รับร่าง Privacy Policy เว็บไซต์และร้านค้าออนไลน์ โดยทนาย ให้ตรงกับสิ่งที่เว็บส่งออกจริง

สรุปประเด็นสำคัญ
Privacy Policy เว็บไซต์ต้องตรงกับกิจกรรมและผู้รับข้อมูลจริง พร้อมแจ้งรายละเอียดตามมาตรา 23 ก่อนหรือขณะเก็บข้อมูล การกดยอมรับนโยบายไม่ใช่ความยินยอมรับการตลาด และนโยบายไม่แทนการตั้งค่าคุกกี้หรือ DPA กับผู้รับจ้าง งานร่างใช้ข้อมูลร้านและผลตรวจจากทีมเว็บของลูกค้า สำนักงานเสนอขอบเขตและค่าบริการภายใน 1 วันทำการหลังข้อมูลครบ
ร้านออนไลน์ที่มี Privacy Policy อยู่ท้ายเว็บแล้ว ยังต้องตรวจว่าข้อความตรงกับการทำงานของร้านหรือไม่ โดยเฉพาะเว็บที่ติด Meta Pixel, Google Analytics เชื่อมระบบชำระเงิน ส่งคำสั่งซื้อให้ขนส่ง หรือเก็บแชตผ่าน LINE OA หน้าที่ตาม PDPA คือแจ้งลูกค้าให้ครบและทันเวลาว่าเก็บข้อมูลอะไร ใช้ทำอะไร ส่งให้ใคร และใช้สิทธิอย่างไร การนำเทมเพลตมาเปลี่ยนชื่อร้านไม่ได้ทำให้ข้อมูลเหล่านี้ตรงกับระบบโดยอัตโนมัติ
สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรมรับร่าง Privacy Policy เว็บไซต์และร้านค้าออนไลน์ รวมถึงตรวจนโยบายเดิมตามข้อมูลการทำงานของร้าน ส่งลิงก์เว็บหรือหน้าร้านทาง LINE พิมพ์ “ร่างนโยบายเว็บ” สำนักงานเสนอขอบเขตและค่าบริการภายใน 1 วันทำการหลังได้รับข้อมูลครบ ระยะส่งร่าง 3–5 วันทำการหลังได้รับข้อมูลครบและตกลงเริ่มงาน แก้ร่างเบื้องต้น 2 รอบ โดยหารือรายละเอียดและเงื่อนไขในข้อตกลงว่าจ้างก่อนเริ่ม รับงานภาษาไทย จีน และอังกฤษ
ผู้ตรวจทาน: นายเอกราช ทิพย์แมม ทนายความ เลขใบอนุญาต 2114/2569
Privacy Policy, Cookie Policy, เงื่อนไขการใช้งาน และแบบขอความยินยอม ต่างกันอย่างไร
เอกสารเหล่านี้ตอบคนละคำถาม การรวมไว้ใต้ปุ่ม “ยอมรับ” ปุ่มเดียวทำให้แยกไม่ออกว่าลูกค้ารับทราบข้อมูล ตกลงซื้อสินค้า หรือยินยอมให้ติดตามเพื่อโฆษณา
| เอกสาร | ทำหน้าที่อะไร | กฎหมายที่เกี่ยวข้อง | ต้องให้ลูกค้ากดยอมรับไหม |
|---|---|---|---|
| Privacy Policy หรือนโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับลูกค้า | แจ้งการเก็บ ใช้ เปิดเผยข้อมูล รวมถึงช่องทางใช้สิทธิ โดยทำหน้าที่เป็น Privacy Notice ได้เมื่อเนื้อหาครบ | PDPA มาตรา 23 และมาตรา 25 เมื่อได้ข้อมูลจากแหล่งอื่น | การแจ้งไม่ต้องอาศัยความยินยอม อาจเก็บหลักฐานว่าแจ้งแล้วได้ แต่การกดรับทราบไม่ได้อนุญาตให้ใช้ข้อมูลทุกเรื่อง |
| Cookie Policy | อธิบายประเภทเครื่องมือ วัตถุประสงค์ อายุการทำงาน ผู้ให้บริการ และวิธีเปลี่ยนการตั้งค่า | PDPA มาตรา 19, 23 และ 24 ตามข้อมูลและกิจกรรมจริง | แยกการแจ้งออกจากการเลือกอนุญาตเครื่องมือที่อาศัยความยินยอม ไม่เหมาว่าคุกกี้ทุกชนิดต้องยินยอม |
| เงื่อนไขการใช้งานหรือเงื่อนไขซื้อขาย | กำหนดสิทธิหน้าที่เรื่องคำสั่งซื้อ การชำระเงิน ส่งมอบ และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง | กฎหมายสัญญาและกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคที่ใช้กับกิจการ | ต้องออกแบบการแสดงเจตนาผูกพันตามสัญญาให้เหมาะกับธุรกรรม ไม่ใช้แทนการขอความยินยอม PDPA |
| แบบขอความยินยอม | ให้ลูกค้าเลือกกิจกรรมเฉพาะที่ต้องอาศัยความยินยอม เช่น รับโปรโมชั่นในกรณีที่ร้านเลือกใช้ฐานนี้ | PDPA มาตรา 19 และมาตรา 20 หากเกี่ยวกับผู้เยาว์ | ต้องมีการเลือกที่ชัดเจน เป็นอิสระ แยกจากข้อความอื่น และถอนง่าย |
Cookie Policy ต้องตรงกับแบนเนอร์และการทำงานจริง ถ้าเขียนว่าเริ่มติดตามหลังอนุญาต ระบบก็ต้องทำเช่นนั้น ดูการแยกประเภทคุกกี้และการทดสอบใน คุกกี้เว็บไซต์ต้องขอความยินยอมไหม คู่มือคุกกี้แบนเนอร์ของ GPPC เป็นเอกสารประกอบการออกแบบ ไม่ใช่ประกาศที่บังคับให้ทุกเว็บใช้สีหรือหน้าตาเดียวกัน
เงื่อนไขการใช้งานเป็นสัญญา ร่างแยกได้ผ่าน บริการร่างและตรวจสัญญา
เว็บไซต์และร้านออนไลน์ต้องมี Privacy Policy ไหม
เมื่อร้านเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากลูกค้า ร้านมีหน้าที่แจ้งรายละเอียดตามมาตรา 23 ก่อนหรือขณะเก็บ เว้นแต่ลูกค้าทราบรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว กฎหมายไม่ได้บังคับชื่อหน้าว่าต้องใช้คำว่า “Privacy Policy” แต่หน้าเว็บชื่อนี้เป็นช่องทางที่เหมาะกับการรวบรวมคำแจ้งซึ่งลูกค้าเปิดอ่านได้ สิ่งที่ต้องตรวจคือเนื้อหาครบหรือไม่ และลูกค้าเห็นทันก่อนข้อมูลถูกเก็บหรือไม่
ข้อมูลที่ต้องตรวจมีทั้งชื่อ ที่อยู่ คำสั่งซื้อ แชต และตัวระบุบนเว็บที่อาจระบุตัวบุคคลได้โดยตรงหรือโดยอ้อม ไม่จำกัดเฉพาะช่องกรอกข้อมูล
เว็บโปรไฟล์ไม่มีฟอร์ม ก็ยังต้องถามคนทำเว็บ
เว็บที่มีเพียงแนะนำบริษัทอาจติดเครื่องมือวิเคราะห์ แผนที่ วิดีโอ ปุ่มแชต หรือปลั๊กอินภายนอกไว้ คนทำเว็บควรบอกได้ว่าเครื่องมือใดติดต่อผู้ให้บริการเมื่อเปิดหน้า และข้อมูลอะไรถูกส่งไป การสรุปว่า “ไม่มีฟอร์มจึงไม่เก็บข้อมูล” ก่อนตรวจเครื่องมือเหล่านี้จะทำให้นโยบายขาดกิจกรรมจริง
ร้านวางข้อความสั้นใกล้ฟอร์มหรือหน้าชำระเงินพร้อมลิงก์ฉบับเต็มได้ แต่ต้องให้เห็นทันก่อนหรือขณะเก็บข้อมูล ควรตรวจจุดแจ้งบนคอมพิวเตอร์และมือถือ ไม่อาศัยเพียงลิงก์ท้ายเว็บ
ร้านขนาดเล็กก็ต้องประเมินหน้าที่ตามกิจกรรม ดูขอบเขตใน ร้านค้าและธุรกิจเล็กต้องทำ PDPA แค่ไหน
ข้อมูลจากหน้าร้านไหลไปที่ใครบ้าง
ลองไล่คำสั่งซื้อหนึ่งรายการว่าใครรับชำระ จัดสินค้า จัดส่ง และเก็บประวัติ บางข้อมูลเดินผ่านหลังบ้านร้าน แต่บางข้อมูลเดินจากเบราว์เซอร์ลูกค้าถึงระบบภายนอกโดยตรง

| ผู้รับข้อมูลที่ควรตรวจ | ตัวอย่างข้อมูลหรือการทำงาน | สิ่งที่ต้องสะท้อนในนโยบาย |
|---|---|---|
| ระบบรับชำระเงิน | เลขคำสั่งซื้อ ยอดเงิน สถานะการชำระ และข้อมูลที่ลูกค้ากรอกในระบบชำระ | แยกข้อมูลที่ร้านเห็นออกจากข้อมูลที่ผู้ให้บริการรับโดยตรง อย่าเขียนว่าร้านไม่เก็บเลขบัตรก่อนตรวจระบบ |
| ขนส่งหรือคลังจัดสินค้า | ชื่อผู้รับ ที่อยู่ เบอร์โทร รายการจัดส่ง | บอกประเภทผู้รับและวัตถุประสงค์ โดยส่งเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อหน้าที่ |
| CRM อีเมลการตลาด และผู้ดูแลแชต | ประวัติซื้อ สมาชิก ช่องทางติดต่อ ความต้องการในแชต | แยกบริการลูกค้าออกจากโปรโมชั่น พร้อมกำหนดสิทธิการเข้าถึงและวิธีหยุดรับการตลาด |
| โฮสติ้ง คลาวด์ หรือผู้ดูแลเว็บ | ฐานข้อมูล สำรองข้อมูล บันทึกระบบ และสิทธิของผู้ดูแล | ระบุประเภทผู้รับ ตรวจสถานที่จัดเก็บหรือเข้าถึง และเงื่อนไขเมื่อส่งข้อมูลต่างประเทศ |
| เครื่องมือวิเคราะห์หรือโฆษณา | ตัวระบุอุปกรณ์ เหตุการณ์บนเว็บ หรือข้อมูลสำหรับจับคู่กลุ่มเป้าหมายตามการตั้งค่า | บอกวัตถุประสงค์และผู้รับให้ตรง ตรวจฐานกฎหมายและการเลือกอนุญาตก่อนเครื่องมือทำงาน |
ผู้รับที่ร้านใช้จริงต้องปรากฏในคำแจ้งอย่างน้อยเป็นประเภทตามมาตรา 23(4) โดยชัดพอให้ลูกค้ารู้ว่าใครเกี่ยวข้อง ไม่เขียนว่า “ส่งให้ผู้ใดก็ได้” หรือใส่เครื่องมือเผื่อไว้ทั้งที่ไม่ได้ใช้
ต้องตรวจบทบาทผู้รับตามงานจริง ไม่เหมาว่าทุกบริษัทเป็นผู้ประมวลผล หากผู้รับทำงานในฐานะผู้ประมวลผลต้องจัดข้อตกลงตามมาตรา 40 การมีนโยบายไม่แทน สัญญา DPA กับผู้รับจ้าง
การส่งข้อมูลต่างประเทศต้องเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 28–29 ไม่ใช่เขียนแจ้งแล้วโอนได้ทุกกรณี ดู เซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศและการโอนข้อมูล ส่วนการแยกงานของร้านกับแพลตฟอร์มอ่านใน PDPA ร้านค้าออนไลน์และ Marketplace
6 รายการที่ Privacy Policy ร้านค้าต้องมี ตามมาตรา 23
ตารางนี้แปลงรายละเอียด 6 รายการของมาตรา 23 เป็นข้อมูลที่ร้านต้องเตรียมให้ผู้ร่าง โดยเติมตามกิจกรรมจริง
| รายการตามกฎหมาย | ตัวอย่างฝั่งลูกค้าและผู้ใช้เว็บ | ข้อมูลที่ร้านต้องตัดสินใจให้ชัด |
|---|---|---|
| 1. วัตถุประสงค์ รวมกิจกรรมที่ไม่ต้องขอความยินยอม | รับคำสั่งซื้อ ส่งสินค้า คืนเงิน จัดการสมาชิก วิเคราะห์เว็บ หรือส่งโปรโมชั่น | แยกแต่ละกิจกรรมและฐานกฎหมาย ไม่เขียนว่าทุกอย่างจำเป็นต่อสัญญาซื้อขาย |
| 2. ความจำเป็นต้องให้ข้อมูลและผลของการไม่ให้ | ไม่มีที่อยู่ก็ส่งสินค้าไม่ได้ แต่ไม่เลือกรับโปรโมชั่นยังซื้อได้ | ช่องใดบังคับเพราะกฎหมายหรือสัญญา ช่องใดเลือกให้ได้ และไม่ให้แล้วมีผลอย่างไร |
| 3. ประเภทข้อมูลและระยะเก็บ | ข้อมูลติดต่อ คำสั่งซื้อ แชต ตัวระบุบนเว็บ ประวัติสมาชิก | กำหนดระยะเก็บตามกิจกรรม หากระบุแน่นอนไม่ได้ให้ระบุระยะที่คาดหมายได้ตามมาตรฐานการเก็บ ไม่ใช้คำว่าเก็บตลอดไปเพื่อความสะดวก |
| 4. ประเภทผู้รับข้อมูล | ขนส่ง ผู้ให้บริการชำระเงิน ผู้ดูแลระบบ และผู้ให้บริการการตลาด | เทียบกับเส้นทางข้อมูลจริงและสิทธิที่ผู้รับได้รับ ไม่คัดรายชื่อจากร้านอื่น |
| 5. ผู้ควบคุมข้อมูลและช่องทางติดต่อ | ชื่อเจ้าของกิจการหรือนิติบุคคลที่ดำเนินร้าน สถานที่และวิธีติดต่อ | ชื่อร้านบนเพจต้องเชื่อมกลับไปยังผู้รับผิดชอบจริง หากมีตัวแทนหรือ DPO ให้ใส่ข้อมูลติดต่อด้วย |
| 6. สิทธิของเจ้าของข้อมูล | ถอนความยินยอม เข้าถึง ขอสำเนา ขอรับข้อมูลในรูปแบบที่กฎหมายกำหนด คัดค้าน ลบ ระงับ แก้ไข และร้องเรียน | อธิบายเงื่อนไขสิทธิและช่องทางที่มีคนรับเรื่อง โดยไม่รับปากว่าจะลบได้ทุกกรณีทันที |
แจ้งสิทธิตามมาตรา 23(6) พร้อมเงื่อนไขและช่องทางที่มีคนรับจริง ร้านควรกำหนดผู้รับผิดชอบและวิธีตรวจตัวตนเท่าที่จำเป็น ดู ขั้นตอนรับคำขอใช้สิทธิตั้งแต่ต้นจนจบ
แยกเหตุผลที่ใช้ข้อมูลให้ลูกค้าเห็น
การส่งสินค้าอาจอาศัยฐานสัญญาตามมาตรา 24(3) เมื่อเข้าเงื่อนไข แต่การนำประวัติซื้อไปสร้างกลุ่มโฆษณาต้องประเมินแยก การได้อีเมลเพื่อยืนยันคำสั่งซื้อจึงไม่ได้ทำให้ส่งโปรโมชั่นได้เสมอ
เทมเพลตต่างประเทศมักใส่ช่องติ๊กว่า “อายุเกิน 18 ปี” แต่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 19 ผู้ที่อายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ยังเป็นผู้เยาว์ เว้นแต่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรสตามมาตรา 20 ของประมวลกฎหมายเดียวกัน ช่องติ๊กนี้จึงใช้แทนการตรวจเงื่อนไขความยินยอมตามมาตรา 20 ของ PDPA ไม่ได้ ดู ข้อมูลเด็กและผู้เยาว์
ข้อมูลพนักงานมีวัตถุประสงค์และผู้รับต่างจากลูกค้า จึงควรแยก Privacy Notice พนักงานและผู้สมัครงาน ออกจากนโยบายหน้าร้าน
เทมเพลตและปลั๊กอินสร้างนโยบาย มักขาดอะไร
เปิดนโยบายเทียบเช็กลิสต์นี้ จุดที่ตอบไม่ได้ให้คนทำเว็บหรือผู้ดูแลร้านยืนยันก่อนแก้ ใช้เทมเพลตเดิมเป็นฐานตรวจได้
- ผู้รับผิดชอบไม่ตรงผู้ขายจริง มีเพียงชื่อแบรนด์หรือชื่อจากเทมเพลต ต้องใส่ผู้ควบคุมข้อมูล สถานที่ และช่องทางติดต่อจริง
- เขียนว่า “ไม่ส่งข้อมูลให้บุคคลที่สาม” ทั้งที่มีขนส่ง ระบบชำระเงิน หรือ Pixel ต้องทำรายการผู้รับและเขียนขอบเขตการส่งให้ตรง
- ไม่บอกระยะเก็บ หรือใช้คำว่า “ตราบเท่าที่จำเป็น” โดยไม่มีรายละเอียดให้คาดหมายได้ ควรแยกข้อมูลคำสั่งซื้อ สมาชิก และแชต พร้อมตรวจเหตุที่ต้องเก็บต่อหลังปิดบัญชี
- ช่องทางใช้สิทธิไม่มีคนรับ ให้ตรวจอีเมลและกำหนดผู้รับผิดชอบก่อนประกาศใช้
- ผูกการตลาดไว้กับปุ่มยอมรับนโยบายหรือตั้งช่องยินยอมไว้ล่วงหน้า ต้องแยกการซื้อสินค้า การรับทราบคำแจ้ง และการเลือกกิจกรรมที่อาศัยความยินยอมให้เห็นบนหน้าจอ
- อ้าง GDPR ทั้งฉบับโดยไม่ตรวจ PDPA ไทย กฎหมายต่างประเทศต้องประเมินตามข้อเท็จจริง ไม่เหมาว่าร้านไทยทุกร้านต้องใช้ GDPR
- นโยบายกล่าวเฉพาะหน้าเว็บ แต่ร้านรับเรื่องผ่าน LINE OA เชื่อม CRM ใช้แชตบอต หรือมีสมาชิกสะสมแต้ม ให้ตรวจข้อมูลใน ระบบสมาชิก และ แชตบอต ให้ตรงกับช่องทางที่ลูกค้าใช้จริง
- มีแต่ภาษาอังกฤษหรือศัพท์เทคนิคที่ลูกค้าไม่เข้าใจ ควรใช้ภาษาของผู้อ่านและให้ฉบับต่างภาษาสื่อเรื่องเดียวกัน
- ใช้ช่องติ๊กอายุเกิน 18 ปีจากเทมเพลตต่างประเทศ ทั้งที่กฎหมายไทยให้บรรลุนิติภาวะเมื่ออายุ 20 ปีบริบูรณ์ เว้นแต่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส ต้องตรวจเงื่อนไขตามมาตรา 20 ของ PDPA แยก ไม่ใช้ช่องติ๊กนี้แทน
เทมเพลตไม่เห็นการตั้งค่าหรือการเพิ่มเครื่องมือของร้าน หากนโยบายไม่เคยเปลี่ยนตามระบบ ดู มี Privacy Notice แล้วทำไมยังไม่พร้อม ควบคู่กับรายการเครื่องมือที่ใช้อยู่
ใช้เทมเพลตอยู่แล้วแต่ไม่แน่ใจว่าตรงกับเว็บไหม ส่งลิงก์เว็บหรือหน้าร้านพร้อมนโยบายเดิมทาง LINE @995iqtpa พิมพ์ “ร่างนโยบายเว็บ” สำนักงานเสนอขอบเขตและค่าบริการภายใน 1 วันทำการหลังข้อมูลครบ หากยังไม่มีรายการเครื่องมือ ให้คนทำเว็บจัดรายการและผลทดสอบมาเพื่อประกอบการร่าง
ตัวอย่างข้อความ Privacy Policy ร้านค้าออนไลน์
ตัวอย่างสมมติ ต้องเติมให้ตรงระบบของร้านก่อนใช้ ข้อความสี่ชุดนี้เป็นเพียงบางส่วนของนโยบาย ไม่ใช่ฉบับครบตามมาตรา 23 และไม่ใช่หลักฐานว่าร้านมีสิทธิใช้ข้อมูลตามที่เขียนแล้วทั้งหมด ช่องว่างต้องมีผู้รับผิดชอบยืนยันก่อนนำขึ้นเว็บ
ตัวอย่างที่ 1 ส่งข้อมูลให้ผู้ให้บริการ
เพื่อส่งสินค้าที่ท่านสั่ง ร้านส่งชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรของผู้รับให้ [บริษัทขนส่ง] และส่งเลขคำสั่งซื้อกับยอดชำระให้ [ผู้ให้บริการรับชำระเงิน] ร้านไม่ได้เก็บเลขบัตรเครดิตของท่าน
ตรวจระบบรับชำระก่อนยืนยันว่าไม่เก็บเลขบัตร หากร้านรับภาพบัตรผ่านแชตหรือได้ข้อมูลบัตรกลับมา จะใช้ประโยคนี้ไม่ได้
ตัวอย่างที่ 2 คุกกี้และเครื่องมือโฆษณา
เว็บไซต์ใช้คุกกี้ที่จำเป็นต่อการเข้าสู่ระบบและตะกร้าสินค้า ส่วน [Google Analytics และ Meta Pixel] จะทำงานเมื่อท่านเลือกอนุญาตในแบนเนอร์ ข้อมูลบางส่วนอาจส่งไปยังผู้ให้บริการในต่างประเทศตามรายละเอียดใน [นโยบายฉบับเต็ม] และท่านเปลี่ยนการตั้งค่าได้ที่ [ลิงก์ตั้งค่าคุกกี้]
ตัวอย่างนี้ใช้เมื่อร้านอาศัยความยินยอมและหยุดเครื่องมือก่อนอนุญาตจริง ให้ทีมเว็บยืนยันตามแนวตรวจใน บทความคุกกี้เว็บไซต์ และต้องตรวจเงื่อนไข การโอนข้อมูลต่างประเทศ แยกจากการขออนุญาตคุกกี้
ตัวอย่างที่ 3 ข่าวสารและโปรโมชั่น
ร้านส่งโปรโมชั่นทาง [LINE OA หรืออีเมล] เมื่อท่านเลือกรับในช่องที่แยกจากการสั่งซื้อ ท่านหยุดรับได้ทุกเมื่อโดย [วิธีถอนที่ง่ายเท่าตอนสมัคร] ข้อความเกี่ยวกับคำสั่งซื้อ เช่น เลขพัสดุ ยังส่งตามปกติ
ตัวอย่างนี้ใช้ฐานความยินยอม หากใช้ฐานอื่นให้ปรับตามข้อเท็จจริง แต่ยังต้องรองรับสิทธิคัดค้านการตลาดแบบตรงตามมาตรา 32(2) และยุติการใช้เพื่อวัตถุประสงค์นั้นเมื่อคัดค้าน ดู วิธีจัดการคำขอหยุดรับการตลาด
ตัวอย่างที่ 4 ระยะเก็บข้อมูล
ร้านเก็บข้อมูลคำสั่งซื้อ [ระยะเวลา] เพื่อจัดการคืนสินค้า งานบัญชี และหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลสมาชิกเก็บจนท่านปิดบัญชี แล้วลบหรือทำให้ระบุตัวไม่ได้ภายใน [ระยะเวลา] โดยแยกข้อมูลที่ต้องเก็บต่อเพื่อหน้าที่ตามกฎหมายหรือข้อพิพาทตาม [รายละเอียดระยะเก็บ]
กำหนดระยะตามหน้าที่ของร้าน ไม่ใช้จำนวนปีเดียวครอบทุกข้อมูล การปิดบัญชีไม่ได้ทำให้เอกสารที่กฎหมายกำหนดให้เก็บต้องถูกลบทันที และการเก็บต่อเพื่อหน้าที่นั้นไม่ได้อนุญาตให้กลับไปทำการตลาด
เก็บฉบับประกาศใช้ วันที่เริ่มใช้ และหน้าจอจุดแจ้ง เพื่อยืนยันได้ว่าลูกค้าเห็นคำแจ้งฉบับใด
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: นโยบายที่เขียนว่า “ไม่ส่งให้ใคร” จะถูกอ่านเทียบกับเว็บจริง
คำว่า “ข้อมูลปลอดภัย ไม่ส่งให้บุคคลที่สามทุกกรณี” อาจทำให้เจ้าของร้านสบายใจตอนอ่าน แต่ถ้ามีการส่งที่อยู่ให้ขนส่งหรือส่งตัวระบุไปยังแพลตฟอร์มโฆษณา คำแจ้งนี้กลับไม่ตรงกับงานที่ร้านจำเป็นต้องทำ การเขียนตามข้อเท็จจริงว่ามีผู้รับกลุ่มใดและใช้เพื่ออะไร ช่วยให้ตอบคำถามลูกค้าได้ตรงกว่า
สมมติร้านใช้ข้อความว่าไม่เปิดเผยข้อมูล แต่ฝ่ายการตลาดนำอีเมลลูกค้าเก่าไปจับคู่กลุ่มเป้าหมายโฆษณา เมื่อมีคำถาม ร้านต้องอธิบายทั้งเหตุที่นำข้อมูลไปใช้ ฐานกฎหมาย ผู้รับข้อมูล และสิ่งที่เคยแจ้งลูกค้า การแฮชอีเมลหรือเบอร์โทรก่อนส่งไม่ได้ทำให้ข้อมูลพ้นจากการเป็นข้อมูลส่วนบุคคลเสมอไป หากยังใช้จับคู่หรือเชื่อมถึงบุคคลได้
รายงานข่าว ไทยโพสต์วันที่ 21 ตุลาคม 2569 อ้างข้อมูลที่ สคส. เปิดเผย โดยระบุประเด็นตามมาตรา 27 เรื่องการเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอม 1,025 เรื่อง เป็นประเด็นที่มีการร้องเรียนสูงในข้อมูลที่รายงาน ตัวเลขนี้เป็นเรื่องร้องเรียน ไม่ใช่จำนวนร้านออนไลน์ที่ถูกปรับ และการพิจารณาแต่ละเรื่องยังต้องตรวจว่ามีฐานกฎหมายอื่นที่อนุญาตให้ใช้หรือเปิดเผยโดยไม่ต้องขอความยินยอมหรือไม่
เวลาตรวจนโยบาย ทนายจึงควรได้เห็นมากกว่าข้อความท้ายเว็บ ได้แก่ หน้าฟอร์มที่ลูกค้าใช้ รายการผู้รับข้อมูล ผลตรวจเครื่องมือ และวิธีตอบคำขอหยุดรับโปรโมชั่น เอกสารที่ร่างเสร็จช่วยกำหนดคำแจ้ง แต่ไม่ได้แก้การตั้งค่าเว็บแทนทีมเทคนิคหรือรับรองว่าจะไม่เกิดข้อร้องเรียน
ขายผ่าน Shopee หรือ Lazada อย่างเดียว ต้องมีนโยบายของร้านเองไหม
การมีนโยบายของแพลตฟอร์มไม่ได้ทำให้การใช้ข้อมูลทุกอย่างของร้านถูกแจ้งแทนแล้ว ต้องดูว่าร้านได้รับข้อมูลใด ใช้ทำอะไร และคำแจ้งที่ลูกค้าเห็นครอบคลุมการใช้ของร้านหรือไม่ หากร้านเก็บข้อมูลจากลูกค้าโดยตรงยังต้องดูมาตรา 23 ส่วนข้อมูลที่รับจากแพลตฟอร์มหรือแหล่งอื่นต้องตรวจมาตรา 25 และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
การใช้ข้อมูลเพื่อจัดส่งสินค้าตามคำสั่งซื้อ กับการนำรายชื่อลูกค้าออกจากแพลตฟอร์มมาเพิ่มเพื่อน LINE ทำสมาชิก หรือส่งโฆษณา เป็นคนละกิจกรรม อย่าถือว่าลูกค้ากดยอมรับนโยบายแพลตฟอร์มแล้วเท่ากับยินยอมให้ร้านใช้ข้อมูลนอกแพลตฟอร์มได้ทุกอย่าง
| สิ่งที่ร้านทำ | ประเด็นที่ต้องตรวจ |
|---|---|
| ใช้ชื่อและที่อยู่เฉพาะเพื่อจัดส่งคำสั่งซื้อ | ฐานกฎหมายที่รองรับ การแจ้งที่ลูกค้าได้รับอยู่แล้ว และขอบเขตที่แพลตฟอร์มเปิดให้ร้านใช้ข้อมูล |
| ดาวน์โหลดข้อมูลเก็บในคอมพิวเตอร์หรือส่งเข้าระบบหลังบ้าน | วัตถุประสงค์ของร้าน ระยะเก็บ ผู้เข้าถึง และหน้าที่เมื่อได้ข้อมูลจากแหล่งอื่น |
| นำรายชื่อไปส่งโปรโมชั่น สร้างสมาชิก หรือกลุ่มโฆษณา | ฐานกฎหมายของกิจกรรมใหม่ คำแจ้งหรือความยินยอมที่จำเป็น และสิทธิคัดค้านการตลาด |
| ให้เอเจนซีหรือแอดมินภายนอกเข้าถึงข้อมูลลูกค้า | บทบาทผู้รับ ขอบเขตคำสั่ง มาตรการเข้าถึง และข้อตกลงที่ต้องมี |
ข้อมูลที่ได้มาจากแพลตฟอร์มมีกรอบเวลาแจ้งต่างกันตามกรณี ไม่ใช่รอได้ 30 วันเสมอ ให้ทนายตรวจตามมาตรา 25 และการใช้จริงของร้าน
ร้านไม่จำเป็นต้องเปิดเว็บไซต์ใหม่เพียงเพื่อให้มีหน้าชื่อ Privacy Policy แต่ต้องเลือกช่องทางแจ้งที่ลูกค้าเข้าถึงได้และสอดคล้องกับข้อกำหนดของแพลตฟอร์ม งานร่างจึงควรรวมการตกลงว่าจะวางหรือส่งคำแจ้งตรงไหน อ่านการแยกหน้าที่เพิ่มเติมใน PDPA ร้านค้าออนไลน์และ Marketplace
ร่างเอง ใช้ปลั๊กอิน หรือให้ทนายร่าง
เลือกตามสิ่งที่ร้านตรวจเองได้และงานที่ต้องการให้ผู้รับจ้างรับผิดชอบ ทุกวิธีต้องใช้ข้อมูลจริงของร้านและผลตรวจจากทีมเว็บ
| วิธี | ต้องเตรียมอะไร | สิ่งที่ต้องตรวจเพิ่มเติม | เมื่อลูกค้าร้องเรียน |
|---|---|---|---|
| ร่างเองจากตัวบทหรือแบบตั้งต้น | รายการข้อมูล กิจกรรม ผู้รับ และช่องทางใช้สิทธิ | ผู้ร่างต้องตรวจเนื้อหา ฐานกฎหมาย และจุดวางคำแจ้งให้ตรงร้าน | ร้านต้องรวบรวมฉบับที่ใช้และหลักฐานการแจ้งมาอธิบายเอง |
| ใช้ปลั๊กอินสร้างนโยบาย | ตั้งค่าร้านและตอบคำถามของเครื่องมือให้ตรงจริง | ตรวจว่าเอกสารรองรับกฎหมายไทย เครื่องมือที่ใช้อยู่ และการทำงานนอกเว็บหรือไม่ | ข้อความที่เครื่องมือสร้างยังต้องพิสูจน์เทียบกับระบบและการใช้งานจริง |
| ให้ทนายร่างหรือตรวจของเดิม | ลิงก์เว็บ นโยบายเดิม ขั้นตอนงาน และผลตรวจจากทีมเว็บ | ตกลงรายการเอกสาร ภาษาที่ใช้ และงานเทคนิคที่แยกต่างหาก | เอกสารและบันทึกการตรวจช่วยประกอบคำชี้แจง ส่วนงานรับเรื่องร้องเรียนต้องตกลงขอบเขตแยก |
เมื่อเพิ่มเครื่องมือหรือเปลี่ยนวิธีขาย ให้มีคนแจ้งผู้ดูแลนโยบายเพื่อทบทวนข้อความด้วย
รับร่าง Privacy Policy เว็บไซต์ ค่าบริการและขั้นตอน
ค่าร่าง Privacy Policy ประเมินตามช่องทางขาย จำนวนกิจกรรมและผู้รับข้อมูล เอกสารเดิม ภาษาที่ต้องใช้ และรายการเอกสารที่ต้องจัดทำ สำนักงานให้คุยรายละเอียดก่อนเสนอราคา เพื่อแยกให้ชัดว่าต้องการนโยบายหนึ่งฉบับหรือชุดเอกสารเว็บไซต์ โดยระบุค่าบริการและเงื่อนไขภาษีในใบเสนอราคาก่อนเริ่มงาน
| ทางเลือก | ขอบเขตที่นำมาหารือ | ราคาและเงื่อนไข |
|---|---|---|
| ร่างหรือตรวจ Privacy Policy เว็บไซต์หรือร้านค้า | นโยบาย 1 ฉบับตามช่องทางขาย กิจกรรม และผู้รับข้อมูลที่ยืนยัน | ประเมินเฉพาะงานหลังข้อมูลครบ ไม่รวมเอกสารอื่นโดยอัตโนมัติ |
| ชุดเอกสารเว็บไซต์ | Privacy Policy, Cookie Policy, ข้อความแบนเนอร์ และข้อความยินยอมรับการตลาดที่แยกจากการซื้อ | กำหนดรายการเอกสารและภาษาที่ต้องการก่อนเสนอราคา |
| เงื่อนไขการใช้งานหรือนโยบายคืนสินค้า | ข้อตกลงระหว่างร้านกับลูกค้า | ประเมินงานแยกผ่าน บริการร่างสัญญา |
| ตรวจทั้งองค์กร | ข้อมูลลูกค้า พนักงาน คู่ค้า และกระบวนการที่เกี่ยวข้อง | ดูขอบเขต PDPA Legal Health Check |
สำนักงานเสนอขอบเขตและค่าบริการภายใน 1 วันทำการหลังได้รับข้อมูลครบ กำหนดส่งร่าง 3–5 วันทำการหลังข้อมูลครบและตกลงเริ่มงาน แก้ร่างเบื้องต้น 2 รอบ โดยรายละเอียดการแก้และกรณีเพิ่มงานให้คุยตกลงในขอบเขตว่าจ้าง รับภาษาไทย จีน และอังกฤษ ลูกค้าควรแจ้งตั้งแต่ต้นว่าต้องการฉบับภาษาใดบ้าง เพราะการรับงานหลายภาษาไม่ได้หมายความว่าทุกงานรวมครบสามภาษาในราคาเดียว
สิ่งที่ต้องแยกให้ชัดก่อนเริ่มงาน
สำนักงานรับร่างและตรวจข้อความทางกฎหมายตามขอบเขตที่ตกลง ส่วนคนทำเว็บของลูกค้ารับผิดชอบตรวจแท็ก คุกกี้ และส่งผลทดสอบ เช่น เครื่องมือใดทำงานก่อนเลือกอนุญาต หลังปฏิเสธ และเมื่อเปลี่ยนการตั้งค่า ทนายใช้ผลนั้นประกอบการระบุวัตถุประสงค์ ผู้รับ และข้อความที่ใช้ได้จริง งานลงปลั๊กอิน แก้โค้ด หรือทดสอบระบบไม่ถูกรวมเป็นงานของสำนักงานโดยอัตโนมัติ
ระบุสิ่งส่งมอบในขอบเขตให้ชัด ทั้งชื่อเอกสาร ภาษา และข้อความสำหรับจุดเก็บข้อมูลที่รวมในงาน เพื่อให้ร้านตรวจรับได้
ขั้นตอนรับงาน
- ส่งลิงก์เว็บหรือหน้าร้าน พร้อมบอกช่องทางขายและสิ่งที่ต้องการ เช่น เปิดเว็บใหม่ ตรวจเทมเพลตเดิม หรือเพิ่มภาษา
- ร้านและทีมเว็บจัดรายการข้อมูล เครื่องมือ ผู้รับ และผลทดสอบที่จำเป็น สำนักงานหารือประเด็นที่ยังไม่ชัดก่อนยืนยันว่าข้อมูลครบ
- สำนักงานเสนอขอบเขตและค่าบริการภายใน 1 วันทำการหลังข้อมูลครบ เมื่อตกลงเริ่มงานจึงนับระยะส่งร่าง 3–5 วันทำการตามเงื่อนไขที่แจ้ง
- ร้านตรวจข้อเท็จจริงและรวบรวมข้อแก้ไขตามรอบที่ตกลง ทีมเว็บนำข้อความไปวางในจุดที่ใช้จริงและตรวจว่าระบบสอดคล้องก่อนเปิดใช้งาน
หากต้องการทำเอกสารพนักงานไปด้วย ให้แยก งานร่าง Privacy Notice พนักงาน ออกจากนโยบายลูกค้า และแจ้งว่าต้องการให้เสนอพร้อมกันหรือแยกงาน จะได้ไม่ใช้เอกสารผิดกลุ่มคน
ทางไปต่อ: ส่งอะไรมาให้ทนายประเมิน
เริ่มส่งลิงก์เว็บหรือหน้าร้านได้ โดยไม่ต้องส่งฐานข้อมูลลูกค้าทั้งชุด รายการที่ช่วยกำหนดขอบเขตได้คือ
- ลิงก์เว็บไซต์ หน้าร้าน และนโยบายที่ใช้อยู่ ถ้ามีเว็บหลายโดเมนให้บอกว่าใช้ผู้ขายและระบบเดียวกันหรือไม่
- รายการปลั๊กอิน แท็ก และเครื่องมือวิเคราะห์หรือโฆษณาจากคนทำเว็บ พร้อมผลทดสอบการส่งข้อมูล
- ช่องทางที่ร้านใช้จริง เช่น เว็บไซต์ Marketplace LINE OA แบบฟอร์ม หรือแชตบอต
- ผู้ให้บริการรับชำระเงิน ขนส่ง คลังสินค้า CRM อีเมลการตลาด และผู้ดูแลระบบภายนอก
- กลุ่มลูกค้า ประเทศที่ขาย ภาษาที่ต้องใช้ และมีเด็กสมัครสมาชิกหรือเข้าร่วมกิจกรรมหรือไม่
- วิธีเก็บข้อมูลคำสั่งซื้อ สมาชิก และคำขอใช้สิทธิ รวมถึงสิ่งที่ร้านกำลังจะเปลี่ยนหรือเพิ่ม
ถามคนทำเว็บว่า “เว็บส่งข้อมูลอะไรให้ใคร และตัวไหนส่งก่อนกดยอมรับคุกกี้” แล้วขอรายการกับผลทดสอบ ไม่ต้องส่งรหัสผ่านหลังบ้านหรือข้อมูลลูกค้าจริงที่ไม่จำเป็นในข้อความแรก
ส่งข้อมูลทาง LINE @995iqtpa พิมพ์ “ร่างนโยบายเว็บ” หรือโทร 081-327-8551 สำนักงานเสนอขอบเขตและค่าบริการภายใน 1 วันทำการหลังข้อมูลครบ พร้อมหารือว่าจะเริ่มจากนโยบายหนึ่งฉบับหรือชุดเอกสารเว็บไซต์ หากมีปัญหาครอบคลุมข้อมูลทั้งองค์กร ดู บริการ PDPA ของยอดทิพย์ธรรม เพื่อเลือกขอบเขตให้ตรงงาน
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ฉบับราชกิจจานุเบกษา
- มาตรา 19: การขอความยินยอมที่ชัดเจน แยกจากข้อความอื่น เป็นอิสระ และถอนง่าย การรับทราบนโยบายไม่เท่ากับยินยอมทุกกิจกรรม
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 19–20: บรรลุนิติภาวะเมื่ออายุ 20 ปีบริบูรณ์ หรือโดยการสมรสตามกฎหมาย ต้องแยกจากมาตรา 20 ของ PDPA ซึ่งกำหนดเงื่อนไขความยินยอมของผู้เยาว์
- มาตรา 20: ตรวจอำนาจให้ความยินยอมและการใช้สิทธิของผู้เยาว์ตามเงื่อนไขกฎหมาย
- มาตรา 23: รายละเอียด 6 รายการที่ต้องแจ้งก่อนหรือขณะเก็บข้อมูล รวมสิทธิที่อ้างใน (6)
- มาตรา 24: พิจารณาฐานกฎหมายแยกแต่ละกิจกรรม เช่น การปฏิบัติตามสัญญาตาม (3)
- มาตรา 25: การเก็บข้อมูลจากแหล่งอื่น เงื่อนไขและข้อยกเว้น รวมกรอบเวลาการแจ้งตามแต่ละกรณี ไม่เหมาว่ารอได้ 30 วันทุกกรณี
- มาตรา 27: การใช้หรือเปิดเผยต้องมีฐานกฎหมาย การไม่มีความยินยอมไม่ใช่ความผิดทุกกรณีหากมีกฎหมายให้อำนาจ
- มาตรา 28–29: ตรวจเงื่อนไขการส่งหรือโอนข้อมูลต่างประเทศตามกิจกรรมจริงและกฎหมายลำดับรองที่ใช้บังคับ
- มาตรา 32(2) และวรรคสอง: สิทธิคัดค้านการตลาดแบบตรงและหน้าที่เมื่อได้รับการคัดค้าน
- มาตรา 37 และ 40: หน้าที่ผู้ควบคุมและผู้ประมวลผล รวมการจัดข้อตกลงสำหรับผู้ประมวลผลตามบทบาทจริง
- มาตรา 82: ไม่แจ้งตามมาตรา 23 มีโทษปรับทางปกครองไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ใช่ค่าปรับตายตัวสำหรับทุกเว็บที่ไม่มีหน้าชื่อ Privacy Policy
ไทยโพสต์ 21 ตุลาคม 2569: ข่าวอ้างข้อมูลเรื่องร้องเรียนและข้อปรึกษาของ สคส. ใช้ประกอบเฉพาะสถิติ ไม่ใช่แหล่งตัวบทหรือคำวินิจฉัย
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 19–20 ฉบับเผยแพร่โดยกรมการปกครอง
คำถามที่พบบ่อย
เว็บไม่มีฟอร์มกรอกข้อมูล ต้องมี Privacy Policy ไหม
ก๊อป Privacy Policy ของเว็บอื่นมาใช้ได้ไหม
ต้องทำ Privacy Policy ภาษาอังกฤษด้วยไหม
ต้องให้ลูกค้ากดยอมรับ Privacy Policy ก่อนสั่งซื้อไหม
ใช้ปลั๊กอินสร้างนโยบายอัตโนมัติพอไหม
แก้ Privacy Policy แล้วต้องแจ้งลูกค้าเดิมไหม
ต้องดูว่าแก้อะไร หากเปลี่ยนวัตถุประสงค์หรือเพิ่มกิจกรรมที่กระทบการใช้ข้อมูลเดิม ต้องตรวจหน้าที่แจ้งและฐานกฎหมายก่อนดำเนินการ การเปลี่ยนข้อความบนหน้าเว็บไม่ทำให้ได้ความยินยอมใหม่โดยอัตโนมัติ ควรเก็บฉบับเดิม วันที่แก้ และหลักฐานวิธีแจ้ง ส่วนการแก้คำผิดที่ไม่เปลี่ยนสาระไม่ควรถูกเหมารวมกับการเปลี่ยนวัตถุประสงค์
ขายผ่าน Shopee หรือ Lazada อย่างเดียว ต้องมีนโยบายของร้านไหม
ไม่มี Privacy Policy มีโทษอะไร
อ่านต่อ: เริ่มทำ PDPA เอกสาร และการจัดการข้อมูล
- หยุดทำลายข้อมูลเมื่อมีข้อพิพาท — สั่งการอย่างไร เก็บอะไร และเริ่มนับเมื่อไหร่
- จ้างตรวจ PDPA ต้องกำหนดขอบเขตและรับรายงานอะไรบ้าง
- ใบรับรองการทำลายข้อมูลจากคู่ค้า ต้องมีอะไรบ้าง — 8 ช่องที่ขาดไม่ได้ และจังหวะที่ต้องขอ
- รับทำ ROPA บันทึกรายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยทนาย
- ลบข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไรให้ลบจริง — 6 ที่ที่ข้อมูลรอดจากการกดลบ และหลักฐานที่ต้องเก็บ
- ย้ายข้อมูลไประบบใหม่ แต่ระบบเก่ายังใช้ ต้องคุมอะไร
- PDPA Audit-Ready หลักฐานที่องค์กรต้องมีเมื่อถูกตรวจหรือร้องเรียน
สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี · คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
ดูประวัติและช่องทางติดต่อผู้เขียน →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บริการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
ทำสัญญาให้รัดกุม ก่อนเกิดข้อพิพาทร่างหรือตรวจสัญญากู้ยืม เช่า จ้างงาน และสัญญาธุรกิจ โดยทนายความ ชี้จุดเสี่ยงพร้อมข้อความที่ควรแก้ดูบริการรับร่างสัญญา
ข้อพิพาทแรงงาน ปรึกษาทนายความเลิกจ้าง ค่าชดเชย และสัญญาจ้าง ดูแลทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างดูบริการคดีแรงงาน
ปรึกษาทนายความ เรื่องของท่านเป็นความลับเล่าข้อเท็จจริงและส่งเอกสาร ทนายความอธิบายสิทธิ ทางเลือก และขั้นตอนถัดไปที่ทำได้จริงนัดหมายปรึกษาบทความที่เกี่ยวข้อง
PDPA คุ้มครองข้อมูล
รับร่าง Privacy Notice พนักงานและผู้สมัครงาน โดยทนาย แยกเนื้อหาให้ตรงงาน HR จริง
รับร่างหรือตรวจประกาศความเป็นส่วนตัวให้ตรงงาน HR แยกหน้าที่แจ้งออกจากความยินยอม พร้อมตัวอย่างโครงและทางเลือกจ้างเฉพาะ Notice หรือวางระบบทั้งชุด
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 19 นาที
PDPA คุ้มครองข้อมูล
ทนายทำคำชี้แจง สคส. ได้รับหนังสือหรือถูกร้องเรียน PDPA ต้องทำอะไรก่อน
ได้รับหนังสือจาก สคส. ต้องตอบอะไร ส่งหลักฐานแบบไหน ดูสิ่งส่งมอบจากทนาย ตัวอย่างโครงคำชี้แจง และวิธีเตรียมเรื่องก่อนครบกำหนด
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 15 นาที
PDPA คุ้มครองข้อมูล
รับร่างหนังสือขอความยินยอมพนักงาน ข้อมูลอ่อนไหว สแกนนิ้ว ใบหน้า สุขภาพ
มีลายเซ็นแล้วอาจยังใช้ข้อมูลไม่ได้ ดูตัวอย่างหนังสือยินยอมแยกสแกนนิ้ว ใบหน้า สุขภาพ พร้อมทางเลือกและแบบถอน ก่อนให้ทนายร่างตามระบบจริง
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 17 นาที
ปรึกษาทีมทนาย PDPAของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ