ร่างสัญญาจ้างผลิต OEM ต้องกำหนดสูตรและสิทธิอะไร

สรุปประเด็นสำคัญ
ร่างสัญญาจ้างผลิต OEM ให้เริ่มจากคำถามว่า เมื่อจ่ายเงินครบแล้วแบรนด์จะได้สินค้าและสิทธิอะไรบ้าง ถ้ามีเพียงใบเสนอราคากับข้อความว่าสูตรเฉพาะ คุณอาจยังไม่ได้สิทธินำสูตรไปผลิตกับโรงงานอื่น
ร่างสัญญาจ้างผลิต OEM ต้องแยกงานกับสิทธิ
สัญญาที่โรงงานรับทำผลิตภัณฑ์ให้สำเร็จตามสเปกเพื่อรับค่าจ้างอาจอยู่ในลักษณะจ้างทำของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 แต่ธุรกรรมจริงอาจมีส่วนซื้อขายสินค้า อนุญาตใช้ความรู้ หรือพัฒนางานสร้างสรรค์รวมอยู่ด้วย จึงต้องอ่านหน้าที่และผลสำเร็จของแต่ละส่วน ไม่ใช้คำว่า OEM ตัดสินสิทธิทั้งหมด ในเอกสารควรแยกภาคผนวกสูตร สเปก วิธีอนุมัติตัวอย่าง ปริมาณผลิต และรายการข้อมูลที่ต้องส่งมอบให้ตรวจได้
สำหรับสูตรที่เข้าองค์ประกอบความลับทางการค้า ต้องเป็นข้อมูลที่ยังไม่รู้จักหรือเข้าถึงกันโดยทั่วไป มีประโยชน์เชิงพาณิชย์เพราะเป็นความลับ และมีมาตรการรักษาที่เหมาะสม การโอนสิทธิซึ่งไม่ใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอนตามพระราชบัญญัติความลับทางการค้า มาตรา 5 หากไม่ได้กำหนดระยะเวลา กฎหมายถือว่าโอนสิบปี จึงต้องเขียนทั้งตัวข้อมูล ขอบเขตสิทธิ และระยะเวลา ไม่หยุดเพียงประโยคว่าเป็นของแบรนด์
งานออกแบบฉลาก ภาพ หรือเอกสารที่มีลักษณะเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ต้องตรวจต่างออกไป พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ มาตรา 10 วางหลักงานรับจ้างว่าผู้ว่าจ้างเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เว้นแต่ตกลงอย่างอื่น แต่ยังต้องตรวจว่าใครเป็นผู้รับจ้างจริง มีงานเดิมของโรงงานหรือบุคคลอื่นปนหรือไม่ และข้อตกลงกำหนดไว้เช่นใด การส่งไฟล์ภาพสำเร็จรูปไม่เท่ากับส่งไฟล์แก้ไขได้ และลิขสิทธิ์ในเอกสารสูตรไม่ทำให้กรรมวิธีหรือสูตรทุกอย่างได้รับความคุ้มครองแบบเดียวกัน
ตัวอย่างสมมติ แบรนด์จ่ายค่าพัฒนา 60,000 บาท โรงงานนำสูตรพื้นฐานเดิมมาปรับกลิ่นให้ แล้วใบเสนอราคาระบุเพียงพัฒนาสูตรเฉพาะ เมื่อแบรนด์ต้องการเปลี่ยนโรงงาน การได้ตัวอย่างสินค้าไม่ได้ตอบว่ามีสิทธิรับสัดส่วนส่วนผสมและกระบวนการผลิตหรือไม่ ทางออกตั้งแต่ก่อนเซ็นคือระบุสูตรเดิมที่โรงงานสงวนไว้ สิ่งที่พัฒนาขึ้นใหม่ สิทธิที่ให้แบรนด์ใช้ และเงื่อนไขถ่ายทอดที่ตกลงกัน หากต้องการสิทธิผลิตกับรายอื่นต้องเขียนออกมาตรง ๆ
ข้อยกเว้น: สูตรเดิมและสิทธิของบุคคลอื่น
โรงงานอาจมีเทคโนโลยี สูตรฐาน หรือข้อมูลวัตถุดิบที่ได้รับอนุญาตจากผู้ขายวัตถุดิบอีกทอดหนึ่ง จึงอาจไม่มีสิทธิโอนทุกส่วนให้แบรนด์ได้ สัญญาควรทำบัญชีสิทธิเดิมและข้อจำกัดที่ทราบ พร้อมให้รับรองเฉพาะสิ่งที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช้คำรับรองกว้างจนคู่สัญญาไม่รู้ว่าต้องรับผิดเรื่องใด หากต้องพึ่งสิทธิบัตรหรือเครื่องหมายการค้า ต้องตรวจสถานะและรูปแบบการโอนหรืออนุญาตตามกฎหมายเฉพาะเพิ่มเติม
ข้อตกลงรักษาความลับไม่ใช่สัญญาโอนสิทธิ การห้ามเปิดเผยข้อมูลจึงไม่ทำให้แบรนด์มีสิทธิผลิตเองโดยอัตโนมัติ และไม่ทำให้ข้อมูลที่เปิดเผยทั่วไปกลับเป็นความลับตามกฎหมายได้เอง ควรแยกข้อมูลสาธารณะ ข้อมูลที่มีอยู่ก่อน และข้อมูลที่ได้รับโดยชอบจากแหล่งอื่น รวมทั้งข้อยกเว้นการเปิดเผยตามกฎหมายที่ต้องทำโดยจำกัดขอบเขต
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: คำว่าเฉพาะยังไม่พอ
คนมักเข้าใจว่า จ่ายค่าพัฒนาสูตรแล้วโรงงานห้ามทำสินค้าใกล้เคียงให้ทุกแบรนด์ ข้อสัญญาที่มีจริงอาจให้เพียงสิทธิใช้สูตรภายใต้การผลิตกับโรงงานนั้น หรือจำกัดความเฉพาะไว้เฉพาะกลิ่นและชื่อสินค้าเท่านั้น การใช้คำกว้างโดยไม่มีภาคผนวกทำให้ตรวจยากว่าการผลิตครั้งหลังฝ่าฝืนส่วนไหน
กฎหมายมองว่า ต้องดูสิทธิที่มีอยู่จริง ประเภททรัพย์สินทางปัญญา และข้อตกลงที่ทำอย่างถูกแบบ มาตรการรักษาความลับเป็นส่วนหนึ่งของการคุ้มครองข้อมูล ไม่ใช่เพียงคำขึ้นต้นในสัญญา การส่งสูตรเข้ากลุ่มแชตที่ไม่จำกัดผู้เข้าถึงอาจขัดกับสิ่งที่เอกสารพยายามปกป้อง
จุดเสี่ยงจริง คือแบรนด์ขายสินค้าได้แล้วแต่ไม่มีสิทธิและข้อมูลพอจะเดินต่อเมื่อโรงงานหยุดผลิต จึงควรกำหนดรายการถ่ายทอด ผู้รับข้อมูล เงื่อนไขชำระ และวิธีทดสอบว่าข้อมูลครบใช้งานได้ รวมทั้งให้โรงงานระบุข้อจำกัดตั้งแต่ก่อนรับเงิน
มองสองฝั่ง: แยกทรัพย์สินก่อนต่อรองราคา
| รายการ | แบรนด์ควรได้ความชัดเจน | โรงงานควรกำหนดขอบเขต |
|---|---|---|
| สูตรเดิม | มีสิทธิใช้ในสินค้าใดและกับใคร | ส่วนที่สงวนและข้อจำกัดจากเจ้าของเดิม |
| สูตรพัฒนาใหม่ | สิทธิโอนหรืออนุญาตและระยะเวลา | สิ่งที่ส่งมอบได้จริงและวิธีคิดค่าพัฒนา |
| แม่พิมพ์ | ใครเป็นเจ้าของและขอคืนเมื่อใด | ค่าจัดเก็บ บำรุง และการใช้งาน |
| ไฟล์ฉลาก | ไฟล์ต้นฉบับและสิทธิแก้ไข | งานหรือฟอนต์ที่มีเงื่อนไขบุคคลอื่น |
| ข้อมูลลับ | ใครเข้าถึงและใช้เพื่ออะไร | ผู้รับช่วงที่จำเป็นและมาตรการคุ้มครอง |
การแยกรายการทำให้ต่อรองได้ตรงจุด แบรนด์ที่ต้องการเพียงทดสอบตลาดอาจเลือกสิทธิใช้จำกัดก่อน ส่วนแบรนด์ที่ลงทุนระยะยาวอาจต้องการสิทธิถ่ายทอดและควบคุมการเปลี่ยนสูตร เงื่อนไขเฉพาะรายจึงไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกโรงงาน แต่ต้องบอกผลของการเลือกไว้ให้ชัด การลดค่าพัฒนาแลกกับการผลิตขั้นต่ำหลายรอบควรแสดงภาระรวมไว้ในเอกสารเดียวกัน
ไทม์ไลน์: เปิดสูตรเมื่อใด ส่งมอบสิทธิเมื่อใด
ช่วงก่อนเปิดเผยข้อมูลควรตกลงขอบเขตการรักษาความลับและระบุผู้ที่รับข้อมูล ช่วงพัฒนาต้องกำหนดจำนวนรอบแก้ วิธีตอบอนุมัติ และสิ่งที่ถือเป็นคำสั่งเปลี่ยนงาน เมื่ออนุมัติตัวอย่างจึงผูกเลขสูตรและรุ่นเอกสารเข้ากับใบสั่งผลิต การเปลี่ยนส่วนผสมหรือผู้รับช่วงภายหลังควรมีขั้นอนุมัติที่ตรวจย้อนหลังได้
วันครบชำระกับวันโอนสิทธิอาจเป็นคนละวันตามที่ตกลง จึงควรกำหนดว่าส่งเอกสารหรือข้อมูลอะไรพร้อมเงินงวดใด และเมื่อเลิกสัญญาจะจัดการวัตถุดิบ สินค้าคงเหลือ แม่พิมพ์ และสำเนาข้อมูลอย่างไร ระยะเวลาตอบกลับหรือถ่ายทอดที่คู่สัญญากำหนดเป็นเงื่อนไขทางการค้า ไม่ใช่จำนวนวันที่กฎหมายกำหนดเหมือนกันทุกงาน
หากเริ่มผิดนัดให้เก็บวันส่งมอบที่ตกลง วันทวงถาม และวันได้รับคำตอบไว้ ไม่สรุปว่าการเจรจาต่อทำให้อายุความทุกฐานหยุดเดิน ใช้ ตารางไทม์ไลน์งานและเอกสาร แยกเหตุการณ์เพื่อให้ตรวจฐานสิทธิได้ก่อนกำหนดแนวทางเรียกร้อง
ตัวเลขสมมติ: ค่าพัฒนากับต้นทุนย้ายโรงงาน
สมมติค่าพัฒนาสูตร 60,000 บาท ค่าผลิต 5,000 ชิ้น ชิ้นละ 90 บาท รวมค่าผลิต 450,000 บาท และแม่พิมพ์ 40,000 บาท มูลค่างานก่อนภาษีและรายการอื่นตามสมมติฐานเท่ากับ 60,000 + 450,000 + 40,000 = 550,000 บาท หากตกลงเงินล่วงหน้าเฉพาะค่าผลิต 30% จำนวนคือ 135,000 บาท ต้องระบุให้ชัดว่าไม่ได้คิด 30% จากยอดรวมทั้งโครงการ
หากย้ายโรงงานแล้วต้องพัฒนาใหม่ 60,000 บาทและทำแม่พิมพ์ใหม่ 40,000 บาท ภาระเพิ่มสมมติคือ 100,000 บาท ตัวเลขนี้แสดงเหตุผลที่ควรต่อรองรายการส่งมอบตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ค่าเสียหายที่เรียกได้แน่นอน ต้องพิสูจน์สิทธิ เหตุผิดสัญญา ความจำเป็น และความเชื่อมโยงของค่าใช้จ่ายก่อน
อย่ารวมค่าพัฒนาเป็นต้นทุนต่อชิ้นจนมองไม่เห็นว่างานส่วนใดได้ชำระแล้ว เมื่อยกเลิกการผลิตบางล็อต คู่สัญญาจะได้แยกวัตถุดิบที่สั่งจริง ค่าแรงที่เกิดแล้ว และสิทธิที่ส่งมอบสำเร็จ ไม่ใช้คำว่าเงินมัดจำทั้งหมดไม่คืนตัดสินทุกยอดโดยไม่อ่านลักษณะเงินและเหตุเลิกสัญญา
เอกสารที่ช่วยให้ร่างสัญญา OEM ได้ตรงงาน
- ใบเสนอราคาและขอบเขตงานพัฒนา แยกจากใบสั่งผลิตสินค้า
- บัญชีสูตรเดิม สูตรที่ปรับใหม่ และสิทธิที่แต่ละฝ่ายอ้าง พร้อมข้อจำกัดจากบุคคลอื่น
- ตัวอย่างอนุมัติ สเปก เลขรุ่นไฟล์ และประวัติการแก้ที่เกี่ยวข้อง
- รายการแม่พิมพ์ อุปกรณ์ ไฟล์ฉลาก และข้อมูลที่ต้องส่งมอบหลังชำระ
- แผนจ้างช่วง รายชื่อผู้เข้าถึงข้อมูล และเงื่อนไขย้ายหรือหยุดผลิต
เริ่มประเมินงานได้ด้วยคำอธิบายผลิตภัณฑ์และรายการสิทธิที่ต้องการก่อน ไม่จำเป็นต้องส่งสูตรลับทั้งหมดผ่านช่องทางสาธารณะ เมื่อกำหนดผู้รับและช่องทางปลอดภัยแล้วจึงส่งข้อมูลที่จำเป็น เอกสารฉบับที่ใช้ผลิตจริงควรมีชื่อผู้อนุมัติและวันที่ ไม่เก็บแต่ไฟล์ชื่อสุดท้ายหลายฉบับซึ่งแยกไม่ออกว่าโรงงานได้รับฉบับใด
เชื่อมเอกสารผลิตกับคนทำงานและการตรวจรับ
หากพนักงานของแบรนด์เป็นผู้คิดสูตรหรือทำงานออกแบบ ควรตรวจ สิทธิในผลงานที่พนักงานสร้าง เพื่อให้แบรนด์มีสิทธิที่นำไปตกลงกับโรงงานได้จริง ส่วนคนที่เข้าถึงข้อมูลภายในควรมีมาตรการและ ข้อตกลงรักษาความลับของพนักงาน สอดคล้องกับหน้าที่ที่รับไว้กับคู่ค้า
การมีสิทธิในสูตรไม่ตอบว่าสินค้าที่ส่งมอบผ่านเกณฑ์หรือไม่ จึงต้องทำภาคผนวกตรวจรับควบคู่กัน และสำหรับสินค้าสุขภาพต้องตรวจบทบาทตามกฎหมายผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม เอกสารที่เชื่อมกันควรใช้ชื่อสูตร เลขรุ่น และชื่อคู่สัญญาตรงกัน เพื่อให้ตามสิทธิจากคนพัฒนาไปจนถึงล็อตที่จำหน่ายได้
ก่อนสั่งล็อตแรกอ่าน เงื่อนไขตรวจรับและเรียกคืนสินค้า OEM และหากเป็นเครื่องสำอางหรืออาหารเสริมให้ตรวจ การแบ่งหน้าที่แบรนด์กับโรงงานตามกฎหมายผลิตภัณฑ์ ควบคู่กับสิทธิในสูตร
ทางไปต่อ: เริ่มจากรายการสิทธิที่ต้องการซื้อ
- ระบุว่าต้องการสูตรเฉพาะ สิทธิใช้ หรือสิทธิถ่ายทอดไปผลิตที่อื่น
- แยกสิทธิเดิมและสิ่งที่จะพัฒนาใหม่ให้คู่สัญญารับรู้
- ผูกเอกสารส่งมอบกับงวดชำระและการอนุมัติตัวอย่าง
- กำหนดการรักษาความลับและการอนุญาตให้ผู้รับช่วงเข้าถึง
- ตรวจเงื่อนไขเมื่อหยุดผลิต เปลี่ยนโรงงาน หรือเลิกสัญญา
| ทางเลือก | เหมาะกับงาน | สิ่งที่ต้องตรวจ |
|---|---|---|
| ตรวจสัญญาโรงงาน | มีร่างพร้อมแล้ว | สิทธิที่ขาดและภาระที่ซ่อนในภาคผนวก |
| ร่างใหม่เฉพาะโครงการ | มีสูตรหรือทรัพย์สินลงทุนเอง | รายการสิทธิและเงื่อนไขส่งมอบ |
| ทำบันทึกแก้ไข | เริ่มงานแล้วแต่ยังตกลงเพิ่มได้ | สิ่งที่ทำไปแล้วและผลต่อเงินงวดเดิม |
หากต้องจ่ายค่าพัฒนาสูง ต้องการสูตรเฉพาะ หรือวางแผนเปลี่ยนโรงงานในอนาคต ควรตรวจสิทธิก่อนผูกพันเงิน ส่งใบเสนอราคา ร่างเดิม และรายการสิทธิที่ต้องการผ่าน ติดต่อประเมินงานร่างสัญญา OEM โดยดูขอบเขต บริการร่างและตรวจสัญญา ประกอบ เพื่อแยกงานกฎหมายออกจากการประเมินสูตรทางวิทยาศาสตร์ที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ป.พ.พ. มาตรา 587–595: ลักษณะจ้างทำของ วัสดุ คำสั่ง และการตรวจงาน
- คำอธิบายกรมทรัพย์สินทางปัญญาเรื่อง พ.ร.บ.ความลับทางการค้า มาตรา 3, 5–7: องค์ประกอบ การโอน และขอบเขตคุ้มครอง
- พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 10 และ 17: งานรับจ้างและการโอนลิขสิทธิ์ โดยต้องแยกจากสิทธิในสูตรหรือกรรมวิธี
ตรวจแหล่งทางการ 7 ตุลาคม 2569 การประเมินสิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า และสิทธิบุคคลอื่นต้องตรวจเพิ่มเติมตามทรัพย์สินที่ใช้จริง
คำถามที่พบบ่อย
จ่ายค่าพัฒนาสูตรแล้วเป็นเจ้าของสูตรทันทีไหม
สัญญารักษาความลับแทนการโอนสูตรได้หรือไม่
โอนความลับทางการค้าต้องทำเป็นหนังสือไหม
ขอไฟล์ฉลากอย่างเดียวพอสำหรับย้ายโรงงานไหม
สาขาที่เชี่ยวชาญ: คดีแพ่งและการว่าความ · คดีอาญา · ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ธุรกิจและสัญญา
สัญญา OEM เครื่องสำอางและอาหารเสริม แบ่งหน้าที่อย่างไร
สัญญา OEM เครื่องสำอางและอาหารเสริมต้องแบ่งงานจดแจ้ง ฉลาก โฆษณา และเรียกคืนอย่างไร เจ้าของแบรนด์ควรขอหลักฐานอะไรจากโรงงานก่อนเปิดขาย
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 9 นาที
ธุรกิจและสัญญา
สัญญา OEM สินค้าไม่ผ่านสเปก ตรวจรับและเรียกคืนอย่างไร
สัญญา OEM สินค้าไม่ผ่านสเปก ต้องแยกตรวจรับ แก้ไข คืนสินค้า และเรียกคืนจากตลาดอย่างไร พร้อมหลักฐานล็อตผลิตที่ช่วยระบุผู้รับผิดได้ชัดเจน
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 9 นาที
ธุรกิจและสัญญา
สินไถ่ขายฝากที่ดิน ต้องระบุยอดและแจ้งกำหนดอย่างไร
สินไถ่ขายฝากที่ดินคิดจากอะไร หนังสือแจ้งต้องส่งเมื่อใด และถ้าผู้ซื้อไม่รับเงินควรเตรียมวางทรัพย์อย่างไร ตรวจยอดก่อนวันไถ่มาถึง
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 9 นาที
ปรึกษาทนายกฎหมายธุรกิจของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ