บริษัทกู้เงินไม่คืน ทวงกรรมการส่วนตัวได้หรือไม่

สรุปประเด็นสำคัญ
บริษัทจำกัดที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแยกจากผู้ถือหุ้นและกรรมการ เมื่อกู้เงินในนามบริษัท ผู้ลงนามแทนจึงไม่ได้เป็นลูกหนี้ส่วนตัวโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจว่าใครกู้ อำนาจลงนามถูกต้องหรือไม่ และกรรมการมีสัญญาค้ำหรือเหตุรับผิดอีกฐานหนึ่งหรือไม่ หนังสือถึงบริษัทผ่านกรรมการกับหนังสือเรียกกรรมการชำระเองจึงต้องแยกเนื้อหาและหลักฐานให้ตรงกัน ตรวจประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1015 และ 1167 ประกอบอำนาจตัวแทน
บริษัทกู้เงินไม่คืน เจ้าหนี้ทวงกรรมการส่วนตัวได้ไหม
ทวงจากกรรมการส่วนตัวไม่ได้เพียงเพราะเขาเป็นคนเซ็นเอกสารของบริษัท บริษัทจำกัดที่จดทะเบียนมีสภาพเป็นนิติบุคคลต่างหากตามมาตรา 1015 เมื่อกรรมการทำสัญญาภายในอำนาจในนามบริษัท ฐานลูกหนี้ตามสัญญาย่อมต้องตรวจที่บริษัท การเป็นผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นใหญ่ หรือผู้ติดต่อขอยืมเงินไม่ใช่เหตุเดียวที่ทำให้ต้องรับผิดด้วยทรัพย์ส่วนตัวทั้งหมด
แต่ก็ไม่ใช่ว่ากรรมการจะไม่มีทางรับผิดเป็นการส่วนตัวเลย หากเขาเป็นผู้กู้เอง ลงชื่อเป็นผู้ค้ำอย่างมีผล ผูกพันเป็นลูกหนี้ร่วม หรือมีการกระทำที่ก่อความรับผิดเฉพาะ เช่น การกระทำโดยไม่มีอำนาจตามเงื่อนไขกฎหมายตัวแทน หรือการละเมิด ก็ต้องแยกวิเคราะห์ฐานนั้นจากหนี้บริษัท ข้อความในสัญญา เส้นทางเงิน และพฤติการณ์ตอนตกลงจึงสำคัญกว่าชื่อที่ปรากฏใต้ลายเซ็นเพียงจุดเดียว
การออก หนังสือบอกกล่าวทวงถามหนี้บริษัท ควรเริ่มจากระบุชื่อบริษัท เลขทะเบียน และผู้แทนตามที่ตรวจได้ ถ้าจะเรียกกรรมการส่วนตัวด้วย ต้องระบุเหตุและหลักฐานอีกส่วน ไม่ควรเปลี่ยนผู้รับผิดเพียงเพราะบริษัทไม่มีเงินหรือกรรมการดูมีทรัพย์มากกว่า
ตัวอย่างสมมติ: บริษัท ก. กู้เงิน 600,000 บาท โดยนาย ข. ลงชื่อในช่องกรรมการผู้มีอำนาจและประทับตราตามเงื่อนไข เงินเข้าบัญชีบริษัท ต่อมาบริษัทค้างจ่าย เจ้าหนี้ยังไม่ควรส่งหนังสือให้นาย ข. ขายบ้านส่วนตัวมาใช้หนี้ เว้นแต่ตรวจพบสัญญาค้ำหรือฐานรับผิดอื่นที่มีผล หากนาย ข. ลงชื่อทั้งในนามบริษัทและในฐานะผู้ค้ำ ต้องจัดหนังสือและยอดตามสองฐาน รวมทั้งตรวจเงื่อนไขบอกกล่าวผู้ค้ำแยกกัน
ข้อยกเว้น: เมื่อใดกรรมการอาจมีความรับผิดอีกฐาน
กรรมการเป็นผู้กู้เอง แต่ใช้เงินในกิจการ
คนยืมเงินส่วนตัวอาจนำเงินไปใช้กับบริษัทของตน ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนลูกหนี้เป็นบริษัทเสมอไป กลับกัน การโอนเข้าบัญชีกรรมการตามคำสั่งบริษัทก็ไม่ได้พิสูจน์ว่าเขากู้ส่วนตัวโดยลำพัง ต้องดูคำขอกู้ ชื่อคู่สัญญา การรับมอบเงิน และการรับรองหนี้ร่วมกัน หลักฐานโอนเงินเป็นส่วนหนึ่งของเรื่อง ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด
มีสัญญาค้ำหรือการร่วมรับหนี้ที่ชัดเจน
หากกรรมการค้ำ ต้องตรวจหลักฐานลายมือชื่อ ขอบเขตวงเงิน และกฎหมายที่ใช้กับวันที่ทำสัญญา การพิมพ์ว่าผู้ลงนามรับผิดทุกอย่างไว้ท้ายแบบฟอร์มไม่ได้ทำให้ทุกข้อมีผลตามที่เขียนเสมอไป โดยเฉพาะข้อคุ้มครองผู้ค้ำบุคคลธรรมดา ต้องแยกจาก ความรับผิดของลูกหนี้ร่วม ซึ่งมีเงื่อนไขต่างกัน
อำนาจลงนามไม่ครบหรือมีการกระทำผิดเฉพาะตัว
มาตรา 1167 ให้นำหลักตัวแทนมาใช้กับความเกี่ยวพันระหว่างกรรมการ บริษัท และบุคคลภายนอก การกระทำเกินอำนาจจึงต้องตรวจมาตรา 820–823 รวมถึงการให้สัตยาบันและข้อเท็จจริงที่คู่สัญญารู้ ไม่ควรสรุปว่าขาดตราหรือขาดลายเซ็นแล้วหนี้ทุกอย่างหายไป หรือกรรมการต้องรับเต็มยอดอัตโนมัติ ส่วนข้อกล่าวหาหลอกลวงต้องมีหลักฐานองค์ประกอบเฉพาะ การไม่คืนเงินอย่างเดียวไม่พอจะเหมารวมเป็นฉ้อโกง
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: ชื่อบริษัทกับบัญชีรับเงินต้องอ่านร่วมกัน
คนมักเข้าใจว่า กรรมการคือเจ้าของบริษัท จึงเอาทรัพย์ส่วนตัวมาใช้หนี้บริษัทได้เสมอ หรือมองว่าตราในสัญญาทำให้เจ้าหนี้เรียกได้เฉพาะบริษัทโดยไม่มีทางตรวจฐานอื่นอีก
กฎหมายมองว่า ต้องแยกสภาพนิติบุคคล อำนาจผู้แทน และความผูกพันส่วนตัว แต่ละฐานมีข้อพิสูจน์และข้อต่อสู้ของตนเอง การเรียกผู้ที่มีทรัพย์มากที่สุดจึงต้องเริ่มจากฐานสิทธิ ไม่ใช่จากความสะดวกในการเก็บเงิน
จุดเสี่ยงจริง คือสัญญาเขียนชื่อบริษัท แต่แชทพูดว่าเป็นเงินยืมส่วนตัว หรือผู้กู้ให้โอนไปหลายบัญชีโดยไม่อธิบายไว้ เมื่อเกิดคดีจึงมีคำอธิบายหลายชุด หนังสือบอกกล่าวที่ดีควรจัดลำดับข้อเท็จจริงและระบุส่วนที่ต้องให้ชี้แจง ไม่เขียนข้อกล่าวหาที่เอกสารยังรองรับไม่ได้
มองสองฝั่ง: บริษัท กรรมการ และเจ้าหนี้ควรตรวจตรงไหน
| ประเด็น | เจ้าหนี้ต้องแสดง | บริษัทหรือกรรมการควรตรวจ |
|---|---|---|
| ผู้กู้ | สัญญาและข้อความตกลงว่าผูกพันใคร | ฐานะที่ลงชื่อและการรับมอบเงิน |
| อำนาจ | ข้อมูลผู้แทนและเงื่อนไขลงนามที่เกี่ยวข้อง | การมอบอำนาจหรือให้สัตยาบันตามข้อเท็จจริง |
| รับผิดส่วนตัว | สัญญาค้ำ ร่วมกู้ หรือเหตุเฉพาะที่อ้าง | ขอบเขตและข้อต่อสู้ของฐานนั้น |
| ยอดเรียก | ยอดหลังหักเงินรับคืนทุกทาง | การชำระแทนบริษัทและหลักฐานลดหนี้ |
หากกรรมการโอนเงินส่วนตัวช่วยบริษัทชำระบางงวด การโอนนั้นไม่ได้แปลว่าเขารับเป็นลูกหนี้ส่วนตัวทั้งหมดโดยอัตโนมัติ แต่เป็นข้อเท็จจริงที่ต้องอ่านกับข้อความประกอบ ในทางกลับกัน บริษัทไม่ควรปฏิเสธเงินที่ตนใช้ประโยชน์โดยอ้างเฉพาะชื่อบัญชีที่รับ ต้องตรวจพฤติการณ์และหลักตัวแทนให้ครบ
เรื่องเวลา: เปลี่ยนกรรมการไม่ได้เริ่มอายุความใหม่
บริษัทอาจเปลี่ยนกรรมการ ที่อยู่ หรือชื่อระหว่างเป็นหนี้ แต่ถ้าเป็นนิติบุคคลเดิม ต้องตรวจต่อจากสิทธิเดิม การเปลี่ยนผู้บริหารไม่ได้ทำให้อายุความเงินกู้เริ่มใหม่เอง และไม่ได้โอนหนี้ไปเป็นหนี้ของกรรมการคนใหม่ ผู้รับหนังสือปัจจุบันกับผู้ลงสัญญาในอดีตจึงอาจเป็นคนละคนโดยที่ลูกหนี้ยังเป็นบริษัทเดิม
สำหรับกรรมการที่ค้ำ ต้องตรวจวันผิดนัดและการบอกกล่าวตามมาตรา 686 ฉบับที่ใช้บังคับกับกรณีนั้นแยกจากอายุความฟ้องบริษัท การส่งฉบับเดียวถึงสำนักงานบริษัทไม่ควรถูกสรุปว่าได้บอกกล่าวผู้ค้ำส่วนตัวครบแล้วโดยไม่ดูผู้รับ ข้อความ และหลักฐานการถึง อ่านเรื่อง กรอบบอกกล่าวผู้ค้ำ ประกอบ
หากบริษัทเลิกหรือเข้าสู่ชำระบัญชี ต้องตรวจสถานะและผู้ชำระบัญชีอย่างรวดเร็ว การมีชื่อว่าปิดกิจการในสื่อสังคมไม่ใช่หลักฐานสถานะทะเบียนทั้งหมด และการรอให้กรรมการเจรจาส่วนตัวอาจทำให้พลาดกำหนดสำคัญ ส่งหนังสือฝ่ายเดียวก็ไม่หยุดอายุความอัตโนมัติ
เรื่องเงิน: แยกทรัพย์บริษัทออกจากทรัพย์คนบริหาร
ก่อนฟ้องต้องดูทรัพย์ของผู้ที่จะถูกเรียกตามฐานสิทธิ บริษัทมีทุนจดทะเบียนจำนวนหนึ่งไม่ได้แปลว่ามีเงินสดจำนวนเดียวกันในวันที่ทวง และทรัพย์ที่ใช้ในสำนักงานอาจเช่าหรือเป็นของบุคคลอื่น การประเมินโอกาสได้เงินจึงควรใช้ข้อมูลทรัพย์และภาระผูกพันที่ตรวจได้ ไม่ใช้ทุนจดทะเบียนเป็นหลักประกันโดยปริยาย
หากกรรมการรับผิดส่วนตัวอย่างมีฐาน ต้องประเมินวงเงินและส่วนที่เรียกได้จริง ไม่ใช่นำยอดบริษัททุกประเภทไปเรียกรวม เช่น เงินต้นตามสัญญา ดอกเบี้ย ค่าเสียหาย และค่าทนายอาจมีเงื่อนไขต่างกัน เมื่อบริษัท ผู้ค้ำ หรือบุคคลอื่นชำระแล้ว ต้องหักหนี้เดียวกันให้ถูกเพื่อไม่เก็บซ้ำ
การว่าจ้าง ตรวจเอกสารและส่งโนติสหนี้นิติบุคคล ควรตกลงว่ารวมตรวจสถานะบริษัท อำนาจผู้ลงนาม และสัญญาค้ำหรือไม่ หากต้องตรวจเส้นทางเงินหลายบัญชีหรือฟ้องหลายฐาน ควรแยกงานและค่าใช้จ่ายให้เห็นก่อนตัดสินใจ ไม่ถือว่าค่าส่งหนังสือครอบคลุมการพิสูจน์ทุกประเด็นในคดีแล้ว
หลักฐานที่ต้องรวบรวมก่อนระบุผู้รับผิด
- สัญญากู้ทุกหน้า พร้อมเอกสารแนบและสัญญาค้ำถ้ามี
- ข้อมูลบริษัทและเงื่อนไขลงนามที่เกี่ยวข้องกับช่วงทำสัญญาและปัจจุบัน
- หลักฐานโอนเงินและข้อความสั่งให้โอนไปยังแต่ละบัญชี
- แชทหรืออีเมลที่ระบุว่าใครยืม ใช้เพื่ออะไร และใครตกลงคืน
- บัญชีรับชำระ พร้อมข้อความว่าโอนแทนบริษัทหรือในฐานะใด
- หนังสือมอบอำนาจ มติ หรือหลักฐานการยอมรับธุรกรรมที่มีอยู่จริง
อย่าแก้ชื่อผู้กู้ในเอกสารเดิมเพื่อให้ตรงกับคนที่ต้องการเรียก หากพบความคลาดเคลื่อน ให้เก็บต้นฉบับและอธิบายข้อเท็จจริงเพิ่มเติม หนังสือยืนยันยอดที่ลงภายหลังควรใช้ฐานะผู้ลงนามอย่างชัดเจน และตรวจว่ามีผลเปลี่ยนความผูกพันหรือไม่ อ่านเรื่อง ส่งหนังสือถึงบริษัทอย่างไรให้ตรงผู้รับ เพื่อจัดปลายทางส่งให้สอดคล้องกับฐานเรียกร้อง
กฎหมายข้างเคียง: ห้างหุ้นส่วน เลิกบริษัท และการกระทำละเมิด
บทความนี้เน้นบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญและห้างหุ้นส่วนจำกัดมีโครงความรับผิดของหุ้นส่วนต่างออกไป จึงไม่ควรนำคำตอบว่าเจ้าของไม่ต้องรับหนี้ส่วนตัวไปใช้กับทุกกิจการ รวมถึงร้านที่ใช้ชื่อทางการค้าแต่เจ้าของยังเป็นบุคคลธรรมดา ต้องตรวจรูปแบบกิจการตั้งแต่แรก
บริษัทที่จดทะเบียนเลิกยังมีขั้นชำระบัญชีตามกฎหมาย ไม่ใช่ว่าหนี้ทุกอย่างหายทันที การเรียกร้องต้องดูสถานะและผู้มีอำนาจในขั้นนั้น อ่านเรื่อง บริษัทเลิกกิจการแล้วตามหนี้อย่างไร ส่วนการโยกทรัพย์หรือการกระทำที่อาจเป็นละเมิดต้องมีหลักฐานเฉพาะ ไม่ใช้เพียงคำว่าไม่สุจริตแทนการพิสูจน์
หากพบสัญญาที่กำหนดความรับผิดกรรมการซับซ้อน ควรตรวจร่วมกับ บริการกฎหมายธุรกิจและสัญญา เพื่อแยกสิทธิที่มีอยู่แล้วออกจากหลักประกันที่อาจตกลงเพิ่มเติมอย่างสมัครใจ อย่าบังคับให้กรรมการลงค้ำย้อนหลังด้วยข้อความข่มขู่ และอย่าลงวันที่เอกสารไม่ตรงจริง
ทางไปต่อ: ส่งหนังสือให้ถูกฐานก่อนเลือกฟ้อง
- ตรวจว่าใครเป็นผู้กู้ตามสัญญาและพฤติการณ์จริง
- ตรวจอำนาจลงนามและสถานะบริษัทในช่วงที่เกี่ยวข้อง
- แยกฐานรับผิดส่วนตัวของกรรมการถ้ามี พร้อมข้อต่อสู้
- จัดยอดคงเหลือและกำหนดเวลาแต่ละฐาน
- ส่งหนังสือเฉพาะผู้มีหน้าที่ พร้อมทางชี้แจงและเจรจา
| ข้อเท็จจริง | ทางเรียกร้องที่ควรตรวจ | จุดระวัง |
|---|---|---|
| กู้โดยบริษัทและลงนามถูกต้อง | เรียกบริษัทผ่านผู้แทน | ไม่เรียกทรัพย์กรรมการส่วนตัวโดยไร้ฐาน |
| กรรมการค้ำอีกฐาน | ตรวจและบอกกล่าวผู้ค้ำแยก | วงเงิน กำหนดบอกกล่าว และข้อต่อสู้ |
| ชื่อผู้กู้หรืออำนาจไม่ชัด | วิเคราะห์สัญญากับเส้นทางเงินก่อน | ไม่เลือกคู่ความจากชื่อบัญชีอย่างเดียว |
ควรให้ทนายตรวจเมื่อเงินเข้าบัญชีส่วนตัวแต่สัญญาเป็นชื่อบริษัท อำนาจลงนามไม่ครบ หรือกำลังจะเรียกกรรมการให้ชำระเอง นำสัญญา หลักฐานโอน และข้อมูลนิติบุคคลมาประเมินผ่าน บริการหนังสือบอกกล่าวทวงถามยอดทิพย์ธรรม หรือ ติดต่อสำนักงาน เพื่อระบุผู้รับผิดและเลือกขั้นตอนบนหลักฐานที่มีจริง
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1015 และ 1167: สภาพนิติบุคคลและหลักตัวแทนของกรรมการ
- มาตรา 820–823: ผลการกระทำในอำนาจ เกินอำนาจ และการให้สัตยาบัน
- มาตรา 420, 650 และ 653: ฐานละเมิด การกู้ยืม และหลักฐานฟ้อง
- ข้อความมาตรา 686 ฉบับแก้ไขในเอกสารสำนักงานศาลปกครอง หน้า 30: บอกกล่าวผู้ค้ำ
ตรวจประกอบบทความ ณ ตุลาคม 2569
คำถามที่พบบ่อย
กรรมการเซ็นสัญญากู้ต้องใช้หนี้บริษัทเองหรือไม่
โอนเงินเข้าบัญชีกรรมการแปลว่ากู้ส่วนตัวใช่ไหม
บริษัทเปลี่ยนกรรมการแล้วต้องทวงคนใหม่หรือคนเก่า
บริษัทไม่มีทรัพย์แล้วฟ้องกรรมการแทนได้ไหม
อ่านต่อ: ยืมเงินไม่คืน และเรียกเงินคืน
- ผู้กู้เสียชีวิต ผู้ค้ำยังต้องจ่ายไหม เจ้าหนี้ต้องทวงใคร
- ก่อนให้ยืมเงิน เช็กสัญญาและหลักฐาน 7 ข้อให้พร้อม
- แชร์ล้ม ท้าวแชร์ไม่จ่าย ลูกแชร์หนี ส่งโนติสถึงใคร
- ยืมเงินไม่มีสัญญา ฟ้องได้ไหม? สลิปกับแชทใช้เป็นหลักฐานได้แค่ไหน
- แชท LINE ถูกลบ หลักฐานเงินกู้ยังใช้ส่วนไหนได้บ้าง
- ค้ำประกันให้คนอื่นแล้วโดนยึดบ้าน? สิทธิผู้ค้ำประกันที่กฎหมายใหม่คุ้มครอง
- ไม่มีสัญญากู้ยืมเงิน ตรวจหลักฐาน 6 กลุ่มก่อนทวงคืน
- หนังสือทวงเงินกู้ครบกำหนด เขียนยอดและวันผิดนัดอย่างไร
สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บริการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
ให้ทนายออกหนังสือทวงถามหนี้ (โนติส) ในนามสำนักงานตรวจหลักฐาน คำนวณดอกเบี้ย ส่งหนังสือแบบมีหลักฐานการส่ง และฟ้องคดีกู้ยืมเงินจนถึงบังคับคดี แจ้งค่าใช้จ่ายก่อนเริ่มงานดูบริการออกโนติส
ทำสัญญาให้รัดกุม ก่อนเกิดข้อพิพาทร่างหรือตรวจสัญญากู้ยืม เช่า จ้างงาน และสัญญาธุรกิจ โดยทนายความ ชี้จุดเสี่ยงพร้อมข้อความที่ควรแก้ดูบริการร่าง–ตรวจสัญญา
ปรึกษาทนายความ เรื่องของท่านเป็นความลับเล่าข้อเท็จจริงและส่งเอกสาร ทนายความอธิบายสิทธิ ทางเลือก และขั้นตอนถัดไปที่ทำได้จริงนัดหมายปรึกษาบทความที่เกี่ยวข้อง
หนี้สินและบังคับคดี
หจก. เป็นหนี้ ตามหุ้นส่วนผู้จัดการหรือหุ้นส่วนคนอื่นได้ไหม
หจก. เป็นหนี้ไม่ได้แปลว่าทุกหุ้นส่วนรับผิดเท่ากัน ตรวจประเภทหุ้นส่วน อำนาจลงนาม และหลักฐานจัดการ ก่อนส่งโนติสหรือฟ้องเรียกเงิน
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 9 นาที
หนี้สินและบังคับคดี
ส่งโนติสแล้วตัดหนี้สูญได้ไหม เอกสารที่บริษัทต้องมี
หนังสือทวงถามเป็นหลักฐานส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ใบผ่านตัดหนี้สูญทางภาษี ตรวจเกณฑ์ 200,000 และ 2 ล้านบาท อายุความ เอกสารคดี และรอบบัญชีก่อนลงรายการ
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 9 นาที
หนี้สินและบังคับคดี
ลูกค้าออนไลน์ไม่จ่ายหรือปฏิเสธ COD ร้านค้าทวงได้แค่ไหน
ลูกค้าปฏิเสธรับพัสดุไม่ได้เป็นหนี้เต็มราคาทุกกรณี แยกสิทธิคืนสินค้า สินค้าตรงคำสั่งซื้อ และความเสียหายจริง ก่อนส่งหนังสือทวงหรือคิดฟ้อง
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 8 นาที
ให้ทนายออกหนังสือทวงถามแทนท่าน
ทนายตรวจหลักฐาน คำนวณยอด ร่างและส่งหนังสือในนามสำนักงาน แจ้งค่าใช้จ่ายเป็นหนังสือก่อนเริ่มงาน