081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

หนังสือทวงค่าเช่าบ้าน ห้องเช่า เมื่อค้างจ่ายหรือย้ายหนี

ค่าเช่าค้าง เขียนทวงอย่างไรให้ชัด สำหรับบ้านและห้องเช่า

สรุปประเด็นสำคัญ

การทวงค่าเช่าต้องแยกจากการบอกเลิกสัญญาและขอคืนห้อง หนังสือควรมีตารางค่าเช่าแต่ละงวด ยอดชำระแล้ว ค่าน้ำไฟที่มีหลักฐาน และบัญชีเงินประกัน หากผู้เช่าย้ายออกแล้วให้ตรวจวันคืนการครอบครองกับความเสียหายจริง ไม่คิดค่าเช่าหรือริบเงินประกันต่อโดยอัตโนมัติ ก่อนกำหนดวันแก้ไขต้องตรวจว่าสัญญาอยู่ภายใต้ประกาศควบคุมธุรกิจเช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยหรือไม่

หนังสือทวงค่าเช่าบ้านต้องระบุยอดและสถานะสัญญาให้ตรงกัน

แยกคำขอให้จ่ายเงินออกจากคำขอให้ย้ายออก ผู้ให้เช่าอาจยังต้องการให้เช่าต่อแต่เคลียร์ยอด หรืออาจต้องการเลิกสัญญาเพราะค้างค่าเช่า ซึ่งใช้เงื่อนไขต่างกัน หนังสือควรบอกว่าเรียกค่าเช่างวดใด ถึงกำหนดวันไหน ได้รับเท่าใด เหลือเท่าใด และต้องการให้ผู้เช่าปฏิบัติอย่างไรภายในกำหนด

ถ้าผู้เช่ายังครอบครองห้อง ให้ตรวจว่าสัญญายังมีผลหรือสิ้นสุดแล้ว ถ้าย้ายออกไปแล้วต้องมีข้อมูลวันส่งกุญแจ วันรับคืน และรายการตรวจสภาพ ไม่ใช้คำว่าย้ายหนีแทนข้อเท็จจริงทุกกรณี เพราะบางรายอาจแจ้งคืนห้องแล้วแต่ยังตกลงเรื่องเงินกันไม่ได้ ส่วนผู้พักร่วมที่ไม่ได้เป็นคู่สัญญาไม่ได้ต้องชำระแทนโดยอัตโนมัติ

ตัวอย่างสมมติ: ผู้เช่าค้างค่าเช่า 2 เดือน เดือนละ 7,000 บาท มีค่าน้ำไฟตามหลักฐาน 1,200 บาท และเงินประกันอยู่กับผู้ให้เช่า 14,000 บาท ผู้ให้เช่าต้องแสดงยอดแยกและตรวจเงื่อนไขใช้เงินประกัน ไม่ส่งหนังสือเรียก 15,200 บาทพร้อมประกาศริบประกันทั้งหมดโดยไม่อธิบายฐานและบัญชี หากมีค่าซ่อมเพิ่มต้องระบุความเสียหายจริงที่ไม่ใช่การเสื่อมสภาพตามปกติ

ถ้ายังไม่มีตารางยอด ควรจัดทำก่อนเลือกแบบหนังสือ หากต้องการให้ทนายแยกสิทธิทวงเงินกับขั้นเลิกสัญญา สามารถดูบริการหนังสือบอกกล่าวทวงถามค่าเช่าและเตรียมสัญญา รายการรับชำระ และข้อมูลการคืนห้องมาประกอบการประเมิน

ข้อยกเว้น: บ้านเช่าทั่วไปกับธุรกิจเช่าที่ควบคุมสัญญา

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา พ.ศ. 2568 กำหนดธุรกิจให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยที่เข้าเงื่อนไข โดยต้องตรวจจำนวนหน่วยให้เช่าตั้งแต่ 3 หน่วยขึ้นไป ลักษณะผู้เช่าและการใช้เพื่ออยู่อาศัย รวมทั้งข้อยกเว้น เช่น โรงแรมหรือหอพักที่มีกฎหมายเฉพาะ อย่าใช้ชื่อทางการค้าว่าอพาร์ตเมนต์หรือหอพักเป็นคำตอบสุดท้าย ต้องดูข้อเท็จจริงและกฎหมายที่กำกับจริง

กรณีในบังคับประกาศต้องตรวจแบบสัญญามาตรฐานที่ตรงระยะเวลาเช่าและข้อห้ามเพิ่มเติม ไม่หยิบเงื่อนไขของสัญญาระยะสั้นไปใช้กับสัญญาระยะยาวทั้งหมด ส่วนผู้ให้เช่าที่ไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวยังอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ควรสรุปว่าอยู่นอกประกาศแล้วล็อกห้องหรือยึดทรัพย์ได้ตามใจ

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: ทวงค่าเช่ากับเอาห้องคืนเป็นคนละขั้น

คนมักเข้าใจว่า: ผู้เช่าค้างหนึ่งเดือนแล้วเจ้าของบ้านสามารถเปลี่ยนกุญแจทันที เพราะทรัพย์เป็นของตน และให้ผู้เช่ามาจ่ายก่อนค่อยคืนของ

กฎหมายมองว่า: เจ้าของมีสิทธิในทรัพย์แต่ต้องเคารพสิทธิตามสัญญาและใช้ขั้นตอนบอกกล่าว เลิกสัญญา หรือเรียกคืนการครอบครองให้ถูกต้อง การทวงเงินไม่ได้ให้อำนาจใช้กำลังหรือจัดการทรัพย์ของผู้เช่าเอง

จุดเสี่ยงจริง: ปัญหาค่าเช่าหลักหมื่นอาจกลายเป็นข้อพิพาทเรื่องเข้าห้อง ขนของ หรือความเสียหายเพิ่ม ควรให้หนังสือแสดงเป้าหมายชัดและใช้กำหนดเวลาที่ตรงกฎหมาย ก่อนลงมือเกี่ยวกับการครอบครองห้อง

มองสองฝั่ง: บัญชีที่ตรวจได้ช่วยลดข้อเถียง

ประเด็นผู้ให้เช่าผู้เช่า
สิทธิเรียกค่าเช่าที่ถึงกำหนดและค่าเสียหายที่มีฐานตรวจยอด เงินประกัน และคัดค้านรายการที่ไม่ตรงจริง
ความเสี่ยงเลิกสัญญาหรือเข้าห้องโดยข้ามขั้นตอนคิดว่าวางกุญแจหรือทิ้งประกันแล้วหนี้ทั้งหมดจบ
ควรทำจัดยอดรายงวดและตรวจสภาพร่วมเมื่อคืนห้องเก็บสลิป รูปสภาพห้อง และหลักฐานส่งคืน
ไม่ควรทำคิดค่าซ่อมใหม่ทั้งชิ้นโดยไม่ดูอายุและสภาพเดิมหยุดจ่ายทุกยอดโดยไม่แจ้งข้อโต้แย้งที่ชัด

เวลา: อย่าใช้กำหนด 15 วันกับทุกสัญญา

ตามหลักมาตรา 560 หากค่าเช่าชำระเป็นรายเดือนหรือระยะยาวกว่านั้น ผู้ให้เช่าที่จะเลิกเพราะไม่ชำระต้องบอกกล่าวให้ชำระในเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน แต่เมื่อสัญญาอยู่ในบังคับประกาศควบคุมและแบบมาตรฐาน ต้องตรวจเงื่อนไขที่คุ้มครองผู้เช่าเพิ่มเติม โดยแบบ ก มีหลักบอกกล่าวให้แก้ไขการผิดข้อสาระสำคัญไม่น้อยกว่า 30 วันในกรณีทั่วไป ไม่ใช่เลือกตัวเลขที่สั้นกว่ามาใช้

ข้อยกเว้นเรื่องรบกวนการอยู่อาศัยหรือเหตุเฉพาะในแบบสัญญาไม่ควรนำมาใช้กับการค้างค่าเช่าโดยไม่มีองค์ประกอบนั้น หากผู้เช่าย้ายออกแล้ว ระยะเวลาทวงเงินกับกำหนดฟ้องความรับผิดเกี่ยวกับการเช่าต้องตรวจแยก โดยมาตรา 563 มีเรื่องกำหนดฟ้องความรับผิดของผู้เช่าหลังคืนทรัพย์ซึ่งต้องพิจารณาตามชนิดสิทธิ อย่าเหมารวมว่าทุกยอดรอได้ 5 ปี อ่านหนังสือเลิกเช่าและแจ้งให้ย้ายออกประกอบก่อนใช้ข้อความบอกเลิก

เงิน: ทำตารางค่าเช่า เงินประกัน และค่าซ่อมคนละส่วน

รายการหลักฐานประกอบข้อควรตรวจ
ค่าเช่าค้างสัญญา กำหนดชำระ บัญชีรับเงินแยกงวดและหักเงินที่รับจริง
ค่าน้ำไฟหรือบริการเลขมิเตอร์ ใบเรียกเก็บ อัตราที่ชอบไม่เรียกยอดเหมาหรืออัตราเกินสิทธิ
ค่าซ่อมสภาพก่อนเข้า หลังออก และรายการซ่อมแยกความเสียหายจากการใช้งานปกติ
เงินประกันใบรับเงินและข้อตกลงแสดงการหักที่มีฐานและยอดคืนคงเหลือ

เงินประกันไม่ใช่ค่าปรับที่ริบได้เสมอ และไม่ใช่สิทธิของผู้เช่าที่จะหยุดจ่ายเดือนสุดท้ายเองโดยไม่ดูข้อตกลง ต้องตรวจว่าใช้ประกันหักรายการใดได้และต้องคืนเมื่อใด การร่างหนังสือทวงค่าเช่าและค่าเสียหายควรมีบัญชีประกอบให้ผู้อ่านย้อนคำนวณได้ ไม่ใช้ยอดรวมที่ไม่มีรายละเอียด

หลักฐาน: ถ้าย้ายออกแล้ว วันคืนห้องสำคัญมาก

เก็บเอกสารส่งมอบกุญแจ บันทึกคืนทรัพย์ รูปถ่ายที่เห็นสภาพและวันตรวจ รวมถึงข้อความนัดตรวจร่วม หากเข้าตรวจโดยไม่มีผู้เช่า ควรมีวิธีบันทึกที่เชื่อถือได้และตรวจสิทธิเข้าห้องก่อน ไม่สร้างหลักฐานด้วยการเข้าไปโดยไม่มีฐานแล้วค่อยอ้างภายหลังว่าเพื่อถ่ายรูป

  • สัญญาเช่าและเอกสารแนบทุกรุ่นที่ตกลงใช้
  • หลักฐานผู้เช่า ผู้ให้เช่า หรือผู้รับมอบอำนาจที่เกี่ยวข้อง
  • บัญชีค่าเช่ารายเดือนและสลิปที่ใช้สอบทาน
  • รูปและรายการทรัพย์ก่อนเข้าอยู่เทียบตอนส่งคืน
  • หนังสือที่ส่งจริงกับหลักฐานนำจ่ายหรือการตอบรับ

ถ้าผู้เช่าทิ้งของไว้ อย่าถือว่าทรัพย์ทั้งหมดตกเป็นของเจ้าของห้องโดยอัตโนมัติ ต้องประเมินการครอบครอง การแจ้งรับของ และวิธีดำเนินการที่ชอบก่อนนำออกหรือขาย บัญชีหลักฐานยังช่วยตอบข้อโต้แย้งเรื่องการคืนเงินประกันเช่าได้ชัดกว่าการโต้เถียงจากความทรงจำ

กฎหมายข้างเคียง: การทวงหนี้และการครอบครองยังต้องคุม

ผู้ประกอบธุรกิจให้เช่าที่ทวงหนี้บุคคลธรรมดาต้องตรวจขอบเขตพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ร่วมด้วย ไม่ควรแปะยอดค้างหน้าห้องให้คนอื่นอ่านหรือส่งข้อมูลไปให้หัวหน้าผู้เช่าเพื่อกดดัน การแจ้งเตือนส่วนตัวกับการประจานมีผลต่างกัน แม้เจ้าของเชื่อว่าค่าเช่าค้างจริง

ถ้าสัญญาสิ้นสุดแล้วแต่ยังไม่คืนห้อง การเรียกเงินในช่วงหลังอาจต้องวิเคราะห์ฐานเป็นค่าเสียหายจากการไม่ส่งคืนหรือสถานะการเช่าที่เกิดขึ้นใหม่ ไม่เรียกทุกช่วงว่าค่าเช่าโดยไม่ดูพฤติการณ์ และถ้ามีผู้ค้ำประกันต้องตรวจหนังสือค้ำกับการบอกกล่าวเฉพาะ ไม่ส่งยอดให้ญาติจ่ายแทนเพียงเพราะเป็นคนติดต่อได้

ทางไปต่อ: เคลียร์บัญชีก่อนเลือกหนังสือทวงหรือเลิกเช่า

  1. ตรวจว่าสัญญาอยู่ภายใต้กฎหมายทั่วไปหรือประกาศควบคุม
  2. แยกสถานะยังอยู่ ย้ายแล้ว หรือสิ้นสัญญาแต่ไม่คืนห้อง
  3. ทำบัญชีค่าเช่า น้ำไฟ ค่าซ่อม และเงินประกันให้ครบ
  4. กำหนดคำขอและระยะเวลาตามสิทธิที่ต้องการใช้
  5. ส่งถึงผู้เกี่ยวข้อง เก็บหลักฐาน และประเมินผลเมื่อครบกำหนด
สถานการณ์แนวทางข้อควรคิด
ยังเช่าต่อและยอมรับยอดตกลงชำระค้างโดยระบุงวดชัดผลเมื่อผิดนัดใหม่และสถานะสัญญาเดิม
ต้องการเลิกเพราะค้างบอกกล่าวตามเงื่อนไขก่อนใช้สิทธิกฎ 15 วันกับสัญญาควบคุมใช้ต่างกัน
ย้ายออกแล้วยังมียอดส่งบัญชีปิดและเรียกส่วนที่มีฐานวันคืนห้อง เงินประกัน และกำหนดฟ้องเฉพาะ

ควรให้ตรวจเมื่อจะบอกเลิกทันที มีข้อพิพาทเงินประกัน หรือไม่ชัดว่ารับคืนห้องแล้วหรือยัง สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรมให้บริการออกหนังสือบอกกล่าวทวงถามค่าเช่า ติดต่อผ่านช่องทางสำนักงานพร้อมสัญญา ตารางยอด และหลักฐานสภาพห้อง เพื่อกำหนดขอบเขตเรียกเงินและขั้นตอนเกี่ยวกับห้องแยกกันอย่างชัดเจน

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ตรวจประกอบบทความ ณ ตุลาคม 2569

คำถามที่พบบ่อย

ผู้เช่าค้างค่าเช่าต้องให้เวลา 15 วันเสมอไหม
ไม่เสมอไป ต้องตรวจมาตรา 560 และเงื่อนไขสัญญาควบคุมที่ใช้กับกรณีนั้น แบบมาตรฐานบางกรณีกำหนดการบอกกล่าวทั่วไปไม่น้อยกว่า 30 วัน จึงไม่ควรเลือก 15 วันใช้กับทุกสัญญา ควรตรวจวันทำสัญญาและขอบเขตประกาศที่ใช้กับการเช่าจริง
ย้ายออกแล้วเงินประกันพอหักหนี้ ต้องส่งหนังสืออีกไหม
ควรทำบัญชีแสดงรายการหักและยอดคงเหลือให้ตรวจสอบได้ก่อน หากยังมียอดเรียกหรือมีข้อโต้แย้งจึงพิจารณาหนังสือตามฐานสิทธิ ไม่ริบหรือหักทุกอย่างโดยไม่มีรายละเอียด
เจ้าของห้องเปลี่ยนกุญแจเพราะค้างค่าเช่าได้ไหม
ไม่ควรใช้เป็นวิธีบังคับให้จ่าย ต้องตรวจสถานะสัญญา สิทธิครอบครอง และขั้นตอนตามกฎหมาย การเป็นเจ้าของไม่ได้ยกเว้นความรับผิดจากการเข้าห้องหรือจัดการทรัพย์ผู้เช่าโดยไม่มีสิทธิ
ผู้เช่าย้ายแล้วเรียกค่าซ่อมทั้งหมดจากเขาได้หรือไม่
ต้องพิสูจน์ความเสียหายที่ผู้เช่าต้องรับผิด แยกจากการเสื่อมสภาพตามปกติและสภาพเดิม ควรมีหลักฐานก่อนเข้า หลังออก และค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผล พร้อมตรวจอายุความของสิทธินั้น

อ่านต่อ: ค่าเช่า ทรัพย์สิน และค่าเสียหาย

ดูคลังโนติสและหนังสือทวงถามครบทุกสถานการณ์

นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

เอกสารบอกเลิกสัญญาเช่า กุญแจและกล่องขนย้ายหน้าห้อง พร้อมคำถาม จะให้ย้ายออก บอกเลิกถูกหรือยัง หนี้สินและบังคับคดี

หนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าและให้ขนย้ายออก ต้องเขียนอะไร

ผู้เช่าค้างค่าเช่าหรือครบสัญญาแล้วไม่ออก ต้องแยกหนังสือเตือน บอกเลิก และนัดคืนห้องอย่างไร พร้อมตรวจระยะเวลาตามกฎหมายทั่วไปและสัญญาที่ สคบ. ควบคุม

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 10 นาที
หนี้ของคุณหมดอายุความเมื่อไร ตารางอายุความหนี้และข้อยกเว้น หนี้สินและบังคับคดี

อายุความหนี้ 2 ปี 5 ปี 10 ปี ดูจากอะไร ก่อนส่งโนติส

ตารางอายุความหนี้ต้องอ่านพร้อมเงื่อนไข แยกเงินกู้ ดอกเบี้ย ค่างวด ค่าเช่า และค่าการค้า พร้อมวิธีตรวจวันเริ่มนับและเหตุที่ทำให้อายุความเปลี่ยน

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที
ลูกค้าค้างจ่าย ทวงอย่างไรเป็นขั้นตอน จากแจ้งเตือนสู่การดำเนินการต่อ หนี้สินและบังคับคดี

ลูกค้าค้างจ่าย ทวงอย่างไร 3 ขั้นก่อนออกหนังสือจริงจัง

วางขั้นตอนติดตามลูกค้าค้างจ่ายสำหรับ SME ตั้งแต่สอบทานใบแจ้งหนี้ กำหนดวันจ่าย จนถึงหนังสือทวงถาม พร้อมแยกปัญหาเอกสารออกจากข้อพิพาท

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที

ให้ทนายออกหนังสือทวงถามแทนท่าน

ทนายตรวจหลักฐาน คำนวณยอด ร่างและส่งหนังสือในนามสำนักงาน แจ้งค่าใช้จ่ายเป็นหนังสือก่อนเริ่มงาน

แชทผ่าน LINE