081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

ไบโอเมตริกซ์ กล้องวิเคราะห์ใบหน้าและเซ็นเซอร์ในที่ทำงาน ใช้ได้แค่ไหน

นายเอกราช ทิพย์แมม นายเอกราช ทิพย์แมมคดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน
เผยแพร่ อัปเดตล่าสุด อ่าน 6 นาที PDPA คุ้มครองข้อมูล
ผู้ดูแลระบบตรวจจุดเข้าออกสำนักงานที่มีเครื่องอ่านบัตรและอุปกรณ์ไบโอเมตริกซ์ พร้อมข้อความ สแกนหน้าพนักงาน จำเป็นแค่ไหน?

สรุปประเด็นสำคัญ

ภาพจากกล้องทุกภาพไม่ได้เป็นข้อมูลชีวภาพตามมาตรา 26 โดยอัตโนมัติ ต้องดูการใช้เทคนิคเพื่อยืนยันตัวบุคคลที่ทำให้ระบุเฉพาะได้ แต่ภาพหรือข้อมูลเซ็นเซอร์ที่เชื่อมถึงพนักงานก็อาจเป็นข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป และการวิเคราะห์สุขภาพหรือข้อมูลอ่อนไหวต้องประเมินเพิ่ม

สำหรับประเด็น “กล้องวิเคราะห์ใบหน้าในที่ทำงาน” ต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงของงานที่จะทำ บทความนี้อธิบายเงื่อนไขที่ทำให้คำตอบต่างกัน พร้อมวิธีตัดสินใจและหลักฐานที่ควรเตรียมก่อนเกิดข้อร้องเรียน

สถานการณ์แบบใดให้คำตอบต่างกัน

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นกรณีสมมติเพื่ออธิบายหลัก ไม่ใช่การเปิดเผยข้อมูลลูกความหรือคำพิพากษา

  • เซ็นเซอร์นับคนแบบไม่บันทึกตัวตนอาจต่างจากระบบติดตามรายคน ต้องตรวจว่าสามารถเชื่อมกลับได้หรือไม่
  • กล้องสร้างแม่แบบใบหน้าเพื่อเปิดประตู เป็นการใช้ข้อมูลชีวภาพที่ต้องตรวจมาตรา 26
  • ระบบประเมินความเหนื่อยล้าหรืออารมณ์จากภาพอาจอนุมานข้อมูลผิด ต้องประเมินข้อมูลที่สร้างขึ้นและผลต่อพนักงาน

ควรตัดสินใจตามลำดับใด

แยกวัตถุประสงค์รักษาความปลอดภัย ลงเวลา และวิเคราะห์พฤติกรรมออกจากกัน ระบุข้อมูลที่ระบบสร้างจริง ตรวจฐานรายกิจกรรมและทางเลือกที่กระทบน้อยกว่า ก่อนกำหนดพื้นที่ ช่วงเวลาและผู้เข้าถึง

กล้องวิเคราะห์ใบหน้าในที่ทำงานต้องออกแบบเงื่อนไขใด

พิสูจน์เหตุที่ต้องใช้

อธิบายว่าบัตร รหัสหรือวิธีอื่นไม่ตอบโจทย์อย่างไร การป้องกันลงเวลาแทนไม่ใช่คำตอบอัตโนมัติให้เก็บชีวภาพทุกคนและทุกพื้นที่

ทางเลือกที่มีจริง

หากอาศัยความยินยอม ต้องพิจารณาความสมัครใจในความสัมพันธ์การจ้าง เสนอทางเลือกที่ใช้งานได้และไม่ลงโทษคนปฏิเสธอย่างไม่เหมาะสม

เก็บแม่แบบอย่างจำกัด

แยกแม่แบบจากฐานบุคคล จำกัดสิทธิผู้ดูแล การส่งออกและการใช้ข้ามวัตถุประสงค์ ตรวจว่าผู้ขายนำข้อมูลไปปรับระบบหรือส่งผู้รับช่วงหรือไม่

ทดสอบความผิดพลาด

ประเมินการปฏิเสธคนที่มีสิทธิและการยอมรับคนผิด วางวิธีตรวจด้วยคนเมื่อระบบล้มเหลว ไม่ตีความผลผิดเป็นการทุจริตของพนักงานทันที

ฐานกฎหมายและขอบเขตที่ต้องแยก

มาตรา 26 ควบคุมข้อมูลชีวภาพและข้อมูลอ่อนไหวตามที่ระบุ ต้องมีความยินยอมโดยชัดแจ้งหรือข้อยกเว้นที่เข้าเงื่อนไข ไม่ใช้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 24 (5) แทนโดยลำพัง มาตรา 22, 23 และ 37 ยังใช้เรื่องความจำเป็น การแจ้งและความปลอดภัย

อ่านตัวบท พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ประกอบการพิจารณาหน้าที่ของแต่ละฝ่าย

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: ถ้าพลาดแล้วเรื่องไปทางใด

หากข้อมูลชีวภาพรั่ว บุคคลเปลี่ยนลักษณะร่างกายเหมือนเปลี่ยนรหัสผ่านไม่ได้ง่าย การฝ่าฝืนมาตรา 26 ของผู้ควบคุมอาจเข้าโทษตามมาตรา 84 ซึ่งต้องดูองค์ประกอบจริง ไม่ใช่ค่าปรับอัตโนมัติทุกการติดกล้อง

เมื่อได้รับหนังสือหรือข้อเรียกร้อง ให้ตรวจผู้ส่ง ประเด็นที่ถามและกำหนดตอบจากเอกสารจริง รักษาข้อมูลต้นฉบับที่เกี่ยวข้อง พร้อมแยกข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ออกจากประเด็นที่ยังสอบสวน การแก้ปัญหาปัจจุบันควรทำควบคู่กับการเตรียมชี้แจง โดยไม่แก้บันทึกเก่าให้คลาดจากเหตุการณ์

หลักฐานที่ต้องเก็บและวิธีจัดให้ใช้ได้จริง

  • เอกสารเทคนิคระบุข้อมูลที่เก็บและแม่แบบที่สร้าง
  • บันทึกฐานกฎหมาย ความจำเป็นและทางเลือก
  • ผลทดสอบผิดพลาดและขั้นตอนยืนยันตัวสำรอง
  • แผนลบเมื่อพ้นงานและสิทธิผู้ขายเข้าถึงระบบ

จุดที่ควรตรวจเพิ่มคือเอกสารเทคนิคระบุข้อมูลที่เก็บและแม่แบบที่สร้าง เอกสารนี้ตอบได้เฉพาะข้อเท็จจริงที่มีการตรวจและรับรองไว้ หากอีกฝ่ายโต้แย้งว่างานจริงต่างจากเอกสาร ให้ใช้ข้อมูลจากระบบและผู้ปฏิบัติงานตรวจเทียบ ไม่สรุปว่ามีเอกสารแล้วจึงถูกต้องทุกขั้นตอน กรณีที่หลักฐานขัดกัน ควรเก็บทั้งสองชุดไว้พร้อมบันทึกเหตุที่ตรวจพบ เพื่อให้ผู้รับผิดชอบประเมินอย่างครบถ้วนและไม่ตัดข้อมูลที่เสียเปรียบออกจากแฟ้ม

ให้เจ้าของงานระบุผู้จัดทำ ผู้ตรวจรับ วันที่และเวอร์ชัน เก็บต้นฉบับในพื้นที่ที่จำกัดสิทธิตามหน้าที่ ส่วนสำเนาสำหรับตรวจควรปกปิดข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง ระยะเก็บต้องสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ หน้าที่ตามกฎหมายและสิทธิเรียกร้องที่เกี่ยวข้อง หากมีข้อพิพาทให้ประเมินการพักทำลายเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น พร้อมกำหนดผู้ทบทวน ไม่เก็บทุกอย่างตลอดไป

นำไปใช้กับทีมงานอย่างไร

กำหนดขอบเขตการทดลอง

เริ่มทดสอบด้วยข้อมูลสมมติหรือข้อมูลที่ลดความเสี่ยงแล้ว ระบุงานที่ให้เครื่องมือช่วยและงานที่ยังไม่อนุญาต หากต้องใช้ข้อมูลจริงเพื่อทดสอบ ต้องผ่านการประเมินฐานกฎหมายและสิทธิผู้รับก่อน ไม่ถือว่าช่วงทดลองอยู่นอกกฎหมาย

เก็บข้อจำกัดไว้กับผลทดสอบ

ผู้ตัดสินใจควรรู้ว่าระบบทดสอบกับงานแบบใด ข้อมูลแบบใดทำให้ผิด และมีสถานการณ์ใดที่ยังไม่ประเมิน แยกผลที่ตรวจยืนยันได้ออกจากคำอธิบายของผู้ขาย เพื่อไม่ขยายการใช้งานเกินหลักฐานที่มี

การอนุมัติต้องตามการเปลี่ยนแปลง

เมื่อผู้ให้บริการเปลี่ยนเงื่อนไข โมเดลหรือสิทธิการใช้ข้อมูล ให้เจ้าของงานประเมินส่วนที่เปลี่ยนและแจ้งผู้เกี่ยวข้อง การอนุมัติชื่อเครื่องมือครั้งเดียวไม่ครอบคลุมทุกการเชื่อมต่อ ทุกบัญชี และทุกข้อมูลในอนาคต

แผนลงมือวันนี้ ภายใน 7 วันและ 30 วัน

ช่วงเวลาต่อไปนี้เป็นตัวอย่างแผนจัดงานภายใน ไม่ใช่กำหนดตามกฎหมาย และไม่เลื่อนหน้าที่เร่งด่วนที่ต้องทำก่อน

ช่วงงานงานที่มอบหมายสิ่งที่ใช้ตรวจรับ
วันนี้ตรวจว่าระบบกล้องที่ใช้อยู่เปิดฟังก์ชันวิเคราะห์อะไรบ้างขอบเขตงานและผู้รับผิดชอบ
ภายใน 7 วันประเมินฐานข้อมูลชีวภาพและทางเลือกก่อนเพิ่มการใช้งานข้อค้นพบและรายการที่ต้องแก้
ภายใน 30 วันทดสอบความผิดพลาด การลบและการเพิกถอนสิทธิผู้ดูแลผลตรวจหรือทดสอบและงานที่ยังค้าง

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง

ไม่ควรเรียกทุกภาพว่าเป็นข้อมูลชีวภาพ และไม่ควรคิดว่าป้ายแจ้งกล้องเพียงป้ายเดียวครอบการนำภาพไปวิเคราะห์สุขภาพหรือให้คะแนนพนักงานทั้งหมด

อ่านต่อและจัดระบบให้เหมาะกับองค์กร

ภาพรวมของเรื่องนี้อยู่ในคู่มือกำกับการใช้ AI กับข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับผู้บริหารและ HR ใช้ตรวจว่าประเด็นเฉพาะเชื่อมกับหน้าที่ส่วนอื่นอย่างไร

สำหรับขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง อ่านAI วิเคราะห์ผลงานพนักงาน เสี่ยงเลือกปฏิบัติอย่างไรและควรควบคุมอะไร และDPIA สำหรับการประมวลผลความเสี่ยงสูง ควรเริ่มเมื่อใดและทำอย่างไร

หากงานเชื่อมกับกระบวนการอื่น ให้อ่านสแกนลายนิ้วมือหรือสแกนใบหน้าเข้างาน ต้องมีทางเลือกอื่นให้พนักงานหรือไม่ประกอบก่อนกำหนดผู้รับผิดชอบ

สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรมช่วยตรวจข้อเท็จจริง เอกสารและพยานหลักฐานผ่านบริการกฎหมาย PDPA โดยประเด็นการจ้างงานสามารถประเมินร่วมกับทีมกฎหมายแรงงาน สามารถนัดหมายเพื่อนำเอกสารที่เกี่ยวข้องมาประเมินก่อนตัดสินใจ

อ่านต่อ: สิทธิและแนวปฏิบัติในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

มาตรา 26 ควบคุมข้อมูลชีวภาพและข้อมูลอ่อนไหวตามที่ระบุ ต้องมีความยินยอมโดยชัดแจ้งหรือข้อยกเว้นที่เข้าเงื่อนไข ไม่ใช้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 24 (5) แทนโดยลำพัง มาตรา 22, 23 และ 37 ยังใช้เรื่องความจำเป็น การแจ้งและความปลอดภัย

คำถามที่พบบ่อย

ภาพจาก CCTV ทุกภาพเป็นข้อมูลชีวภาพไหม

ไม่อัตโนมัติ ต้องดูการประมวลผลทางเทคนิคเพื่อยืนยันตัวบุคคลตามนิยาม แต่ภาพที่ระบุตัวได้ยังเป็นข้อมูลส่วนบุคคล

ใช้ฐานประโยชน์โดยชอบกับแม่แบบใบหน้าได้ไหม

มาตรา 24 (5) เพียงอย่างเดียวไม่แทนเงื่อนไขมาตรา 26 สำหรับข้อมูลชีวภาพ ต้องตรวจความยินยอมหรือข้อยกเว้นที่เข้าเงื่อนไข

เครื่องสแกนผิดถือว่าพนักงานขาดงานเลยไหม

ต้องตรวจข้อเท็จจริงและมีวิธีสำรอง ไม่ใช้ความผิดพลาดทางเทคนิคเป็นข้อยุติโดยไม่มีการทบทวน

นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผู้บริหารกับทีมไอทีตรวจอำนาจ AI Agent พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ต้องจำกัดอำนาจอย่างไร

AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ควรแยกสิทธิอ่าน ส่ง แก้ และลบ ตรวจจุดอนุมัติ อายุสิทธิ และหลักฐานผลจริง ก่อนให้ระบบทำงานแทนพนักงาน

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที
เจ้าหน้าที่ตรวจข้อความลูกค้าที่ AI สรุปผิด พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI สร้างข้อมูลผิดเกี่ยวกับลูกค้า บริษัทต้องตามแก้อย่างไร

AI สร้างข้อมูลผิดแล้วถูกส่งเข้า CRM ต้องตรวจต้นทางและตามแก้จุดใช้จริง ดูสิทธิแก้ไข การระงับระหว่างตรวจ และหลักฐานตอบคำร้องของลูกค้า

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที
ผู้ดูแลตรวจสิทธิการค้นเอกสารภายในด้วย AI พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI ค้นเอกสารภายใน ต้องป้องกันข้อมูลข้ามสิทธิอย่างไร

AI ค้นเอกสารภายในอาจตอบข้อมูลที่ผู้ถามไม่มีสิทธิ ดูวิธีตรวจแหล่งข้อมูล ดัชนี ประวัติ และผลทดสอบก่อนเปิดให้พนักงานค้นด้วยบัญชีจริง

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที

ปรึกษาทีมทนาย PDPAของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE