081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

จ้างภายนอกทำ HR เงินเดือน หรือคอลเซ็นเตอร์ ใครรับผิดตาม PDPA

นายเอกราช ทิพย์แมม นายเอกราช ทิพย์แมมคดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน
เผยแพร่ อัปเดตล่าสุด อ่าน 6 นาที PDPA คุ้มครองข้อมูล
ฝ่าย HR ตรวจขั้นตอนส่งข้อมูลเงินเดือนให้ผู้ให้บริการภายนอก พร้อมข้อความ จ้างคนอื่นทำเงินเดือน ความรับผิดยังอยู่ไหม?

สรุปประเด็นสำคัญ

การจ้างภายนอกไม่ได้ทำให้ผู้ว่าจ้างพ้นหน้าที่ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูล ผู้ให้บริการอาจเป็นผู้ประมวลผลสำหรับงานที่ทำตามคำสั่ง และเป็นผู้ควบคุมสำหรับงานอื่นที่ตัดสินใจเอง จึงต้องแยกบทบาทเป็นรายกิจกรรมแทนการโยนความรับผิดทั้งหมดให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

สำหรับประเด็น “จ้างภายนอกทำ HR” ต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงของงานที่จะทำ บทความนี้อธิบายเงื่อนไขที่ทำให้คำตอบต่างกัน พร้อมวิธีตัดสินใจและหลักฐานที่ควรเตรียมก่อนเกิดข้อร้องเรียน

สถานการณ์แบบใดให้คำตอบต่างกัน

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นกรณีสมมติเพื่ออธิบายหลัก ไม่ใช่การเปิดเผยข้อมูลลูกความหรือคำพิพากษา

  • บริษัทกำหนดสูตรเงินเดือนและให้ผู้รับจ้างคำนวณ ผู้รับจ้างทำงานแทนตามขอบเขต
  • บริษัทจัดหางานสร้างฐานผู้สมัครของตนและคัดส่งหลายบริษัท ต้องตรวจหน้าที่ของผู้ควบคุมแยก
  • คอลเซ็นเตอร์นำเสียงลูกค้าไปฝึกโมเดลของตนเอง เป็นวัตถุประสงค์เพิ่มที่ต้องประเมิน ไม่ใช่งานรับสายตามคำสั่งเดิม

ควรตัดสินใจตามลำดับใด

แบ่งขั้นตอนตั้งแต่รับข้อมูล ใช้งาน เปิดเผย จนลบ แล้วกำหนดผู้ตัดสินใจและผู้ปฏิบัติแต่ละขั้น ตรวจว่าผู้ให้บริการมีสิทธิใช้ต่อหรือไม่ ก่อนเลือก DPA หรือข้อตกลงแบ่งปันข้อมูลที่ตรงบทบาท

จ้างภายนอกทำ HR ต้องกำหนดเส้นแบ่งงานตรงไหน

การรับข้อมูล

ให้บริษัทกำหนดฟิลด์ที่จำเป็น ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิขอเอกสารเพิ่มเพียงเพราะระบบมีช่อง หากจำเป็นต้องเพิ่มให้ยืนยันเหตุผลและฐานกฎหมายก่อน

การส่งรายงาน

รายงานให้หัวหน้างานควรมีเฉพาะสิ่งที่ใช้ตัดสินใจ เช่น สถานะงาน ไม่ส่งใบรับรองแพทย์หรือข้อมูลเงินเดือนทั้งชุดไปยังผู้ไม่เกี่ยวข้อง

การตอบคำขอและข้อผิดพลาด

ให้ผู้รับจ้างส่งเรื่องถึงบริษัทพร้อมหลักฐาน ไม่ตอบปฏิเสธเจ้าของข้อมูลเองโดยไม่มีคำสั่ง และต้องมีขั้นตอนแก้ข้อมูลที่เชื่อมกับระบบต้นทาง

การคืนและลบ

สิ้นสุดสัญญาต้องแยกข้อมูลที่ทำแทนกับข้อมูลที่ผู้ให้บริการต้องเก็บตามหน้าที่ของตน ระบุเหตุผล ขอบเขต และมาตรการจำกัดการใช้ส่วนที่ยังเก็บ

ฐานกฎหมายและขอบเขตที่ต้องแยก

มาตรา 6 และ 40 เป็นฐานแยกผู้ควบคุมกับผู้ประมวลผล มาตรา 23 เกี่ยวกับการแจ้งรายละเอียดแก่เจ้าของข้อมูล ส่วนข้อมูลสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม หรือสหภาพแรงงานต้องตรวจมาตรา 26 เพิ่ม ไม่ใช้ฐานข้อมูลทั่วไปครอบทั้งหมด

อ่านตัวบท พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ประกอบการพิจารณาหน้าที่ของแต่ละฝ่าย

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: ถ้าพลาดแล้วเรื่องไปทางใด

เมื่อคำสั่งไม่ชัด ผู้รับจ้างอาจส่งข้อมูลเกินขอบเขตหรือใช้ข้อมูลต่อจนเกิดข้อร้องเรียน การเรียกค่าเสียหายต้องแสดงว่างานใดผิดสัญญาและสัมพันธ์กับความเสียหายอย่างไร ส่วนประเด็นนายจ้างตามกฎหมายแรงงานต้องประเมินต่างหาก

เมื่อได้รับหนังสือหรือข้อเรียกร้อง ให้ตรวจผู้ส่ง ประเด็นที่ถามและกำหนดตอบจากเอกสารจริง รักษาข้อมูลต้นฉบับที่เกี่ยวข้อง พร้อมแยกข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ออกจากประเด็นที่ยังสอบสวน การแก้ปัญหาปัจจุบันควรทำควบคู่กับการเตรียมชี้แจง โดยไม่แก้บันทึกเก่าให้คลาดจากเหตุการณ์

หลักฐานที่ต้องเก็บและวิธีจัดให้ใช้ได้จริง

  • ตารางแบ่งบทบาทรายกระบวนงานและรายการข้อมูลที่อนุมัติ
  • DPA คำสั่งงานและรายชื่อผู้มีสิทธิรับรายงาน
  • บันทึกส่งมอบ แก้ไข และตอบคำขอข้อมูล
  • หลักฐานอบรมผู้รับจ้างและเพิกถอนสิทธิเมื่อเปลี่ยนคน

จุดที่ควรตรวจเพิ่มคือตารางแบ่งบทบาทรายกระบวนงานและรายการข้อมูลที่อนุมัติ เอกสารนี้ตอบได้เฉพาะข้อเท็จจริงที่มีการตรวจและรับรองไว้ หากอีกฝ่ายโต้แย้งว่างานจริงต่างจากเอกสาร ให้ใช้ข้อมูลจากระบบและผู้ปฏิบัติงานตรวจเทียบ ไม่สรุปว่ามีเอกสารแล้วจึงถูกต้องทุกขั้นตอน กรณีที่หลักฐานขัดกัน ควรเก็บทั้งสองชุดไว้พร้อมบันทึกเหตุที่ตรวจพบ เพื่อให้ผู้รับผิดชอบประเมินอย่างครบถ้วนและไม่ตัดข้อมูลที่เสียเปรียบออกจากแฟ้ม

ให้เจ้าของงานระบุผู้จัดทำ ผู้ตรวจรับ วันที่และเวอร์ชัน เก็บต้นฉบับในพื้นที่ที่จำกัดสิทธิตามหน้าที่ ส่วนสำเนาสำหรับตรวจควรปกปิดข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง ระยะเก็บต้องสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ หน้าที่ตามกฎหมายและสิทธิเรียกร้องที่เกี่ยวข้อง หากมีข้อพิพาทให้ประเมินการพักทำลายเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น พร้อมกำหนดผู้ทบทวน ไม่เก็บทุกอย่างตลอดไป

นำไปใช้กับทีมงานอย่างไร

คนที่ต้องร่วมตัดสินใจ

เจ้าของบริการควรยืนยันว่าข้อมูลใดต้องส่งและผลหากระบบหยุด ฝ่ายเทคนิคตรวจว่ามาตรการทำงานจริง ฝ่ายจัดซื้อรักษาเงื่อนไขที่ตกลง ส่วนฝ่ายกฎหมายตรวจบทบาทและสิทธิ อย่าให้การรับรองของแผนกเดียวครอบข้อเท็จจริงที่แผนกนั้นไม่ได้ตรวจ

แยกสิ่งที่ทราบกับสิ่งที่คู่ค้ายังไม่ตอบ

ในบันทึกตรวจให้ระบุข้อเท็จจริงที่มีหลักฐาน ข้อมูลที่ยังรอ และผลต่อการตัดสินใจแยกกัน หากต้องเปิดใช้งานก่อนแก้ครบ ให้จำกัดข้อมูลหรือสิทธิ พร้อมผู้อนุมัติและวันทบทวนที่ชัดเจน การเงียบของคู่ค้าไม่ใช่การยืนยันว่าความเสี่ยงไม่มี

ตรวจภาคปฏิบัติก่อนถือว่าปิดงาน

ให้ทีมที่ต้องลงมือสาธิตขั้นตอนสำคัญด้วยข้อมูลทดสอบ บันทึกผลที่ทำได้และข้อจำกัด หากเอกสารสัญญารับรองมากกว่าระบบทำได้ ต้องแก้ทั้งเงื่อนไขและวิธีปฏิบัติ ไม่ทำเครื่องหมายผ่านเพียงเพราะมีลายเซ็นครบ

แผนลงมือวันนี้ ภายใน 7 วันและ 30 วัน

ช่วงเวลาต่อไปนี้เป็นตัวอย่างแผนจัดงานภายใน ไม่ใช่กำหนดตามกฎหมาย และไม่เลื่อนหน้าที่เร่งด่วนที่ต้องทำก่อน

ช่วงงานงานที่มอบหมายสิ่งที่ใช้ตรวจรับ
วันนี้ตรวจรายงานที่ผู้รับจ้างส่งให้แต่ละแผนกขอบเขตงานและผู้รับผิดชอบ
ภายใน 7 วันลดข้อมูลที่ไม่จำเป็นและปรับขอบเขตคำสั่งข้อค้นพบและรายการที่ต้องแก้
ภายใน 30 วันสุ่มตรวจการเข้าถึงและทดลองตอบคำขอใช้สิทธิร่วมกันผลตรวจหรือทดสอบและงานที่ยังค้าง

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง

คำว่างานบุคคลเป็นความลับไม่ตอบว่าใครเข้าถึงได้ ต้องกำหนดตามหน้าที่ และไม่ใช้ DPA แทนการวิเคราะห์ความสัมพันธ์นายจ้างลูกจ้างในสัญญา Outsource

อ่านต่อและจัดระบบให้เหมาะกับองค์กร

ภาพรวมของเรื่องนี้อยู่ในคู่มือจัดการคู่ค้าและ DPA สำหรับองค์กร ก่อนส่งข้อมูลจนเลิกใช้ระบบ ใช้ตรวจว่าประเด็นเฉพาะเชื่อมกับหน้าที่ส่วนอื่นอย่างไร

สำหรับขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง อ่านDPA คืออะไร สัญญากับคู่ค้ารายใดต้องมี และรายใดต้องแยกบทบาท และข้อมูลรั่วจากระบบเงินเดือนหรือคลาวด์ ใครรับผิดและใครต้องแจ้ง

หากงานเชื่อมกับกระบวนการอื่น ให้อ่านPDPA กับข้อมูลพนักงาน คู่มือนายจ้างและ HR ตั้งแต่รับสมัครจนพ้นสภาพประกอบก่อนกำหนดผู้รับผิดชอบ

สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรมช่วยตรวจข้อเท็จจริง เอกสารและพยานหลักฐานผ่านบริการกฎหมาย PDPA รวมถึงข้อสัญญากับคู่ค้า สามารถนัดหมายเพื่อนำเอกสารที่เกี่ยวข้องมาประเมินก่อนตัดสินใจ

อ่านต่อ: สิทธิและแนวปฏิบัติในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

มาตรา 6 และ 40 เป็นฐานแยกผู้ควบคุมกับผู้ประมวลผล มาตรา 23 เกี่ยวกับการแจ้งรายละเอียดแก่เจ้าของข้อมูล ส่วนข้อมูลสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม หรือสหภาพแรงงานต้องตรวจมาตรา 26 เพิ่ม ไม่ใช้ฐานข้อมูลทั่วไปครอบทั้งหมด

คำถามที่พบบ่อย

จ้างทำเงินเดือนแล้ว HR ไม่ต้องดู PDPA หรือไม่

HR ยังต้องดูความจำเป็น ความถูกต้อง ผู้รับข้อมูล และการกำกับผู้ให้บริการตามบทบาทของบริษัท

ผู้รับจ้างขอใบรับรองแพทย์ทั้งฉบับได้ไหม

ต้องตรวจความจำเป็นและฐานตามมาตรา 26 ไม่ควรส่งรายละเอียดเกินวัตถุประสงค์เพียงเพราะผู้ให้บริการร้องขอ

DPA ทำให้ผู้รับจ้างเป็นนายจ้างตามกฎหมายแรงงานไหม

DPA ไม่ใช่ตัวตัดสินสถานะนายจ้าง ต้องดูข้อเท็จจริงและกฎหมายแรงงานแยกจากบทบาทตาม PDPA

นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผู้บริหารกับทีมไอทีตรวจอำนาจ AI Agent พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ต้องจำกัดอำนาจอย่างไร

AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ควรแยกสิทธิอ่าน ส่ง แก้ และลบ ตรวจจุดอนุมัติ อายุสิทธิ และหลักฐานผลจริง ก่อนให้ระบบทำงานแทนพนักงาน

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที
เจ้าหน้าที่ตรวจข้อความลูกค้าที่ AI สรุปผิด พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI สร้างข้อมูลผิดเกี่ยวกับลูกค้า บริษัทต้องตามแก้อย่างไร

AI สร้างข้อมูลผิดแล้วถูกส่งเข้า CRM ต้องตรวจต้นทางและตามแก้จุดใช้จริง ดูสิทธิแก้ไข การระงับระหว่างตรวจ และหลักฐานตอบคำร้องของลูกค้า

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที
ผู้ดูแลตรวจสิทธิการค้นเอกสารภายในด้วย AI พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI ค้นเอกสารภายใน ต้องป้องกันข้อมูลข้ามสิทธิอย่างไร

AI ค้นเอกสารภายในอาจตอบข้อมูลที่ผู้ถามไม่มีสิทธิ ดูวิธีตรวจแหล่งข้อมูล ดัชนี ประวัติ และผลทดสอบก่อนเปิดให้พนักงานค้นด้วยบัญชีจริง

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที

ปรึกษาทีมทนาย PDPAของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE