081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

รายงานเหตุข้อมูลรั่วเพิ่มเติม เมื่อพบข้อมูลใหม่ต้องทำอย่างไร

ทีม PDPA ตรวจข้อมูลใหม่เพื่อส่งรายงานเหตุเพิ่มเติม พร้อม Hook ภาษาไทย

สรุปประเด็นสำคัญ

รายงานเหตุข้อมูลรั่วเพิ่มเติมควรอ้างอิงเหตุเดิมและแสดงรายการที่เปลี่ยน พร้อมเวลาและหลักฐานที่ทำให้ทราบข้อมูลใหม่ ต้องทบทวนความเสี่ยงและหน้าที่แจ้งเจ้าของข้อมูลเมื่อผลกระทบเปลี่ยนไป การพบข้อมูลเพิ่มไม่ใช่เหตุเริ่มนับกรอบแจ้งครั้งแรกใหม่ และไม่ควรตั้งกำหนดรายงานสุดท้ายขึ้นเองเป็นกฎทั่วไป

รายงานเหตุข้อมูลรั่วเพิ่มเติมควรอ้างอิงรายงานเดิม ระบุข้อมูลที่เปลี่ยน เหตุที่เพิ่งทราบ และผลต่อการประเมินความเสี่ยง หากพบผู้ได้รับผลกระทบหรือประเภทข้อมูลเพิ่ม ต้องตรวจด้วยว่าจำเป็นต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลเพิ่มหรือแก้ข้อความที่เคยแจ้งไปแล้วอย่างไร

รายงานเหตุข้อมูลรั่วเพิ่มเติมควรมีอะไรบ้าง?

ระบุเลขอ้างอิงเหตุเดิม เวลาพบข้อมูลใหม่ และรายการแก้ไข พร้อมอธิบายผลต่อจำนวนคน ประเภทข้อมูล หรือความเสี่ยง ส่งข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้และแยกส่วนที่ยังตรวจ ไม่รอรายงานเทคนิคสมบูรณ์จนละเลยหน้าที่แจ้งเหตุหรือเจ้าของข้อมูลตามกฎหมาย

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37 (4) กำหนดให้แจ้งเหตุแก่สำนักงานโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่สามารถกระทำได้ เว้นแต่ไม่มีความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล และหากมีความเสี่ยงสูงให้แจ้งเจ้าของข้อมูลพร้อมแนวทางเยียวยาโดยไม่ชักช้าด้วย ต้องแยกผู้รับและเงื่อนไขของหน้าที่สองส่วนนี้

ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 ข้อ 6 กำหนดสาระสำคัญที่แจ้งเท่าที่สามารถทำได้ ได้แก่ ลักษณะเหตุ ผู้ติดต่อ ผลกระทบ และมาตรการตอบสนอง เมื่อตรวจพบข้อมูลใหม่ที่เปลี่ยนสาระเหล่านี้ แนวทางจัดรายงานที่เหมาะสมคืออ้างอิงฉบับเดิมและชี้ส่วนเปลี่ยนให้หน่วยงานติดตามได้ โดยตรวจช่องทางหรือคำขอเพิ่มเติมที่ได้รับจริง

ข้อ 10 กล่าวถึงกรณีแจ้งสำนักงานแล้วหรือกำลังเตรียมแจ้ง และต่อมาพบความเสี่ยงสูง ให้แจ้งเจ้าของข้อมูลที่ได้รับผลกระทบโดยไม่ชักช้า จึงไม่ควรใช้เหตุว่ารายงานแรกระบุความเสี่ยงต่ำเป็นข้อสรุปถาวร หากข้อเท็จจริงใหม่เปลี่ยนการประเมิน

ตัวอย่างสมมติ: รายงานแรกระบุว่ามีข้อมูลติดต่อ 200 รายการ ต่อมาพบไฟล์แนบเกี่ยวกับสุขภาพในบางรายการและตรวจจำนวนคนได้ 170 คน รายงานเพิ่มเติมควรอธิบายว่าจำนวนรายการกับจำนวนคนต่างกันอย่างไร ระบุประเภทข้อมูลที่เพิ่ม และทบทวนผลกระทบรายกลุ่ม ไม่เปลี่ยนตัวเลขในรายงานเก่าเงียบ ๆ

ตรวจรายละเอียดจาก ประกาศการแจ้งเหตุละเมิดข้อมูล พ.ศ. 2565 และอ่าน แนวทางจัดการเหตุข้อมูลรั่วภายในกรอบ 72 ชั่วโมง ประกอบ

ถ้าข้อมูลใหม่เพิ่มหรือลดความเสี่ยง ต้องปรับอะไร?

ถ้าพบคนหรือรายการเพิ่ม ให้จัดตารางเทียบจำนวนเดิม จำนวนใหม่ และวิธีตรวจนับ โดยบอกว่ามีรายการซ้ำหรือยังรอยืนยันหรือไม่ อย่ารวมบัญชีผู้ใช้ ไฟล์ และบุคคลเป็นหน่วยเดียว เพราะอาจทำให้เข้าใจขอบเขตผิด

ถ้าพบข้อมูลที่อ่อนไหวกว่าเดิม ต้องประเมินผลกระทบใหม่ตามบริบท เช่น ข้อมูลสุขภาพอาจก่อผลต่อบุคคลต่างจากข้อมูลติดต่อทั่วไป ไม่ควรใช้จำนวนคนน้อยเพียงอย่างเดียวตัดสินว่าไม่มีความเสี่ยงสูง และต้องตรวจแนวทางแจ้งเจ้าของข้อมูลให้เหมาะกับผลกระทบที่พบ

ถ้าพบว่าขอบเขตแคบกว่าที่แจ้ง สามารถอธิบายผลตรวจและเหตุที่ปรับการประเมิน แต่ต้องเก็บหลักฐานรองรับ คำว่าไม่พบการดาวน์โหลดไม่เท่ากับพิสูจน์ว่าไม่มีการเข้าถึง หากระบบไม่ได้เก็บบันทึกส่วนที่จำเป็นตั้งแต่แรก

ถ้าเจ้าหน้าที่ขอเอกสารเพิ่ม ให้ตอบตามขอบเขตและกำหนดในหนังสือ พร้อมทำรายการสิ่งที่ส่งและข้อจำกัด หากข้อมูลบางส่วนยังไม่มี ให้ชี้แจงสถานะและแนวทางจัดหา ไม่แนบข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดโดยไม่คัดความจำเป็น

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: แก้รายงานต้องเห็นรอยเปลี่ยน

คนมักเข้าใจว่า: รายงานแรกควรสมบูรณ์จนไม่ต้องแก้ หรือเมื่อส่งแล้วจะเปลี่ยนข้อมูลไม่ได้ ความคิดนี้ทำให้บางองค์กรรอผลตรวจทุกอย่างจนพลาดการแจ้งตามเวลา หรืออีกด้านหนึ่งไม่ยอมแก้ข้อเท็จจริงที่รู้แล้วว่าคลาดเคลื่อน

กฎหมายมองว่า: ข้อ 6 ให้แจ้งสาระสำคัญเท่าที่สามารถกระทำได้ ขณะเดียวกันหน้าที่ประเมินและตอบสนองเหตุต้องอิงข้อเท็จจริงที่ตรวจพบ การระบุข้อจำกัดอย่างตรงไปตรงมาจึงต่างจากการส่งข้อมูลที่รู้ว่าไม่ถูกต้องหรือปล่อยให้ข้อสรุปเดิมชวนเข้าใจผิด

จุดเสี่ยงจริง: รายงานของฝ่ายระบบ ฝ่ายกฎหมาย และจดหมายถึงลูกค้าใช้ตัวเลขคนละชุด ควรกำหนดเจ้าของข้อมูลกลางของเหตุ มีเวลาปิดยอดแต่ละฉบับ และบันทึกการอนุมัติข้อความก่อนส่ง เพื่อให้ตอบได้ว่าตัวเลขนั้นทราบเมื่อใดและมาจากหลักฐานใด

มองสองฝั่ง: องค์กรกับเจ้าของข้อมูลต้องรู้อะไรเพิ่ม?

ประเด็นองค์กรเจ้าของข้อมูล
หน้าที่และสิทธิทบทวนข้อเท็จจริงและหน้าที่แจ้งตามความเสี่ยงรับข้อมูลที่ช่วยป้องกันผลกระทบและใช้สิทธิได้
ความเสี่ยงยึดรายงานเก่าทั้งที่พบข้อเท็จจริงใหม่ใช้คำแนะนำเก่าที่ไม่ครอบคลุมข้อมูลที่รั่วเพิ่ม
ควรทำทันทีเทียบฉบับเดิมกับฉบับใหม่และกำหนดผู้รับที่ต้องแจ้งเก็บการแจ้งแต่ละฉบับและทำตามคำแนะนำที่ตรวจสอบแหล่งได้
ไม่ควรทำลดตัวเลขหรือระดับความเสี่ยงโดยไม่มีหลักฐานส่งรหัสผ่านหรือข้อมูลละเอียดให้ผู้ติดต่อที่ยังไม่ยืนยัน

ข้อความถึงเจ้าของข้อมูลควรอธิบายสิ่งที่เปลี่ยนและสิ่งที่เขาควรทำ โดยไม่ใส่รายละเอียดเทคนิคเกินจำเป็น ส่วนรายงานต่อหน่วยงานควรมีหลักฐานและรหัสอ้างอิงที่ช่วยตรวจสอบได้

ข้อมูลใหม่ทำให้เริ่มนับ 72 ชั่วโมงใหม่ทุกครั้งหรือไม่?

ไม่ควรใช้การพบข้อมูลเพิ่มในเหตุเดิมเป็นเหตุเริ่มเวลาแจ้งเหตุแรกใหม่เพื่อกลบความล่าช้า ให้เก็บเวลาที่ทราบเหตุเดิม เวลาส่งครั้งแรก และเวลาที่รู้ข้อเท็จจริงเพิ่มแยกกัน หากเป็นเหตุใหม่จริงต้องประเมินจากข้อเท็จจริง ไม่ตัดสินจากการตั้งเลขสำนวนใหม่เอง

ประกาศข้อ 7 วางเงื่อนไขขอพิจารณายกเว้นความผิดจากการแจ้งล่าช้าเพราะเหตุจำเป็น โดยต้องชี้แจงและแจ้งโดยเร็วไม่เกิน 15 วันนับแต่ทราบเหตุ กรอบนี้ไม่ใช่การขยายเวลาอัตโนมัติให้ทุกเหตุ และไม่ใช่กำหนดรายงานฉบับสุดท้ายทั่วไป

สำหรับการรายงานเพิ่มเติม ให้ตรวจช่องทางรับเรื่อง หนังสือขอข้อมูล และกำหนดเฉพาะที่หน่วยงานแจ้ง แผนภายใน เช่น ทบทวนข้อมูลทุกวันระหว่างตรวจเหตุ เป็นวิธีจัดงานที่องค์กรเลือกใช้ ไม่ควรนำไปเขียนเป็นข้อบังคับตามกฎหมาย อ่าน จุดเริ่มนับกรอบ 72 ชั่วโมง เพื่อแยกเวลาแต่ละประเภท

ต้นทุนแจ้งเพิ่มเติมควรคำนวณจากอะไร?

แยกค่าตรวจข้อมูลเพิ่ม ค่าสื่อสาร และค่าเยียวยาออกจากกัน เพื่อไม่ให้ยอดงบประมาณถูกอ่านเป็นการยอมรับค่าเสียหายทั้งหมด สูตรวางงบสื่อสารเบื้องต้นคือ จำนวนผู้รับที่ต้องติดต่อจริง × ต้นทุนต่อการติดต่อหนึ่งราย บวกค่าจัดเตรียมและติดตามผล

ตัวอย่างสมมติ: ต้องติดต่อเพิ่ม 300 ราย ต้นทุนส่งและติดตามเฉลี่ยรายละ 20 บาท เท่ากับ 6,000 บาท หากค่าตรวจรายชื่อและจัดข้อความ 4,000 บาท รวมงบส่วนนี้ 10,000 บาท ตัวเลขเป็นตัวอย่างบริหารงาน ไม่ใช่อัตราค่าบริการหรือค่าเยียวยาที่กฎหมายรับรอง

ก่อนอนุมัติให้ตรวจว่ารายชื่อซ้ำกับผู้รับเดิมหรือไม่ และจำเป็นต้องใช้ช่องทางใดเพื่อให้ถึงผู้ได้รับผลกระทบ หากใช้ผู้รับจ้างสื่อสาร ต้องกำหนดขอบเขตข้อมูลและความปลอดภัยในการส่ง ไม่ลดต้นทุนด้วยการแนบรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมดในอีเมลเดียว

หลักฐานใดต้องแนบกับรายงานเพิ่มเติม?

  • เลขอ้างอิงเหตุเดิมและสำเนารายงานที่ส่งจริง
  • ตารางเปรียบเทียบสาระเดิมกับสาระใหม่ พร้อมเหตุที่แก้ไข
  • เวลาและแหล่งที่พบข้อมูลใหม่ รวมถึงผู้ตรวจยืนยัน
  • วิธีนับจำนวนบุคคลและรายการ พร้อมข้อจำกัดของข้อมูล
  • ผลประเมินความเสี่ยงฉบับใหม่และมาตรการที่ปรับตาม
  • ข้อความแจ้งเจ้าของข้อมูลและหลักฐานส่งที่เกี่ยวข้อง

รักษาต้นฉบับบันทึกระบบและรายงานผู้ตรวจ ไม่แก้ทับเพื่อให้ตรงกับข้อสรุปล่าสุด หากนำมาทำตารางหรือปิดข้อมูลบางส่วน ควรเก็บสำเนาต้นทางแยกไว้และระบุวิธีจัดทำ เพื่อให้ตรวจย้อนกลับได้ว่ารายงานอาศัยหลักฐานชุดใด

ในรายงานให้ระบุข้อจำกัด เช่น ช่วงเวลาที่ระบบไม่ได้เก็บบันทึกหรือข้อมูลจากคู่ค้าที่ยังรอ ข้อจำกัดเหล่านี้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่สิ่งที่ควรลบทิ้งเพียงเพื่อให้เอกสารดูสรุปจบ

สัญญาคู่ค้าและความรับผิดอื่นต้องปรับตามหรือไม่?

สัญญาประมวลผลข้อมูล: ผู้รับจ้างควรส่งข้อเท็จจริงและหลักฐานตามข้อตกลงเพื่อให้ผู้ควบคุมประเมินเหตุได้ หากสัญญาขาดช่องทางประสานหรือกำหนดส่งข้อมูล ควรตรวจร่วมกับ งานสัญญาธุรกิจ และไม่ใช้ปัญหาสัญญาเป็นเหตุเลื่อนหน้าที่ของตนโดยอัตโนมัติ

ความเสียหายทางแพ่ง: ข้อมูลใหม่อาจเปลี่ยนการประเมินผลกระทบและรายการเยียวยา แต่ยังต้องตรวจความสัมพันธ์กับเหตุและหลักฐานรายบุคคล งาน ข้อพิพาททางแพ่ง จึงควรใช้ข้อมูลฉบับเดียวกับทีมตรวจเหตุโดยแยกข้อสันนิษฐานชัดเจน

กฎหมายเฉพาะกิจการ: ธุรกิจบางประเภทอาจมีหน้าที่รายงานต่อผู้กำกับของตนเพิ่ม การแจ้งสำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ยกเว้นหน้าที่ตามกฎหมายอื่น จึงควรตรวจผู้รับรายงานและเงื่อนไขของแต่ละหน่วยงานแยกกัน

ทางไปต่อ: ทำรายงานเพิ่มเติมให้ติดตามเหตุเดิมได้

  1. เก็บรายงานเดิมและกำหนดเลขฉบับเพิ่มเติมให้ชัด
  2. ตรวจข้อเท็จจริงใหม่และแยกสิ่งที่ยังไม่ยืนยัน
  3. ทบทวนความเสี่ยงและผู้ได้รับผลกระทบรายกลุ่ม
  4. ตรวจหน้าที่แจ้งหน่วยงานและเจ้าของข้อมูลที่เปลี่ยนไป
  5. ส่งตามช่องทางที่กำหนด เก็บหลักฐานรับ และกำหนดงานติดตาม
ทางเลือกเหมาะเมื่อสิ่งที่ต้องยืนยัน
ส่งข้อมูลเพิ่มเติมต่อเหตุเดิมสาระที่เคยแจ้งเปลี่ยนจากผลตรวจใหม่รายการเปลี่ยนและหลักฐานเชื่อมเหตุ
ปรับการแจ้งเจ้าของข้อมูลพบความเสี่ยงสูงหรือคำแนะนำเดิมไม่เพียงพอผู้รับ ข้อความ และมาตรการช่วยเหลือ
ตรวจว่าเป็นเหตุใหม่หรือเหตุเดิมพบระบบหรือช่วงเวลาเพิ่มเติมที่อาจแยกกันลำดับเหตุและความเชื่อมโยงทางเทคนิค

ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยเมื่อจำนวนคนเปลี่ยนมาก พบข้อมูลอ่อนไหว รายงานแต่ละฝ่ายขัดกัน หรือใกล้กำหนดตอบหน่วยงาน สามารถดู งานรับมือเหตุข้อมูลรั่ว ใน บริการกฎหมาย PDPA และ ติดต่อยอดทิพย์ธรรม พร้อมรายงานเดิมและรายการข้อมูลใหม่

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37 (4): หน้าที่แจ้งสำนักงานและแจ้งเจ้าของข้อมูลตามระดับความเสี่ยง
  • ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 ข้อ 5–7: ตรวจเหตุ สาระที่ต้องแจ้ง และเงื่อนไขกรณีแจ้งล่าช้า
  • ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 ข้อ 10–12: แจ้งเจ้าของข้อมูลและปัจจัยประเมินความเสี่ยง

ตรวจสอบข้อกฎหมายเมื่อ ตุลาคม 2569

คำถามที่พบบ่อย

ข้อมูลใหม่ลดจำนวนคนที่กระทบต้องรายงานไหม?
ควรตรวจว่าสาระที่เคยแจ้งเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญหรือมีคำขอข้อมูลจากหน่วยงานหรือไม่ แล้วชี้แจงด้วยหลักฐานและวิธีนับที่ตรวจสอบได้ อย่าแก้ตัวเลขในฉบับเดิมโดยไม่บอกเหตุผล ควรเก็บทั้งจำนวนรายการ จำนวนบุคคล และส่วนที่ยังไม่ยืนยันแยกกันเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด
ส่งรายงานเพิ่มเติมให้คนละหน่วยงานกับครั้งแรกได้ไหม?
ควรใช้ช่องทางของสำนักงานหรือผู้รับผิดชอบที่กำหนดสำหรับเรื่องนั้น และอ้างอิงเลขเหตุเดิมให้ติดตามได้ หากมีกฎหมายเฉพาะกำหนดรายงานหน่วยงานอื่น ต้องดำเนินการตามเงื่อนไขแยกต่างหาก การส่งให้หน่วยงานหนึ่งไม่ได้ยืนยันว่าอีกหน่วยงานได้รับหรือว่าหน้าที่ทุกส่วนครบแล้ว
ความเสี่ยงใหม่สูงขึ้นแต่ยังตรวจไม่เสร็จต้องรอไหม?
ไม่ควรรอรายงานเทคนิคสมบูรณ์เพื่อเริ่มตรวจหน้าที่แจ้งเจ้าของข้อมูล เมื่อข้อเท็จจริงแสดงความเสี่ยงสูงต้องดำเนินการตามเงื่อนไขกฎหมายโดยไม่ชักช้า พร้อมแจ้งสิ่งที่ทราบและคำแนะนำที่ใช้ได้จริง ระบุส่วนที่ยังตรวจอยู่ให้ชัด และปรับข้อความเมื่อมีข้อมูลยืนยันเพิ่มเติม
รายงานเพิ่มเติมใช้ตัวเลขประมาณการได้หรือไม่?
หากยังตรวจนับครบไม่ได้ ควรบอกว่าเป็นประมาณการ พร้อมวิธีคำนวณ ช่วงข้อมูล และข้อจำกัด ไม่แสดงเป็นยอดยืนยันแล้วโดยไม่มีหลักฐาน เมื่อทราบจำนวนที่ตรวจสอบได้ให้เทียบกับตัวเลขเดิมและอธิบายส่วนต่าง วิธีนี้ช่วยให้ผู้รับรายงานประเมินขอบเขตได้โดยไม่สับสนเรื่องหน่วยนับ
นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผู้บริหารกับทีมไอทีตรวจอำนาจ AI Agent พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ต้องจำกัดอำนาจอย่างไร

AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ควรแยกสิทธิอ่าน ส่ง แก้ และลบ ตรวจจุดอนุมัติ อายุสิทธิ และหลักฐานผลจริง ก่อนให้ระบบทำงานแทนพนักงาน

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที
เจ้าหน้าที่ตรวจข้อความลูกค้าที่ AI สรุปผิด พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI สร้างข้อมูลผิดเกี่ยวกับลูกค้า บริษัทต้องตามแก้อย่างไร

AI สร้างข้อมูลผิดแล้วถูกส่งเข้า CRM ต้องตรวจต้นทางและตามแก้จุดใช้จริง ดูสิทธิแก้ไข การระงับระหว่างตรวจ และหลักฐานตอบคำร้องของลูกค้า

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที
ผู้ดูแลตรวจสิทธิการค้นเอกสารภายในด้วย AI พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI ค้นเอกสารภายใน ต้องป้องกันข้อมูลข้ามสิทธิอย่างไร

AI ค้นเอกสารภายในอาจตอบข้อมูลที่ผู้ถามไม่มีสิทธิ ดูวิธีตรวจแหล่งข้อมูล ดัชนี ประวัติ และผลทดสอบก่อนเปิดให้พนักงานค้นด้วยบัญชีจริง

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที

ปรึกษาทีมทนาย PDPAของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE