโดยเร็วและไม่เกิน 15 วันนับแต่ทราบเหตุ กรอบนี้ไม่ใช่สิทธิเลื่อนแจ้งเป็น 15 วันตามสะดวก และผลขึ้นกับการพิจารณาของสำนักงาน

DPA และหลักฐานว่าคู่ค้าทราบเหตุเมื่อใด แจ้งอะไรเมื่อใด รวมถึงการติดตามข้อมูลและมาตรการที่บริษัทลงมือทำ อาจใช้ประกอบคำชี้แจงได้ แต่เหตุที่คู่ค้าแจ้งช้าไม่ได้ทำให้ได้รับยกเว้นโดยอัตโนมัติ หากเกิดเหตุแล้ว ให้เริ่มประเมินและรักษาหลักฐานทันที ดูขอบเขต บริการรับมือเหตุข้อมูลรั่วไหล แยกจากงานร่างสัญญา

ค่าร่างหรือตรวจ DPA คิดจากอะไร และเพดานรับผิดเสี่ยงแค่ไหน

ขอบเขตค่าบริการขึ้นกับจำนวนสัญญาและคู่ค้า ภาษา ความซับซ้อนของข้อมูล ภาคผนวกที่ต้องจัดทำ และการเจรจาที่รวมอยู่ ต้องประเมินจากเอกสารจริงก่อนเสนอค่าใช้จ่าย การแก้ชื่อคู่สัญญาในแบบเดิมกับการตรวจชุดสัญญาคลาวด์ที่อ้างเอกสารหลายฉบับมีงานต่างกัน

อีกจำนวนเงินที่ต้องตรวจคือเพดานความรับผิดในสัญญาหลัก เพราะ DPA อาจเขียนให้ผู้ให้บริการช่วยรับมือเหตุ แต่สัญญาหลักจำกัดการเรียกร้องไว้ต่ำ หรือยกเว้นค่าใช้จ่ายบางประเภท จึงต้องอ่านทั้งสองชุดร่วมกัน

ตัวอย่างสมมติ ค่าระบบเดือนละ 15,000 บาท และร่างกำหนดเพดานรับผิดเท่าค่าบริการ 12 เดือน จะได้ 180,000 บาท หากสมมติค่าใช้จ่ายสอบสวนและฟื้นระบบรวม 350,000 บาท ส่วนต่างทางคณิตศาสตร์คือ 170,000 บาท ตัวเลขนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยว่าคู่ค้าต้องจ่าย 180,000 บาทหรือบริษัทเรียกส่วนที่เหลือไม่ได้ เพราะยังต้องตรวจขอบเขตความเสียหาย เหตุแห่งความรับผิด ข้อยกเว้น และการบังคับใช้เงื่อนไขจริง

ควรตกลงว่าใครอนุมัติค่าใช้จ่ายเร่งด่วน เอกสารใดใช้ยืนยัน และรายการใดต้องเจรจาแยก ไม่ใช้เงื่อนไขชดใช้ค่าเสียหายแทนการกำหนดมาตรการป้องกันหรือเวลาแจ้งเหตุ และไม่รับรองว่าข้อสัญญาจะผลักค่าปรับหรือความรับผิดตามกฎหมายไปให้อีกฝ่ายได้ทุกกรณี

อ่านกรณี ข้อมูลรั่วจากระบบเงินเดือนหรือคลาวด์ ใครรับผิด ประกอบ หากความเสียหายเกิดจากคู่ค้า สำนักงานรับประเมินสิทธิเรียกค่าเสียหายและดำเนิน คดีแพ่ง ต่อได้ตามขอบเขตว่าจ้าง โดยต้องตรวจเหตุแห่งความรับผิด อายุความ และหลักฐานความเสียหายก่อน ไม่รับรองว่าจะเรียกคืนได้ทั้งหมด

เอกสารที่ควรส่งให้ทนายก่อนร่างหรือตรวจ DPA

ส่งเอกสารทั้งชุดที่กำหนดความสัมพันธ์กับผู้ให้บริการ พร้อมอธิบายงานจริงสั้น ๆ จะช่วยให้ตรวจได้ว่าข้อความใน DPA ขัดกับบริการหรือข้อจำกัดระบบตรงไหน ในขั้นประเมินงานยังไม่จำเป็นต้องส่งฐานข้อมูลลูกค้าหรือประวัติพนักงานจริงจำนวนมาก

  • สัญญาหลัก ใบเสนอราคา และ DPA ฉบับที่ได้รับหรือฉบับเดิมของบริษัท
  • เงื่อนไขออนไลน์และเอกสารที่อ้างถึง พร้อมวันที่และเวอร์ชันที่ใช้อยู่
  • รายการข้อมูล กลุ่มเจ้าของข้อมูล งานที่ให้ทำ และระยะเก็บตามที่ทราบ
  • รายละเอียดที่ตั้งระบบ ผู้รับช่วง และช่องทางสนับสนุนเมื่อเกิดเหตุ
  • วันที่ต้องลงนามหรือเริ่มใช้บริการ พร้อมประเด็นที่คู่ค้าแจ้งว่าแก้ไม่ได้
  • รายชื่อผู้ยืนยันข้อเท็จจริงด้าน IT เจ้าของงาน และผู้อนุมัติการเจรจา

ใช้ข้อมูลตัวอย่างหรือปกปิดส่วนที่ไม่จำเป็นก่อนส่งตรวจ เก็บประวัติแก้ร่างและข้อยกเว้นที่ยอมรับไว้ หากมีการแก้เงื่อนไขออนไลน์ภายหลัง ควรบันทึกว่ากระทบข้อตกลงเดิมอย่างไร ไม่แก้วันที่หรือหลักฐานย้อนหลังให้ดูเหมือนบริษัทเคยตกลงแล้ว

การตรวจทางกฎหมายต้องอาศัยข้อเท็จจริงจากทีมเทคนิค ทนายไม่ควรยืนยันว่าระบบเข้ารหัสหรือลบข้อมูลได้ตามสัญญาเพียงเพราะผู้ให้บริการเขียนรับรองไว้ หากยังไม่มีหลักฐาน ให้ระบุเป็นคำถามค้างหรือเงื่อนไขก่อนเปิดใช้งาน

DPA เชื่อมกับสัญญาหลัก ข้อมูล HR และการโอนต่างประเทศ

สัญญาหลักอาจกำหนดการระงับบริการ การเก็บค่าดึงข้อมูลออก และลำดับเอกสารไว้ จึงควรให้ งานร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ ตรวจจุดเหล่านี้ร่วมกับ DPA โดยเฉพาะกรณีบริษัทต้องย้ายระบบเมื่อคู่ค้าไม่ทำตามเงื่อนไข

หากเป็นระบบ HR ต้องแยกข้อมูลเงินเดือนทั่วไปจากข้อมูลสุขภาพหรือข้อมูลอ่อนไหวประเภทอื่นตามมาตรา 26 และกำหนดผู้เข้าถึงตามงานจริง การเซ็น DPA ไม่แทนการตรวจฐานกฎหมายและการแจ้งรายละเอียดต่อพนักงาน องค์กรที่ต้องปรับกระบวนการทั้งชุดดู บริการ PDPA สำหรับ HR ประกอบได้

เมื่อมีการส่งหรือโอนข้อมูลไปต่างประเทศ ต้องประเมินมาตรา 28 และ 29 รวมประกาศที่เกี่ยวข้องกับวิธีโอนนั้น การมี DPA หรือข้อความว่าเป็นไปตาม GDPR ไม่ได้ตอบเงื่อนไขกฎหมายไทยทั้งหมด ต้องรู้ที่ตั้งและการเข้าถึงข้อมูลจริงก่อนเลือกกลไก โดยไม่อนุมานจากประเทศที่จดทะเบียนผู้ให้บริการเพียงอย่างเดียว

หากต้องจัดการคู่ค้าหลายราย อ่าน คู่มือจัดการคู่ค้าและ DPA สำหรับองค์กร เพื่อวางขั้นตอนคัดเลือก การติดตาม และการเลิกใช้บริการให้ต่อเนื่องกับสัญญา

ทางไปต่อ: เลือกงานร่างใหม่หรือตรวจร่างก่อนส่งข้อมูล

เริ่มจากระบุว่าบริษัทต้องสร้างข้อตกลงใหม่หรือกำลังจะเซ็นร่างที่ได้รับ แล้วรวบรวมข้อจำกัดของงานก่อนขอประเมิน เพื่อให้ขอบเขตงานกฎหมายตรงกับสิ่งที่ต้องตัดสินใจ

  1. ทำรายการคู่ค้าและกิจกรรมที่ส่งข้อมูล พร้อมแยกผู้ให้บริการที่อาจมีหลายบทบาท
  2. รวบรวม DPA สัญญาหลัก และเอกสารอ้างถึงทั้งหมด ระบุฉบับที่กำลังจะเซ็น
  3. ให้เจ้าของงานกับ IT ยืนยันการใช้ข้อมูล ช่องทางแจ้งเหตุ และวิธีเลิกใช้ระบบ
  4. จัดประเด็นที่ต้องแก้ก่อนเริ่มงาน ประเด็นที่ขอข้อมูลเพิ่ม และทางเลือกหากคู่ค้าไม่รับแก้
  5. ตกลงขอบเขตงานร่างหรือตรวจ รวมสิ่งส่งมอบและการช่วยเจรจาก่อนยืนยันว่าจ้าง
ทางเลือก เหมาะเมื่อ ข้อควรระวัง
ปรับแบบที่มีเอง ทีมงานเข้าใจบทบาทและขอบเขตไม่ซับซ้อน ต้องตรวจประกาศและการทำงานจริง ไม่เติมชื่ออย่างเดียว
ให้ทนายร่าง DPA ใหม่ ยังไม่มีข้อตกลงหรือแบบเดิมไม่ตรงบริการ ต้องให้ข้อมูลกิจกรรมและข้อจำกัดระบบครบ
ให้ทนายตรวจ DPA ของผู้ให้บริการ คู่ค้าส่งชุดสัญญามาแล้วและมีวันต้องตัดสินใจ ส่งเอกสารอ้างถึงด้วย และระบุสิ่งที่ต่อรองไม่ได้
ทบทวนสัญญาและกระบวนการร่วมกัน หลายคู่ค้าใช้ข้อมูลต่อกันหรือมีปัญหาเดิมเกิดซ้ำ แยกงานเอกสารออกจากการตรวจและแก้ระบบ

ควรให้ทนายตรวจเป็นพิเศษเมื่อร่างให้แจ้งเฉพาะหลังยืนยันความเสียหาย ผู้ให้บริการขอใช้ข้อมูลเพื่อธุรกิจของตนโดยไม่แยกบทบาท เพดานรับผิดในสัญญาหลักครอบทุกเหตุโดยไม่มีคำอธิบาย หรือบริษัทต้องส่งข้อมูลก่อนที่ภาคผนวกจะตกลงครบ

หากคุณกำลังหาผู้รับร่างสัญญา DPA หรือมีร่างจากผู้ให้บริการรอเซ็น ส่งร่างพร้อมสัญญาหลักและวันที่ต้องลงนามทาง LINE @995iqtpa พิมพ์ “ตรวจ DPA” และบอกว่าบริษัทเป็นฝ่ายร่างหรือฝ่ายรับร่าง หลังได้รับข้อมูลครบ สำนักงานแจ้งขอบเขต ค่าบริการ และวันส่งความเห็นภายใน 1–2 วันทำการ หากทำไม่ทันวันลงนามจะแจ้งตั้งแต่ขั้นประเมิน สามารถ นัดหมายกับสำนักงาน หรือดูขอบเขต บริการกฎหมาย PDPA ก่อนส่งเอกสารได้

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 6 และ 40: บทบาทผู้ควบคุมกับผู้ประมวลผล หน้าที่ตามคำสั่ง การแจ้งเหตุ และการจัดให้มีข้อตกลงควบคุมงาน
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37(4): ผู้ควบคุมแจ้งสำนักงานโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่ทำได้ โดยมีข้อยกเว้นตามความเสี่ยง และมีหน้าที่ต่อเจ้าของข้อมูลเมื่อเสี่ยงสูง
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 22, 24, 26, 28 และ 29: ความจำเป็นและฐานการใช้ข้อมูล ข้อมูลอ่อนไหว และเงื่อนไขการส่งหรือโอนข้อมูลไปต่างประเทศ ต้องพิจารณาประกาศที่เกี่ยวข้องกับกรณีจริง
  • ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 139 ตอนพิเศษ 292 ง วันที่ 15 ธันวาคม 2565 (สำเนาเผยแพร่โดย สวทช.) ข้อ 5, 6, 7, 8 และ 10: การประเมิน การแจ้งเหตุและการขอพิจารณายกเว้นกรณีแจ้งล่าช้าตามเงื่อนไข รวมหน้าที่ระบุในสัญญาให้ผู้ประมวลผลแจ้งโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่ทำได้
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 86: ผู้ประมวลผลที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 40 โดยไม่มีเหตุอันควรมีโทษปรับทางปกครองไม่เกิน 3 ล้านบาท ต้องพิจารณาพฤติการณ์ที่เข้าบทบัญญัติ ไม่ใช่ค่าปรับอัตโนมัติจากการไม่มีเอกสารชื่อ DPA

ตรวจตัวบทและแหล่งอ้างอิงเมื่อพฤศจิกายน 2569

คำถามที่พบบ่อย

มี NDA อยู่แล้ว ต้องทำ DPA เพิ่มหรือไม่
NDA ที่กำหนดเพียงการรักษาความลับอาจยังไม่ครอบคลุมหน้าที่ตามบทบาทผู้ประมวลผล ต้องอ่านสาระของข้อตกลงและกิจกรรมจริง หากเอกสารเดิมมีข้อกำหนดครบและใช้ควบคุมการดำเนินงานได้ อาจจัดเงื่อนไขไว้ร่วมกันหรือเป็นภาคผนวกได้ โดยไม่ถือว่าชื่อเอกสารอย่างเดียวตัดสินว่าปฏิบัติครบแล้ว
ผู้รับจ้างรายเล็กหรือฟรีแลนซ์ต้องใช้ DPA ด้วยไหม
ขนาดผู้ให้บริการไม่ใช่ตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว ต้องดูว่าเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมจริงหรือไม่ หากเข้าลักษณะผู้ประมวลผล ต้องจัดข้อตกลงให้ตรงหน้าที่ การยกเว้นบันทึกรายการบางกรณีไม่ได้แปลว่ายกเว้นหน้าที่ด้านข้อมูลทั้งหมด
ตรวจ DPA ภาษาอังกฤษของผู้ให้บริการต่างประเทศ ต้องดูอะไรเพิ่ม
ต้องอ่านกฎหมายที่เลือกใช้ เขตอำนาจระงับข้อพิพาท และเอกสารออนไลน์ที่อ้างถึง ร่วมกับบทบาทและการโอนข้อมูลตามกฎหมายไทย การมีคำว่า GDPR หรือใช้สัญญามาตรฐานต่างประเทศไม่ได้ยืนยันว่าครบทุกเงื่อนไขไทย ควรแจ้งภาษาและจำนวนเอกสารตั้งแต่ขอประเมินขอบเขตงานตรวจ
เซ็นสัญญาหลักไปแล้ว ยังเพิ่มหรือแก้ DPA ได้ไหม
ตกลงทำข้อตกลงเพิ่มเติมหรือแก้ไขร่วมกันได้ แต่ต้องดูวิธีแก้สัญญาและอำนาจผู้ลงนามเดิม พร้อมระบุวันที่มีผลจริง การเซ็นเพิ่มไม่ลบปัญหาจากการประมวลผลที่ผ่านมาโดยอัตโนมัติ หากเปิดระบบแล้วควรตรวจการใช้ข้อมูลปัจจุบันและมาตรการที่ต้องทำระหว่างรอเจรจาด้วย
ต้องมีทนายลงนามใน DPA จึงจะใช้ได้หรือไม่
กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ DPA ทุกฉบับต้องมีทนายลงนามเพื่อให้ใช้ได้ บริษัทจัดทำเองได้หากเข้าใจบทบาทและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ส่วนการให้ทนายร่างหรือตรวจช่วยประเมินเงื่อนไขที่ผูกกันหลายฉบับและประเด็นเจรจา ผู้ลงนามแทนคู่สัญญายังต้องมีอำนาจที่ถูกต้อง

อ่านต่อ: สัญญา DPA ผู้ให้บริการ และการโอนข้อมูล

ดูบทความ PDPA ทั้งหมดแยกตามสถานการณ์

นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก หนี้สิน และ PDPA

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี · คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

ดูประวัติและช่องทางติดต่อผู้เขียน →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตัวแทนองค์กรและคู่ค้าหารือเรื่องหน้าที่แจ้งเหตุข้อมูลรั่วไหลโดยมีสัญญาเป็นตัวตั้ง PDPA คุ้มครองข้อมูล

ข้อมูลรั่วจากคู่ค้าหรือผู้ให้บริการ ใครมีหน้าที่แจ้งเหตุ

ข้อมูลรั่วจากคู่ค้า ใครแจ้ง สคส. ตรวจเงื่อนไขแจ้งกลับภายใน 72 ชั่วโมงที่ต้องระบุในสัญญาตามประกาศข้อ 8 และหน้าที่องค์กร ปรึกษาทีมทนายยอดทิพย์ธรรม

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 11 นาที
ผู้บริหารและที่ปรึกษาตรวจรายงาน PDPA พร้อมข้อความ จ้างตรวจ PDPA ได้รายงานแล้ว ใครแก้ต่อ PDPA คุ้มครองข้อมูล

จ้างตรวจ PDPA ต้องกำหนดขอบเขตและรับรายงานอะไรบ้าง

ก่อนจ้างตรวจ PDPA ต้องรู้ว่าตรวจระบบไหน ได้รายงานอะไร และใครแก้ต่อ ดูเกณฑ์รับมอบ ขอบเขตที่ไม่รวม และเอกสารก่อนขอให้ทนายประเมินงาน

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 13 นาที
ผู้จัดการฝ่ายบุคคลและที่ปรึกษากฎหมายตรวจประกาศสำหรับผู้สมัครและพนักงาน พร้อมข้อความ เซ็นรับทราบแล้ว พอหรือยัง ร่างให้ตรงงาน HR จริง PDPA คุ้มครองข้อมูล

รับร่าง Privacy Notice พนักงานและผู้สมัครงาน โดยทนาย แยกเนื้อหาให้ตรงงาน HR จริง

รับร่างหรือตรวจประกาศความเป็นส่วนตัวให้ตรงงาน HR แยกหน้าที่แจ้งออกจากความยินยอม พร้อมตัวอย่างโครงและทางเลือกจ้างเฉพาะ Notice หรือวางระบบทั้งชุด

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 19 นาที

ปรึกษาทีมทนาย PDPAของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE