สัญญาจ้างที่ปรึกษาธุรกิจ กำหนดงานและค่าตอบแทนอย่างไร

สรุปประเด็นสำคัญ
สัญญาจ้างที่ปรึกษาธุรกิจควรระบุสิ่งส่งมอบ เกณฑ์รับงาน งวดเงิน และวิธีเปลี่ยนขอบเขตให้สัมพันธ์กัน หากเป็นจ้างทำของต้องพิจารณามาตรา 587, 602 และ 605 แต่ชื่อสัญญาไม่ตัดสินลักษณะการจ้างทั้งหมด ต้องตรวจการทำงานจริง รวมสิทธิในรายงาน ข้อมูลส่วนบุคคล และค่าเสียหายเมื่อเลิกงานก่อนเสร็จ ก่อนตกลงควรให้ทนายเห็นทั้งร่างสัญญาและข้อเสนอที่คุยกัน
สัญญาจ้างที่ปรึกษาธุรกิจควรบอกได้ว่าจ้างให้แนะนำ จ้างให้ทำงานสำเร็จ หรือให้ลงมือบริหารแทน เพราะคำว่า “ช่วยพัฒนาธุรกิจ” ยังไม่พอใช้ตรวจรับงาน ก่อนเริ่มจ่ายเงิน ควรกำหนดสิ่งส่งมอบ ผู้อนุมัติ และสิ่งที่อยู่นอกขอบเขตให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกัน
สัญญาจ้างที่ปรึกษาธุรกิจ ต้องเริ่มจากนิยามงานที่ตรวจรับได้
ชื่อสัญญาไม่ได้ตัดสินลักษณะทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว หากจ้างให้ทำแผนธุรกิจหรือรายงานจนสำเร็จเพื่อรับค่าตอบแทน อาจเข้าลักษณะจ้างทำของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 แต่ถ้าให้ทำงานภายใต้ความสัมพันธ์แบบนายจ้างกับลูกจ้าง ต้องพิจารณาจ้างแรงงานตามมาตรา 575 และกฎหมายแรงงานประกอบ งานที่ให้กระทำการแทนยังอาจมีเรื่องตัวแทนเกี่ยวข้องด้วย
จึงควรเขียนรายละเอียดการทำงานจริงก่อนเลือกแบบสัญญา เช่น ที่ปรึกษามีอิสระจัดทีมและวิธีทำงานหรือไม่ ต้องเข้าบริษัทเวลาใด ใครออกคำสั่ง และต้องส่งอะไร การจ่ายรายเดือนไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นลูกจ้างเสมอไป เช่นเดียวกับการใช้คำว่า “อิสระ” ก็ไม่ได้ตัดสิทธิลูกจ้างหากข้อเท็จจริงเป็นจ้างแรงงาน
เปลี่ยนเป้าหมายกว้างให้เป็นขอบเขตงานหรือ SOW
ถ้าผู้จ้างต้องการลดต้นทุน ควรแยกเป้าหมายทางธุรกิจออกจากหน้าที่ของที่ปรึกษา อาจกำหนดให้วิเคราะห์กระบวนการจัดซื้อจากข้อมูลช่วงที่ตกลง สัมภาษณ์ผู้รับผิดชอบ จัดทำข้อเสนอ และนำเสนอต่อผู้บริหาร ส่วนการเลือกมาตรการไปใช้เป็นอำนาจของบริษัท เว้นแต่ตกลงให้ที่ปรึกษารับผิดชอบดำเนินการด้วย
เอกสารแนบท้ายควรระบุรูปแบบไฟล์ แหล่งข้อมูล สมมติฐาน และวิธีตรวจรับ ไม่ควรใช้จำนวนหน้าอย่างเดียวตัดสินคุณภาพ รายงานยาวแต่ไม่ตอบโจทย์ที่ตกลงอาจยังไม่ครบงาน ขณะเดียวกัน ผู้จ้างไม่ควรปฏิเสธรายงานเพียงเพราะไม่ชอบข้อเสนอที่มีเหตุผลและตรงขอบเขต
| คำเขียนกว้างที่เสี่ยง | สิ่งที่ควรกำหนดเพิ่ม | หลักฐานเมื่อส่งมอบ |
|---|---|---|
| ให้คำปรึกษาพัฒนาธุรกิจ | หัวข้อ จำนวนการประชุม และวิธีบันทึกคำแนะนำ | วาระประชุมและข้อเสนอที่ส่งให้ |
| วางระบบบริหาร | กระบวนการที่ครอบคลุม คู่มือ และผู้ทดสอบ | คู่มือพร้อมผลทดลองตามเกณฑ์ |
| ช่วยเพิ่มยอดขาย | งานที่ต้องทำและตัวชี้วัดที่ควบคุมได้ | แผนและผลงานตามกิจกรรมที่ตกลง |
| ดูแลจนเสร็จ | วันสิ้นสุด เกณฑ์เสร็จ และงานที่ไม่รวม | รายการส่งมอบและผลตรวจรับ |
ตัวอย่างสมมติ ผู้จ้างต้องการแผนเปิดสาขาใหม่ ที่ปรึกษาตกลงส่งแบบจำลองต้นทุนและวิเคราะห์ทำเลสามทางเลือก การไม่ได้เปิดสาขาจริงยังไม่แปลว่าผู้รับจ้างผิดสัญญา หากงานที่จ้างเป็นเพียงการศึกษาความเป็นไปได้ แต่ถ้าเอกสารที่ส่งขาดแบบจำลองที่ตกลง ก็ต้องพิจารณาความไม่ครบถ้วนของงานแยกจากการตัดสินใจลงทุน
ก่อนเซ็นควรใช้ บริการร่างสัญญาจ้างทำของและให้บริการ ตรวจความเชื่อมโยงระหว่างขอบเขตงาน งวดเงิน และวิธีเลิกสัญญา โดยแนบใบเสนอราคาหรือข้อเสนอที่คุยกันจริงให้ทนายเห็นด้วย
ที่ปรึกษารายเดือน งานเป็นโครงการ และค่าความสำเร็จ ต่างกันอย่างไร
สัญญารายเดือนควรบอกว่าค่าตอบแทนซื้อเวลาที่พร้อมให้คำปรึกษา จำนวนชั่วโมง หรือชุดงานประจำเดือน หากกำหนดชั่วโมง ให้ตกลงวิธีนับ การเลื่อนนัด เวลาที่ใช้เตรียมงาน และชั่วโมงที่ไม่ใช้ว่าจะยกไปเดือนได้หรือไม่ อย่าใช้คำว่า “ไม่จำกัด” หากข้อเท็จจริงยังมีข้อจำกัดด้านคนและเวลา
งานเป็นโครงการควรมีผลสำเร็จรายช่วง เช่น สำรวจปัญหา ส่งร่างแผน และอบรมทีม การแบ่งช่วงช่วยให้ผู้จ้างตรวจคุณภาพก่อนเดินต่อ ขณะเดียวกันทำให้ที่ปรึกษาทราบว่าข้อมูลใดต้องได้รับก่อนเริ่มช่วงถัดไป
ค่าตอบแทนตามผลสำเร็จต้องกำหนดสูตรและหลักฐาน
ถ้าจ่ายตามยอดขายหรือเงินที่ประหยัดได้ ต้องระบุฐานเปรียบเทียบ ช่วงวัดผล รายการที่ตัดออก และผู้รับรองตัวเลข ตัวอย่างเช่น ยอดสั่งซื้อกับยอดเงินที่รับจริงอาจต่างกันมาก หากไม่กำหนดว่าจะนับยอดคืนสินค้าและภาษีอย่างไร จะคำนวณค่าตอบแทนไม่ตรงกัน
การตกลงค่าตอบแทนตามผลสำเร็จไม่ได้แปลว่าผู้รับจ้างรับรองกำไรทุกกรณี ต้องอ่านว่ามีหน้าที่รับประกันผลไว้จริงหรือเป็นเพียงวิธีคำนวณเงิน และต้องตรวจข้อจำกัดเฉพาะหากงานเกี่ยวข้องกับกิจการที่มีกฎหมายควบคุมหรือวิชาชีพเฉพาะ
ให้ออกไปเจรจาแทนบริษัท ต้องกำหนดขอบอำนาจเพิ่ม
การวิเคราะห์และให้คำแนะนำต่างจากการมีอำนาจผูกพันบริษัท ควรเขียนว่าที่ปรึกษาต่อรองได้ถึงขั้นใด ใครอนุมัติราคา และใครลงนาม การมีอีเมลบริษัทหรือนามบัตรไม่ได้แทนการกำหนดอำนาจและการแจ้งคู่ค้าอย่างเหมาะสม หากมีหนังสือมอบอำนาจ ให้ตรวจให้สอดคล้องกับสัญญาหลักและกิจการที่จะทำ
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: แก้ร่างตามโจทย์เดิมหรือเพิ่มงานใหม่
คนมักเข้าใจว่า จ้างที่ปรึกษาแล้วต้องปรับงานจนผู้บริหารทุกคนพอใจ ส่วนที่ปรึกษาอาจเข้าใจว่าแก้ครบจำนวนรอบแล้วไม่ต้องทำอะไรอีก แม้รายงานยังขาดหัวข้อที่รับปากไว้
กฎหมายมองว่า ต้องตรวจหน้าที่ที่ตกลง ความครบถ้วนของการส่งมอบ และเหตุที่ต้องแก้ การแก้ข้อบกพร่องของงานเดิมกับการรับโจทย์เพิ่มเป็นคนละเรื่อง การระบุจำนวนรอบอย่างเดียวไม่ตอบว่าการแก้นั้นเกิดจากใครและเป็นงานประเภทใด
จุดเสี่ยงจริง คือไม่มีผู้รวบรวมความเห็น ผู้จัดการสามฝ่ายส่งคำสั่งสวนกัน และเป้าหมายเปลี่ยนระหว่างทางโดยไม่มีเอกสารยืนยัน ที่ปรึกษาจึงทำเพิ่มโดยคิดว่าจะเรียกเงินได้ ขณะที่ผู้จ้างเห็นว่าอยู่ในราคาเดิม
ควรกำหนดผู้ประสานงานที่รวบรวมข้อทักท้วง และผู้มีอำนาจอนุมัติขอบเขตใหม่แยกกัน การเป็นผู้ประสานงานไม่จำเป็นต้องมีอำนาจเพิ่มค่าจ้าง หากต้องเพิ่มระบบหรือสาขา ให้มีบันทึกเปลี่ยนงานที่ระบุผลต่อราคา วันส่ง และส่วนงานเดิมก่อนลงมือ
ตัวอย่างถ้อยคำสำหรับปรับใช้: “การแก้ไขเพื่อให้สิ่งส่งมอบตรงกับขอบเขตและเกณฑ์ที่ตกลง ให้ดำเนินการตามขั้นตอนแก้ข้อบกพร่อง ส่วนคำขอเพิ่มกระบวนการหรือเปลี่ยนวัตถุประสงค์ ให้คู่สัญญาตกลงผลต่อค่าจ้างและระยะเวลาเป็นหนังสือก่อนเริ่มงานเพิ่ม” ต้องเติมรายละเอียดตามลักษณะงาน ไม่ถือเป็นข้อความสำเร็จรูปที่ใช้แทนทั้งสัญญาได้
มองสองฝั่ง: ผู้ว่าจ้างกับที่ปรึกษาควรมีสิทธิและหน้าที่สมดุลอย่างไร
| ประเด็น | ผู้ว่าจ้าง | ที่ปรึกษา |
|---|---|---|
| สิทธิ | ได้งานตามขอบเขตและแจ้งข้อบกพร่อง | ได้ค่าตอบแทนและข้อมูลที่จำเป็นตามข้อตกลง |
| ความเสี่ยง | จ่ายแล้วไม่ได้งานที่ใช้งานได้ | งานเพิ่มไม่จบหรือผู้จ้างไม่ส่งข้อมูล |
| สิ่งที่ควรทำ | ตั้งผู้อนุมัติและให้ความเห็นที่โยงกับเกณฑ์ | แจ้งข้อจำกัดและผลกระทบเมื่อข้อมูลไม่ครบ |
| สิ่งที่ไม่ควรทำ | เพิ่มโจทย์ย้อนหลังแล้วถือว่ารวมราคาเดิม | ใช้คำว่าแนะนำเท่านั้นเพื่อตัดหน้าที่ที่รับไว้ |
| เมื่อจบงาน | ตรวจและชำระตามเงื่อนไขที่เกิดขึ้นจริง | ส่งงานและคืนข้อมูลตามที่ตกลง |
เงื่อนไขจำกัดความรับผิดควรพิจารณาจากความเสียหายที่อาจเกิดและกฎหมายที่ใช้ ไม่ควรรับหรือคัดลอกข้อยกเว้นความรับผิดทุกกรณีโดยไม่อ่าน โดยเฉพาะงานที่เข้าถึงความลับทางธุรกิจหรือฐานลูกค้า ซึ่งความเสียหายอาจไม่สัมพันธ์กับค่าที่ปรึกษาเพียงเดือนเดียว
หากเลือกตัวที่ปรึกษาเพราะความเชี่ยวชาญเฉพาะ ให้ระบุบุคลากรหลักและวิธีเปลี่ยนตัว พร้อมขอบเขตการใช้ผู้รับจ้างช่วง มาตรา 607 มีหลักเรื่องจ้างช่วงและข้อยกเว้นเมื่อสาระสำคัญอยู่ที่ความรู้ความสามารถของผู้รับจ้าง จึงควรทำเงื่อนไขให้ตรงกับสิ่งที่ผู้จ้างซื้อจริง
วันเริ่มงาน วันตรวจรับ และวันเลิกสัญญาต้องเชื่อมกัน
กำหนดวันเริ่มตามเหตุการณ์ที่พิสูจน์ได้ เช่น ลงนามครบ ได้รับเงินเริ่มงาน และได้รับข้อมูลตามรายการ โดยระบุให้ชัดว่าเงื่อนไขใดใช้ร่วมกัน หากไม่ครบ ที่ปรึกษาควรแจ้งสิ่งที่ขาดและผลกระทบต่อวันส่ง ไม่ปล่อยให้ต่างฝ่ายรอโดยคิดว่าอีกฝ่ายผิดนัดแล้ว
ช่วงตรวจรับควรเหมาะกับขนาดงาน และกำหนดว่าต้องส่งข้อทักท้วงอย่างไร ตัวอย่างระยะเวลาที่ตกลงกันในโครงการเป็นเงื่อนไขทางสัญญา ไม่ใช่จำนวนวันที่กฎหมายบังคับใช้กับที่ปรึกษาทุกงาน การกำหนดว่าผู้จ้างเงียบแล้วถือว่ารับงานต้องตรวจความเป็นธรรม ช่องทางส่ง และโอกาสตรวจงานจริง ไม่ใช้เพื่อตัดปัญหาข้อบกพร่องทั้งหมดอัตโนมัติ
เลิกเพราะเปลี่ยนใจ ต่างจากเลิกเพราะผิดสัญญา
สำหรับงานที่เข้าลักษณะจ้างทำของ มาตรา 605 วางหลักให้ผู้ว่าจ้างบอกเลิกขณะงานยังไม่เสร็จได้เมื่อชดใช้ความเสียหายจากการเลิกแก่ผู้รับจ้าง จึงไม่ควรสรุปว่าผู้จ้างเลิกเมื่อไรก็ขอเงินคืนทั้งหมด หรือที่ปรึกษามีสิทธิได้ค่าจ้างส่วนที่เหลือทั้งหมดโดยไม่ต้องตรวจความเสียหาย
หากอีกฝ่ายผิดสัญญา ต้องตรวจข้อกำหนดบอกกล่าว โอกาสแก้ไข ลักษณะการผิดหน้าที่ และกฎหมายที่ใช้กับสัญญานั้นก่อนส่งหนังสือ ควรบันทึกงานที่ทำแล้ว งานที่ยังไม่ส่ง และข้อมูลที่ต้องคืนแยกกัน อ่าน การบอกกล่าวให้แก้ไขเมื่อผิดสัญญา ก่อนใช้ข้อความเลิกสัญญาแบบตายตัว
เมื่องานสิ้นสุด ให้กำหนดวันคืนสิทธิระบบ ส่งต่อไฟล์ และยุติการใช้ชื่อบริษัทด้วย หากยังมีงานบางส่วนที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผู้ให้บริการ ควรตกลงการส่งต่องานและค่าตอบแทนให้ชัด ไม่ถือว่าอยู่ในหน้าที่เดิมอย่างไม่มีกำหนด
ค่าที่ปรึกษา งวดเงิน และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมควรเขียนอย่างไร
สำหรับจ้างทำของ มาตรา 602 วางหลักเกี่ยวกับการจ่ายสินจ้างเมื่อรับมอบ และการจ่ายตามส่วนที่ส่งรับเป็นส่วน ๆ การตกลงเงินเริ่มงานหรือเงื่อนไขการชำระอื่นจึงควรเขียนให้ชัดว่าเป็นเงินสำหรับอะไร หักจากงวดใด และเกิดสิทธิเรียกชำระเมื่อใด
ตัวอย่างสมมติ ค่าที่ปรึกษาโครงการหนึ่ง 120,000 บาท แบ่ง 30% เมื่อเริ่มงานตามเงื่อนไข 40% เมื่อรับมอบร่างที่ครบตามรายการ และ 30% เมื่อรับงานสุดท้าย เท่ากับ 36,000 บาท 48,000 บาท และ 36,000 บาท ตัวเลขนี้ใช้สาธิตการแบ่งงวด ไม่ใช่ราคาบริการร่างสัญญาของสำนักงาน และไม่ได้กำหนดภาษีหรือค่าใช้จ่ายของโครงการจริง
| รายการเงิน | สิ่งที่ควรตกลง | หลักฐานที่ควรเก็บ |
|---|---|---|
| ค่าตอบแทนหลัก | เหมา รายเดือน ชั่วโมง หรือสูตรผลสำเร็จ | สัญญาและรายการงานของงวด |
| ค่าเดินทางและบุคคลภายนอก | ใครอนุมัติ เพดาน และรายการที่รวมแล้ว | หนังสืออนุมัติกับหลักฐานจ่าย |
| งานเพิ่ม | ราคาและวันส่งที่เปลี่ยนก่อนเริ่ม | บันทึกเปลี่ยนขอบเขต |
| ยอดเมื่อเลิกสัญญา | งานที่ทำแล้ว เงินที่จ่าย และข้อเรียกร้องที่มีฐาน | บัญชีปิดงานและหลักฐานแต่ละรายการ |
หากมีค่าตอบแทนตามยอดขาย ควรระบุสิทธิขอดูหลักฐานเท่าที่จำเป็นและวิธีแก้ตัวเลขผิด ไม่ให้สิทธิเข้าถึงข้อมูลลูกค้าทั้งหมดโดยไม่มีขอบเขต ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มและหัก ณ ที่จ่ายต้องตรวจสถานะคู่สัญญาและลักษณะเงินกับผู้ทำบัญชี ไม่ใช้ถ้อยคำว่า “รวมทุกอย่างแล้ว” แทนรายละเอียดที่ยังไม่ตกลง
เมื่อค้างชำระ ไม่ควรปิดระบบหรือกักข้อมูลทั้งหมดทันทีเพียงเพื่อกดดัน ต้องตรวจสิทธิในสัญญาและผลกระทบก่อน หากต้องทวงค่าจ้าง ให้รวบรวมหลักฐานรับงานกับยอดคงค้างตาม แนวทางทวงค่าบริการที่ยังไม่ได้รับเงิน
เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนให้ทนายร่างหรือตรวจสัญญา
ส่งทั้งข้อเสนอและข้อความที่คุยกัน เพราะเงื่อนไขสำคัญมักอยู่ในอีเมลมากกว่าร่างสัญญา เช่น ผู้จ้างเข้าใจว่ารวมการอบรมแล้ว แต่ใบเสนอราคาเขียนเพียงจัดทำคู่มือ หากทนายเห็นเฉพาะหน้าสัญญา จะไม่เห็นช่องว่างนี้
- รายละเอียดคู่สัญญา ผู้ลงนาม และหลักฐานอำนาจของนิติบุคคลตามที่เกี่ยวข้อง
- ใบเสนอราคา ขอบเขตงาน และตัวอย่างสิ่งส่งมอบที่คาดหวัง โดยลบข้อมูลของบุคคลอื่นที่ไม่จำเป็น
- ตารางเวลา งวดเงิน และรายการข้อมูลที่ผู้จ้างต้องให้ก่อนแต่ละช่วง
- รายชื่อบุคลากรหลัก ผู้รับจ้างช่วง และผู้มีอำนาจอนุมัติงานหรือค่าใช้จ่าย
- ข้อกำหนดความลับ ข้อมูลส่วนบุคคล และลิขสิทธิ์ของเครื่องมือหรือไฟล์ที่จะใช้
- หากเริ่มงานแล้ว ให้เพิ่มประวัติการส่งงาน การทักท้วง และการจ่ายเงิน ไม่ลงวันที่ย้อนหลังให้ดูเหมือนเซ็นก่อนเริ่ม
ควรจัดลำดับเอกสารว่าเมื่อข้อความขัดกันจะใช้ฉบับใด แต่ไม่ควรใช้ลำดับเอกสารเพื่อซ่อนการเปลี่ยนเงื่อนไขสำคัญจากอีกฝ่าย บันทึกเวอร์ชัน วันที่ และผู้อนุมัติให้ย้อนตรวจได้ โดยเฉพาะไฟล์แนบท้ายที่มีการแก้หลังลงนาม
ถ้าต้องการตรวจร่างที่อีกฝ่ายส่งมา ให้แจ้งประเด็นที่ยอมรับได้และประเด็นที่ต่อรองไม่ได้ เช่น ต้องใช้รายงานต่อกับผู้ให้บริการรายใหม่ หรือไม่สามารถส่งข้อมูลลูกค้าออกนอกระบบบริษัทได้ ทนายจึงจะเสนอถ้อยคำที่สัมพันธ์กับการทำงานจริง แทนการแก้ศัพท์ให้ดูเป็นทางการอย่างเดียว
ลิขสิทธิ์และ PDPA ในงานที่ปรึกษา อย่ารวมไว้ในคำว่าความลับข้อเดียว
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10 วางหลักว่างานที่สร้างสรรค์โดยรับจ้างบุคคลอื่นมีผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ เว้นแต่ตกลงต่างออกไป แต่ต้องแยกงานที่สร้างใหม่ออกจากแบบจำลองเดิมของที่ปรึกษา งานบุคคลภายนอก และสิ่งที่ไม่ใช่งานอันมีลิขสิทธิ์ การจ่ายค่าที่ปรึกษาไม่ได้ทำให้ผู้จ้างเป็นเจ้าของแนวคิดหรือทรัพย์สินทุกชนิดที่ใช้ในงาน
ในสัญญาให้ทำรายการสิ่งที่โอนหรืออนุญาตใช้ เช่น รายงานเฉพาะโครงการ ไฟล์แก้ไขได้ แม่แบบเดิม และซอฟต์แวร์ของบุคคลอื่น หากตกลงโอนลิขสิทธิ์ที่มีอยู่ ต้องตรวจรูปแบบหนังสือและลายมือชื่อตามมาตรา 17 ด้วย ผู้จ้างควรรู้ว่าหลังจบงานนำไฟล์ไปให้ทีมใหม่แก้ไขหรือใช้กับบริษัทในเครือได้แค่ไหน
การรักษาความลับครอบคลุมข้อมูลธุรกิจได้ แต่ถ้าข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ยังต้องตรวจ PDPA แยก เช่น การส่งรายชื่อลูกค้าให้วิเคราะห์หรือประวัติพนักงานให้ปรับโครงสร้าง ต้องกำหนดวัตถุประสงค์ ปริมาณข้อมูล สิทธิการเข้าถึง และบทบาทคู่สัญญา หากเข้าลักษณะผู้ประมวลผลต้องมีข้อตกลงตามมาตรา 40 อ่าน ข้อสัญญา DPA ที่ควรมี ประกอบ
ถ้าจ้างที่ปรึกษาเพื่อตรวจระบบ PDPA โดยตรง ควรเพิ่มเกณฑ์เฉพาะเรื่องรายงานและหลักฐานตาม คู่มือจ้างตรวจ PDPA และสิ่งส่งมอบ ส่วนการใช้งานบุคลากรคล้ายพนักงานประจำควรให้ผู้รับผิดชอบ กฎหมายแรงงาน ตรวจความสัมพันธ์จริงก่อนใช้แบบสัญญาผู้รับจ้าง
ทางไปต่อ: ทำขอบเขตให้ตกลงกันได้ก่อนเริ่มจ่ายเงิน
- เขียนว่าต้องการซื้อคำแนะนำ ผลงาน หรือการลงมือทำ พร้อมผลที่คาดหวังและสิ่งที่ผู้รับจ้างควบคุมไม่ได้
- จัดทำตารางสิ่งส่งมอบ เกณฑ์รับงาน และข้อมูลที่ผู้จ้างต้องส่งให้ในแต่ละช่วง
- ตกลงงวดเงิน การแก้ข้อบกพร่อง และวิธีเพิ่มงาน ให้ข้อความในใบเสนอราคาตรงกับสัญญา
- ระบุผู้อนุมัติ ขอบอำนาจในการติดต่อภายนอก และสิทธิใช้ผลงานหลังจบโครงการ
- ตรวจการเลิกสัญญา การส่งต่องาน และข้อมูลที่ต้องคืนก่อนลงนาม แล้วเก็บฉบับที่ตกลงครบทุกไฟล์
| ทางเลือก | เหมาะกับสถานการณ์ | สิ่งที่ควรส่งให้ตรวจ |
|---|---|---|
| ร่างสัญญาใหม่ | มีข้อเสนอแต่ยังไม่เคยตกลงเงื่อนไขหลัก | โจทย์งาน งบ และสิ่งส่งมอบ |
| ตรวจร่างของอีกฝ่าย | มีสัญญาแล้วและต้องการทราบความเสี่ยง | ร่างพร้อมใบเสนอราคาและจุดที่ต้องต่อรอง |
| แก้ข้อตกลงระหว่างโครงการ | เริ่มงานแล้ว ขอบเขตเปลี่ยนหรือมีข้อโต้แย้ง | ฉบับเดิม ประวัติส่งงานและยอดเงิน |
ควรให้ทนายตรวจเป็นพิเศษหากสัญญารับรองผลกำไรโดยไม่มีสมมติฐาน ให้ฝ่ายหนึ่งเพิ่มงานได้ไม่จำกัด ไม่แยกสิทธิในผลงานเดิมกับงานใหม่ หรือกำหนดค่าชดเชยเมื่อเลิกโดยไม่สัมพันธ์กับลักษณะงาน การแก้ก่อนเริ่มมักทำให้รู้ว่าตกลงกันได้หรือไม่ก่อนเสียเวลาทั้งสองฝ่าย
ส่งขอบเขตงาน ใบเสนอราคา และร่างที่มีให้ ติดต่อสำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม เพื่อประเมิน บริการร่างและตรวจสัญญาก่อนเซ็น โดยแจ้งด้วยว่าคุณเป็นผู้ว่าจ้างหรือที่ปรึกษา และโครงการเริ่มแล้วหรือยัง สำนักงานจะได้กำหนดงานตรวจและประเด็นต่อรองให้ตรงกับสถานการณ์
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575 และ 587: ต้องจำแนกจ้างแรงงานกับจ้างทำของจากลักษณะการทำงานจริง
- มาตรา 602, 605 และ 607: การจ่ายสินจ้าง การเลิกจ้างทำของก่อนงานสำเร็จโดยชดใช้ความเสียหาย และการจ้างช่วง
- มาตรา 797 และ 798: ความเป็นตัวแทนและรูปแบบการตั้งตัวแทนตามลักษณะกิจการที่มอบหมาย
- พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 10 และ 17: ลิขสิทธิ์ในงานรับจ้างและรูปแบบการโอนลิขสิทธิ์ ต้องแยกงานเดิมกับงานที่สร้างใหม่
- พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 22, 24, 26, 37 และ 40: ฐานและความจำเป็นในการใช้ข้อมูล มาตรการความปลอดภัย และข้อตกลงผู้ประมวลผลตามบทบาทจริง
ตรวจตัวบทและแหล่งอ้างอิงเมื่อพฤศจิกายน 2569
คำถามที่พบบ่อย
เริ่มทำงานไปแล้วแต่ยังไม่มีสัญญา ทำเพิ่มตอนนี้ได้ไหม
ผู้ประสานงานอนุมัติงานในแชต ถือว่าบริษัทรับงานแล้วหรือไม่
ที่ปรึกษาขอใช้ชื่อบริษัทและรายงานเป็นผลงานอ้างอิงได้ไหม
จ้างที่ปรึกษาคนเดียว แต่ส่งทีมอื่นมาทำแทนได้หรือไม่
ขอให้ทนายตรวจเฉพาะเงื่อนไขค่าจ้างได้ไหม
อ่านต่อ: บันทึกข้อตกลงและการยุติข้อพิพาท
สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี · คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
ดูประวัติและช่องทางติดต่อผู้เขียน →ทนายในทีมที่ดูแลเรื่องธุรกิจและสัญญา: ทนายรดาพัชร์ ทิพย์รักษ์ · ทนายจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บริการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
ร่างและตรวจสัญญาก่อนลงนาม โดยทนายความสัญญาซื้อขาย กู้ยืม เช่า ก่อสร้าง จ้างงาน และ OEM ร่างฉบับใหม่หรือตรวจฉบับที่คู่สัญญาส่งมา ประเมินขอบเขตงานก่อนเริ่มดูบริการรับร่างสัญญา
ระบบข้อมูลพนักงานตาม PDPA สำหรับนายจ้างและ HRวางระบบข้อมูลผู้สมัครและพนักงานทั้งวงจร พร้อม Privacy Notice, Retention Schedule และ Playbook ที่ HR ใช้ได้จริงดูบริการ HR Privacy Setup
ข้อพิพาทแรงงาน ปรึกษาทนายความเลิกจ้าง ค่าชดเชย และสัญญาจ้าง ดูแลทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างดูบริการคดีแรงงานบทความที่เกี่ยวข้อง
ธุรกิจและสัญญา
สิทธิในผลงานพนักงาน ต้องเขียนในสัญญาจ้างอย่างไร
สิทธิในผลงานพนักงานไม่ได้ตอบจากเจ้าของคอมพิวเตอร์ ต้องแยกลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร และงานเดิม พร้อมเงื่อนไขโอน ใช้งาน และส่งมอบไฟล์
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 8 นาที
ธุรกิจและสัญญา
สัญญาเช่าอาคารพาณิชย์ กฎหมายใหม่ใช้กับร้านและที่อยู่อาศัยอย่างไร
เช่าตึกแถวเปิดร้าน อยู่ชั้นบน หรือให้บริษัทเช่า ต้องใช้กฎ สคบ. หรือไม่ แยกเกณฑ์สามหน่วย เงินประกัน และเอกสารก่อนให้ทนายตรวจร่าง
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 12 นาที
ธุรกิจและสัญญา
สัญญาจะซื้อจะขายบ้าน ที่ดิน คอนโดมือสอง คู่มือตรวจทุกข้อ
คู่มือสัญญาจะซื้อจะขายมือสอง ตั้งแต่ตรวจเจ้าของ โฉนด มัดจำ กู้ไม่ผ่าน ไถ่ถอนจำนอง ถึงจ่ายเงินวันโอน พร้อมตัวอย่างเงื่อนไขและรายการเอกสาร
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 28 นาที
ให้ทนายร่างหรือตรวจสัญญาก่อนเซ็น
ทนายร่างจากข้อตกลงจริงของท่าน ตรวจร่างที่อีกฝ่ายส่งมา และบอกจุดเสี่ยงก่อนลงนาม แจ้งค่าใช้จ่ายเป็นหนังสือก่อนเริ่มงาน