สิทธิในผลงานพนักงาน ต้องเขียนในสัญญาจ้างอย่างไร

สรุปประเด็นสำคัญ
บริษัทจ่ายเงินเดือนให้นักออกแบบและซื้อคอมพิวเตอร์ให้ใช้ แต่เมื่อจะส่งสิทธิในงานให้ลูกค้า กลับไม่พบข้อตกลงเรื่องลิขสิทธิ์ คำว่าเป็นงานบริษัทจึงต้องแปลงเป็นสิทธิที่ระบุและพิสูจน์ได้
สิทธิในผลงานพนักงาน ต้องแยกกฎหมายก่อนร่าง
สิทธิในผลงานพนักงานไม่ได้ตกเป็นของบริษัทเหมือนกันทุกประเภท พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9 วางหลักว่างานที่สร้างในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ถ้าไม่มีหนังสือตกลงเป็นอย่างอื่น ลิขสิทธิ์เป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่นายจ้างมีสิทธินำออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนตามวัตถุประสงค์แห่งการจ้าง การได้ไฟล์ต้นฉบับจึงต้องแยกจากการได้ลิขสิทธิ์
หากบริษัทต้องนำงานไปดัดแปลง ส่งต่อ หรือให้ลูกค้าใช้ในขอบเขตกว้าง ควรตกลงสิทธิเป็นหนังสือให้สอดคล้องกับงานที่ว่าจ้าง และตรวจว่าบริษัทจะรับสิทธิครบพอสำหรับข้อผูกพันกับลูกค้าหรือไม่ งานที่มีอยู่ก่อนเริ่มจ้างหรือมีบุคคลอื่นร่วมสร้างต้องแยกไว้ ไม่รวมด้วยถ้อยคำกว้างว่าผลงานทุกอย่างตลอดชีวิตเป็นของบริษัท
สำหรับการประดิษฐ์ พระราชบัญญัติสิทธิบัตร มาตรา 11 มีหลักเรื่องสิทธิขอรับสิทธิบัตรจากการประดิษฐ์ตามสัญญาจ้างตกแก่นายจ้าง เว้นแต่ตกลงเป็นอย่างอื่น รวมถึงกรณีใช้วิธีการ สถิติ หรือรายงานที่รู้ได้เพราะเป็นลูกจ้างตามเงื่อนไข และมาตรา 12 รับรองบำเหน็จพิเศษของลูกจ้างตามเงื่อนไขซึ่งตัดโดยสัญญาจ้างไม่ได้ จึงไม่ใช้หลักลิขสิทธิ์ตอบเรื่องสิทธิบัตรแทนกัน
ตัวอย่างสมมติ กิจการจ้างคนทำคู่มือสินค้าและออกแบบภาพโฆษณา ต้องตรวจสิทธิในข้อความ ภาพ และองค์ประกอบที่นำมาใช้ต่างหาก ถ้าพนักงานซื้อภาพจากคลังภาพในบัญชีส่วนตัว ใบอนุญาตนั้นอาจจำกัดการใช้หรือส่งต่อ แม้พนักงานยินยอมโอนงานของตนก็ไม่ได้ทำให้บริษัทได้สิทธิในภาพของบุคคลอื่นเกินใบอนุญาต
ข้อตกลงที่ใช้งานได้ควรมีบัญชีประเภทงาน หน้าที่สร้างงาน สิทธิเดิม และวิธีส่งมอบ รวมทั้งกระบวนการตรวจสิทธิก่อนเผยแพร่ ไม่พึ่งเพียงประโยคโอนสิทธิท้ายสัญญาที่ไม่บอกว่างานใดอยู่ในขอบเขต
ข้อยกเว้น: งานลูกจ้างต่างจากงานรับจ้างภายนอก
มาตรา 10 ของกฎหมายลิขสิทธิ์มีหลักสำหรับงานที่สร้างโดยรับจ้างบุคคลอื่นให้ผู้ว่าจ้างมีลิขสิทธิ์ เว้นแต่ตกลงเป็นอย่างอื่น ซึ่งต่างจากมาตรา 9 ที่ใช้กับพนักงาน ต้องพิจารณาความสัมพันธ์จริง ไม่เปลี่ยนหัวเอกสารเป็นจ้างทำของเพื่อหลีกเลี่ยงสิทธิแรงงานหรือสรุปสิทธิในงานโดยไม่ดูวิธีทำงาน
แนวคิดทั่วไป วิธีการ หรือข้อมูลข้อเท็จจริงไม่ได้ได้รับลิขสิทธิ์เพียงเพราะบันทึกไว้ ต้องแยกส่วนที่เป็นงานสร้างสรรค์จากความรู้และทักษะของคนทำงาน รวมถึงทรัพย์สินทางปัญญาชนิดอื่น ข้อตกลงควรมีข้อยกเว้นงานเดิมและงานส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับหน้าที่ โดยระบุว่าหากนำมารวมในผลงานบริษัทจะให้ใช้ได้เพียงใด
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: ได้ไฟล์ไม่เท่ากับได้สิทธิครบ
คนมักเข้าใจว่า บริษัทจ่ายเงินเดือนแล้วจึงเป็นเจ้าของทุกอย่าง หรือการเซ็น NDA ทำให้ได้ลิขสิทธิ์ไปพร้อมกัน แต่ข้อตกลงรักษาความลับมีหน้าที่ต่างจากข้อตกลงจัดสรรสิทธิ
กฎหมายมองว่า ต้องตรวจประเภทงาน ผู้มีสิทธิ และแบบของข้อตกลง การโอนลิขสิทธิ์ที่ไม่ใช่มรดกตามมาตรา 17 ต้องเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน หากไม่ได้ระบุเวลาให้ถือว่าโอนสิบปี จึงไม่ควรเว้นช่วงเวลาไว้โดยเข้าใจว่าเป็นตลอดไป
จุดเสี่ยงจริง คือบริษัทสัญญากับลูกค้าว่าส่งสิทธิทั้งหมด แต่ยังไม่เคยรับสิทธิจากผู้สร้างสรรค์หรือยังมีส่วนประกอบของผู้อื่นติดอยู่ ควรทำตารางเส้นทางสิทธิจากผู้สร้างถึงบริษัทและผู้รับปลายทาง พร้อมตรวจสิทธิของผู้สร้างสรรค์ตามมาตรา 18 แยกจากสิทธิทางเศรษฐกิจ ไม่ถือว่าการโอนตัดทุกสิทธิโดยอัตโนมัติ
มองสองฝั่ง: บริษัทต้องใช้ต่อ พนักงานต้องรู้ขอบเขต
| ประเด็น | บริษัทควรได้รับความชัด | พนักงานควรตรวจ |
|---|---|---|
| งานในหน้าที่ | ประเภทผลงานและการใช้ที่ต้องการ | ไม่รวมงานส่วนตัวเกินเหตุ |
| งานที่มีอยู่ก่อน | สิทธิใช้ส่วนที่นำมาประกอบ | รายการที่ยังเป็นสิทธิเดิม |
| ส่วนประกอบภายนอก | หลักฐานใบอนุญาตและข้อจำกัด | ไม่รับรองสิทธิที่ตนไม่มี |
| ส่งมอบ | ไฟล์แก้ไขได้ รุ่นงาน และที่เก็บ | รายการและวันส่งที่ทำได้จริง |
| หลังพ้นงาน | การใช้ต่อและหน้าที่ช่วยเอกสารที่เหมาะสม | ขอบเขตการแสดงผลงานและความลับ |
การกำหนดสิทธิแสดงผลงานในแฟ้มประวัติควรคุยก่อนเกิดเหตุ เช่น จะใช้ได้หลังลูกค้าเผยแพร่แล้วหรือเมื่อตัดข้อมูลลับออกอย่างไร ไม่อนุญาตให้ใช้ทุกงานเพียงเพราะเป็นผู้สร้าง และไม่ห้ามทุกการกล่าวถึงโดยไม่ดูความจำเป็น บริษัทกับพนักงานควรเห็นตัวอย่างงานที่อยู่ในแต่ละประเภทเพื่อลดการตีความต่างกัน
เส้นเวลา: ตกลงก่อนสร้างและตรวจอีกครั้งก่อนส่งลูกค้า
ก่อนเริ่มโครงการให้ระบุหน้าที่สร้างงานและบัญชีงานเดิม ก่อนนำองค์ประกอบภายนอกมาใช้ให้ตรวจใบอนุญาต เมื่อส่งงานให้เก็บรุ่นและผู้สร้างที่เกี่ยวข้อง และก่อนบริษัทส่งสิทธิให้ลูกค้าให้ทบทวนว่าได้รับสิทธิตรงกับที่สัญญาไว้แล้วหรือยัง การตรวจวันส่งมอบไฟล์อย่างเดียวอาจช้าเกินไปสำหรับงานที่ติดข้อจำกัดใช้เชิงพาณิชย์
หากเป็นการโอนลิขสิทธิ์ ต้องระบุวันเริ่มและช่วงเวลาชัดเจน หากไม่ระบุเวลาจะมีผลตามหลักสิบปีในมาตรา 17 ไม่ใช่ข้อสรุปว่าลิขสิทธิ์ของงานมีอายุเพียงสิบปี ส่วนสิทธิขอรับสิทธิบัตรและบำเหน็จพิเศษมีขั้นตอนของกฎหมายเฉพาะ ต้องตรวจข้อมูลการประดิษฐ์และกำหนดเวลาที่เกี่ยวข้องแยกต่างหาก
เมื่อพนักงานพ้นงาน ให้ตรวจรายการส่งมอบและสิทธิที่ยังต้องทำเอกสาร ไม่ใช้การค้างคืนไฟล์เป็นเหตุหักหรือระงับค่าจ้างทั้งหมดโดยไม่ตรวจฐานกฎหมาย ควรเก็บประวัติการส่งงานในระบบของกิจการเพื่อไม่ต้องพึ่งบัญชีส่วนตัวของผู้สร้างเพียงแห่งเดียว
ตัวอย่างเงิน: ราคางานไม่ได้บอกขอบเขตสิทธิ
สมมติกิจการมีงบออกแบบโครงการ 60,000 บาท และต้องซื้อใบอนุญาตภาพเพิ่ม 8,000 บาท รวมเงินตามแผน 68,000 บาท ตัวเลขนี้ไม่แปลว่าได้รับสิทธิใช้ภาพได้ไม่จำกัด ต้องดูว่าใบอนุญาตครอบคลุมผู้ใช้ ช่องทาง จำนวนหรือการส่งต่อที่ต้องการหรือไม่ และไม่ใช้ใบเสร็จค่าใช้จ่ายแทนหนังสือโอนสิทธิในส่วนที่ต้องทำเป็นหนังสือ
หากตรวจพบว่าต้องเปลี่ยนองค์ประกอบก่อนส่งลูกค้าและมีต้นทุนสมมติอีก 12,000 บาท เงินรวมอาจเป็น 80,000 บาท แต่จำนวนนี้ยังไม่ใช่ค่าเสียหายที่เรียกจากพนักงานได้โดยอัตโนมัติ ต้องตรวจหน้าที่ เหตุที่เกิด ความเสียหาย และข้อจำกัดการเรียกหรือหักเงินแยกกัน
สำหรับบำเหน็จพิเศษของผู้ประดิษฐ์ ไม่ควรใช้เงินเดือนหรือค่าจ้างโครงการในตัวอย่างไปสรุปว่ารวมสิทธิดังกล่าวแล้ว เพราะมาตรา 12 มีกลไกและปัจจัยเฉพาะ การร่างควรระบุช่องทางแจ้งการประดิษฐ์และเก็บข้อมูลประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง แทนการเขียนสละสิทธิล่วงหน้า
หลักฐานที่ต้องจัดก่อนร่างข้อสิทธิในผลงาน
- สัญญาจ้าง หน้าที่งาน และคำสั่งโครงการที่เกี่ยวกับการสร้างงาน
- ตัวอย่างประเภทงานพร้อมรายชื่อผู้มีส่วนสร้างเท่าที่จำเป็น
- บัญชีงานเดิมและส่วนที่นำมารวมในงานบริษัท
- ใบอนุญาตภาพ ฟอนต์ ซอฟต์แวร์ หรือองค์ประกอบบุคคลอื่น
- ข้อผูกพันที่บริษัทให้ไว้กับลูกค้าปลายทาง
- รุ่นไฟล์ ที่จัดเก็บ และรายการส่งมอบที่ต้องการ
- ข้อมูลการประดิษฐ์ หากงานเกี่ยวข้องกับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร
อย่าส่งสูตรหรือความลับทั้งหมดโดยไม่มีช่องทางที่เหมาะสม เริ่มด้วยคำอธิบายประเภทงานและข้อจำกัดก่อน แล้วตกลงเอกสารจำเป็นกับผู้ตรวจ หากมีผู้สร้างหลายคนหรือบริษัทรับงานต่อจากอีกบริษัท ต้องตรวจสิทธิทุกช่วง ไม่ถือว่าหัวหน้าทีมลงนามคนเดียวแทนสิทธิของผู้สร้างทุกคนได้โดยไม่มีอำนาจ
เรื่องที่เชื่อมกัน: สัญญาจ้าง ความลับ และการส่งคืน
ควรผูกข้อสิทธิเข้ากับ ชุดสัญญาจ้างงาน SME ให้หน้าที่งานตรงกัน และแยก ข้อตกลงรักษาความลับพนักงาน สำหรับข้อมูลที่ต้องรักษา เพราะสิทธิใช้ผลงานกับหน้าที่ไม่เปิดเผยข้อมูลอาจมีขอบเขตและระยะเวลาต่างกัน
เมื่อต้องส่งเครื่องและไฟล์คืน ใช้ บันทึกส่งคืนทรัพย์สินบริษัท ระบุสิ่งที่ได้รับจริง แต่การเซ็นรับคืนอุปกรณ์ไม่ใช่เอกสารโอนลิขสิทธิ์ในตัวเอง และการมีข้อมูลลูกค้าอยู่ในไฟล์ยังต้องตรวจสิทธิการเข้าถึงและการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์
ทางไปต่อ: ทำบัญชีงานก่อนเขียนคำว่าเป็นของบริษัท
- แยกประเภทงานและกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้อง
- ระบุผู้สร้าง งานเดิม และส่วนประกอบภายนอก
- เทียบสิทธิที่บริษัทต้องใช้กับสิทธิที่มีอยู่จริง
- เลือกข้อตกลงจัดสรร โอน หรืออนุญาตใช้ให้ถูกแบบ
- กำหนดการส่งมอบและการตรวจสิทธิก่อนเผยแพร่
| สถานการณ์ | งานที่ควรทำ | เอกสารตั้งต้น |
|---|---|---|
| กำลังรับทีมสร้างสรรค์ | ร่างข้อสิทธิและบัญชีงานเดิม | หน้าที่กับตัวอย่างผลงาน |
| มีงานแล้วแต่เอกสารไม่ชัด | ตรวจเจ้าของและจัดเอกสารเฉพาะงาน | ไฟล์และสัญญาที่เกี่ยวข้อง |
| จะส่งสิทธิให้ลูกค้า | ตรวจเส้นทางสิทธิและใบอนุญาต | สัญญาลูกค้ากับเอกสารผู้สร้าง |
หากบริษัทต้องรับรองสิทธิให้ลูกค้าแต่สัญญาพนักงานยังไม่มีข้อตกลงชัด ส่งสัญญาเดิม ประเภทงาน และขอบเขตใช้ที่ต้องการผ่าน หน้าติดต่อสำนักงาน เพื่อประเมิน งานร่างและตรวจข้อตกลงสิทธิในผลงาน ก่อนยืนยันสิทธิเกินกว่าที่บริษัทได้รับ
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 9–10: งานลูกจ้างและงานรับจ้างมีหลักจัดสรรต่างกัน
- มาตรา 15–18: สิทธิ การอนุญาต การโอน และสิทธิผู้สร้างสรรค์
- ตัวบทลิขสิทธิ์รวมแก้ไขถึงฉบับที่ 5 จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา
- พ.ร.บ.สิทธิบัตร มาตรา 11–12: สิทธิขอรับสิทธิบัตรและบำเหน็จพิเศษ
- ตัวบทสิทธิบัตรจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ตรวจ 7 ตุลาคม 2569
คำถามที่พบบ่อย
บริษัทซื้อคอมพิวเตอร์ให้ ถือว่าได้ลิขสิทธิ์ด้วยไหม
มี NDA แล้วต้องทำข้อสิทธิในงานอีกหรือไม่
พนักงานนำงานเก่ามาใช้ในโครงการบริษัทได้ไหม
เขียนว่าสละบำเหน็จจากสิ่งประดิษฐ์ล่วงหน้าได้หรือไม่
สาขาที่เชี่ยวชาญ: คดีแพ่งและการว่าความ · คดีอาญา · ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ธุรกิจและสัญญา
สัญญา OEM เครื่องสำอางและอาหารเสริม แบ่งหน้าที่อย่างไร
สัญญา OEM เครื่องสำอางและอาหารเสริมต้องแบ่งงานจดแจ้ง ฉลาก โฆษณา และเรียกคืนอย่างไร เจ้าของแบรนด์ควรขอหลักฐานอะไรจากโรงงานก่อนเปิดขาย
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 9 นาที
ธุรกิจและสัญญา
สัญญา OEM สินค้าไม่ผ่านสเปก ตรวจรับและเรียกคืนอย่างไร
สัญญา OEM สินค้าไม่ผ่านสเปก ต้องแยกตรวจรับ แก้ไข คืนสินค้า และเรียกคืนจากตลาดอย่างไร พร้อมหลักฐานล็อตผลิตที่ช่วยระบุผู้รับผิดได้ชัดเจน
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 9 นาที
ธุรกิจและสัญญา
ร่างสัญญาจ้างผลิต OEM ต้องกำหนดสูตรและสิทธิอะไร
ร่างสัญญาจ้างผลิต OEM ก่อนจ่ายมัดจำ ต้องแยกสูตรเดิม สูตรพัฒนาใหม่ สิทธิใช้แบรนด์ และเอกสารส่งมอบอย่างไร เพื่อไม่ติดโรงงานเมื่อเปลี่ยนคู่ค้า
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 9 นาที
ปรึกษาทนายกฎหมายธุรกิจของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ