สัญญา OEM เครื่องสำอางและอาหารเสริม แบ่งหน้าที่อย่างไร

สรุปประเด็นสำคัญ
สัญญา OEM เครื่องสำอางและอาหารเสริมไม่ควรเขียนรวมว่าโรงงานดูแล อย. ทั้งหมด ต้องระบุว่าดูแลขั้นตอนใด ใช้ชื่อใครยื่น และแบรนด์จะได้รับเอกสารอะไร เพราะหน้าที่ตามกฎหมายไม่ได้ย้ายไปทั้งหมดด้วยประโยคในสัญญา
สัญญา OEM ต้องแบ่งงานผลิตกับงานกำกับดูแล
เครื่องสำอางกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอยู่ภายใต้กฎหมายคนละชุด การตัดสินประเภทต้องดูส่วนประกอบ รูปแบบ วิธีใช้ และวัตถุประสงค์ของผลิตภัณฑ์ ไม่ดูเพียงชื่อทางการตลาด สำหรับเครื่องสำอาง พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 มาตรา 14 กำหนดให้ผู้ประสงค์ผลิตเพื่อขาย นำเข้าเพื่อขาย หรือรับจ้างผลิต จดแจ้งรายละเอียดและได้รับใบรับจดแจ้งก่อนจึงผลิตหรือนำเข้าได้ โดยต้องอ่านร่วมกฎหมายแก้ไขและหลักเกณฑ์ที่ใช้กับกรณีจริง การให้โรงงานยื่นแทนจึงต้องมีข้อมูลและอำนาจที่ถูกต้อง
งานเอกสารควรแยกเป็นสถานที่ผลิตหรือเก็บ ผลิตภัณฑ์และสูตร ฉลาก และข้อความโฆษณา แต่ละงานอาจต้องใช้หลักฐานหรือขั้นตอนต่างกัน สัญญาควรระบุชื่อผู้รับผิดชอบ ผู้มีสิทธิถือและใช้เอกสาร ผู้จัดค่าใช้จ่าย และผู้แก้เมื่อถูกขอข้อมูลเพิ่ม เจ้าของแบรนด์ควรมีสำเนาฉบับที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของตนและสิทธิขอข้อมูลที่จำเป็น ไม่รับเพียงภาพเลขที่แจ้งทางแชตแล้วถือว่าเอกสารครบทุกส่วน
มาตรา 41 ของกฎหมายเครื่องสำอางห้ามโฆษณาเท็จ เกินจริง หรือทำให้เข้าใจผิด รวมถึงข้อความรักษาโรคหรือเกินจุดมุ่งหมายเครื่องสำอาง ส่วนอาหารต้องแยกหลักห้ามโฆษณาเท็จตามพระราชบัญญัติอาหาร มาตรา 40 และการขออนุญาตข้อความที่เข้าเกณฑ์ตามมาตรา 41 ปัจจุบันมีประกาศหลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร พ.ศ. 2569 ซึ่งกำหนดทั้งลักษณะที่ไม่ต้องขอพิจารณาก่อนและลักษณะที่ต้องขอ การมีเลขสารบบอาหารจึงไม่ใช่ใบอนุญาตให้ใช้ทุกคำขาย
ตัวอย่างสมมติ โรงงานผลิตครีมตามสูตรและฉลากที่ตกลง แต่แบรนด์จ้างผู้รีวิวพูดเพิ่มว่าสามารถรักษาโรคได้ แม้โรงงานดำเนินการจดแจ้งสินค้าแล้ว ข้อความใหม่ก็ยังต้องถูกตรวจตามกฎหมายโฆษณา สัญญาที่ดีจึงกำหนดว่าใครเป็นผู้จัดข้อความ ใครตรวจหลักฐาน และใครอนุมัติฉบับที่จะเผยแพร่จริง พร้อมวิธีระงับหรือแก้สื่อเมื่อพบปัญหา ไม่ปล่อยให้คนทำตลาดเข้าใจว่าเอกสารผลิตภัณฑ์อนุญาตคำพูดทั้งหมด
ข้อยกเว้น: ข้อสัญญาไม่แทนใบอนุญาตและหน้าที่รัฐ
การตกลงให้โรงงานรับผิดค่าใช้จ่ายหรือจัดเอกสารเป็นเรื่องระหว่างคู่สัญญา ไม่ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ยังขาดขั้นตอนตามกฎหมายสามารถผลิตหรือขายได้ และไม่ทำให้หน่วยงานต้องยอมรับการแบ่งหน้าที่นั้นแทนผู้มีหน้าที่ตามตัวบท หากรายละเอียดสินค้าเปลี่ยน ต้องตรวจว่าต้องแก้จดแจ้ง ขออนุญาตใหม่ หรือดำเนินการใดก่อนเริ่มผลิตรุ่นใหม่
ข้อตกลงว่าโรงงานรับผิดผู้บริโภคทั้งหมดก็ไม่ตัดสิทธิของผู้เสียหายตามกฎหมายสินค้าไม่ปลอดภัย ซึ่งนิยามผู้ประกอบการรวมผู้ว่าจ้างให้ผลิตไว้ด้วย การแบ่งเงินชดใช้ภายในจึงต้องแยกจากความรับผิดภายนอก สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะคาบเกี่ยวอาหาร ยา สมุนไพร หรือเครื่องสำอาง ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจประเภทก่อนร่างรายการเอกสาร ไม่บังคับทุกสินค้าเข้ากระบวนการเดียวกัน
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: เลขผลิตภัณฑ์ไม่ใช่คำขาย
คนมักเข้าใจว่า โรงงานให้เลข อย. มาแล้ว แบรนด์สามารถใช้ภาพก่อนหลังหรือคำกล่าวอ้างใดก็ได้ และหากสื่อผิดโรงงานต้องรับผิดเพราะเป็นคนผลิต ความเข้าใจนี้ข้ามขั้นตอนตรวจข้อความที่แบรนด์ เอเจนซี หรือผู้รีวิวสร้างเพิ่มหลังรับสินค้าไปแล้ว
กฎหมายมองว่า การผลิต การแสดงฉลาก และการโฆษณามีหน้าที่และข้อห้ามของตนเอง เอกสารขั้นหนึ่งไม่แทนอีกขั้นทั้งหมด ประกาศโฆษณาอาหารปี 2569 ข้อ 6 และ 7 แยกลักษณะข้อความที่ไม่ต้องนำมาพิจารณาก่อนกับที่ต้องขออนุญาตไว้ แต่แม้อยู่ในข้อยกเว้นการขอก็ยังต้องไม่ใช้ข้อความต้องห้ามหรือหลอกลวง
จุดเสี่ยงจริง คือฉบับสื่อที่เผยแพร่ไม่ตรงกับฉบับที่ตรวจแล้ว สัญญาควรมีเลขรุ่นไฟล์ รายชื่อผู้อนุมัติ และหน้าที่ของผู้ว่าจ้างสื่อให้ควบคุมการแก้ข้อความ รวมทั้งกระบวนการเรียกคืนไฟล์เก่าจากตัวแทนจำหน่าย ไม่เก็บเฉพาะไฟล์อนุมัติในสำนักงานขณะที่ร้านค้าใช้ฉบับอื่นอยู่
มองสองฝั่ง: ตารางเจ้าของงานก่อนเปิดขาย
| งาน | แบรนด์ควรรับผิดชอบหรือยืนยัน | โรงงานควรส่งมอบหรือยืนยัน |
|---|---|---|
| ประเภทและสูตร | วัตถุประสงค์สินค้าและตลาดเป้าหมาย | ส่วนประกอบและข้อมูลเทคนิคที่ถูกต้อง |
| เอกสารผลิตภัณฑ์ | ชื่อผู้ยื่น สิทธิใช้ และสำเนาที่ต้องได้รับ | เอกสารผลิตและหลักฐานที่ตกลงจัดหา |
| ฉลาก | แบบที่อนุมัติและข้อมูลการจำหน่าย | ข้อมูลจำเป็นด้านผลิตและข้อจำกัด |
| โฆษณา | คำขายจริงและการควบคุมผู้ทำสื่อ | หลักฐานทางเทคนิคที่อ้างได้ตามขอบเขต |
| ร้องเรียนและเรียกคืน | ข้อมูลช่องทางขายและการประสานลูกค้า | ข้อมูลล็อต สาเหตุ และมาตรการผลิต |
ตารางนี้เป็นจุดเริ่มต้นการต่อรอง ไม่ใช่การกำหนดว่าโรงงานทุกแห่งมีหน้าที่ทำงานทุกช่องโดยไม่มีค่าตอบแทน หากจ้างผู้เชี่ยวชาญกำกับดูแลแยกต่างหาก ต้องระบุผู้ส่งข้อมูลและผู้ประสานให้ครบ แบรนด์ควรมีผู้ตรวจว่าข้อมูลในใบเสนอราคา ฉลาก และเอกสารยื่นตรงกันก่อนอนุมัติพิมพ์บรรจุภัณฑ์จำนวนมาก เพื่อให้ความผิดพลาดถูกแก้ก่อนกลายเป็นสินค้าคงคลัง
ไทม์ไลน์: อย่าให้วันเปิดตัวนำหน้าขั้นตอนจำเป็น
ก่อนวางเงินผลิตให้ตรวจประเภทสินค้าและสถานะสถานที่ที่เกี่ยวข้อง ช่วงพัฒนาให้กำหนดเงื่อนไขอนุมัติสูตรและเอกสารที่ต้องพร้อมก่อนเริ่มผลิตเพื่อขาย ช่วงพิมพ์ฉลากต้องระบุผู้รับรองฉบับสุดท้ายและผลของการเปลี่ยนข้อมูล ส่วนวันเริ่มโฆษณาควรผูกกับการได้รับอนุญาตเมื่อข้อความเข้าเกณฑ์ ไม่กำหนดวันยิงสื่อโดยถือว่าการยื่นคำขอเท่ากับอนุมัติแล้ว
ประกาศหลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร พ.ศ. 2569 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 27 กรกฎาคม 2569 และใช้วันถัดไป พร้อมยกเลิกประกาศปี 2564 การเตรียมสื่อใหม่จึงควรตรวจฉบับปัจจุบัน ส่วนการใช้ใบอนุญาตเดิมต้องตรวจเงื่อนไขและบทที่เกี่ยวข้องเฉพาะใบ ไม่สรุปว่าใบเก่าทุกใบหมดผลหรือใช้ต่อได้ทุกกรณีจากชื่อประกาศอย่างเดียว
เมื่อเปลี่ยนสูตร โรงงาน หรือรายละเอียดสำคัญ ให้มีจุดหยุดตรวจเอกสารก่อนใช้ล็อตใหม่ หากเกิดเหตุร้องเรียนต้องระบุช่องทางแจ้งเร่งด่วนและผู้ตัดสินใจตามความร้ายแรง ระยะตอบกลับที่ตกลงในสัญญาไม่ตัดกำหนดตามกฎหมายหรือคำสั่งเจ้าหน้าที่ ใช้ เครื่องมือเรียงวันและเอกสาร จัดลำดับการอนุมัติเพื่อไม่ให้ไฟล์เก่าหลุดไปผลิต
ตัวเลขสมมติ: ฉลากผิดก่อนและหลังพิมพ์ต่างกัน
สมมติสั่งกล่อง 10,000 ใบ ใบละ 8 บาท รวม 80,000 บาท หากตรวจพบข้อความที่ใช้ไม่ได้หลังพิมพ์ และต้องพิมพ์ใหม่ทั้งชุด ต้นทุนพิมพ์เพิ่มตามสมมติฐานคือ 80,000 บาท ยังไม่รวมขนส่งหรือการจัดการกล่องเดิม หากตรวจและแก้ไฟล์ก่อนพิมพ์โดยมีค่าแก้แบบ 3,000 บาท ความต่างของค่าใช้จ่ายสองทางคือ 77,000 บาท ตัวเลขนี้ใช้แสดงผลของจุดตรวจ ไม่ใช่ราคามาตรฐานบริการ
หากการผลิตเลื่อนและมีค่ายกเลิกสื่อที่พิสูจน์ได้ 20,000 บาท ต้องแยกว่าเกิดจากฝ่ายใดส่งข้อมูลช้า ข้อความของใครผิด และคู่สัญญาเคยทราบกำหนดเปิดตัวหรือไม่ ไม่ใช่นำค่าใช้จ่ายทางตลาดทั้งหมดไปบวกให้โรงงานรับโดยไม่มีฐาน ส่วนค่าธรรมเนียมรัฐ ค่าแล็บ ค่าผู้เชี่ยวชาญ และค่าร่างสัญญาควรแยกใบเสนอราคาให้ชัดว่าใครจัดและใครจ่าย
การกำหนดเพดานความรับผิดภายในต้องตรวจผลใช้บังคับและข้อยกเว้น ไม่ใช้เพดานค่าจ้างไปสรุปว่าผู้เสียหายภายนอกเรียกร้องได้แค่นั้น การทำประกันควรอ่านความคุ้มครอง ข้อยกเว้น และหน้าที่แจ้งเหตุจริง ไม่ถือว่ามีกรมธรรม์แล้วทุกค่าเรียกคืนจะเบิกได้
หลักฐานที่แบรนด์ควรขอก่อนอนุมัติผลิตขาย
- ข้อมูลนิติบุคคลและสถานที่ผลิต พร้อมหลักฐานอนุญาตหรือรับรองที่ตรงประเภทงาน
- เอกสารผลิตภัณฑ์และสูตรฉบับที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่จะจำหน่าย ไม่ใช้เลขของสินค้าอื่น
- ฉลากฉบับอนุมัติและที่มาข้อมูลที่ต้องแสดง รวมถึงวิธีใช้และคำเตือนตามกรณี
- หลักฐานสนับสนุนข้อความโฆษณาและใบอนุญาตเมื่อเข้าเกณฑ์ พร้อมฉบับสื่อจริง
- ข้อมูลล็อตผลิต ผู้รับผิดชอบข้อร้องเรียน และรายการเอกสารที่จะส่งเมื่อเปลี่ยนโรงงาน
ควรตรวจชื่อสินค้า ชื่อผู้ประกอบการ สถานที่ และสถานะในเอกสารให้ตรงกัน รวมทั้งวันที่ตรวจสอบ ไม่ใช้เพียงโลโก้มาตรฐานในโบรชัวร์แทนหลักฐานขอบเขตการรับรอง หากเอกสารเป็นความลับ ให้กำหนดสิทธิอ่านและผู้รับข้อมูลเท่าที่จำเป็น แต่ไม่ยอมรับเงื่อนไขที่ทำให้แบรนด์ไม่สามารถได้ข้อมูลที่ต้องใช้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย
ต่อเอกสารกำกับดูแลเข้ากับสัญญาและการตรวจรับ
อ่าน สัญญา OEM เรื่องสิทธิในสูตรและเอกสารส่งมอบ เพื่อไม่ให้การย้ายโรงงานติดข้อจำกัดที่เพิ่งพบภายหลัง และใช้ เงื่อนไขตรวจรับและเรียกคืนสินค้า OEM เชื่อมข้อมูลอนุมัติกับล็อตที่ผลิตจริง การมีเอกสารยื่นถูกต้องไม่ได้พิสูจน์ว่าสินค้าทุกล็อตผลิตตรงเอกสารโดยอัตโนมัติ
คู่สัญญาควรกำหนดลำดับเอกสารเมื่อข้อความขัดกัน เช่น สัญญาหลัก ภาคผนวกสูตร สเปก และใบสั่งผลิต พร้อมระบุวิธีเปลี่ยนแปลงที่ต้องมีผู้มีอำนาจอนุมัติ เอกสารกำกับดูแลที่มีผลบังคับตามกฎหมายต้องถูกนำมาพิจารณาด้วย ไม่ให้ใบสั่งงานเร่งด่วนลบข้อกำหนดที่จำเป็นต่อการผลิตและจำหน่ายอย่างถูกต้อง
ทางไปต่อ: ให้สัญญาระบุคน งาน และหลักฐาน
- ยืนยันประเภทสินค้าและขั้นตอนกำกับดูแลที่ใช้จริง
- ทำตารางผู้จัด ผู้ตรวจ ผู้อนุมัติ และผู้ถือเอกสารแต่ละรายการ
- กำหนดเงื่อนไขก่อนเริ่มผลิต พิมพ์ฉลาก และเผยแพร่สื่อ
- เตรียมการเปลี่ยนสูตร เปลี่ยนโรงงาน และยุติโครงการ
- เชื่อมข้อร้องเรียนกับข้อมูลล็อตและแผนเรียกคืน
| ความพร้อมปัจจุบัน | งานเอกสารที่ควรเริ่ม | สิ่งที่ต้องส่งตรวจ |
|---|---|---|
| มีโรงงานและใบเสนอราคา | ร่างหน้าที่และเงื่อนไขก่อนผลิต | ประเภทสินค้าและขอบเขตที่โรงงานรับ |
| มีสัญญาแต่เขียนรวม | แก้ภาคผนวกแบ่งงาน | ร่างเดิมและรายการเอกสารที่มี |
| เปิดขายแล้วจะเปลี่ยนคู่ค้า | ตรวจสิทธิและแผนส่งต่อ | เอกสารผลิตภัณฑ์ สูตร และสื่อที่ใช้ |
หากร่างเดิมใช้คำว่าโรงงานดูแล อย. โดยไม่แจกแจงงาน หรือกำลังจะจ่ายเงินพิมพ์ฉลากจำนวนมาก ส่งร่าง ใบเสนอราคา ประเภทสินค้า และกำหนดเปิดตัวผ่าน ติดต่อประเมินงานสัญญา OEM สำหรับแบรนด์ พร้อมดู บริการร่างและตรวจสัญญา เพื่อกำหนดงานกฎหมายและประสานข้อมูลกับผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ให้ครบก่อนดำเนินการ
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 มาตรา14และ41: การจดแจ้งและข้อห้ามโฆษณา อ่านร่วม ฉบับแก้ไขปี2565
- ประกาศหลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร พ.ศ.2569 ข้อ1–2และ4–7: วันใช้บังคับ ยกเลิกฉบับเดิม ข้อห้าม และเกณฑ์ขออนุญาต ออกตาม พ.ร.บ.อาหาร มาตรา40–42
- ตารางกฎหมายกองอาหาร ระบุสถานะประกาศโฆษณาอาหารปี2569ใช้บังคับ 28กรกฎาคม2569
- กฎหมายสินค้าไม่ปลอดภัย มาตรา4–9: ผู้ว่าจ้างให้ผลิตและความรับผิดต่อผู้เสียหาย
ตรวจแหล่งทางการ 7 ตุลาคม 2569 ต้องตรวจประกาศและขั้นตอนเฉพาะสูตร รูปแบบสินค้า สถานที่ และสื่อที่จะใช้จริงก่อนดำเนินการ
คำถามที่พบบ่อย
เครื่องสำอางและอาหารเสริมใช้ขั้นตอน อย. เหมือนกันไหม
มีเลขผลิตภัณฑ์แล้วโฆษณาได้ทุกข้อความหรือไม่
ปี2569ควรตรวจหลักเกณฑ์โฆษณาอาหารฉบับใด
เปลี่ยนโรงงานใช้เอกสารผลิตภัณฑ์เดิมได้เลยหรือไม่
สาขาที่เชี่ยวชาญ: คดีแพ่งและการว่าความ · คดีอาญา · ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ธุรกิจและสัญญา
สัญญา OEM สินค้าไม่ผ่านสเปก ตรวจรับและเรียกคืนอย่างไร
สัญญา OEM สินค้าไม่ผ่านสเปก ต้องแยกตรวจรับ แก้ไข คืนสินค้า และเรียกคืนจากตลาดอย่างไร พร้อมหลักฐานล็อตผลิตที่ช่วยระบุผู้รับผิดได้ชัดเจน
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 9 นาที
ธุรกิจและสัญญา
ร่างสัญญาจ้างผลิต OEM ต้องกำหนดสูตรและสิทธิอะไร
ร่างสัญญาจ้างผลิต OEM ก่อนจ่ายมัดจำ ต้องแยกสูตรเดิม สูตรพัฒนาใหม่ สิทธิใช้แบรนด์ และเอกสารส่งมอบอย่างไร เพื่อไม่ติดโรงงานเมื่อเปลี่ยนคู่ค้า
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 9 นาที
ธุรกิจและสัญญา
สินไถ่ขายฝากที่ดิน ต้องระบุยอดและแจ้งกำหนดอย่างไร
สินไถ่ขายฝากที่ดินคิดจากอะไร หนังสือแจ้งต้องส่งเมื่อใด และถ้าผู้ซื้อไม่รับเงินควรเตรียมวางทรัพย์อย่างไร ตรวจยอดก่อนวันไถ่มาถึง
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 9 นาที
ปรึกษาทนายกฎหมายธุรกิจของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ