สัญญาจ้างสองภาษา ข้อความไม่ตรงกันควรยึดฉบับไหน

สรุปประเด็นสำคัญ
สัญญาจ้างสองภาษาไม่มีหลักว่าภาษาใดชนะทุกกรณี ต้องอ่านข้อเลือกภาษา เจตนาที่ตกลง และกฎหมายที่บังคับใช้ร่วมกัน การเลือกภาษาไม่ใช่การเลือกกฎหมาย และไม่ทำให้ลดสิทธิขั้นต่ำได้ หากข้อความเรื่องเงินต่างกัน ควรตรวจสิทธิเดิมและทำเอกสารแก้ไขโดยบันทึกวันที่จริง พร้อมเก็บฉบับที่พนักงานได้รับก่อนลงนาม
สัญญาจ้างสองภาษาที่บริษัทส่งให้พนักงานอาจมีคำแปลเรื่องโบนัสหรือการเลิกจ้างไม่ตรงกัน การกำหนดว่าฉบับใดใช้ก่อนช่วยเรื่องการตีความ แต่ยังต้องตรวจเนื้อหาที่ตกลงและกฎหมายไทย บทความนี้วางรายการส่งตรวจให้ HR แก้ความต่างก่อนนำสัญญาไปใช้
สัญญาจ้างสองภาษา ข้อความขัดกันยึดฉบับไหน
ต้องอ่านข้อกำหนดเรื่องภาษาคู่กับเจตนาที่ตกลงและข้อกฎหมายที่บังคับใช้ ไม่มีกฎว่าภาษาอังกฤษชนะภาษาไทยหรือภาษาไทยชนะภาษาอังกฤษในสัญญาจ้างเอกชนทุกฉบับ หากกำหนดให้ภาษาใดใช้ตีความเมื่อขัดกัน ต้องตรวจด้วยว่าพนักงานได้รับข้อความนั้นและเข้าใจสาระ
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 14/1 ให้อำนาจศาลตรวจสัญญาจ้าง ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบเกินสมควร ข้อกำหนดเลือกภาษาไม่ได้อนุญาตให้ลดสิทธิขั้นต่ำหรือเปลี่ยนหน้าที่ตามกฎหมายด้วยคำแปล
มาตรา 108 กำหนดเรื่องข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทยสำหรับนายจ้างที่เข้าเกณฑ์ ต้องแยกออกจากประเด็นว่าตัวสัญญาจ้างจะจัดทำกี่ภาษา บริษัทจึงไม่ควรใช้สัญญาสองภาษาแทนข้อบังคับทั้งหมดโดยไม่ตรวจว่ามีรายการที่กฎหมายกำหนดครบหรือไม่
งานร่างสัญญาสองภาษาเริ่มจากตกลงสาระให้แน่นอนก่อนแปล เลือกข้อความต้นทางที่ผ่านการอนุมัติ แล้วทำตารางเทียบทีละข้อ ผู้แปลต้องทราบความหมายของคำที่มีผลทางกฎหมาย เช่น ค่าจ้าง ค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และโบนัสตามเงื่อนไข ไม่ใช้ศัพท์ใกล้เคียงแทนกันตามความลื่นไหลของภาษา
- ยืนยันคู่สัญญาและขอบเขตงานให้ตรงกันทั้งสองภาษา
- เทียบตัวเลข สกุลเงิน วันจ่าย และหน่วยเวลาทุกจุด
- แยกสิทธิที่แน่นอนออกจากสิ่งที่ยังต้องผ่านเงื่อนไข
- เขียนวิธีจัดการเมื่อคำแปลขัดกันโดยไม่ตัดสิทธิตามกฎหมาย
- แนบเอกสารที่อ้างถึงครบทั้งฉบับ ไม่ให้ลิงก์ไปยังนโยบายที่เปลี่ยนได้โดยไม่แจ้ง
ตัวอย่างสมมติ ฉบับไทยเขียนว่าได้รับโบนัสประจำปีหนึ่งเดือน แต่ฉบับอังกฤษระบุว่าขึ้นกับดุลพินิจและผลประกอบการ ความต่างนี้เป็นความต่างเรื่องสิทธิ ไม่ใช่คำสะกด บริษัทต้องตัดสินใจให้ชัดว่าประสงค์ตกลงแบบใดและตรวจสิทธิที่เกิดจากทางปฏิบัติเดิมก่อนแก้ ไม่เลือกฉบับที่จ่ายน้อยกว่าเมื่อถึงวันจ่าย
ถ้าเอกสารต้นทางมาจากต่างประเทศ ควรอ่านการนำ Policy ภาษาอังกฤษมาใช้กับพนักงานไทยร่วมกัน ส่วนบทความนี้เน้นการร่างคู่ภาษาในสัญญารายบุคคลและหลักฐานที่ยืนยันว่าทั้งสองฉบับมีสาระเดียวกัน
เลือกภาษาอังกฤษหรือกฎหมายต่างประเทศแล้วจบไหม
ยังไม่จบ เพราะการเลือกภาษา การเลือกกฎหมาย และการเลือกศาลเป็นคนละข้อ ต้องตรวจทีละเรื่อง ไม่เขียนรวมเป็นประโยคเดียวแล้วเข้าใจว่ากฎหมายแรงงานไทยหมดผล
ถ้าทำงานในประเทศไทยแต่ใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมด
ถ้าการจ้างอยู่ในขอบเขตกฎหมายไทย สิทธิแรงงานที่บังคับใช้ยังต้องถูกตรวจ แม้พนักงานใช้ภาษาอังกฤษคล่อง บริษัทควรมีคำอธิบายเงื่อนไขให้ตรงกัน และเตรียมเอกสารภาษาไทยที่หน่วยงานหรือศาลต้องใช้ตามขั้นตอนจริง
ถ้าข้อสัญญาภาษาเดียวระบุเงินสูงกว่าอีกฉบับ
ถ้าตัวเลขต่างกัน ควรพักการใช้แบบและตรวจการเจรจา ไม่แก้ในฐานข้อมูลเงินเดือนฝ่ายเดียว หากลงนามไปแล้ว ให้ทำเอกสารแก้ไขที่ระบุข้อเดิม ข้อใหม่ และวันมีผล พร้อมตรวจว่าเป็นการลดสิทธิที่ต้องได้รับความยินยอมโดยชอบหรือไม่
ถ้าพนักงานอ่านฉบับที่กำหนดให้ใช้ก่อนยังไม่เข้าใจ
ถ้ามีข้อเท็จจริงว่าไม่ได้รับคำอธิบายหรือถูกให้เซ็นโดยเข้าใจผิด หลักฐานการรับรู้และเจตนาจะเป็นประเด็นเพิ่ม ควรจัดเวลาให้อ่านและสอบถาม ใช้ผู้ช่วยแปลเมื่อจำเป็น ไม่ให้เซ็นข้อความรับรองว่าเข้าใจทุกอย่างทั้งที่ยังมีข้อสงสัยค้างอยู่
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: คำแปลเปลี่ยนสิทธิ
คนมักเข้าใจว่า ให้ผู้แปลตรวจภาษาถูกแล้วสัญญาจะมีผลเหมือนกันทั้งสองฉบับ
กฎหมายมองว่า ต้องตรวจผลของเงื่อนไขด้วย คำว่าอาจจ่ายกับจะจ่าย หรือการรวมเงินบางประเภทไว้ในค่าตอบแทนรวม สามารถทำให้คู่กรณีเข้าใจหน้าที่ต่างกัน แม้ไวยากรณ์ไม่ผิด
จุดเสี่ยงจริง คือบริษัทแก้ต้นฉบับภาษาหนึ่งแล้วส่งอีกภาษาเก่าให้พนักงานเซ็น ต้องมีเลขฉบับร่วมและรายการเปลี่ยนแปลงที่อ่านเทียบได้ก่อนผู้มีอำนาจลงนาม
มองสองฝั่ง: บริษัทใช้แบบกลาง พนักงานอ่านต่างภาษา
| ประเด็น | นายจ้างและ HR | ลูกจ้าง |
|---|---|---|
| สิทธิและหน้าที่ | เสนอเงื่อนไขที่ตรงกันและไม่ต่ำกว่าสิทธิบังคับ | ตรวจข้อที่มีผลต่อรายได้และงานก่อนลงนาม |
| ความเสี่ยง | ทีมไทยกับสำนักงานใหญ่ใช้เอกสารคนละรุ่น | เข้าใจโบนัสหรือการเลิกจ้างจากคนละข้อความ |
| ควรทำทันที | ทำตารางเทียบข้อที่ให้ผลต่างกัน | แจ้งจุดไม่เข้าใจเป็นข้อและเก็บคำตอบ |
| ไม่ควรทำ | แก้ฉบับลงนามโดยไม่ให้ตรวจใหม่ | ลงชื่อยืนยันการแปลที่ยังไม่ได้อ่าน |
ทั้งสองฝ่ายควรมีสำเนาที่ลงนามเหมือนกัน การให้สำเนาเฉพาะภาษาที่บริษัทเลือกใช้ภายหลังอาจทำให้พิสูจน์เงื่อนไขที่ได้รับในวันตกลงยากขึ้น
ต้องแก้คำแปลก่อนวันไหน และใช้ย้อนหลังได้ไหม
ควรแก้ให้เสร็จก่อนลงนามและก่อนใช้จ่ายเงินหรือออกคำสั่งตามข้อนั้น ไม่มีระยะเวลาตายตัวสำหรับการตรวจคำแปลที่ใช้ได้กับทุกสัญญา แต่วันที่มีผลและวันที่ลงนามต้องบันทึกตามจริง
ตัวอย่างสมมติ ทีมกำหนดให้ตรวจแบบก่อนรับพนักงาน 10 วันทำการ ตัวเลขนี้เป็นเวลาบริหารงาน ไม่ใช่เส้นตายตามกฎหมาย หากตรวจไม่ทัน ควรระบุเรื่องที่ยังไม่ตกลงให้ชัด ห้ามทำให้พนักงานเข้าใจว่าฉบับสมบูรณ์แล้วทั้งที่เงื่อนไขเงินยังเปลี่ยนได้
ถ้าใช้แบบผิดมาหลายเดือน การทำฉบับแก้ไขวันนี้ไม่ได้ลบสิทธิหรือเหตุการณ์ในอดีตโดยอัตโนมัติ ให้แยกการแก้สำหรับอนาคตจากการจัดการยอดที่เกิดแล้ว และเก็บทั้งวันที่ตรวจพบ วันที่แจ้ง และวันที่คู่กรณีตกลง
สำหรับกลุ่มพนักงานที่มีนโยบายส่วนกลางอยู่แล้ว ใช้คู่มือระบบเอกสารแรงงานของนายจ้างเพื่อตรวจว่าปัญหาเป็นเพียงคำแปลหรือเป็นสิทธิจากเอกสารอีกฉบับที่ยังผูกพันอยู่
คำแปลโบนัสต่างกัน บริษัทควรตั้งงบตรวจเท่าไร
คำนวณวงเงินของข้อความแต่ละทางเลือกเพื่อให้ผู้อนุมัติเห็นผล แต่ยังไม่สรุปว่ายอดด้านใดเป็นหนี้จนตรวจสิทธิและเงื่อนไขครบ
| ตัวอย่างสมมติ | สมมติฐาน | วงเงิน |
|---|---|---|
| โบนัสหนึ่งเดือน | เงินเดือน 40,000 บาท × 12 คน | 480,000 บาท |
| โบนัสครึ่งเดือน | 20,000 บาท × 12 คน | 240,000 บาท |
| ส่วนต่างสองข้อความ | 480,000 − 240,000 | 240,000 บาท |
ตัวอย่างนี้ใช้ลูกจ้างที่มีเงินเดือนเท่ากันและสมมติว่าสิทธิครบเงื่อนไขทั้งปี ไม่ใช่อัตราโบนัสตามกฎหมาย หากมีคนเข้าใหม่ ลางาน หรือมีเงื่อนไขผลประกอบการ ต้องตรวจข้อความและการปฏิบัติของบริษัทก่อนคำนวณเป็นรายคน
อย่านำยอดส่วนต่างไปหักจากเงินเดือนงวดต่อไปเพื่อแก้คำแปลผิด การจ่ายเงินเกินและสิทธิหักค่าจ้างเป็นอีกประเด็นที่ต้องมีฐานรองรับ งานร่างฉบับแก้ไขควรระบุวิธีจัดการความต่างโดยไม่เพิ่มการผิดกฎหมายเรื่องการจ่ายเงิน
ส่งตรวจสัญญาสองภาษา ต้องเก็บฉบับใดบ้าง
ควรส่งทั้งไฟล์แก้ไขได้และสำเนาที่ลงนามจริง รวมประวัติข้อความที่เจรจา เพื่อแยกความผิดพลาดของการแปลออกจากข้อตกลงที่เปลี่ยนในภายหลัง
- สัญญาทั้งสองภาษาที่ใช้คู่กันพร้อมเลขฉบับ
- ตารางศัพท์เฉพาะและความหมายที่บริษัทต้องการใช้
- เอกสารอนุมัติเงิน โบนัส และสวัสดิการ
- อีเมลคำถามของพนักงานและคำอธิบายที่บริษัทตอบ
- ประวัติแก้ไขที่เห็นว่าข้อใดเปลี่ยนและใครอนุมัติ
- หลักฐานส่งสำเนาให้คู่สัญญาและเอกสารแนบทุกรุ่น
ไม่ควรลบฉบับผิดหลังทำฉบับใหม่ เพราะฉบับเดิมอาจเป็นหลักฐานว่ามีการให้ข้อมูลอะไรในวันที่ตกลง ให้จำกัดสิทธิแก้ไขและเก็บเป็นประวัติ โดยกำหนดผู้มีสิทธิเข้าถึงตามหน้าที่ ไม่ส่งแฟ้มพนักงานทั้งชุดให้ผู้แปลเมื่อใช้เพียงแบบที่ตัดข้อมูลส่วนบุคคลได้
สัญญาสองภาษาเกี่ยวกับ PDPA และงานสัญญาบริษัทอย่างไร
การส่งสัญญาที่มีเงินเดือนและข้อมูลพนักงานให้ผู้แปลหรือสำนักงานใหญ่ต้องตรวจความจำเป็นและหน้าที่คุ้มครองข้อมูล ใช้ระบบ HR Privacyกำหนดผู้รับ เอกสารที่ควรปกปิด และช่องทางส่งที่เหมาะสม ไม่ถือว่าทุกคนในกลุ่มบริษัทเข้าดูได้เสมอ
ถ้ามีข้อเลือกกฎหมายต่างประเทศ อนุญาโตตุลาการ หรือผลประโยชน์ที่นิติบุคคลอื่นต้องจ่าย ควรตรวจข้อสัญญานั้นเฉพาะ ไม่สรุปจากคำแปลเพียงอย่างเดียว งานนี้สัมพันธ์กับการตรวจสัญญาธุรกิจและอำนาจลงนาม ส่วนตัวบทแรงงานให้ตรวจจากฐานกฎหมายของกระทรวงแรงงานประกอบ
ทางไปต่อ: ทำสัญญาสองภาษาให้เป็นฉบับเดียวกัน
เริ่มจากทำบัญชีข้อที่ให้ผลต่างกัน แล้วกำหนดคนตัดสินใจสาระก่อนส่งให้ผู้แปลแก้ภาษา
- หยุดใช้แบบที่พบข้อเงินหรือสิทธิไม่ตรงกันกับพนักงานใหม่
- รวบรวมฉบับที่แจกจริงและแยกกลุ่มคนที่ได้รับแต่ละรุ่น
- เทียบกับรายการตรวจสัญญาจ้างเดิมเพื่อหาว่าสิทธิอื่นถูกแก้ตามไปด้วยหรือไม่
- ทำตารางข้อเดิม ข้อแก้ และเหตุผลที่ตรวจสอบได้
- จัดคำอธิบายให้คู่สัญญาอ่านและเก็บหลักฐานข้อตกลงใหม่
| ทางเลือก | เหมาะเมื่อ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| แก้คำสะกดและจัดฉบับ | ความหมายและสิทธิไม่เปลี่ยน | ยังต้องควบคุมรุ่นและส่งสำเนาที่ถูกต้อง |
| เจรจาทำเอกสารแก้ไข | ข้อความต่างกันในสาระ | ตรวจสิทธิเดิมก่อนตกลงวันมีผล |
| ให้ทนายตรวจทั้งชุด | ใช้หลายประเทศหรือเกิดยอดเงินพิพาทแล้ว | รวมข้อบังคับและทางปฏิบัติ ไม่ส่งเฉพาะหน้าที่ขัดกัน |
- ตัวเลขเงิน โบนัส หรือระยะบอกกล่าวต่างกัน
- พนักงานโต้แย้งว่าไม่เคยได้รับภาษาที่บริษัทใช้อ้าง
- มีข้อเลือกกฎหมายหรือศาลต่างประเทศ
- บริษัทจะลดสิทธิย้อนหลังโดยเรียกว่าแก้คำแปล
หากบริษัทใช้สัญญาคู่ภาษา ส่งทั้งสองฉบับพร้อมนโยบายที่อ้างถึงให้ทีมตรวจและร่างสัญญาแรงงานยอดทิพย์ธรรมทำรายการความต่างและตรวจผลทางกฎหมายในขั้นแรก โดยนัดประเมินงานตรวจสัญญาสองภาษาพร้อมแจ้งจำนวนแบบและกลุ่มพนักงานที่ใช้อยู่
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5: พิจารณาข้อตกลงจ้างจากรูปแบบและพฤติการณ์จริง
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 14/1: ตรวจความเป็นธรรมของสัญญา ข้อบังคับ ระเบียบและคำสั่ง
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 108: หน้าที่จัดข้อบังคับเป็นภาษาไทยสำหรับนายจ้างที่เข้าเกณฑ์ แยกจากภาษาสัญญารายบุคคล
ตรวจสอบข้อกฎหมายเมื่อ ตุลาคม 2569
คำถามที่พบบ่อย
ใช้โปรแกรมแปลสัญญาจ้างแล้วให้พนักงานเซ็นได้เลยไหม
ต้องให้พนักงานลงนามทั้งสองภาษาหรือไม่
แก้สะกดชื่อผิดต้องทำสัญญาใหม่ทั้งฉบับไหม
ภาษาที่เลือกใช้ตีความต้องเป็นภาษาที่ศาลรับเสมอไหม
สาขาที่เชี่ยวชาญ: คดีแพ่งและการว่าความ · คดีอาญา · ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายแรงงาน
สัญญาประนีประนอมในศาลแรงงาน ต้องตรวจอะไรให้จบจริง
ตรวจขอบเขตเรื่องที่ยุติ อำนาจผู้ลงชื่อ ยอดและงวดชำระ พร้อมหน้าที่อื่นและผลผิดนัด แยกการถอนฟ้องจากคำพิพากษาตามยอมก่อนยืนยันฉบับสุดท้าย
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
กฎหมายแรงงาน
บันทึกส่งคืนทรัพย์สินบริษัท ต้องแยกจากเงินงวดสุดท้ายไหม
บันทึกรายการและสภาพของที่คืน พร้อมแยกงานรับอุปกรณ์จากการจ่ายเงินและความรับผิด ตรวจของขาด ผลตรวจช่างและหลักฐานก่อนสรุปว่าหักเงินได้
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
กฎหมายแรงงาน
หนังสือรับรองการทำงาน ต้องออกให้เมื่อไรและเขียนอะไร
แยกสิทธิเมื่อพ้นงานจากหนังสือรับรองสถานะปัจจุบัน ตรวจช่วงงาน หน้าที่และผู้ลงชื่อ พร้อมวิธีแก้ข้อมูลผิดโดยไม่ปนเงื่อนไขชำระหนี้หรือสละสิทธิ
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
ปรึกษาทนายคดีแรงงานของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ