081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

สัญญาจ้างสองภาษา ข้อความไม่ตรงกันควรยึดฉบับไหน

ผู้ตรวจสองคนเทียบสัญญาคู่ภาษา พร้อมข้อความ สัญญาสองภาษา ฉบับไหนผูกพัน

สรุปประเด็นสำคัญ

สัญญาจ้างสองภาษาไม่มีหลักว่าภาษาใดชนะทุกกรณี ต้องอ่านข้อเลือกภาษา เจตนาที่ตกลง และกฎหมายที่บังคับใช้ร่วมกัน การเลือกภาษาไม่ใช่การเลือกกฎหมาย และไม่ทำให้ลดสิทธิขั้นต่ำได้ หากข้อความเรื่องเงินต่างกัน ควรตรวจสิทธิเดิมและทำเอกสารแก้ไขโดยบันทึกวันที่จริง พร้อมเก็บฉบับที่พนักงานได้รับก่อนลงนาม

สัญญาจ้างสองภาษาที่บริษัทส่งให้พนักงานอาจมีคำแปลเรื่องโบนัสหรือการเลิกจ้างไม่ตรงกัน การกำหนดว่าฉบับใดใช้ก่อนช่วยเรื่องการตีความ แต่ยังต้องตรวจเนื้อหาที่ตกลงและกฎหมายไทย บทความนี้วางรายการส่งตรวจให้ HR แก้ความต่างก่อนนำสัญญาไปใช้

สัญญาจ้างสองภาษา ข้อความขัดกันยึดฉบับไหน

ต้องอ่านข้อกำหนดเรื่องภาษาคู่กับเจตนาที่ตกลงและข้อกฎหมายที่บังคับใช้ ไม่มีกฎว่าภาษาอังกฤษชนะภาษาไทยหรือภาษาไทยชนะภาษาอังกฤษในสัญญาจ้างเอกชนทุกฉบับ หากกำหนดให้ภาษาใดใช้ตีความเมื่อขัดกัน ต้องตรวจด้วยว่าพนักงานได้รับข้อความนั้นและเข้าใจสาระ

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 14/1 ให้อำนาจศาลตรวจสัญญาจ้าง ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบเกินสมควร ข้อกำหนดเลือกภาษาไม่ได้อนุญาตให้ลดสิทธิขั้นต่ำหรือเปลี่ยนหน้าที่ตามกฎหมายด้วยคำแปล

มาตรา 108 กำหนดเรื่องข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทยสำหรับนายจ้างที่เข้าเกณฑ์ ต้องแยกออกจากประเด็นว่าตัวสัญญาจ้างจะจัดทำกี่ภาษา บริษัทจึงไม่ควรใช้สัญญาสองภาษาแทนข้อบังคับทั้งหมดโดยไม่ตรวจว่ามีรายการที่กฎหมายกำหนดครบหรือไม่

งานร่างสัญญาสองภาษาเริ่มจากตกลงสาระให้แน่นอนก่อนแปล เลือกข้อความต้นทางที่ผ่านการอนุมัติ แล้วทำตารางเทียบทีละข้อ ผู้แปลต้องทราบความหมายของคำที่มีผลทางกฎหมาย เช่น ค่าจ้าง ค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และโบนัสตามเงื่อนไข ไม่ใช้ศัพท์ใกล้เคียงแทนกันตามความลื่นไหลของภาษา

  1. ยืนยันคู่สัญญาและขอบเขตงานให้ตรงกันทั้งสองภาษา
  2. เทียบตัวเลข สกุลเงิน วันจ่าย และหน่วยเวลาทุกจุด
  3. แยกสิทธิที่แน่นอนออกจากสิ่งที่ยังต้องผ่านเงื่อนไข
  4. เขียนวิธีจัดการเมื่อคำแปลขัดกันโดยไม่ตัดสิทธิตามกฎหมาย
  5. แนบเอกสารที่อ้างถึงครบทั้งฉบับ ไม่ให้ลิงก์ไปยังนโยบายที่เปลี่ยนได้โดยไม่แจ้ง

ตัวอย่างสมมติ ฉบับไทยเขียนว่าได้รับโบนัสประจำปีหนึ่งเดือน แต่ฉบับอังกฤษระบุว่าขึ้นกับดุลพินิจและผลประกอบการ ความต่างนี้เป็นความต่างเรื่องสิทธิ ไม่ใช่คำสะกด บริษัทต้องตัดสินใจให้ชัดว่าประสงค์ตกลงแบบใดและตรวจสิทธิที่เกิดจากทางปฏิบัติเดิมก่อนแก้ ไม่เลือกฉบับที่จ่ายน้อยกว่าเมื่อถึงวันจ่าย

ถ้าเอกสารต้นทางมาจากต่างประเทศ ควรอ่านการนำ Policy ภาษาอังกฤษมาใช้กับพนักงานไทยร่วมกัน ส่วนบทความนี้เน้นการร่างคู่ภาษาในสัญญารายบุคคลและหลักฐานที่ยืนยันว่าทั้งสองฉบับมีสาระเดียวกัน

เลือกภาษาอังกฤษหรือกฎหมายต่างประเทศแล้วจบไหม

ยังไม่จบ เพราะการเลือกภาษา การเลือกกฎหมาย และการเลือกศาลเป็นคนละข้อ ต้องตรวจทีละเรื่อง ไม่เขียนรวมเป็นประโยคเดียวแล้วเข้าใจว่ากฎหมายแรงงานไทยหมดผล

ถ้าทำงานในประเทศไทยแต่ใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมด

ถ้าการจ้างอยู่ในขอบเขตกฎหมายไทย สิทธิแรงงานที่บังคับใช้ยังต้องถูกตรวจ แม้พนักงานใช้ภาษาอังกฤษคล่อง บริษัทควรมีคำอธิบายเงื่อนไขให้ตรงกัน และเตรียมเอกสารภาษาไทยที่หน่วยงานหรือศาลต้องใช้ตามขั้นตอนจริง

ถ้าข้อสัญญาภาษาเดียวระบุเงินสูงกว่าอีกฉบับ

ถ้าตัวเลขต่างกัน ควรพักการใช้แบบและตรวจการเจรจา ไม่แก้ในฐานข้อมูลเงินเดือนฝ่ายเดียว หากลงนามไปแล้ว ให้ทำเอกสารแก้ไขที่ระบุข้อเดิม ข้อใหม่ และวันมีผล พร้อมตรวจว่าเป็นการลดสิทธิที่ต้องได้รับความยินยอมโดยชอบหรือไม่

ถ้าพนักงานอ่านฉบับที่กำหนดให้ใช้ก่อนยังไม่เข้าใจ

ถ้ามีข้อเท็จจริงว่าไม่ได้รับคำอธิบายหรือถูกให้เซ็นโดยเข้าใจผิด หลักฐานการรับรู้และเจตนาจะเป็นประเด็นเพิ่ม ควรจัดเวลาให้อ่านและสอบถาม ใช้ผู้ช่วยแปลเมื่อจำเป็น ไม่ให้เซ็นข้อความรับรองว่าเข้าใจทุกอย่างทั้งที่ยังมีข้อสงสัยค้างอยู่

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: คำแปลเปลี่ยนสิทธิ

คนมักเข้าใจว่า ให้ผู้แปลตรวจภาษาถูกแล้วสัญญาจะมีผลเหมือนกันทั้งสองฉบับ

กฎหมายมองว่า ต้องตรวจผลของเงื่อนไขด้วย คำว่าอาจจ่ายกับจะจ่าย หรือการรวมเงินบางประเภทไว้ในค่าตอบแทนรวม สามารถทำให้คู่กรณีเข้าใจหน้าที่ต่างกัน แม้ไวยากรณ์ไม่ผิด

จุดเสี่ยงจริง คือบริษัทแก้ต้นฉบับภาษาหนึ่งแล้วส่งอีกภาษาเก่าให้พนักงานเซ็น ต้องมีเลขฉบับร่วมและรายการเปลี่ยนแปลงที่อ่านเทียบได้ก่อนผู้มีอำนาจลงนาม

มองสองฝั่ง: บริษัทใช้แบบกลาง พนักงานอ่านต่างภาษา

ประเด็นนายจ้างและ HRลูกจ้าง
สิทธิและหน้าที่เสนอเงื่อนไขที่ตรงกันและไม่ต่ำกว่าสิทธิบังคับตรวจข้อที่มีผลต่อรายได้และงานก่อนลงนาม
ความเสี่ยงทีมไทยกับสำนักงานใหญ่ใช้เอกสารคนละรุ่นเข้าใจโบนัสหรือการเลิกจ้างจากคนละข้อความ
ควรทำทันทีทำตารางเทียบข้อที่ให้ผลต่างกันแจ้งจุดไม่เข้าใจเป็นข้อและเก็บคำตอบ
ไม่ควรทำแก้ฉบับลงนามโดยไม่ให้ตรวจใหม่ลงชื่อยืนยันการแปลที่ยังไม่ได้อ่าน

ทั้งสองฝ่ายควรมีสำเนาที่ลงนามเหมือนกัน การให้สำเนาเฉพาะภาษาที่บริษัทเลือกใช้ภายหลังอาจทำให้พิสูจน์เงื่อนไขที่ได้รับในวันตกลงยากขึ้น

ต้องแก้คำแปลก่อนวันไหน และใช้ย้อนหลังได้ไหม

ควรแก้ให้เสร็จก่อนลงนามและก่อนใช้จ่ายเงินหรือออกคำสั่งตามข้อนั้น ไม่มีระยะเวลาตายตัวสำหรับการตรวจคำแปลที่ใช้ได้กับทุกสัญญา แต่วันที่มีผลและวันที่ลงนามต้องบันทึกตามจริง

ตัวอย่างสมมติ ทีมกำหนดให้ตรวจแบบก่อนรับพนักงาน 10 วันทำการ ตัวเลขนี้เป็นเวลาบริหารงาน ไม่ใช่เส้นตายตามกฎหมาย หากตรวจไม่ทัน ควรระบุเรื่องที่ยังไม่ตกลงให้ชัด ห้ามทำให้พนักงานเข้าใจว่าฉบับสมบูรณ์แล้วทั้งที่เงื่อนไขเงินยังเปลี่ยนได้

ถ้าใช้แบบผิดมาหลายเดือน การทำฉบับแก้ไขวันนี้ไม่ได้ลบสิทธิหรือเหตุการณ์ในอดีตโดยอัตโนมัติ ให้แยกการแก้สำหรับอนาคตจากการจัดการยอดที่เกิดแล้ว และเก็บทั้งวันที่ตรวจพบ วันที่แจ้ง และวันที่คู่กรณีตกลง

สำหรับกลุ่มพนักงานที่มีนโยบายส่วนกลางอยู่แล้ว ใช้คู่มือระบบเอกสารแรงงานของนายจ้างเพื่อตรวจว่าปัญหาเป็นเพียงคำแปลหรือเป็นสิทธิจากเอกสารอีกฉบับที่ยังผูกพันอยู่

คำแปลโบนัสต่างกัน บริษัทควรตั้งงบตรวจเท่าไร

คำนวณวงเงินของข้อความแต่ละทางเลือกเพื่อให้ผู้อนุมัติเห็นผล แต่ยังไม่สรุปว่ายอดด้านใดเป็นหนี้จนตรวจสิทธิและเงื่อนไขครบ

ตัวอย่างสมมติสมมติฐานวงเงิน
โบนัสหนึ่งเดือนเงินเดือน 40,000 บาท × 12 คน480,000 บาท
โบนัสครึ่งเดือน20,000 บาท × 12 คน240,000 บาท
ส่วนต่างสองข้อความ480,000 − 240,000240,000 บาท

ตัวอย่างนี้ใช้ลูกจ้างที่มีเงินเดือนเท่ากันและสมมติว่าสิทธิครบเงื่อนไขทั้งปี ไม่ใช่อัตราโบนัสตามกฎหมาย หากมีคนเข้าใหม่ ลางาน หรือมีเงื่อนไขผลประกอบการ ต้องตรวจข้อความและการปฏิบัติของบริษัทก่อนคำนวณเป็นรายคน

อย่านำยอดส่วนต่างไปหักจากเงินเดือนงวดต่อไปเพื่อแก้คำแปลผิด การจ่ายเงินเกินและสิทธิหักค่าจ้างเป็นอีกประเด็นที่ต้องมีฐานรองรับ งานร่างฉบับแก้ไขควรระบุวิธีจัดการความต่างโดยไม่เพิ่มการผิดกฎหมายเรื่องการจ่ายเงิน

ส่งตรวจสัญญาสองภาษา ต้องเก็บฉบับใดบ้าง

ควรส่งทั้งไฟล์แก้ไขได้และสำเนาที่ลงนามจริง รวมประวัติข้อความที่เจรจา เพื่อแยกความผิดพลาดของการแปลออกจากข้อตกลงที่เปลี่ยนในภายหลัง

  • สัญญาทั้งสองภาษาที่ใช้คู่กันพร้อมเลขฉบับ
  • ตารางศัพท์เฉพาะและความหมายที่บริษัทต้องการใช้
  • เอกสารอนุมัติเงิน โบนัส และสวัสดิการ
  • อีเมลคำถามของพนักงานและคำอธิบายที่บริษัทตอบ
  • ประวัติแก้ไขที่เห็นว่าข้อใดเปลี่ยนและใครอนุมัติ
  • หลักฐานส่งสำเนาให้คู่สัญญาและเอกสารแนบทุกรุ่น

ไม่ควรลบฉบับผิดหลังทำฉบับใหม่ เพราะฉบับเดิมอาจเป็นหลักฐานว่ามีการให้ข้อมูลอะไรในวันที่ตกลง ให้จำกัดสิทธิแก้ไขและเก็บเป็นประวัติ โดยกำหนดผู้มีสิทธิเข้าถึงตามหน้าที่ ไม่ส่งแฟ้มพนักงานทั้งชุดให้ผู้แปลเมื่อใช้เพียงแบบที่ตัดข้อมูลส่วนบุคคลได้

สัญญาสองภาษาเกี่ยวกับ PDPA และงานสัญญาบริษัทอย่างไร

การส่งสัญญาที่มีเงินเดือนและข้อมูลพนักงานให้ผู้แปลหรือสำนักงานใหญ่ต้องตรวจความจำเป็นและหน้าที่คุ้มครองข้อมูล ใช้ระบบ HR Privacyกำหนดผู้รับ เอกสารที่ควรปกปิด และช่องทางส่งที่เหมาะสม ไม่ถือว่าทุกคนในกลุ่มบริษัทเข้าดูได้เสมอ

ถ้ามีข้อเลือกกฎหมายต่างประเทศ อนุญาโตตุลาการ หรือผลประโยชน์ที่นิติบุคคลอื่นต้องจ่าย ควรตรวจข้อสัญญานั้นเฉพาะ ไม่สรุปจากคำแปลเพียงอย่างเดียว งานนี้สัมพันธ์กับการตรวจสัญญาธุรกิจและอำนาจลงนาม ส่วนตัวบทแรงงานให้ตรวจจากฐานกฎหมายของกระทรวงแรงงานประกอบ

ทางไปต่อ: ทำสัญญาสองภาษาให้เป็นฉบับเดียวกัน

เริ่มจากทำบัญชีข้อที่ให้ผลต่างกัน แล้วกำหนดคนตัดสินใจสาระก่อนส่งให้ผู้แปลแก้ภาษา

  1. หยุดใช้แบบที่พบข้อเงินหรือสิทธิไม่ตรงกันกับพนักงานใหม่
  2. รวบรวมฉบับที่แจกจริงและแยกกลุ่มคนที่ได้รับแต่ละรุ่น
  3. เทียบกับรายการตรวจสัญญาจ้างเดิมเพื่อหาว่าสิทธิอื่นถูกแก้ตามไปด้วยหรือไม่
  4. ทำตารางข้อเดิม ข้อแก้ และเหตุผลที่ตรวจสอบได้
  5. จัดคำอธิบายให้คู่สัญญาอ่านและเก็บหลักฐานข้อตกลงใหม่
ทางเลือกเหมาะเมื่อข้อควรระวัง
แก้คำสะกดและจัดฉบับความหมายและสิทธิไม่เปลี่ยนยังต้องควบคุมรุ่นและส่งสำเนาที่ถูกต้อง
เจรจาทำเอกสารแก้ไขข้อความต่างกันในสาระตรวจสิทธิเดิมก่อนตกลงวันมีผล
ให้ทนายตรวจทั้งชุดใช้หลายประเทศหรือเกิดยอดเงินพิพาทแล้วรวมข้อบังคับและทางปฏิบัติ ไม่ส่งเฉพาะหน้าที่ขัดกัน
  • ตัวเลขเงิน โบนัส หรือระยะบอกกล่าวต่างกัน
  • พนักงานโต้แย้งว่าไม่เคยได้รับภาษาที่บริษัทใช้อ้าง
  • มีข้อเลือกกฎหมายหรือศาลต่างประเทศ
  • บริษัทจะลดสิทธิย้อนหลังโดยเรียกว่าแก้คำแปล

หากบริษัทใช้สัญญาคู่ภาษา ส่งทั้งสองฉบับพร้อมนโยบายที่อ้างถึงให้ทีมตรวจและร่างสัญญาแรงงานยอดทิพย์ธรรมทำรายการความต่างและตรวจผลทางกฎหมายในขั้นแรก โดยนัดประเมินงานตรวจสัญญาสองภาษาพร้อมแจ้งจำนวนแบบและกลุ่มพนักงานที่ใช้อยู่

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5: พิจารณาข้อตกลงจ้างจากรูปแบบและพฤติการณ์จริง
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 14/1: ตรวจความเป็นธรรมของสัญญา ข้อบังคับ ระเบียบและคำสั่ง
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 108: หน้าที่จัดข้อบังคับเป็นภาษาไทยสำหรับนายจ้างที่เข้าเกณฑ์ แยกจากภาษาสัญญารายบุคคล

ตรวจสอบข้อกฎหมายเมื่อ ตุลาคม 2569

คำถามที่พบบ่อย

ใช้โปรแกรมแปลสัญญาจ้างแล้วให้พนักงานเซ็นได้เลยไหม
ควรมีผู้ตรวจทั้งภาษาและผลทางกฎหมายก่อนใช้ เพราะคำที่แปลคล้ายกันอาจทำให้สิทธิเรื่องเงินหรือการสิ้นสุดงานต่างกัน และต้องระวังการส่งข้อมูลพนักงานเข้าบริการภายนอก ควรใช้แบบที่ตัดข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่ทำได้ พร้อมตรวจข้อกำหนดบริการและการเข้าถึงข้อมูล
ต้องให้พนักงานลงนามทั้งสองภาษาหรือไม่
ควรกำหนดให้ชัดว่าทั้งสองภาษาเป็นส่วนของข้อตกลงฉบับเดียวหรือเป็นคำแปลประกอบ และให้หลักฐานแสดงว่าคู่กรณีได้รับข้อความครบ การลงชื่อแบบใดเหมาะต้องดูรูปแบบเอกสารและวิธีทำสัญญา ไม่ควรเก็บลายเซ็นฉบับหนึ่งแล้วแนบคำแปลที่แก้ภายหลังโดยไม่ได้ให้ตรวจ
แก้สะกดชื่อผิดต้องทำสัญญาใหม่ทั้งฉบับไหม
ไม่จำเป็นเสมอไป อาจทำเอกสารยืนยันหรือแก้ไขเฉพาะส่วนโดยระบุฉบับเดิมและข้อมูลที่ถูกต้องให้ตรวจได้ แต่ต้องแน่ใจว่าเป็นการแก้ข้อมูล ไม่ใช่เปลี่ยนตัวนายจ้างหรือคู่สัญญา หากการแก้มีผลต่อสิทธิหรือผู้รับผิดชอบ ต้องตรวจขอบเขตและการยอมรับเป็นพิเศษ
ภาษาที่เลือกใช้ตีความต้องเป็นภาษาที่ศาลรับเสมอไหม
ข้อเลือกภาษาในสัญญากับภาษาหรือคำแปลที่ใช้ยื่นต่อศาลเป็นคนละเรื่อง เมื่อมีคดีต้องตรวจข้อกำหนดและคำสั่งเกี่ยวกับเอกสารในกระบวนพิจารณานั้น ควรเก็บต้นฉบับทุกภาษาและจัดคำแปลให้เทียบกันได้ ไม่ถือว่าข้อเลือกภาษายกเว้นขั้นตอนของศาลโดยอัตโนมัติ
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
ผู้เขียน นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ใบอนุญาตว่าความตั้งแต่ปี 2560

สาขาที่เชี่ยวชาญ: คดีแพ่งและการว่าความ · คดีอาญา · ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่กรณีตรวจร่างข้อตกลงกับทนาย พร้อมข้อความ ไกล่เกลี่ยจบแล้ว ข้อตกลงครบหรือยัง กฎหมายแรงงาน

สัญญาประนีประนอมในศาลแรงงาน ต้องตรวจอะไรให้จบจริง

ตรวจขอบเขตเรื่องที่ยุติ อำนาจผู้ลงชื่อ ยอดและงวดชำระ พร้อมหน้าที่อื่นและผลผิดนัด แยกการถอนฟ้องจากคำพิพากษาตามยอมก่อนยืนยันฉบับสุดท้าย

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ·อ่าน 7 นาที
พนักงานส่งคืนอุปกรณ์สำนักงาน พร้อมข้อความ คืนของบริษัท แยกจากเงินงวดสุดท้าย กฎหมายแรงงาน

บันทึกส่งคืนทรัพย์สินบริษัท ต้องแยกจากเงินงวดสุดท้ายไหม

บันทึกรายการและสภาพของที่คืน พร้อมแยกงานรับอุปกรณ์จากการจ่ายเงินและความรับผิด ตรวจของขาด ผลตรวจช่างและหลักฐานก่อนสรุปว่าหักเงินได้

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ·อ่าน 7 นาที
HR ส่งหนังสือรับรองให้พนักงาน พร้อมข้อความ ออกจากงานแล้ว ขอหนังสือรับรองได้ไหม กฎหมายแรงงาน

หนังสือรับรองการทำงาน ต้องออกให้เมื่อไรและเขียนอะไร

แยกสิทธิเมื่อพ้นงานจากหนังสือรับรองสถานะปัจจุบัน ตรวจช่วงงาน หน้าที่และผู้ลงชื่อ พร้อมวิธีแก้ข้อมูลผิดโดยไม่ปนเงื่อนไขชำระหนี้หรือสละสิทธิ

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ·อ่าน 7 นาที

ปรึกษาทนายคดีแรงงานของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE