สัญญาห้ามแข่งขันหลังลาออก กำหนดขอบเขตแค่ไหนพอดี

สรุปประเด็นสำคัญ
สัญญาห้ามแข่งขันหลังลาออกต้องตรวจความชอบและความเป็นธรรมตามงาน พื้นที่ ระยะเวลา และโอกาสประกอบอาชีพของพนักงาน มาตรา 5 ไม่กำหนดจำนวนปีเดียวสำหรับทุกกรณี ควรเริ่มจากประโยชน์ที่บริษัทต้องคุ้มครองและพิจารณามาตรการรักษาความลับร่วมกัน ยอดเบี้ยปรับในสัญญาไม่ใช่จำนวนที่เรียกได้แน่นอนโดยไม่ตรวจข้อเท็จจริง
สัญญาห้ามแข่งขันหลังลาออกควรเริ่มจากสิ่งที่บริษัทจำเป็นต้องคุ้มครอง ไม่ใช่เริ่มจากจำนวนปีที่อยากห้ามพนักงานไปทำงานที่อื่น ก่อนเพิ่มข้อนี้ในสัญญาจ้าง ต้องระบุงาน ข้อมูล และตลาดที่เกี่ยวข้องให้ชัด เพื่อให้ประเมินภาระของทั้งสองฝ่ายได้
สัญญาห้ามแข่งขันหลังลาออกใช้ได้แค่ไหน
ใช้ได้เพียงขอบเขตที่กฎหมายยอมรับและเป็นธรรมกับกรณีนั้น ไม่ใช่ใช้ได้ทั้งหมดเพราะลูกจ้างลงชื่อ พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5 ให้ตรวจภาระจากการจำกัดอาชีพ โดยพิจารณาพื้นที่ ระยะเวลา โอกาสประกอบอาชีพอื่น และทางได้เสียที่ชอบด้วยกฎหมายของคู่สัญญา
มาตรา 5 ใช้กับข้อตกลงจำกัดสิทธิที่ไม่เป็นโมฆะ แต่ทำให้ผู้ถูกจำกัดรับภาระมากกว่าที่คาดหมายได้ตามปกติ โดยให้บังคับได้เท่าที่เป็นธรรมและพอสมควร จึงต้องตรวจความชอบด้วยกฎหมายของข้อห้ามตั้งแต่ต้นด้วย ไม่ใช่เขียนกว้างเท่าใดก็ได้แล้วคาดว่าศาลจะปรับให้เสมอ ในความสัมพันธ์การจ้างยังต้องพิจารณาพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 14/1 ประกอบ
ผู้ร่างควรถามก่อนว่าพนักงานรู้ข้อมูลอะไรที่คนทั่วไปไม่รู้ มีความสัมพันธ์กับลูกค้ากลุ่มใด และข้อมูลนั้นยังมีประโยชน์นานเท่าไร ข้อห้ามที่ใช้กับผู้พัฒนาสูตรสินค้าอาจมีเหตุผลต่างจากข้อห้ามที่ใช้กับพนักงานทั่วไปซึ่งไม่เข้าถึงสูตร การใช้ข้อความเดียวกันทุกตำแหน่งจึงอาจทำให้บริษัทอธิบายความจำเป็นไม่ได้
- ระบุธุรกิจหรือกิจกรรมที่เป็นการแข่งขันจริง ไม่เขียนเพียงทุกธุรกิจที่บริษัททำหรือจะทำ
- กำหนดพื้นที่ให้สัมพันธ์กับตลาดและหน้าที่ที่พนักงานเกี่ยวข้อง
- กำหนดช่วงเวลาจากประโยชน์ที่ต้องคุ้มครองและภาระของพนักงาน
- แยกการเป็นลูกจ้าง การทำธุรกิจเอง และการถือหุ้นที่ไม่มีอำนาจควบคุมตามความจำเป็น
- ระบุข้อยกเว้นและช่องทางขอความเห็นเมื่อไม่แน่ใจว่างานใหม่เข้าข่ายหรือไม่
ตัวอย่างสมมติ ผู้จัดการฝ่ายขายดูแลราคาพิเศษของลูกค้าอุตสาหกรรมเฉพาะกลุ่ม บริษัทควรอธิบายว่าข้อมูลราคาหรือแผนขายใดต้องป้องกัน และขอบเขตงานใหม่ชนกับประโยชน์นั้นอย่างไร ไม่สรุปว่าการย้ายไปบริษัทที่จดทะเบียนวัตถุประสงค์คล้ายกันทุกแห่งเป็นการผิดสัญญาโดยไม่ดูหน้าที่จริง
อ่านตัวบทได้จากพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมที่กรมสอบสวนคดีพิเศษเผยแพร่ และจัดข้อนี้ไว้ในชุดเอกสารแรงงานของนายจ้างร่วมกับหน้าที่รักษาความลับและการส่งคืนข้อมูล
ขอบเขตงานใหม่แบบใดทำให้คำตอบเปลี่ยน
ต้องเทียบงานใหม่กับกิจกรรมที่ห้ามและเหตุผลในการคุ้มครองจริง ชื่อบริษัทหรือชื่อตำแหน่งอย่างเดียวอาจไม่พอที่จะสรุปว่าผิดเงื่อนไข
ถ้าอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันแต่งานไม่ทับกัน
ต้องดูว่าข้อห้ามเขียนถึงอะไรและภาระสมควรหรือไม่ เช่น เดิมทำวิจัยผลิตภัณฑ์แต่ย้ายไปทำงานคนละสายที่ไม่ใช้ข้อมูลเดิม ข้อเท็จจริงนี้ต่างจากการย้ายไปพัฒนาสินค้าที่แข่งขันโดยตรง ทั้งสองกรณีต้องมีข้อมูลหน้าที่และการเข้าถึงข้อมูล ไม่ใช่สันนิษฐานจากชื่อองค์กรใหม่เท่านั้น
ถ้าเข้าถึงข้อมูลที่หมดประโยชน์เร็ว
ต้องอธิบายว่าทำไมยังจำเป็นต้องจำกัดอาชีพนานกว่าช่วงที่ข้อมูลมีประโยชน์ ตัวอย่างแผนส่งเสริมการขายที่สิ้นสุดไปแล้วอาจมีน้ำหนักต่างจากสูตรผลิตที่ยังใช้ต่อเนื่อง การประเมินนี้เป็นข้อเท็จจริงเฉพาะ ไม่ได้แปลว่าข้อมูลหมดอายุทุกประเภทตามจำนวนเดือนเดียวกัน
ถ้าบริษัทเลิกจ้างเอง
ต้องตรวจว่าข้อห้ามกำหนดให้มีผลหลังสิ้นสุดงานด้วยเหตุใดบ้าง และการใช้สิทธิในสถานการณ์นั้นเป็นธรรมเพียงใด การเลิกจ้างไม่ได้ทำให้ข้อห้ามสิ้นผลทุกกรณีโดยอัตโนมัติ แต่ก็ไม่ทำให้บริษัทเรียกใช้ได้เต็มขอบเขตโดยไม่พิจารณาภาระของลูกจ้าง
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: จำกัดเท่าที่อธิบายได้
คนมักเข้าใจว่า หากเคยเห็นข้อห้ามสองปีในสัญญาหรือคำพิพากษาหนึ่ง ก็ใช้สองปีกับพนักงานทุกคนได้ ความเข้าใจนี้นำตัวเลขออกจากเหตุผลและข้อเท็จจริงที่ทำให้ข้อจำกัดนั้นถูกพิจารณา
กฎหมายมองว่า มาตรา 5 ไม่ได้กำหนดระยะสูงสุดตายตัวเป็นจำนวนปีเดียวสำหรับทุกงาน ต้องพิจารณาทั้งพื้นที่ ระยะเวลา ความสามารถและโอกาสประกอบอาชีพอื่น รวมถึงทางได้เสียของคู่สัญญา การเขียนสั้นลงเพียงอย่างเดียวจึงไม่รับประกันว่าข้อห้ามจะเหมาะสมหากยังครอบคลุมทุกอาชีพหรือทุกประเทศ
จุดเสี่ยงจริง คือผู้ร่างตอบไม่ได้ว่าห้ามเพื่อป้องกันอะไร และบริษัทไม่มีมาตรการรักษาข้อมูลนั้นในช่วงจ้าง หากประโยชน์ที่ห่วงคือข้อมูลลูกค้า อาจต้องปรับสิทธิการเข้าถึงและข้อรักษาความลับด้วย การห้ามไปทำงานใหม่อย่างเดียวไม่แก้ข้อมูลที่เปิดให้คนทั้งองค์กรดาวน์โหลดโดยไม่มีเหตุจำเป็น
มองสองฝั่ง: คุ้มครองธุรกิจและโอกาสทำงาน
| ประเด็น | นายจ้างและ HR | ลูกจ้าง |
|---|---|---|
| สิทธิที่ควรดู | คุ้มครองประโยชน์ทางธุรกิจที่ชอบด้วยกฎหมาย | ประกอบอาชีพภายใต้ข้อจำกัดที่ชอบและเป็นธรรม |
| ความเสี่ยง | ข้อห้ามกว้างจนพิสูจน์ความจำเป็นไม่ได้ | ไม่เห็นขอบเขตงานที่ยังทำได้หลังออก |
| ควรทำตอนนี้ | แจกแจงข้อมูล ตลาด และหน้าที่ที่ต้องคุ้มครอง | เทียบงานใหม่กับข้อความจริงก่อนตอบรับข้อผูกพัน |
| ไม่ควรทำ | ขู่เรียกยอดสูงจากชื่อบริษัทใหม่เพียงอย่างเดียว | นำไฟล์บริษัทเดิมติดตัวไปเพื่อใช้ทำงานใหม่ |
การขอข้อมูลเพื่อประเมินงานใหม่ควรจำกัดเฉพาะที่จำเป็น ไม่ใช้เป็นเหตุให้พนักงานต้องเปิดเผยความลับของนายจ้างใหม่ หากยังไม่ทราบรายละเอียด ควรแจ้งข้อเท็จจริงเท่าที่มีและระบุข้อจำกัด แทนการลงชื่อยืนยันข้อความที่ยังตรวจไม่ได้
ระยะห้ามแข่งขันเริ่มและสิ้นสุดเมื่อไร
ต้องระบุเหตุเริ่มนับให้ตรงกับเจตนาของคู่สัญญา เช่น วันสิ้นสุดการจ้างจริง พร้อมกำหนดวิธีนับที่อ่านแล้วได้วันเดียวกัน ไม่ใช้คำว่าหลังลาออกหากต้องการครอบคลุมการสิ้นสุดด้วยเหตุอื่นโดยไม่อธิบาย
ตัวอย่างสมมติ สัญญากำหนดให้ข้อห้ามเริ่มวันถัดจากวันสิ้นสุดการจ้าง และระบุวันครบช่วงไว้ในหนังสือยืนยันเมื่อออกจากงาน วิธีนี้ช่วยลดข้อโต้แย้งจากวันยื่นใบลาออกกับวันทำงานสุดท้ายที่ไม่ตรงกัน แต่ระยะที่ตกลงยังต้องตรวจความเป็นธรรม ไม่มีการเขียนวันชัดแบบใดทำให้ข้อจำกัดที่ไม่ชอบกลายเป็นชอบได้
หากต้องการแก้ระยะหรือขอบเขตกับพนักงานเดิม ต้องตรวจข้อตกลงเดิมและการยอมรับการเปลี่ยนแปลง ไม่เพิ่มช่วงห้ามฝ่ายเดียวเมื่อพนักงานยื่นลาออกแล้ว ควรจัดขั้นตอนแจ้งสิทธิที่ยังคงอยู่และแยกจากข้อตกลงยุติสัญญาจ้างที่จะให้ลงชื่อในวันเดียวกัน
เงินที่ระบุในสัญญาเท่ากับเรียกได้จริงหรือไม่
ไม่จำเป็นต้องเท่ากัน ต้องแยกเบี้ยปรับตามสัญญา ค่าเสียหายที่พิสูจน์ และสิทธิเงินที่บริษัทต้องจ่ายให้ลูกจ้างออกจากกัน การใส่ยอดไว้สูงไม่แทนการพิสูจน์ว่าข้อห้ามมีผลและเกิดการฝ่าฝืนจริง
ตัวอย่างสมมติ สัญญาเขียนเบี้ยปรับเป็นเงินเดือน 6 เดือน และเงินเดือนที่อ้างคือ 40,000 บาท ยอดตามสูตรเท่ากับ 240,000 บาท แต่จำนวนนี้เป็นเพียงยอดที่เขียนในสัญญา ไม่ใช่ผลคดีที่รับรองแล้ว ต้องตรวจนิยามฐานเงิน เงื่อนไขผิดสัญญา และความสูงเกินส่วนของเบี้ยปรับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
หากอ้างลูกค้าหายหรือยอดขายลด ควรตรวจเหตุเชื่อมโยงกับการกระทำและหลักฐานต้นทุน ไม่ใช้ยอดขายรวมทั้งหมดเป็นความเสียหายโดยอัตโนมัติ ฝ่ายบริษัทควรเห็นทั้งค่าใช้จ่ายติดตามข้อพิพาทและความไม่แน่นอนของหลักฐานก่อนเลือกดำเนินคดี ส่วนการหักเงินงวดสุดท้ายต้องตรวจมาตรา 76–77 ของกฎหมายคุ้มครองแรงงานแยกต่างหาก
หลักฐานอะไรช่วยตรวจขอบเขตข้อห้าม
ควรใช้หลักฐานที่ได้มาโดยชอบและมีความเกี่ยวข้องกับหน้าที่หรือประโยชน์ที่อ้าง ไม่เริ่มจากการรวบรวมข้อมูลส่วนตัวของพนักงานทุกอย่าง
- สัญญาที่ลงนามจริงและฉบับแก้ไขทุกครั้ง
- รายละเอียดหน้าที่เดิมและสิทธิการเข้าถึงข้อมูล
- ประเภทข้อมูลที่ต้องคุ้มครองและเหตุที่ยังมีมูลค่าทางธุรกิจ
- ตลาดหรือพื้นที่ที่พนักงานรับผิดชอบจริง
- หลักฐานวันสิ้นสุดการจ้างและการส่งคืนข้อมูล
- รายละเอียดกิจกรรมที่อ้างว่าเป็นการแข่งขันพร้อมแหล่งที่มา
- หลักฐานความเสียหายและเหตุอื่นที่อาจทำให้เกิดผลเดียวกัน
ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้าเว็บไซต์บริษัทใหม่อาจช่วยระบุธุรกิจ แต่ไม่ยืนยันว่าพนักงานใช้ความลับของนายจ้างเดิม ควรระบุให้ชัดว่าหลักฐานแต่ละชิ้นพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดและยังขาดอะไรอยู่ อย่าใส่ข้อสันนิษฐานลงในหนังสือทวงถามเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว
ข้อรักษาความลับและข้อมูลส่วนบุคคลต้องตรวจด้วยไหม
ต้องตรวจ เพราะการห้ามแข่งขันกับการห้ามเปิดเผยข้อมูลมีขอบเขตต่างกัน หากบริษัทต้องการคุ้มครองสูตรหรือข้อมูลลูกค้า ต้องนิยามข้อมูลและวางมาตรการรักษาความลับตามจริง งานนี้เชื่อมกับการร่างสัญญาธุรกิจและข้อตกลงรักษาความลับ ไม่ควรใช้ข้อห้ามแข่งขันแทนข้อรักษาความลับทั้งหมด
การติดตามการทำงานใหม่และตรวจไฟล์พนักงานเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล ต้องมีฐานและขอบเขตที่เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อใช้ระบบติดตามหรือส่งข้อมูลให้บุคคลภายนอก ดูแนวทาง HR Privacyเพื่อจัดวัตถุประสงค์และผู้เข้าถึงให้ชัด
หากบริษัทกำลังแก้แบบสัญญาทั้งชุด ควรอ่านวิธีตรวจสัญญาจ้างเดิมร่วมด้วย เพื่อไม่ให้ข้อห้ามใหม่ขัดกับคำรับรองหรือเงื่อนไขที่ตกลงกับพนักงานไว้ก่อนหน้า
ทางไปต่อ: ระบุประโยชน์ก่อนกำหนดข้อห้าม
เริ่มด้วยคำอธิบายว่าบริษัทเสียประโยชน์อะไรได้จากหน้าที่ของพนักงานตำแหน่งนั้น แล้วจึงพิจารณาว่าจำเป็นต้องจำกัดอาชีพหรือใช้มาตรการอื่นก็เพียงพอ
- ทำรายการตำแหน่ง ข้อมูล และตลาดที่ต้องคุ้มครอง
- ตรวจว่ามาตรการรักษาความลับที่ใช้อยู่เพียงพอหรือไม่
- ร่างกิจกรรม พื้นที่ และระยะเวลาโดยอธิบายเหตุผลของแต่ละข้อ
- ทดสอบว่ายังเหลือโอกาสทำงานที่สมจริงให้พนักงานอย่างไร
- ตรวจเบี้ยปรับ หลักฐาน และวิธีจัดการเมื่อมีข้อสงสัยก่อนลงนาม
| ทางเลือก | เหมาะเมื่อ | ข้อมูลที่ต้องเตรียม |
|---|---|---|
| ปรับข้อรักษาความลับ | ความเสี่ยงหลักอยู่ที่การนำข้อมูลไปใช้ | ประเภทข้อมูลและระบบควบคุมการเข้าถึง |
| ร่างข้อห้ามเฉพาะตำแหน่ง | มีเหตุจำเป็นด้านการแข่งขันที่อธิบายได้ | หน้าที่ ตลาด ระยะประโยชน์ของข้อมูล |
| ตรวจข้อพิพาทหลังออก | มีข้อเท็จจริงว่ากิจกรรมใหม่อาจฝ่าฝืน | สัญญา หลักฐานกิจกรรม และความเสียหาย |
ควรให้ทนายตรวจเมื่อข้อห้ามครอบคลุมทุกอาชีพหรือทุกประเทศ ใช้กับทุกตำแหน่งโดยไม่มีเหตุแตกต่าง กำหนดยอดปรับสูงโดยไม่มีที่มา หรือกำลังจะส่งคำกล่าวหาไปยังบริษัทใหม่ การตรวจข้อเท็จจริงและขอบเขตสิทธิก่อนส่งหนังสือช่วยลดการกล่าวเกินหลักฐานที่มี
สำหรับบริษัทที่ต้องการออกแบบข้อห้ามให้สัมพันธ์กับงาน สามารถใช้บริการร่างและตรวจสัญญาแรงงานยอดทิพย์ธรรม โดยส่งแบบสัญญา รายละเอียดตำแหน่ง และประโยชน์ที่ต้องคุ้มครองผ่านช่องทางติดต่อสำนักงานเพื่อกำหนดขอบเขตตรวจเป็นรายกลุ่มงาน
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5: ข้อตกลงจำกัดอาชีพและปัจจัยพื้นที่ เวลา โอกาสและทางได้เสีย
- พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 10: พฤติการณ์ประกอบการวินิจฉัยความเป็นธรรมและความพอสมควร
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 14/1: ตรวจสัญญาจ้างที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบเกินสมควร
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383: ตรวจเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนและอำนาจลดของศาล
ตรวจสอบข้อกฎหมายเมื่อ ตุลาคม 2569
คำถามที่พบบ่อย
บริษัทต้องจ่ายเงินชดเชยข้อห้ามแข่งขันทุกกรณีไหม
ถือหุ้นบริษัทคู่แข่งเล็กน้อยถือว่าผิดทันทีหรือไม่
นายจ้างใหม่ขอให้ยืนยันว่าไม่มีข้อผูกพัน ควรทำอย่างไร
บริษัทเดิมยินยอมยกเว้นข้อห้าม ควรทำเป็นเอกสารไหม
สาขาที่เชี่ยวชาญ: คดีแพ่งและการว่าความ · คดีอาญา · ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายแรงงาน
สัญญาประนีประนอมในศาลแรงงาน ต้องตรวจอะไรให้จบจริง
ตรวจขอบเขตเรื่องที่ยุติ อำนาจผู้ลงชื่อ ยอดและงวดชำระ พร้อมหน้าที่อื่นและผลผิดนัด แยกการถอนฟ้องจากคำพิพากษาตามยอมก่อนยืนยันฉบับสุดท้าย
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
กฎหมายแรงงาน
บันทึกส่งคืนทรัพย์สินบริษัท ต้องแยกจากเงินงวดสุดท้ายไหม
บันทึกรายการและสภาพของที่คืน พร้อมแยกงานรับอุปกรณ์จากการจ่ายเงินและความรับผิด ตรวจของขาด ผลตรวจช่างและหลักฐานก่อนสรุปว่าหักเงินได้
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
กฎหมายแรงงาน
หนังสือรับรองการทำงาน ต้องออกให้เมื่อไรและเขียนอะไร
แยกสิทธิเมื่อพ้นงานจากหนังสือรับรองสถานะปัจจุบัน ตรวจช่วงงาน หน้าที่และผู้ลงชื่อ พร้อมวิธีแก้ข้อมูลผิดโดยไม่ปนเงื่อนไขชำระหนี้หรือสละสิทธิ
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
ปรึกษาทนายคดีแรงงานของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ