สัญญา OEM สินค้าไม่ผ่านสเปก ตรวจรับและเรียกคืนอย่างไร

สรุปประเด็นสำคัญ
สัญญา OEM สินค้าไม่ผ่านสเปกควรบอกได้ว่าผิดเกณฑ์ข้อใด ใครทดสอบ และจะจัดการล็อตนั้นอย่างไร หากมีแต่คำว่าได้มาตรฐาน ทั้งแบรนด์และโรงงานอาจเถียงกันตั้งแต่ขั้นพิสูจน์ปัญหาไปจนถึงค่าเรียกคืน
สินค้า OEM ไม่ผ่านสเปก ต้องแยกความผิดแต่ละชั้น
เริ่มจากแยกว่าไม่ตรงสัญญาหรืออาจไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้ สินค้าที่สีบรรจุภัณฑ์ไม่ตรงตัวอย่างอาจเป็นปัญหาตามสัญญา แต่สินค้าที่ปนเปื้อนหรือไม่มีคำเตือนที่เหมาะสมอาจเกี่ยวกับความปลอดภัยด้วย การจัดระดับปัญหาต้องใช้ผลทดสอบและผู้เชี่ยวชาญที่ตรงผลิตภัณฑ์ ไม่ให้ฝ่ายการตลาดเป็นผู้ตัดสินเพียงจากภาพถ่าย ในสัญญาควรระบุสเปก วิธีเก็บตัวอย่าง ห้องทดสอบ เกณฑ์ผ่าน และทางตรวจซ้ำเมื่อผลไม่ตรงกัน
หากเป็นจ้างทำของ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 592 ให้ผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนตรวจตรางานระหว่างทำได้ มาตรา 594 วางกลไกบอกกล่าวให้แก้ในเวลาอันสมควรเมื่อคาดหมายแน่นอนว่าจะทำงานบกพร่องหรือฝ่าฝืนสัญญาเพราะความผิดผู้รับจ้าง ส่วนการรับมอบงานทั้งที่บกพร่องโดยไม่ทักท้วงต้องตรวจมาตรา 598 ซึ่งมีข้อยกเว้นสำหรับข้อบกพร่องที่ไม่พึงพบขณะรับมอบหรือที่ถูกปิดบัง จึงควรเขียนใบรับของกับใบตรวจคุณภาพให้แยกกันตามการทำงานจริง
พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 4 รวมผู้ผลิตและผู้ว่าจ้างให้ผลิตอยู่ในนิยามผู้ประกอบการ และมาตรา 5 กำหนดความรับผิดร่วมต่อผู้เสียหายภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย การตกลงภายในว่าโรงงานรับผิดทั้งหมดจึงไม่ได้ทำให้เจ้าของแบรนด์พ้นจากการถูกเรียกร้องโดยอัตโนมัติ อีกทั้งความเสียหายตามกฎหมายนี้ไม่รวมความเสียหายต่อตัวสินค้าที่ไม่ปลอดภัยนั้นเอง ซึ่งต้องตรวจสิทธิตามฐานอื่น
ตัวอย่างสมมติ แบรนด์รับสินค้า 5,000 ชิ้น พนักงานคลังเซ็นรับจำนวนกล่อง ต่อมาผลทดสอบล็อตพบรายการไม่ตรงเกณฑ์ที่อนุมัติ ต้องตรวจว่าใครมีอำนาจรับคุณภาพ ขั้นตอนที่ตกลงเป็นอย่างไร และข้อบกพร่องพึงพบเมื่อรับหรือไม่ ระหว่างพิสูจน์สาเหตุควรแยกกักสินค้าล็อตเกี่ยวข้องและประเมินความปลอดภัย หากมีอันตรายต่อผู้ใช้ ต้องดำเนินมาตรการที่จำเป็นตามกฎหมายและคำสั่งเจ้าหน้าที่ ไม่รอจนคู่สัญญาตกลงคนจ่ายค่าเสียหายเสร็จก่อน
ข้อยกเว้น: คำสั่งแบรนด์ไม่ได้ปลดโรงงานเสมอ
มาตรา 591 ของกฎหมายจ้างทำของให้ตรวจว่าข้อบกพร่องหรือความล่าช้าเกิดจากวัสดุหรือคำสั่งผู้ว่าจ้างหรือไม่ และผู้รับจ้างรู้อยู่แล้วว่าไม่เหมาะหรือไม่ถูกต้องแต่ไม่ได้เตือนหรือไม่ โรงงานจึงควรบันทึกคำเตือนและข้อเสนอแก้ไข ส่วนแบรนด์ควรตอบอนุมัติอย่างมีข้อมูล ไม่ใช้ข้อความสั้นว่าให้ทำตามเดิมแทนการประเมินผลที่อาจเกิดขึ้น
ในกฎหมายสินค้าไม่ปลอดภัย มาตรา 8 ให้ผู้ผลิตตามคำสั่งยกข้อยกเว้นได้เมื่อพิสูจน์ว่าความไม่ปลอดภัยมาจากการออกแบบหรือคำสั่งของผู้ว่าจ้าง และตนไม่ได้คาดเห็นและไม่ควรคาดเห็นถึงความไม่ปลอดภัย ต้องครบเงื่อนไข จึงไม่ใช่เกราะคุ้มกันทุกกรณีที่มีลายเซ็นแบรนด์ การอนุมัติตัวอย่างไม่ควรถูกเขียนให้หมายถึงยอมรับการฝ่าฝืนมาตรฐานบังคับ
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: รับกล่องไม่เท่ารับทุกความเสี่ยง
คนมักเข้าใจว่า มีใบรับสินค้าแล้วถือว่างานจบทั้งหมด หรือกลับกันคิดว่าเขียนคำว่าสงวนสิทธิไว้คำเดียวก็ไม่ต้องตรวจรับอะไรอีก ทั้งสองทางทำให้หลักฐานการทำงานคลุมเครือ ควรกำหนดล่วงหน้าว่าผู้รับจำนวน ผู้ตรวจสภาพภายนอก และผู้อนุมัติผลทดสอบมีอำนาจส่วนใด
กฎหมายมองว่า ผลของการรับมอบต้องดูพฤติการณ์ ข้อสัญญา และลักษณะข้อบกพร่อง รวมถึงฐานสิทธิที่เรียกร้อง การซื้อขายกับการจ้างทำของอาจมีบทใช้ต่างกัน และสิทธิของผู้เสียหายจากสินค้าไม่ปลอดภัยไม่ถูกตัดด้วยใบตรวจรับที่แบรนด์เซ็นให้โรงงานเพียงฉบับเดียว
จุดเสี่ยงจริง คือสินค้าเสียถูกทิ้งหรือแก้ไขก่อนเก็บตัวอย่าง ทำให้ตรวจไม่ได้ว่าปัญหามาจากผลิต ขนส่ง หรือเก็บรักษา ควรมีระบบกักสินค้า บันทึกล็อต เก็บตัวอย่างอย่างเหมาะสม และรักษาลำดับผู้ครอบครองหลักฐาน พร้อมให้การแก้ไขความเสี่ยงต่อผู้ใช้เดินต่อโดยไม่รอข้อพิพาทการเงิน
มองสองฝั่ง: ใครตรวจ ใครหยุด ใครจ่าย
| ประเด็น | หน้าที่แบรนด์ที่ควรตกลง | หน้าที่โรงงานที่ควรตกลง |
|---|---|---|
| สเปก | อนุมัติฉบับและตัวอย่างอ้างอิง | ยืนยันความสามารถและข้อจำกัด |
| การทดสอบ | ผู้ตรวจและวิธีรับผล | เอกสารวิเคราะห์และตัวอย่างเก็บ |
| พบปัญหา | แจ้งและแยกล็อตจากการขาย | สอบสวนสาเหตุและเสนอแก้ไข |
| เรียกคืน | ข้อมูลช่องทางขายและผู้รับสินค้า | ข้อมูลผลิต วัตถุดิบ และล็อตเกี่ยวข้อง |
| ค่าใช้จ่าย | สำรองฉุกเฉินตามที่ตกลง | ชำระคืนหรือแบ่งภาระตามเหตุที่พิสูจน์ |
แผนเรียกคืนควรกำหนดผู้ตัดสินใจ ผู้ติดต่อหน่วยงาน และวิธีแจ้งลูกค้าตามข้อเท็จจริง โดยยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายเฉพาะผลิตภัณฑ์ การตกลงเงินสำรองช่วยให้ลงมือได้เร็ว แต่ไม่ควรบังคับให้ต้องยอมรับความผิดทุกฐานก่อนจ่ายค่าเก็บสินค้าฉุกเฉิน ภายหลังจึงกระทบยอดและวิเคราะห์สาเหตุพร้อมสิทธิไล่เบี้ยตามกฎหมายและสัญญา ไม่สรุปว่าฝ่ายใดรับผิดแน่นอนเพียงเพราะเป็นผู้ชำระก่อน
ไทม์ไลน์: ตรวจรับ รับประกัน และอายุความแยกกัน
สัญญาควรกำหนดช่วงตรวจจำนวนเมื่อส่งมอบ ช่วงรอผลทดสอบ และช่วงแจ้งข้อบกพร่องที่พบภายหลัง พร้อมกำหนดว่าความเงียบมีผลอย่างไร ช่วงเวลาเหล่านี้เป็นข้อตกลงที่ต้องตรวจความชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่สิทธิให้ขายสินค้าที่อาจเป็นอันตรายระหว่างรอผล กำหนดแก้ไขควรเริ่มจากการได้รับแจ้งที่มีข้อมูลพอตรวจ แต่กรณีฉุกเฉินต้องมีช่องทางแจ้งทันที
สำหรับจ้างทำของ มาตรา 600 ว่าด้วยระยะที่ข้อบกพร่องปรากฏกับมาตรา 601 ซึ่งห้ามฟ้องเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่ข้อบกพร่องปรากฏเป็นคนละเรื่อง และกรณีผู้รับจ้างจัดหาสัมภาระยังต้องตรวจมาตรา 595 ที่ให้นำบทซื้อขายมาใช้ จึงไม่ควรสรุปว่างาน OEM ทุกประเภทมีอายุความหนึ่งปีเหมือนกันทั้งหมด
ส่วนสิทธิตามกฎหมายสินค้าไม่ปลอดภัย มาตรา 12 วางกรอบสามปีจากรู้ความเสียหายและรู้ตัวผู้ประกอบการ หรือสิบปีจากขายสินค้า และมีกฎเฉพาะกรณีสารสะสมหรืออาการที่ใช้เวลาแสดง ต้องแยกจากสิทธิเรียกร้องระหว่างแบรนด์กับโรงงาน ใช้ เครื่องมือช่วยจัดกรอบเวลาทางกฎหมาย ร่วมกับผู้ตรวจเอกสาร โดยไม่ใช้วันรับประกันแทนวันเริ่มนับอายุความ
ตัวเลขสมมติ: ค่าเสียล็อตกับค่าเรียกคืน
สมมติล็อต 5,000 ชิ้น ราคาผลิตชิ้นละ 90 บาท มูลค่าค่าผลิต 450,000 บาท หากแยกพบสินค้าผิดสเปก 800 ชิ้น มูลค่าค่าผลิตส่วนนั้นคือ 800 × 90 = 72,000 บาท แต่ผลตรวจอาจชี้ว่าต้องกักทั้งล็อตเพื่อพิสูจน์เพิ่มเติม จึงอย่าสรุปว่าความเสี่ยงจำกัดเพียง 800 ชิ้นก่อนประเมินทางเทคนิค
ถ้าต้องรับคืนจากร้าน 300 ชิ้น ค่าขนส่งรวม 6,000 บาท ค่าตรวจวิเคราะห์ 12,000 บาท และค่าจัดการทำลายอย่างถูกต้อง 4,000 บาท ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามสมมติฐานคือ 22,000 บาท เมื่อรวมค่าผลิต 72,000 บาทเป็น 94,000 บาท ต้องตรวจรายการซ้ำ เช่น ได้รับสินค้าทดแทนแล้วหรือได้เงินคืนบางส่วนแล้ว ไม่เรียกทั้งราคาสินค้าเต็มและมูลค่าทดแทนซ้ำสำหรับความเสียหายเดียวกัน
ยอดขายที่คาดหวังและความเสียหายชื่อเสียงต้องมีฐานพิสูจน์ต่างจากใบเสร็จค่าแล็บ ตัวเลขในงบไม่ใช่จำนวนที่ศาลจะให้เสมอ สัญญาจึงควรกำหนดรายการค่าใช้จ่าย วิธีอนุมัติกรณีปกติ และข้อยกเว้นกรณีเร่งด่วน พร้อมเก็บหลักฐานว่าจำเป็นเพื่อจำกัดความเสียหายอย่างไร
หลักฐานที่ต้องเก็บก่อนแก้หรือทำลายสินค้า
- สเปกฉบับอนุมัติ ตัวอย่างอ้างอิง และบันทึกเปลี่ยนสูตรหรือบรรจุภัณฑ์
- เลขล็อต วันผลิต จำนวนส่ง และรายชื่อผู้รับสินค้าแต่ละช่วง
- ผลทดสอบ วิธีสุ่ม ตัวอย่างที่เก็บ และบันทึกผู้รับส่งตัวอย่าง
- ข้อมูลอุณหภูมิหรือเงื่อนไขขนส่งและจัดเก็บที่เกี่ยวข้อง
- หนังสือแจ้งปัญหา คำเตือน คำสั่งเจ้าหน้าที่ และใบเสร็จค่าแก้ไขหรือเรียกคืน
การเก็บตัวอย่างควรทำตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ผลตรวจเชื่อถือได้ ไม่เปิดภาชนะหรือย้ายสภาพจนทำให้ปนเปื้อนแล้วใช้ผลนั้นฟันธงต้นเหตุ หากต้องทำลายเพื่อความปลอดภัยหรือปฏิบัติตามคำสั่ง ให้บันทึกชนิด จำนวน วิธี และผู้ดำเนินการ พร้อมรักษาหลักฐานที่เก็บได้โดยชอบ ระวังข้อมูลสุขภาพของผู้ร้องเรียนไม่ให้กระจายไปยังผู้ไม่เกี่ยวข้อง
เชื่อมสเปกกับสิทธิสูตรและเอกสารระงับข้อพิพาท
ก่อนทำภาคผนวกตรวจรับควรอ่าน ร่างสัญญา OEM และสิทธิในสูตร เพราะการเปลี่ยนสูตรเพื่อแก้ปัญหาอาจกระทบสิทธิและข้อตกลงเดิม หากแก้ไขจนต้องเปลี่ยนเอกสารผลิตภัณฑ์ ต้องตรวจขั้นตอนด้านกำกับดูแลด้วย ไม่ถือว่าคู่สัญญาอนุมัติแล้วจะแก้ฉลากหรือส่วนผสมได้ทุกกรณี
เมื่อทราบสาเหตุและตกลงค่าเสียหายได้ อาจต้องใช้ ข้อตกลงยุติข้อพิพาทก่อนฟ้อง ที่กำหนดชัดว่าปิดข้อเรียกร้องใด ข้อตกลงระหว่างคู่ค้าต้องไม่ทำให้เข้าใจว่าปิดสิทธิของผู้เสียหายภายนอกหรือยกเลิกหน้าที่ตามคำสั่งหน่วยงานได้ด้วย ต้องแยกคนที่มีสิทธิกับเรื่องที่ตกลงออกจากกัน
สำหรับสินค้าสุขภาพ ให้เชื่อมแผนตรวจรับกับ หน้าที่ด้านเอกสาร อย. ฉลาก และโฆษณา เพื่อไม่ให้การแก้ปัญหาคุณภาพทำให้ใช้สูตรหรือเอกสารผิดฉบับ
ทางไปต่อ: ทำแผนตรวจรับก่อนปล่อยล็อตแรก
- ให้ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์กำหนดสเปกและวิธีทดสอบที่ใช้ได้จริง
- แยกใบรับจำนวนออกจากการอนุมัติคุณภาพและกำหนดอำนาจลงนาม
- ตกลงการกักสินค้า ตรวจซ้ำ แก้ไข และผลิตทดแทน
- จัดแผนเรียกคืนและเงินสำรองโดยไม่รอข้อพิพาทความรับผิด
- ตรวจระยะรับประกันและอายุความตามฐานสิทธิของงาน
| สถานการณ์ | เอกสารที่เหมาะ | ข้อมูลที่ต้องมี |
|---|---|---|
| ก่อนเริ่มผลิต | สัญญาและภาคผนวกคุณภาพ | สเปก วิธีทดสอบ ผู้อนุมัติ |
| พบปัญหาในล็อต | หนังสือแจ้งและแผนแก้ไข | ผลตรวจ ล็อต และเส้นทางสินค้า |
| ตกลงชดใช้แล้ว | บันทึกข้อตกลงเฉพาะข้อพิพาท | ยอดจริงและขอบเขตสิทธิที่ปิด |
หากมูลค่าล็อตสูง ต้องจำหน่ายหลายช่องทาง หรือร่างเดิมเขียนเพียงรับประกันคุณภาพ ให้ตรวจกลไกก่อนจ่ายงวดสำคัญ ส่งร่าง สเปก และลำดับการผลิตผ่าน ติดต่อประเมินงานสัญญา OEM และเงื่อนไขตรวจรับ โดยดู บริการร่างและตรวจสัญญา เพื่อกำหนดขอบเขตงานเอกสารควบคู่กับการตรวจทางเทคนิค
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ป.พ.พ. มาตรา 591–601: คำสั่ง วัสดุ ตรวจงาน รับมอบ และข้อบกพร่อง รวมมาตรา595ที่ให้นำบทซื้อขายมาใช้เมื่อผู้รับจ้างจัดหาสัมภาระ
- พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา4–6: ผู้ประกอบการ ความเสียหาย และความรับผิดร่วม
- กฎหมายฉบับเดียวกัน มาตรา7–9: ข้อยกเว้นที่ต้องพิสูจน์และข้อจำกัดการยกเว้นความรับผิดต่อผู้บริโภค
- กฎหมายฉบับเดียวกัน มาตรา12–14: อายุความ กรณีเจรจาค่าเสียหาย และสิทธิตามกฎหมายอื่น
ตรวจตัวบททางการ 7 ตุลาคม 2569 การเรียกคืนและการแจ้งหน่วยงานต้องตรวจตามกฎหมายเฉพาะชนิดผลิตภัณฑ์ด้วย
คำถามที่พบบ่อย
เซ็นรับสินค้าแล้วหมดสิทธิเรื่องคุณภาพทันทีหรือไม่
ตกลงว่าโรงงานรับผิดทั้งหมดทำให้แบรนด์พ้นความรับผิดไหม
สินค้าไม่ตรงสีเท่ากับสินค้าไม่ปลอดภัยหรือไม่
อายุรับประกันหนึ่งปีคืออายุความทุกเรื่องใช่ไหม
สาขาที่เชี่ยวชาญ: คดีแพ่งและการว่าความ · คดีอาญา · ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ธุรกิจและสัญญา
สัญญา OEM เครื่องสำอางและอาหารเสริม แบ่งหน้าที่อย่างไร
สัญญา OEM เครื่องสำอางและอาหารเสริมต้องแบ่งงานจดแจ้ง ฉลาก โฆษณา และเรียกคืนอย่างไร เจ้าของแบรนด์ควรขอหลักฐานอะไรจากโรงงานก่อนเปิดขาย
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 9 นาที
ธุรกิจและสัญญา
ร่างสัญญาจ้างผลิต OEM ต้องกำหนดสูตรและสิทธิอะไร
ร่างสัญญาจ้างผลิต OEM ก่อนจ่ายมัดจำ ต้องแยกสูตรเดิม สูตรพัฒนาใหม่ สิทธิใช้แบรนด์ และเอกสารส่งมอบอย่างไร เพื่อไม่ติดโรงงานเมื่อเปลี่ยนคู่ค้า
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 9 นาที
ธุรกิจและสัญญา
สินไถ่ขายฝากที่ดิน ต้องระบุยอดและแจ้งกำหนดอย่างไร
สินไถ่ขายฝากที่ดินคิดจากอะไร หนังสือแจ้งต้องส่งเมื่อใด และถ้าผู้ซื้อไม่รับเงินควรเตรียมวางทรัพย์อย่างไร ตรวจยอดก่อนวันไถ่มาถึง
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 9 นาที
ปรึกษาทนายกฎหมายธุรกิจของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ