สัญญาเงินประกันการทำงาน เรียกได้กับพนักงานทุกคนไหม

สรุปประเด็นสำคัญ
หลักประกันการทำงานเรียกได้เฉพาะงานและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่พนักงานทุกคน เพดานรวมหลักประกันทุกประเภทไม่เกิน 60 เท่าของค่าจ้างรายวันโดยเฉลี่ย ต้องตรวจวิธีฝากและแจ้งบัญชี รวมถึงคืนพร้อมดอกเบี้ยถ้ามีภายในเจ็ดวันตามเหตุที่กฎหมายระบุ การเปลี่ยนชื่อเป็นเงินมัดจำไม่ได้ทำให้ข้ามข้อจำกัดได้
สัญญาเงินประกันการทำงานใช้กับพนักงานทุกคนไม่ได้ แม้ผู้สมัครยินดีจ่าย บริษัทต้องตรวจลักษณะงาน ประเภทหลักประกันและเพดานตามกฎหมาย รวมถึงวิธีเก็บรักษาและคืนเงินก่อนเริ่มร่างสัญญา
สัญญาเงินประกันการทำงานเรียกได้กับใครบ้าง
เรียกได้เฉพาะงานที่กฎหมายกำหนดให้มีหลักประกัน ไม่ใช่ทุกตำแหน่งที่จับทรัพย์สินบริษัท ต้องพิจารณาหน้าที่จริงว่าเข้าเงื่อนไขหรือไม่ และต้องปฏิบัติตามชนิด จำนวน วิธีเก็บและคืนหลักประกันด้วย การเขียนว่าเป็นความสมัครใจของพนักงานไม่ได้ทำให้ข้ามข้อจำกัดเหล่านี้ได้
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 10 วางหลักห้ามเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหาย เว้นแต่ลักษณะหรือสภาพงานเกี่ยวกับการรับผิดชอบเงินหรือทรัพย์สินที่อาจก่อความเสียหายตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด จึงต้องอ่านประกาศประกอบ ไม่ใช่หยุดอ่านเพียงคำว่าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน
ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจ้าง พ.ศ. 2551 ข้อ 4 ระบุงานไว้ เช่น สมุห์บัญชี ผู้เก็บหรือจ่ายเงิน ผู้ดูแลของมีค่าบางประเภท ผู้เฝ้าหรือดูแลสถานที่หรือทรัพย์สิน ผู้ติดตามเร่งรัดหนี้ ผู้ควบคุมรับผิดชอบยานพาหนะ และงานเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินตามรายการที่กำหนด โดยรายการท้ายมีเงื่อนไขเฉพาะผู้ควบคุมเงินหรือทรัพย์สินเพื่อการนั้น
เอกสารที่ใช้ตรวจจึงควรมีคำบรรยายงานและขอบเขตอำนาจจริง เช่น รับเงินสดเองหรือเพียงบันทึกยอด สามารถเบิกจ่ายหรือเป็นผู้ส่งเอกสาร ไม่ควรเปลี่ยนชื่อพนักงานสำนักงานเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินเพียงเพื่อให้เรียกเงินประกันได้ นอกจากนี้ มาตรา 51 ห้ามเรียกหรือรับหลักประกันจากฝ่ายลูกจ้างซึ่งเป็นเด็ก ต้องตรวจอายุก่อนใช้แบบฟอร์มด้วย
ตัวอย่างสมมติ ร้านมีพนักงานเก็บเงินหน้าเคาน์เตอร์กับพนักงานทำสื่อออนไลน์ การมีคอมพิวเตอร์บริษัทให้ทั้งสองคนไม่ได้ทำให้เรียกหลักประกันได้เท่ากัน ต้องตรวจหน้าที่ของแต่ละตำแหน่งตามประกาศ และหากเข้าเกณฑ์ก็ยังต้องกำหนดวงเงินให้เหมาะสมภายในเพดาน ไม่ใช่เรียกเต็มเพดานเป็นมาตรฐานทุกคน
อ่านรายละเอียดจาก ประกาศกระทรวงแรงงาน พ.ศ. 2551 ในราชกิจจานุเบกษา และจัดหลักประกันไว้ใน ระบบเอกสารแรงงาน ที่แยกสัญญารับเงิน บัญชีเก็บรักษา และแบบคืนหลักประกันออกจากกัน เพื่อให้ตรวจได้ตั้งแต่วันรับจนถึงวันคืน
เปลี่ยนชื่อเงินหรือใช้ผู้ค้ำแทนได้หรือไม่
ถ้าเรียกเป็นค่าฝึกงานหรือเงินมัดจำลาออก
ต้องดูวัตถุประสงค์จริง ไม่ใช่ชื่อเอกสาร หากเก็บไว้ค้ำประกันว่าจะไม่ลาออกหรือค้ำค่าชุดทำงาน ไม่ควรสรุปว่าอยู่นอกมาตรา 10 เพียงใช้ชื่ออื่น สัญญาชดใช้ค่าอบรมกับการรับเงินหลักประกันตั้งแต่เริ่มงานเป็นคนละเรื่อง อ่าน แนวทางร่างสัญญาชดใช้ทุนอบรม เพื่อแยกต้นทุนที่มีที่มาจากการเรียกเงินประกันที่กฎหมายจำกัด
ถ้าให้บุคคลค้ำประกันแทนเงินสด
ยังต้องเป็นงานที่เรียกหลักประกันได้ ประกาศกำหนดหลักประกันประเภทบุคคลไว้และมีเพดานเช่นเดียวกัน ต้องจัดหนังสือสัญญาค้ำประกันสามฉบับให้นายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ค้ำเก็บฝ่ายละฉบับ พร้อมตรวจหลักกฎหมายค้ำประกันทางแพ่งเพิ่มเติม ไม่เขียนให้ผู้ค้ำรับผิดทุกหนี้ไม่จำกัดโดยถือว่ามีลายเซ็นแล้วใช้ได้
ถ้าใช้หลักประกันหลายชนิดพร้อมกัน
ต้องรวมมูลค่าหลักประกันทุกประเภทในการตรวจเพดาน ไม่แยกเงินสดเต็มเพดานแล้วบวกผู้ค้ำเต็มเพดานอีกชุด และหลักประกันประเภททรัพย์สินก็ไม่ได้หมายถึงบริษัทรับของใดก็ได้ ประกาศกำหนดรูปแบบไว้ เช่น สมุดเงินฝากประจำธนาคารและหนังสือค้ำประกันของธนาคารตามเงื่อนไข
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: เงินประกันเริ่มที่หน้าที่งาน
คนมักเข้าใจว่า งานทุกอย่างมีโอกาสทำให้บริษัทเสียหายจึงเรียกหลักประกันได้ หรือคิดว่าเพดานเป็นเงินเดือนสามเดือน ความเข้าใจทั้งสองอย่างไม่ตรงกับวิธีตรวจตามมาตรา 10 และประกาศ พ.ศ. 2551
กฎหมายมองว่า ต้องเข้าเกณฑ์งานก่อน และเงินประกันต้องไม่เกิน 60 เท่าของอัตราค่าจ้างรายวันโดยเฉลี่ยที่ลูกจ้างได้รับ หลักประกันหลายชนิดรวมกันก็อยู่ภายใต้เพดานนี้ การกำหนดจำนวนต่ำกว่าเพดานไม่ได้ช่วยให้ตำแหน่งที่ไม่เข้าเกณฑ์เรียกเงินได้
จุดเสี่ยงจริง มักอยู่ที่การเก็บเงินรวมในบัญชีบริษัท ไม่แจ้งรายละเอียดบัญชี หรือใช้กำหนดคืนเงิน 30 ถึง 90 วันตามแบบเก่าโดยไม่ตรวจมาตรา 10 ผู้ร่างควรตรวจขั้นตอนของฝ่ายการเงินจริงควบคู่ข้อสัญญา มิฉะนั้นเอกสารถูกแต่การปฏิบัติยังผิดเงื่อนไขได้
มองสองฝั่ง: การรับและคืนหลักประกัน
| ประเด็น | นายจ้าง | ลูกจ้างหรือผู้ค้ำ |
|---|---|---|
| สิทธิ | เรียกหลักประกันตามงานและเงื่อนไขที่ประกาศอนุญาต | ทราบวงเงิน ขอบเขต เก็บรักษาอย่างไรและได้คืนเมื่อใด |
| ความเสี่ยง | รับเงินทั้งที่งานไม่เข้าเกณฑ์หรือเก็บเกินจำนวน | เซ็นค้ำไม่จำกัดหรือไม่มีสำเนาสัญญา |
| ควรทำตอนนี้ | เทียบหน้าที่จริงกับข้อ 4 และทำทะเบียนหลักประกัน | ขอใบรับเงิน รายละเอียดบัญชีและหนังสือยืนยันวันคืน |
| ไม่ควรทำ | ใช้เงินประกันเป็นเงินหมุนเวียนหรือริบเพราะลาออก | โอนเงินโดยไม่มีหลักฐานว่าใครรับและรับเพื่ออะไร |
เจ็ดวันสำหรับฝากเงินกับคืนเงินต่างกันอย่างไร
เป็นคนละหน้าที่และเริ่มนับจากคนละเหตุ ต้องเขียนแยกในคู่มือฝ่ายบุคคล ประกาศข้อ 8 กำหนดให้นำเงินประกันฝากธนาคารหรือสถาบันการเงินโดยจัดบัญชีเงินฝากของลูกจ้างแต่ละคน และแจ้งชื่อธนาคาร ชื่อบัญชีและเลขบัญชีภายในเจ็ดวันนับแต่รับเงิน โดยนายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามที่กำหนด
ส่วนมาตรา 10 กำหนดคืนหลักประกันพร้อมดอกเบี้ยถ้ามีภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่นายจ้างเลิกจ้าง วันที่ลูกจ้างลาออก หรือวันที่สัญญาประกันสิ้นอายุ แล้วแต่กรณี ไม่ใช่เจ็ดวันนับแต่วันที่ฝ่ายบัญชีสะดวกหรือวันที่พนักงานมาทวง การระบุวันสิ้นสุดในทะเบียนจึงจำเป็นต่อการติดตามกำหนดนี้
หากมีข้อพิพาทความเสียหาย ต้องตรวจเหตุและสิทธิเรียกร้องแยกจากการคืนหลักประกัน ไม่ตั้งเงื่อนไขให้รอปิดบัญชีทั้งหมดอย่างไม่มีกำหนด กรณีจะใช้หลักประกันชดใช้ความเสียหายควรให้ตรวจข้อสัญญา ความยินยอม และพยานหลักฐานก่อน ไม่ริบทั้งก้อนเพียงเพราะพบความเสียหายบางรายการ
เพดานหลักประกันคำนวณเป็นเงินเท่าไร
เพดานคิดจากอัตราค่าจ้างรายวันโดยเฉลี่ยคูณ 60 และต้องรวมหลักประกันทั้งหมด ตัวอย่างสมมติ ลูกจ้างที่เข้าเกณฑ์งานได้รับค่าจ้างรายวันโดยเฉลี่ย 600 บาท เพดานรวมคือ 600 × 60 = 36,000 บาท หากตกลงเงินสด 10,000 บาทกับบุคคลค้ำ 20,000 บาท รวม 30,000 บาท ยังไม่เกินเพดานจำนวน แต่ต้องตรวจเงื่อนไขอื่นให้ครบด้วย
หากเงินสด 20,000 บาทกับผู้ค้ำ 30,000 บาท รวม 50,000 บาท จะเกินเพดานตามสมมติฐาน 14,000 บาท ไม่ใช่แยกดูว่าแต่ละประเภทต่ำกว่า 36,000 บาทแล้วผ่านได้ สำหรับผู้มีรายได้ผันแปร ต้องตรวจว่ารายการใดเป็นค่าจ้างและช่วงข้อมูลที่ใช้คำนวณโดยเฉลี่ย ไม่เลือกเฉพาะเดือนรายได้สูงเพื่อเพิ่มวงเงิน
จำนวนที่รับไว้ไม่ใช่ค่าเสียหายที่บริษัทได้รับโดยอัตโนมัติ หากทรัพย์สินเสียจริงต้องตรวจมูลค่า ความผิดและความเกี่ยวข้อง เงินส่วนที่ไม่มีฐานรองรับยังเป็นประเด็นต้องคืน ความเสี่ยงของนายจ้างอาจรวมการคืนเงิน ดอกเบี้ยที่เกี่ยวข้อง และความรับผิดจากการฝ่าฝืนกฎหมาย จึงควรตรวจทั้งระบบแทนการแก้เฉพาะจำนวนหน้าแรกของสัญญา
หลักฐานที่ต้องมีในแฟ้มเงินประกัน
- คำบรรยายหน้าที่ อำนาจรับจ่ายและหลักฐานการมอบหมายงานจริง
- ข้อมูลอายุลูกจ้างที่จำเป็นต่อการตรวจข้อห้ามและฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเพดาน
- สัญญาที่ระบุประเภท วงเงิน วัตถุประสงค์และเงื่อนไขคืนชัดเจน
- ใบรับเงิน หลักฐานฝากและหนังสือแจ้งรายละเอียดบัญชีแก่ลูกจ้าง
- สำเนาสัญญาค้ำประกันที่แจกครบทุกฝ่าย หากใช้บุคคลค้ำ
- ทะเบียนดอกเบี้ย การเปลี่ยนแปลงหลักประกัน และหลักฐานคืนเมื่อครบเหตุ
ควรให้ฝ่ายบุคคลกับฝ่ายการเงินตรวจยอดตรงกันเป็นระยะ พร้อมเก็บเอกสารเดิมเมื่อมีการเปลี่ยนหน้าที่หรือค่าจ้าง ข้อมูลผู้ค้ำไม่ควรถูกส่งต่อเพื่อวัตถุประสงค์อื่นโดยไม่ตรวจฐานกฎหมาย และอย่าเก็บเอกสารประจำตัวเกินจำเป็นเพียงเพราะใช้แบบฟอร์มเก่าที่ขอข้อมูลไว้มาก
เรื่องใกล้เคียงที่สัญญาต้องไม่ขัดกัน
กฎหมายค้ำประกัน: การใช้บุคคลค้ำมีรายละเอียดเรื่องหนี้ ขอบเขตความรับผิดและการบอกกล่าวที่ต้องตรวจตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เพิ่มเติม เพดานตามกฎหมายแรงงานไม่ได้ทำให้ข้อความค้ำทั้งหมดสมบูรณ์โดยอัตโนมัติ งาน ร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ จึงอาจต้องประสานกับผู้ตรวจแรงงานในเอกสารชุดเดียวกัน
การหักค่าจ้างและข้อมูลส่วนบุคคล: หากรับหลักประกันด้วยการหักจากค่าจ้าง ต้องตรวจมาตรา 76 และ 77 เพิ่มเติม ส่วนข้อมูลบัญชีและข้อมูลผู้ค้ำควรมีผู้เข้าถึงเท่าที่จำเป็น การขอความยินยอมหักเงินกับการจัดการข้อมูลเป็นคนละเรื่อง ไม่ควรรวมเป็นคำยินยอมกว้าง ๆ ฉบับเดียวแล้วถือว่าครบทุกหน้าที่
ทางไปต่อ: ตรวจสัญญาก่อนรับหลักประกัน
- ระบุตำแหน่งและหน้าที่จริง พร้อมเทียบข้อ 4 ของประกาศทีละตำแหน่ง
- ตรวจข้อห้ามเกี่ยวกับอายุและเลือกประเภทหลักประกันที่กฎหมายกำหนด
- คำนวณเพดานรวมและกำหนดจำนวนที่จำเป็นต่อความเสี่ยงจริง
- ร่างสัญญาควบคู่แบบรับเงิน แจ้งบัญชีและคืนหลักประกัน
- ทดลองขั้นตอนเจ็ดวันกับฝ่ายการเงินก่อนใช้กับพนักงาน
| ทางเลือก | เหมาะเมื่อ | ผลที่ควรได้ |
|---|---|---|
| ตรวจหลักประกันเดิม | รับเงินหลายตำแหน่งมานาน | รายการที่ต้องแก้ คืน หรือจัดเก็บให้ถูกวิธี |
| ร่างสัญญาใหม่ | มีงานที่เข้าเกณฑ์และยังไม่มีแบบกลาง | สัญญาและขั้นตอนรับคืนที่สอดคล้องกัน |
| ใช้มาตรการควบคุมอื่น | งานไม่เข้าเกณฑ์เรียกหลักประกัน | ระบบอนุมัติ ตรวจนับ และส่งมอบทรัพย์สิน |
ควรตรวจทันทีหากเรียกเงินจากทุกคน เก็บเงินเข้าบัญชีใช้จ่ายบริษัท หรือสัญญากำหนดคืนหลังออกงานหลายเดือน เพราะเป็นจุดที่เกี่ยวกับหน้าที่ตามกฎหมายโดยตรง ไม่ควรรอให้เกิดการทวงก่อนเริ่มจัดเอกสาร
ดู บริการร่างและตรวจเอกสารแรงงาน และส่งแบบสัญญา คำบรรยายงานกับทะเบียนหลักประกันผ่าน ช่องทางติดต่อยอดทิพย์ธรรม เพื่อให้ตรวจว่างานใดเรียกได้และต้องปรับขั้นตอนส่วนไหนก่อนใช้งาน
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 10: ข้อจำกัดการเรียกหลักประกันและกำหนดคืนพร้อมดอกเบี้ยถ้ามี
- ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจ้าง พ.ศ. 2551 ข้อ 4–11: ลักษณะงาน ประเภท เพดาน วิธีเก็บ และการรวมหลักประกัน
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 51: ข้อห้ามเรียกหรือรับหลักประกันจากฝ่ายลูกจ้างซึ่งเป็นเด็ก
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 76 และ 77: เงื่อนไขเพิ่มเติมเมื่อหักเงินประกันจากค่าจ้าง
ตรวจสอบข้อกฎหมายเมื่อ ตุลาคม 2569
คำถามที่พบบ่อย
เรียกเงินน้อยกว่าเพดานจากทุกคนได้ไหม
ย้ายพนักงานไปตำแหน่งใหม่ต้องตรวจสัญญาอีกไหม
ผู้ค้ำต้องได้รับสำเนาด้วยหรือไม่
ลาออกแล้วบริษัทอ้างว่ารอปิดบัญชีจึงยังไม่คืนได้ไหม
สาขาที่เชี่ยวชาญ: คดีแพ่งและการว่าความ · คดีอาญา · ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายแรงงาน
สัญญาประนีประนอมในศาลแรงงาน ต้องตรวจอะไรให้จบจริง
ตรวจขอบเขตเรื่องที่ยุติ อำนาจผู้ลงชื่อ ยอดและงวดชำระ พร้อมหน้าที่อื่นและผลผิดนัด แยกการถอนฟ้องจากคำพิพากษาตามยอมก่อนยืนยันฉบับสุดท้าย
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
กฎหมายแรงงาน
บันทึกส่งคืนทรัพย์สินบริษัท ต้องแยกจากเงินงวดสุดท้ายไหม
บันทึกรายการและสภาพของที่คืน พร้อมแยกงานรับอุปกรณ์จากการจ่ายเงินและความรับผิด ตรวจของขาด ผลตรวจช่างและหลักฐานก่อนสรุปว่าหักเงินได้
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
กฎหมายแรงงาน
หนังสือรับรองการทำงาน ต้องออกให้เมื่อไรและเขียนอะไร
แยกสิทธิเมื่อพ้นงานจากหนังสือรับรองสถานะปัจจุบัน ตรวจช่วงงาน หน้าที่และผู้ลงชื่อ พร้อมวิธีแก้ข้อมูลผิดโดยไม่ปนเงื่อนไขชำระหนี้หรือสละสิทธิ
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
ปรึกษาทนายคดีแรงงานของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ