สัญญาจ้างพนักงานขาย ค่าคอมมิชชันต้องกำหนดอะไร

สรุปประเด็นสำคัญ
พนักงานแจ้งว่าปิดการขายแล้ว แต่ฝ่ายบัญชีบอกว่ายังไม่ถึงรอบคอมมิชชัน ถ้าสัญญาไม่แยกงานที่ทำครบกับวันจ่ายเงิน ทั้งสองฝ่ายอาจกำลังใช้คนละความหมายของคำว่ายอดขาย
สัญญาจ้างพนักงานขาย ต้องผูกเงินกับเหตุการณ์ใด
สัญญาจ้างพนักงานขายควรอธิบายว่าบริษัทจ้างให้ทำงานอะไรและเงินแต่ละรายการตอบแทนงานช่วงใด ตั้งแต่หาลูกค้า เสนอราคา ประสานส่งมอบ จนติดตามเอกสารรับชำระ ต้องระบุว่าใครอนุมัติราคา ส่วนลด หรือเครดิต และพนักงานมีอำนาจตกลงแทนบริษัทเพียงใด ก่อนเขียนสูตรเงินให้ตรวจวงจรขายจริง
ค่าคอมมิชชันอาจเป็นค่าจ้างตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน หากมีลักษณะเป็นเงินที่ตกลงจ่ายตอบแทนการทำงานในเวลาปกติตามเงื่อนไขกฎหมาย ชื่อว่าโบนัส เงินจูงใจ หรือส่วนแบ่งไม่ได้ตัดสินโดยลำพัง การร่างจึงต้องระบุวัตถุประสงค์และเงื่อนไขจริง ไม่ใส่ประโยคว่าไม่ใช่ค่าจ้างแล้วจบ
ควรแยกอย่างน้อยวันเกิดสิทธิเมื่อทำเงื่อนไขที่ชอบครบ วันปิดบัญชีเพื่อคำนวณ และวันจ่าย การรอฝ่ายบัญชีตรวจข้อมูลไม่ใช่เหตุเลื่อนเงินที่ถึงกำหนดได้ไม่สิ้นสุด หากเลือกฐานรับเงินจากลูกค้า ต้องตรวจความเป็นธรรมและสิทธิเดิม ไม่ผลักหนี้ลูกค้าทั้งหมดเป็นภาระของพนักงานโดยไม่มีฐาน
ตัวอย่างสมมติ กิจการขายเครื่องมือกำหนดค่าคอม 2% จากยอดที่ส่งมอบและครบเงื่อนไขตามข้อตกลงที่ตรวจแล้ว ใบสั่งซื้อวันที่ 10 ยังไม่ใช่ข้อยุติว่าทุกเงื่อนไขครบ หากส่งมอบวันที่ 25 ต้องดูเอกสารรับงานและเกณฑ์ที่ตกลง ส่วนการจ่ายวันที่ 5 เดือนถัดไปเป็นอีกจุดหนึ่งซึ่งต้องสอดคล้องกับกฎหมายเรื่องรอบจ่าย
ผู้ร่างควรทำแผนผังหนึ่งรายการขายให้ทุกฝ่ายอ่านตรงกัน และมีบัญชีแนบท้ายอธิบายฐานยอด ภาษี ส่วนลด การคืนสินค้า และผู้มีสิทธิแต่ละคน หากมีส่วนที่ยังเจรจาไม่จบ ให้ระบุเป็นประเด็นค้างก่อนลงนาม ไม่ปล่อยช่องสำคัญว่างไว้ให้บริษัทเติมภายหลัง
ข้อยกเว้น: ฝ่ายขายไม่ได้มีรูปแบบเดียว
พนักงานประจำที่ทำงานภายใต้การบริหารของบริษัทต่างจากนายหน้าอิสระหรือผู้จัดจำหน่าย การใช้ชื่อสัญญานายหน้าไม่ทำให้พ้นกฎหมายแรงงานหากความสัมพันธ์จริงเป็นลูกจ้าง ส่วนฝ่ายขายที่ดูแลโครงการยาวกับพนักงานขายหน้าร้านอาจใช้จุดเกิดสิทธิคนละแบบ จึงไม่ควรคัดสูตรข้ามกิจการโดยไม่ตรวจขั้นตอน
งานที่มีผู้หาลูกค้า ผู้สาธิต และผู้ปิดการขายหลายคนควรกำหนดการแบ่งยอดล่วงหน้า พร้อมกรณีลูกค้าเดิมต่อสัญญาหรือย้ายเขต หากพนักงานมีอำนาจบริหารบางอย่าง ก็ไม่ควรสรุปจากชื่อตำแหน่งว่าหมดสิทธิแรงงานทุกเรื่อง ต้องตรวจอำนาจและงานจริงตามบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องแยกกัน
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: สูตรต้องพิสูจน์ได้
คนมักเข้าใจว่า เขียนว่าค่าคอมขึ้นกับดุลพินิจบริษัทแล้วจะปรับอย่างไรก็ได้ หรือกำหนดให้ผู้จัดการอนุมัติเป็นเงื่อนไขสุดท้ายโดยไม่ต้องมีเกณฑ์
กฎหมายมองว่า ต้องพิจารณาข้อตกลง การทำงานจริง และความเป็นธรรม มาตรา 14/1 เปิดให้ศาลจำกัดข้อกำหนดที่ได้เปรียบเกินสมควร ลายเซ็นพนักงานไม่ได้ทำให้สูตรที่ริบสิทธิหรือเปลี่ยนย้อนหลังใช้ได้ทุกกรณี
จุดเสี่ยงจริง อยู่ที่ข้อมูลต้นทาง ใครแก้เจ้าของบัญชีลูกค้าได้ ใครออกใบลดหนี้ และยอดถูกปรับเมื่อใด ควรมีประวัติเปลี่ยนแปลงและให้พนักงานตรวจเฉพาะรายการที่เกี่ยวกับสิทธิของตน โดยไม่เปิดฐานลูกค้าทั้งระบบ การอนุมัติควรเป็นการตรวจเงื่อนไขที่ระบุไว้ ไม่เป็นทางเลือกว่าจะจ่ายหรือไม่โดยไร้เหตุผล
มองสองฝั่ง: ตั้งเป้าขายให้ตรงกับขอบเขตอำนาจ
| เรื่อง | บริษัทควรกำหนด | พนักงานควรตรวจ |
|---|---|---|
| ราคาและส่วนลด | ผู้อนุมัติกับเพดานตามบทบาท | สิ่งที่เสนอให้ลูกค้าได้จริง |
| เขตและบัญชีลูกค้า | เกณฑ์รับลูกค้าและย้ายผู้ดูแล | ผลต่อยอดที่ทำมาก่อน |
| ยอดเข้าเงื่อนไข | เหตุการณ์และหลักฐานที่ยืนยัน | ไม่ใช้เพียงใบเสนอราคาแทนยอดครบ |
| คืนสินค้า | เหตุและช่วงที่ปรับยอดได้ตามกฎหมาย | สิทธิที่เกิดแล้วกับรายการยังรอ |
| ทักท้วง | ช่องทางและผู้ตอบข้อสงสัย | ส่งหลักฐานเฉพาะรายการที่โต้แย้ง |
เป้าหมายยอดขายควรสัมพันธ์กับทรัพยากรและเขตที่บริษัทให้ ไม่ใช้ KPI เป็นข้อกำหนดให้พนักงานรับผิดหนี้ลูกค้าทุกราย การอนุมัติเครดิตและการอนุมัติค่าคอมเป็นคนละงาน ควรระบุผู้รับผิดชอบแยกกัน หากพนักงานเสนอส่วนลดเกินอำนาจ ต้องตรวจข้อเท็จจริงและความเสียหาย ไม่ถือว่าสามารถยึดค่าตอบแทนทั้งหมดได้ทันที
เส้นเวลา: ก่อนเสนอราคาไปจนถึงปิดยอด
ก่อนเริ่มใช้สูตร ให้ระบุวันมีผลและรายการเก่าที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ในแต่ละยอดให้บันทึกวันรับคำสั่งซื้อ วันส่งมอบ วันครบเงื่อนไข และวันจ่าย ส่วนวันปิดระบบภายในต้องไม่ตัดสิทธิที่ครบแล้วเพียงเพราะผู้บันทึกส่งเอกสารช้า ควรกำหนดขั้นตอนแก้ยอดตกหล่นและแจ้งผลให้ตรวจได้
มาตรา 70 วางรอบจ่ายค่าจ้างตามรูปแบบที่กฎหมายกำหนด และกรณีนายจ้างเลิกจ้างต้องจ่ายเงินที่ลูกจ้างมีสิทธิตามมาตรานี้ภายในสามวันนับแต่วันเลิกจ้าง ต้องแยกจากการลาออก ไม่เขียนใช้สามวันกับทุกกรณีโดยไม่ดูประเภทเงินและเหตุสิ้นสุดงาน
กำหนดตอบคำทักท้วง เช่น ภายในเจ็ดวันทำการ เป็นข้อตกลงบริหารสมมติที่กิจการเลือก ไม่ใช่ระยะผ่อนผันการจ่ายเงินตามกฎหมาย เมื่อจะเปลี่ยนสูตรรอบใหม่ ต้องตรวจสิทธิเดิมกับข้อผูกพันที่มีอยู่ก่อนประกาศ และเก็บสูตรเดิมสำหรับยอดในช่วงก่อนเปลี่ยน
ตัวอย่างเงิน: ฐานยอดและขั้นบันไดให้ผลต่างกัน
สมมติฐานที่ตรวจแล้วกำหนดยอดสุทธิเข้าเงื่อนไข 500,000 บาทและอัตราคงที่ 2% ค่าคอมเท่ากับ 500,000 × 0.02 = 10,000 บาท หากฐานยอดไม่รวมภาษี ต้องระบุให้ชัดและใช้ฐานเดียวกันทั้งในสัญญาและระบบ ไม่หยิบยอดรวมภาษีมาคูณแล้วค่อยเปลี่ยนชื่อรายการย้อนหลัง
หากตกลงขั้นบันไดแบบแยกส่วน 300,000 บาทแรกที่ 2% และส่วนเกินที่ 3% สำหรับยอด 500,000 บาท จะได้ 6,000 + 6,000 = 12,000 บาท ต่างจากการใช้อัตรา 3% กับยอดทั้งหมดซึ่งได้ 15,000 บาท ความต่าง 3,000 บาทเกิดจากนิยามสูตร จึงควรแนบตัวอย่างตรงจุดข้ามขั้นให้พนักงานตรวจได้ก่อนเซ็น
ถ้ามีเงินจ่ายไปแล้ว 4,000 บาทจากยอดสิทธิ 12,000 บาท ยอดตามสมมติฐานที่เหลือคือ 8,000 บาทก่อนหักที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ถ้าจะเรียกคืนเงินเพราะมีการคืนสินค้า ต้องแยกว่ามีสิทธิเรียกคืนจริงหรือไม่และหักค่าจ้างได้หรือไม่ มาตรา 76–77 มีข้อจำกัดเฉพาะ การใส่สิทธิหักคืนในสูตรไม่แทนการตรวจเงื่อนไขเหล่านั้น
หลักฐานสำหรับร่างสัญญาที่ตรงระบบขาย
- สัญญาจ้างเดิมและข้อเสนอค่าตอบแทนที่ตกลงกับพนักงาน
- ขั้นตอนขายจริงและผู้มีอำนาจราคา ส่วนลด เครดิต และส่งมอบ
- สูตรพร้อมตัวอย่างกรณียอดปกติ ข้ามขั้น และคืนสินค้า
- นิยามลูกค้าใหม่ ลูกค้าเดิม และยอดที่หลายคนร่วมงาน
- รายงานยอดและหลักฐานจ่ายจริงที่ปิดข้อมูลไม่เกี่ยวข้องแล้ว
- เกณฑ์ย้ายเขต ส่งต่องาน และสิทธิช่วงเปลี่ยนสูตร
- รายการข้อโต้แย้งที่ต้องการแก้โดยแยกจากข้อเสนอใหม่
ควรให้ฝ่ายบัญชีกับผู้ดูแลฝ่ายขายยืนยันข้อมูลต้นทางก่อนส่งให้ผู้ร่าง หากระบบไม่บันทึกวันที่เกิดเหตุการณ์ที่สัญญาใช้เป็นเกณฑ์ ต้องปรับวิธีเก็บข้อมูลด้วย มิฉะนั้นสัญญาอาจเขียนชัดแต่พิสูจน์ไม่ได้ ควรเก็บรุ่นสูตร วันที่อนุมัติ และรายการตัวอย่างไว้ด้วยกันเพื่อให้ตรวจย้อนหลังได้
เรื่องที่เชื่อมกัน: หลังลาออกและสิทธิในข้อมูล
ประเด็นเงินหลังออกจากงานอ่านต่อที่ นโยบายค่าคอมมิชชันเมื่อพนักงานลาออก ซึ่งแยกยอดเกิดสิทธิแล้วกับยอดรอตรวจ ส่วนการจัดเอกสารตั้งแต่รับคนใช้แนวทาง ชุดสัญญาจ้างงาน SME เพื่อให้สัญญาหลักและสูตรแนบท้ายไม่ขัดกัน
การเข้าถึงรายชื่อลูกค้าเกี่ยวกับทั้งความลับทางธุรกิจและข้อมูลส่วนบุคคล ควรใช้ ข้อตกลงรักษาความลับพนักงาน กำหนดสิ่งที่ต้องรักษาและวิธีส่งคืนอย่างพอดี ไม่ใช้การเรียกว่าฐานลูกค้าเป็นทรัพย์สินเป็นเหตุปิดข้อมูลที่จำเป็นต่อการตรวจสิทธิเงินของพนักงานทั้งหมด
ทางไปต่อ: ร่างจากหนึ่งรายการขายที่เห็นครบวงจร
- เลือกประเภทพนักงานและวงจรขายที่จะใช้สูตร
- ระบุอำนาจต่อรองกับจุดเกิดสิทธิที่ตรวจได้
- ทดลองสูตรกับยอดปกติ ข้ามขั้น และย้ายผู้ดูแล
- ตรวจสิทธิเดิม รอบจ่าย และข้อจำกัดการปรับคืน
- จัดตารางแนบกับแบบแจ้งยอดก่อนลงนาม
| โจทย์ | งานเอกสาร | ข้อมูลเริ่มต้น |
|---|---|---|
| รับฝ่ายขายคนแรก | ร่างสัญญากับสูตรแนบท้าย | หน้าที่ ขั้นตอนขาย และค่าตอบแทน |
| มีสูตรแต่คนเข้าใจต่าง | ปรับนิยามและตัวอย่างคำนวณ | สูตรทุกรุ่นกับรายงานจริง |
| มีข้อพิพาทยอดค้าง | ตรวจสิทธิเป็นรายยอดก่อนแก้ระบบ | หลักฐานงานและการจ่าย |
หากคำว่ายอดขายหรือวันอนุมัติยังตีความได้หลายแบบ ส่งสัญญา สูตร และตัวอย่างหนึ่งรอบขายผ่าน หน้าติดต่อสำนักงาน เพื่อประเมิน งานร่างสัญญาพนักงานขายและเอกสารค่าตอบแทน ให้ตรงขั้นตอนของกิจการ
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 5 และ14/1: เนื้อแท้ค่าจ้างและข้อกำหนดที่ได้เปรียบเกินสมควร
- มาตรา 70: รอบจ่ายและกำหนดเงินเมื่อเลิกจ้างตามเงื่อนไข
- มาตรา 76–77: ข้อจำกัดการหักเงินและรูปแบบความยินยอม
- ตัวบทกระทรวงแรงงาน ตรวจมาตราที่อ้าง 7 ตุลาคม 2569; สูตรเงินเป็นตัวอย่างสมมติ ไม่ใช่อัตราตามกฎหมาย
คำถามที่พบบ่อย
ต้องแนบสูตรคอมในสัญญาหลักทุกหน้าหรือไม่
ลูกค้าไม่จ่าย พนักงานต้องรับผิดแทนหรือไม่
เปลี่ยนชื่อผู้ดูแลในระบบแล้วเปลี่ยนสิทธิยอดเก่าไหม
กำหนดค่าคอมเป็นขั้นบันไดต้องอธิบายอะไรเพิ่ม
สาขาที่เชี่ยวชาญ: คดีแพ่งและการว่าความ · คดีอาญา · ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ธุรกิจและสัญญา
สัญญา OEM เครื่องสำอางและอาหารเสริม แบ่งหน้าที่อย่างไร
สัญญา OEM เครื่องสำอางและอาหารเสริมต้องแบ่งงานจดแจ้ง ฉลาก โฆษณา และเรียกคืนอย่างไร เจ้าของแบรนด์ควรขอหลักฐานอะไรจากโรงงานก่อนเปิดขาย
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 9 นาที
ธุรกิจและสัญญา
สัญญา OEM สินค้าไม่ผ่านสเปก ตรวจรับและเรียกคืนอย่างไร
สัญญา OEM สินค้าไม่ผ่านสเปก ต้องแยกตรวจรับ แก้ไข คืนสินค้า และเรียกคืนจากตลาดอย่างไร พร้อมหลักฐานล็อตผลิตที่ช่วยระบุผู้รับผิดได้ชัดเจน
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 9 นาที
ธุรกิจและสัญญา
ร่างสัญญาจ้างผลิต OEM ต้องกำหนดสูตรและสิทธิอะไร
ร่างสัญญาจ้างผลิต OEM ก่อนจ่ายมัดจำ ต้องแยกสูตรเดิม สูตรพัฒนาใหม่ สิทธิใช้แบรนด์ และเอกสารส่งมอบอย่างไร เพื่อไม่ติดโรงงานเมื่อเปลี่ยนคู่ค้า
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 9 นาที
ปรึกษาทนายกฎหมายธุรกิจของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ