081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

หนังสือทวงหนี้ลูกค้าหลายใบแจ้งหนี้ รวมยอดอย่างไรไม่ให้ทวงเกิน

เจ้าของธุรกิจกับทนายตรวจใบแจ้งหนี้หลายรายการ พร้อมข้อความ ลูกค้าค้างหลายบิล ทวงยอดไหน ไม่ให้พลาด

สรุปประเด็นสำคัญ

หนังสือทวงหนี้ลูกค้าหลายใบแจ้งหนี้ควรแยกหนี้ที่ครบกำหนด เงินรับแล้ว และรายการลดหนี้ พร้อมวันตัดยอดเดียวกัน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204 ใช้ตรวจการผิดนัด ส่วนมาตรา 328 และ 329 เกี่ยวกับการตัดชำระเมื่อจ่ายไม่ครบ ห้ามเหมารวมว่าต้องตัดบิลเก่าก่อนเสมอ เริ่มจากตรวจคู่สัญญาและกระทบยอดกับหลักฐานก่อนให้ทนายส่งหนังสือ

หนังสือทวงหนี้ลูกค้าหลายใบแจ้งหนี้มักติดปัญหาตรงยอดในบัญชีไม่ตรงกับยอดที่ลูกค้ายอมรับ บางบิลจ่ายแล้ว บางบิลมีคืนสินค้า และบางบิลยังไม่ครบเครดิตเทอม ก่อนส่งหนังสือในนามบริษัทหรือทนาย ควรจัดทำบัญชีแนบที่ไล่กลับไปหาเอกสารแต่ละรายการได้

หนังสือทวงหนี้ลูกค้าหลายใบแจ้งหนี้ต้องแยกอะไร

รวมรายการที่ลูกหนี้คนเดียวกันค้างชำระไว้ในหนังสือฉบับเดียวได้ แต่ต้องระบุว่าหนี้แต่ละรายการเกิดจากอะไร ครบกำหนดเมื่อไร และเหลือเท่าไร ไม่ควรใช้ยอดรวมจากรายงานบัญชีเพียงบรรทัดเดียวเป็นคำอธิบายทั้งหมด หลักเรื่องการผิดนัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204 ต้องตรวจเป็นรายหนี้ ส่วนเงินที่ลูกค้าชำระไม่ครบหลายรายการต้องพิจารณามาตรา 328 และ 329 ประกอบ

เริ่มจากตรวจชื่อผู้ซื้อกับผู้ออกเอกสารให้ตรงกัน บริษัทในเครือสองแห่งเป็นคนละนิติบุคคล การมีผู้ประสานงานคนเดียวกันหรือใช้ที่อยู่ร่วมกันไม่ได้ทำให้รวมเป็นลูกหนี้รายเดียวโดยอัตโนมัติ เช่นเดียวกับลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดาแต่ให้ส่งสินค้าเข้าบริษัท ต้องย้อนดูว่าใครตกลงซื้อและใครมีหน้าที่ชำระจริง

บัญชีแนบท้ายควรมีเลขเอกสาร วันส่งมอบ วันครบกำหนด ยอดเดิม รายการลดหนี้ เงินที่รับแล้ว และยอดคงเหลือ โดยระบุวันที่ตัดยอดให้ชัด แยกดอกเบี้ยออกจากเงินต้น และแยกยอดที่ยังโต้แย้งออกจากยอดที่ทั้งสองฝ่ายตรวจตรงกันได้ การจัดเช่นนี้ทำให้ผู้รับตอบได้เป็นรายการ แทนการตอบกว้าง ๆ ว่าไม่เคยเป็นหนี้ตามยอดที่แจ้ง

ตัวอย่างบัญชีแนบสำหรับยอดที่ตรวจแล้ว

ตัวอย่างสมมติ บริษัทผู้ขายกับลูกค้าตรวจตรงกันว่าสินค้าในบิล ก ราคา 48,000 บาท ลูกค้าระบุชำระบิลนี้แล้ว 18,000 บาท บิล ข ราคา 32,000 บาท มีใบลดหนี้ที่ยืนยันแล้ว 2,000 บาท และบิล ค ราคา 25,000 บาทยังไม่ครบกำหนด ตัวอย่างนี้ไม่มีดอกเบี้ยหรือค่าฤชาธรรมเนียมค้างก่อนรับชำระ และทุกยอดเป็นยอดสุทธิที่คู่กรณีตรวจตรงกัน

รายการและวันครบกำหนด การปรับยอดที่มีหลักฐาน ยอดคงเหลือและสถานะ
บิล ก ครบ 15 กันยายน 48,000 หักรับชำระ 18,000 30,000 บาท ครบกำหนดแล้ว
บิล ข ครบ 30 กันยายน 32,000 หักใบลดหนี้ 2,000 30,000 บาท ครบกำหนดแล้ว
บิล ค ครบ 30 พฤศจิกายน 25,000 ยังไม่มีรายการปรับ 25,000 บาท ยังไม่ถึงกำหนด

หากตัดยอดวันที่ 3 พฤศจิกายน ยอดเงินต้นที่ครบกำหนดตามตัวอย่างคือ 60,000 บาท ไม่ใช่ยอดบัญชีรวม 85,000 บาท บิล ค อาจแสดงเป็นข้อมูลในบัญชี แต่ต้องไม่เขียนว่าผิดนัดแล้ว เว้นแต่มีเหตุให้หนี้ถึงกำหนดก่อนและใช้สิทธินั้นได้จริง ใบลดหนี้กับเงินรับชำระต้องผูกเลขเอกสารไว้เพื่อป้องกันการหักซ้ำ

ลูกค้าจ่ายบางส่วนหรือคืนสินค้า ต้องปรับยอดแบบไหน

ต้องตรวจเหตุของการปรับยอดก่อนตัดเงินตามความสะดวกของระบบบัญชี เพราะคำว่า “ลูกค้าจ่ายมาแล้ว” ยังไม่บอกว่าจ่ายหนี้ก้อนไหน และเงินที่รับแต่ละครั้งมีดอกเบี้ยหรือภาระอื่นร่วมอยู่หรือไม่

จ่ายหนึ่งก้อน แต่มีหลายบิลค้างอยู่

มาตรา 328 ให้พิจารณาการระบุของลูกหนี้ขณะชำระว่าต้องการปลดหนี้รายใด หากไม่ระบุ ต้องใช้ลำดับตามกฎหมาย ตั้งแต่หนี้ที่ถึงกำหนด หนี้ที่มีประกันน้อยกว่า หนี้ที่ตกหนักแก่ลูกหนี้กว่า และความเก่าของหนี้ตามเงื่อนไขในมาตรา ไม่ใช่ตั้งต้นว่าต้องตัดบิลเก่าที่สุดทุกกรณี เก็บอีเมลแจ้งโอน ข้อความกำกับ และใบเสร็จที่ออกให้ไว้ด้วย

หลังเลือกได้ว่าชำระหนี้รายใดแล้ว ยังอาจต้องดูมาตรา 329 เรื่องการจัดใช้ค่าฤชาธรรมเนียม ดอกเบี้ย และเงินต้น เมื่อจำนวนที่จ่ายไม่เพียงพอจะปลดทั้งหมด ค่าทวงถามหรือค่าทนายที่เจ้าหนี้ตั้งเองไม่ได้กลายเป็นค่าฤชาธรรมเนียมที่เรียกได้ทุกกรณี หากมีข้อตกลงจัดสรรเงินต่างจากหลักทั่วไป ต้องตรวจว่าตกลงกันจริงและมีผลใช้ได้เพียงใด

คืนสินค้า ออกใบลดหนี้ หรือขอหักความเสียหาย

การคืนสินค้าไม่ได้ทำให้ลดหนี้ตามจำนวนที่ลูกค้าแจ้งเสมอไป ต้องตรวจว่ารับคืนเพราะอะไร จำนวนและสภาพตรงกันไหม ผู้ขายยอมลดราคาแล้วหรือยัง และมีภาษีหรือเอกสารบัญชีที่ต้องแก้ตามมาหรือไม่ ส่วนคำขอหักค่าเสียหายจากงานล่าช้าเป็นสิทธิเรียกร้องอีกเรื่องหนึ่ง ต้องตรวจเงื่อนไขการหักกลบลบหนี้ตามมาตรา 341 เป็นต้นไป ไม่หักหรือปฏิเสธโดยอาศัยความรู้สึก

ถ้ายังตกลงไม่ได้ ให้ทำช่อง “รายการที่โต้แย้ง” พร้อมเอกสารของทั้งสองฝ่าย หนังสือควรแสดงว่าตัวเลขใดเป็นข้อเรียกร้องของผู้ส่ง และตัวเลขใดตรวจยืนยันร่วมกันแล้ว หากข้อขัดแย้งเกิดหลังออกหนังสือ ดูแนวทางในเรื่อง ลูกหนี้โต้แย้งยอดหนี้ในโนติส ประกอบการตอบกลับ

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: ยอดในระบบยังต้องพิสูจน์

คนมักเข้าใจว่า มีใบแจ้งหนี้ครบทุกใบและฝ่ายบัญชีสรุปยอดแล้ว จึงใช้ทวงหรือฟ้องตามยอดนั้นได้ทั้งหมด

กฎหมายมองว่า ผู้เรียกร้องยังต้องแสดงที่มาของหนี้ ข้อตกลงราคา การส่งมอบหรือรับงาน และยอดที่ยังไม่ได้ชำระ ใบแจ้งหนี้ที่ฝ่ายหนึ่งจัดทำเองไม่ใช่คำรับสภาพหนี้ของอีกฝ่าย การรับเอกสารไว้ก็ต้องดูว่าเป็นการรับเพื่อดำเนินงานหรือรับรองหนี้ด้วย

จุดเสี่ยงจริง คือความคลาดเคลื่อนระหว่างฝ่ายขาย ฝ่ายคลัง และฝ่ายบัญชี เช่น เซลส์ตกลงส่วนลดไว้แต่ยังไม่ออกเอกสาร ลูกค้าโอนแล้วแต่จับคู่บิลไม่สำเร็จ หรือมีส่งสินค้าทดแทนโดยยังคิดเงินทั้งสองครั้ง ควรให้ผู้ที่ไม่ได้เป็นคนรวมยอดครั้งแรกตรวจเทียบหลักฐานอีกครั้งก่อนลงชื่อในหนังสือ

อีกจุดคือการเรียกกรรมการบริษัทให้ชำระเป็นส่วนตัว ทั้งที่ผู้ซื้อในสัญญาคือบริษัท ต้องมีฐานความรับผิดส่วนบุคคลแยกต่างหาก เช่น สัญญาค้ำประกันที่ใช้ได้ ไม่ใส่ชื่อบุคคลเพิ่มเพียงเพื่อกดดันให้จ่าย การตรวจคู่สัญญาตั้งแต่ต้นช่วยกำหนดผู้รับหนังสือและลดการเปิดเผยข้อมูลไปยังคนที่ไม่เกี่ยวข้อง

มองสองฝั่ง: ฝ่ายบัญชีเจ้าหนี้กับลูกค้าที่ถูกทวง

ประเด็น บริษัทเจ้าหนี้ ลูกค้าที่ได้รับหนังสือ
สิทธิและหน้าที่ แสดงรายการที่ถึงกำหนดพร้อมหลักฐาน ตรวจยอดและชำระส่วนที่มีหน้าที่ต้องชำระ
ความเสี่ยง ทวงซ้ำ ดอกเบี้ยผิด หรือแนบข้อมูลผิดราย จ่ายซ้ำ ยอมรับยอดที่ยังมีข้อโต้แย้ง
สิ่งที่ควรทำทันที กระทบยอดกับเงินเข้าจริงและเอกสารส่งมอบ ส่งเลขบิล สลิป และเหตุโต้แย้งแยกแต่ละรายการ
สิ่งที่ไม่ควรทำ ประจานหรือส่งบัญชีหนี้ให้ลูกค้ารายอื่น ลบแชต แก้หลักฐาน หรือเงียบจนพ้นกำหนดสำคัญ

หนังสือที่ตรวจย้อนกลับได้เปิดโอกาสให้ลูกค้าแจ้งรายการที่หายไปโดยไม่ต้องยอมรับยอดทั้งหมด บริษัทอาจขอให้ชำระส่วนที่ตรวจตรงกันก่อน และเจรจาส่วนที่มีข้อขัดแย้งต่อโดยเขียนผลของการชำระให้ชัด ไม่ใช้คำว่า “ปิดบัญชีทั้งหมด” หากยังตั้งใจสงวนสิทธิในรายการอื่น

การได้รับคำตอบจากพนักงานฝ่ายบัญชีของลูกค้าไม่ได้ทำให้บุคคลนั้นมีอำนาจประนีประนอมแทนบริษัททุกเรื่อง หากจะตกลงลดหนี้ ปลดดอกเบี้ย หรือเปลี่ยนตารางชำระ ควรตรวจผู้ลงนามและอำนาจก่อนทำเอกสารผูกพัน

ต้องให้เวลาชำระกี่วัน และนับอายุความจากบิลไหน

ต้องแยกวันครบกำหนดของหนี้ วันเริ่มผิดนัด วันครบกำหนดตามหนังสือ และวันสุดท้ายที่ใช้สิทธิทางคดีได้ หนี้หลายบิลอาจมีวันเริ่มนับต่างกัน การออกหนังสือรวมฉบับใหม่ไม่ได้ย้ายอายุความของบิลเก่ามาเริ่มพร้อมกัน

ตามมาตรา 204 หากกำหนดวันชำระตามปฏิทินไว้และเข้าเงื่อนไขกฎหมาย ลูกหนี้อาจผิดนัดโดยไม่ต้องเตือน แต่ถ้าจะใช้คำเตือนเป็นเหตุให้ผิดนัด ต้องตรวจว่าหนี้ถึงกำหนดแล้วและคำเตือนไปถึงโดยชอบ การระบุเครดิตเทอมเองในใบแจ้งหนี้ภายหลังไม่เท่ากับพิสูจน์ว่าลูกค้ายอมรับเงื่อนไขนั้นตั้งแต่ต้น

หนี้ค่าสินค้าและค่าการงานบางประเภทมีกำหนดสองปีตามมาตรา 193/34 ขณะที่กรณีซึ่งเข้าเงื่อนไขอื่นอาจอยู่ในกำหนดห้าปีตามมาตรา 193/33(5) ต้องพิจารณาลักษณะกิจการและการใช้สินค้าหรือบริการของลูกหนี้ ไม่ตัดสินจากการเป็นบริษัททั้งคู่เพียงอย่างเดียว อ่านเรื่อง อายุความหนี้ 2 ปี 5 ปี 10 ปี เพื่อแยกฐานก่อนลงวันสำคัญในบัญชีหนี้

ระยะตอบหนังสือ เช่น 7 หรือ 15 วัน เป็นเรื่องที่ต้องเลือกให้เหมาะกับสัญญาและฐานสิทธิ ไม่ใช่กำหนดกลางสำหรับหนี้ทุกชนิด การส่งจดหมายเพียงฝ่ายเดียวโดยทั่วไปไม่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง ควรทำเส้นเวลารายบิลและใช้ เครื่องมือคำนวณอายุความ หลังตรวจฐานกฎหมายและวันตั้งต้นแล้ว หากรายการใกล้ขาดอายุความควรตรวจทันทีโดยไม่รอให้หนังสือครบกำหนดเสียก่อน

เงินต้น ดอกเบี้ย และค่าทวงถามควรแสดงอย่างไร

แสดงเงินต้นคงเหลือ ดอกเบี้ยที่มีสิทธิเรียก และค่าใช้จ่ายอื่นเป็นคนละส่วน พร้อมวิธีคำนวณ การใส่ยอดเหมารวมอาจทำให้ตรวจไม่ได้ว่าดอกเบี้ยคิดจากยอดก่อนหรือหลังรับเงิน และรวมบิลที่ยังไม่ผิดนัดเข้าไปด้วยหรือไม่

มาตรา 224 ที่แก้ไขโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2564 กำหนดดอกเบี้ยผิดนัดหนี้เงินตามอัตรามาตรา 7 บวกสองเปอร์เซ็นต์ต่อปี โดยต้องตรวจสิทธิเรียกอัตราที่สูงกว่าจากเหตุอื่นที่ชอบด้วยกฎหมาย และห้ามคิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยระหว่างผิดนัด ดู คำอธิบายการแก้กฎหมายดอกเบี้ยจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประกอบสัญญาจริง

ตัวอย่างสมมติ ใช้อัตรา 5% ต่อปี เฉพาะเงินต้น 60,000 บาทที่ผิดนัดครบ 30 วันและไม่มีการเปลี่ยนยอดระหว่างช่วงนั้น คำนวณแบบฐาน 365 วันได้ 60,000 × 0.05 × 30 ÷ 365 = 246.58 บาท ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างวิธีคิด ไม่ใช่อัตราที่นำไปใช้กับสัญญาทุกฉบับ หากสองบิลเริ่มผิดนัดคนละวัน ต้องคำนวณแยกช่วงก่อนรวม

ถ้ามีรับเงินระหว่างทาง ต้องตัดยอดตามหลักที่ใช้กับการรับครั้งนั้นก่อนคำนวณช่วงถัดไป ส่วนค่าจัดทำหนังสือที่บริษัทจ่ายให้ทนาย ไม่ได้แปลว่าจะบวกให้ลูกหนี้รับผิดได้เต็มจำนวนโดยอัตโนมัติ ต้องแยกค่าใช้จ่ายของผู้ว่าจ้างออกจากยอดที่มีฐานเรียกร้องต่อคู่กรณี

เอกสารและตัวอย่างข้อความทวงหนี้ที่ควรเตรียม

เตรียมชุดเอกสารที่ต่อกันได้จากการสั่งซื้อถึงยอดค้าง ไม่ต้องส่งข้อมูลลูกค้าทั้งฐานให้ผู้ร่างหนังสือ เลือกเฉพาะรายและรายการที่เกี่ยวข้อง แล้วทำสารบัญเอกสารเพื่อให้ตรวจได้เร็วขึ้น

  • สัญญา ใบเสนอราคาที่ได้รับการยอมรับ ใบสั่งซื้อ และข้อความตกลงเครดิตเทอม
  • ใบส่งของ หลักฐานผู้รับสินค้า หรือเอกสารตรวจรับงานที่เชื่อมกับบิล
  • ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี และรายการปรับปรุง โดยแยกบทบาทของแต่ละเอกสาร
  • หลักฐานรับเงินจริง ข้อความระบุบิลที่ชำระ ใบเสร็จ และรายการธนาคารที่เกี่ยวข้อง
  • ใบรับคืนสินค้า ใบลดหนี้ ข้อตกลงส่วนลด และข้อโต้แย้งเรื่องคุณภาพ
  • หนังสือรับรองนิติบุคคลหรือข้อมูลคู่สัญญา ที่อยู่สำหรับส่ง และผู้มีอำนาจดำเนินการ
  • ตารางวันครบกำหนดและการติดตามครั้งก่อน พร้อมต้นฉบับอีเมลหรือแชต

สำหรับรูปแบบหลักฐานรับสินค้า อ่าน เอกสารประกอบหนังสือทวงค่าสินค้า เพิ่มเติม เรื่องนั้นเน้นพิสูจน์การส่งมอบ ส่วนบัญชีในบทความนี้ใช้ตรวจการรวมหลายบิลและการลดหนี้ก่อนส่ง

ตัวอย่างข้อความเฉพาะส่วนแจ้งยอด

ตัวอย่างสมมติสำหรับบริษัทเจ้าหนี้เขียนถึงคู่สัญญาเดิม: “ตามรายการซื้อขายและใบแจ้งหนี้ที่ระบุในบัญชีแนบ บริษัทตรวจรายการรับชำระและใบลดหนี้ถึงวันที่ 3 พฤศจิกายนแล้ว มีเงินต้นที่ครบกำหนดคงเหลือ 60,000 บาท ประกอบด้วยบิล ก จำนวน 30,000 บาท และบิล ข จำนวน 30,000 บาท รายละเอียดเอกสารและวันครบกำหนดปรากฏในบัญชีแนบ ส่วนบิล ค ยังไม่รวมเป็นยอดผิดนัดในหนังสือนี้”

จากนั้นระบุสิ่งที่ขอให้ดำเนินการ วันครบกำหนดที่ตรวจแล้ว ช่องทางส่งหลักฐานหากชำระหรือโต้แย้ง และผู้ลงชื่อที่มีอำนาจ อย่าใส่ข้อความตัวอย่างแทนข้อเท็จจริงของตนทั้งย่อหน้า หากต้องการบอกเลิกสัญญา เรียกคืนสินค้า หรือบังคับหลักประกันด้วย ต้องร่างผลทางกฎหมายเหล่านั้นแยกให้ตรงฐานสิทธิ

การทวงลูกค้าบริษัทเกี่ยวกับ PDPA และสัญญาอย่างไร

ต้องจำกัดข้อมูลบุคคลและผู้รับเอกสาร แม้ลูกหนี้เป็นบริษัท หนังสือและเอกสารแนบก็อาจมีชื่อ เบอร์โทร ลายมือชื่อ หรือข้อมูลของผู้ติดต่อที่เป็นบุคคลธรรมดา การส่งให้ทนายหรือผู้รับผิดชอบบัญชีควรมีวัตถุประสงค์และขอบเขตที่จำเป็น ไม่ส่งกลุ่มเปิดหรือประจานผู้ประสานงาน อ่านขอบเขตงาน จัดระบบเอกสาร PDPA สำหรับองค์กร หากบริษัทต้องวางขั้นตอนส่งต่อข้อมูลลูกหนี้เป็นประจำ

พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มีนิยามลูกหนี้และผู้ทวงถามหนี้เฉพาะ ไม่ควรเหมารวมทุกกรณีของหนี้ระหว่างบริษัทว่าอยู่ใต้บทบัญญัติทุกข้อเหมือนลูกหนี้บุคคลธรรมดา แต่การข่มขู่ หมิ่นประมาท หรือเปิดเผยข้อมูลโดยมิชอบยังมีความเสี่ยงตามกฎหมายอื่น การเขียนอย่างสุภาพและจำกัดผู้รับจึงเป็นขั้นตอนที่ควรใช้ไม่ว่าหนี้อยู่ในกลุ่มใด

ถ้าลูกค้ายอมรับยอดแต่ขอผ่อนหรือขอลดบางส่วน ควรตรวจว่าต้องทำหนังสือรับสภาพหนี้หรือสัญญาประนีประนอม และเงื่อนไขใดมีผลต่อสิทธิเดิม ดู บริการร่างสัญญาประนีประนอมและบันทึกชดใช้ เพื่อกำหนดวันชำระ ผลเมื่อผิดนัด และผู้ลงนามให้เหมาะกับข้อตกลงจริง

ทางไปต่อ: ปิดยอดก่อนให้ทนายส่งหนังสือถึงลูกค้า

เริ่มจากทำบัญชีหนี้ฉบับตรวจร่วมกันภายในบริษัท แล้วแยกรายการที่ยังขาดหลักฐานออกมา ไม่ควรส่งหนังสือก่อนเพื่อให้ลูกค้าเป็นคนแก้ตัวเลขทั้งหมดให้ภายหลัง

  1. ยืนยันตัวเจ้าหนี้และลูกหนี้ตามสัญญา พร้อมผู้มีอำนาจลงชื่อ
  2. รวมเอกสารรายบิลและกำหนดวันที่ตัดยอดเดียวกัน
  3. จับคู่เงินรับ คืนสินค้า และส่วนลด โดยตรวจหลักการตัดชำระ
  4. แยกยอดที่ครบกำหนด ยอดยังไม่ถึงกำหนด และข้อโต้แย้ง
  5. ตรวจวันผิดนัด ดอกเบี้ย และอายุความก่อนเลือกข้อความและวิธีส่ง
ทางเลือก เหมาะเมื่อ ข้อควรระวัง
บริษัทแจ้งกระทบยอดเอง เอกสารครบ ความสัมพันธ์ยังเจรจาได้ ไม่เขียนยืนยันผลทางกฎหมายที่ยังไม่ได้ตรวจ
ให้ทนายตรวจหรือออกหนังสือ ยอดซับซ้อน โต้แย้งหลายรายการ หรือมีเส้นตาย ตกลงขอบเขตร่าง ส่ง และติดตามให้ชัด
เจรจาหรือไกล่เกลี่ย เห็นตรงกันเรื่องหนี้ แต่มีปัญหาการชำระ ตรวจอำนาจผู้ตกลงและผลต่อสิทธิเดิม
ประเมินการฟ้อง ไม่ตอบ มีข้อพิพาทสาระสำคัญ หรือใกล้ขาดอายุความ ประเมินหลักฐาน ค่าใช้จ่าย และโอกาสบังคับคดี

ควรให้ตรวจเอกสารก่อนส่งเมื่อเงินรับไม่รู้ว่าตัดบิลไหน ลูกค้าอ้างหักค่าเสียหาย ผู้ซื้อในบิลไม่ตรงสัญญา หรือมีบิลเก่าที่กำหนดฟ้องใกล้ถึง หากบริษัทกำลังเจอกรณีเหล่านี้ เตรียมบัญชีค้างชำระ สัญญา และหลักฐานรับเงินเพื่อ ติดต่อสำนักงานยอดทิพย์ธรรม ประเมินข้อเท็จจริงและขอบเขต บริการออกหนังสือทวงถามหนี้ ก่อนเริ่มดำเนินการ

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 203 และ 204: กำหนดชำระและการผิดนัดต้องดูข้อตกลงกับเงื่อนไขของหนี้แต่ละรายการ
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 328 และ 329: การจัดสรรเงินที่ชำระไม่เพียงพอระหว่างหลายหนี้ และระหว่างค่าฤชาธรรมเนียม ดอกเบี้ย กับเงินต้น
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 341 เป็นต้นไป: การหักกลบลบหนี้ต้องเข้าเงื่อนไข ไม่ใช่หักตามยอดที่อ้างฝ่ายเดียวทุกกรณี
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/12, 193/14, 193/33(5) และ 193/34: จุดเริ่มอายุความ เหตุสะดุดหยุดลง และประเภทสิทธิเรียกร้องทางการค้า
  • พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2564: การแก้มาตรา 7 และ 224 ต้องอ่านแยกจากประมวลฉบับเก่าที่ยังแสดงอัตราเดิม
  • พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 3: ต้องตรวจนิยามลูกหนี้และผู้ทวงถามหนี้ก่อนใช้บทบัญญัติกับกรณีเฉพาะ
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 22, 24, 27 และ 37: การใช้และส่งต่อข้อมูลบุคคลประกอบการทวงหนี้ต้องมีฐานและมาตรการเหมาะสม

ตรวจตัวบทและแหล่งอ้างอิงเมื่อพฤศจิกายน 2569

คำถามที่พบบ่อย

ลูกค้าไม่ลงชื่อในใบแจ้งหนี้ ยังส่งหนังสือทวงได้ไหม
ส่งแจ้งข้อเรียกร้องได้ แต่ต้องมีหลักฐานรองรับว่าลูกค้าตกลงซื้อหรือรับบริการและมีหนี้ตามยอดจริง การไม่มีลายเซ็นในใบแจ้งหนี้ต้องตรวจร่วมกับสัญญา ใบส่งของ แชต และการรับงาน ไม่สรุปว่าไม่มีหนี้หรือพิสูจน์หนี้ได้แล้วจากเอกสารใบเดียว
ต้องให้ลูกค้าเซ็นรับรองบัญชีก่อนจ้างทนายหรือไม่
ไม่จำเป็นต้องรอให้ลูกค้าเซ็นทุกกรณี เจ้าหนี้นำเอกสารที่มีไปให้ตรวจได้ แต่ต้องแยกบัญชีที่จัดทำฝ่ายเดียวออกจากบัญชีที่ลูกค้ายอมรับแล้ว หากจะขอให้ลงชื่อ ควรชัดว่ารับเอกสาร รับรองรายการ หรือยอมรับภาระหนี้ เพราะมีผลต่างกัน
แนบบัญชีลูกค้าหลายบริษัทไว้ในไฟล์เดียวกันได้ไหม
ควรแยกไฟล์เฉพาะผู้รับแต่ละราย ไม่แนบข้อมูลหนี้ของลูกค้ารายอื่นไปด้วย แม้ใช้ผู้ประสานงานหรือที่อยู่เดียวกันก็ต้องตรวจว่าเป็นนิติบุคคลใด การจัดแฟ้มแยกช่วยทั้งความถูกต้องของยอดและการจำกัดการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
หนังสือแจ้งยอดจากฝ่ายบัญชีเท่ากับหนังสือรับสภาพหนี้ไหม
ไม่เท่ากันโดยอัตโนมัติ หนังสือจากเจ้าหนี้เป็นการแจ้งข้อเรียกร้อง ส่วนการรับสภาพหนี้ต้องดูการแสดงออกของลูกหนี้ ข้อความ ผู้ลงนาม และบริบท ไม่ควรถือว่าลูกค้าเงียบหลังได้รับบัญชีแล้วเท่ากับรับรองยอดหรือทำให้อายุความเริ่มใหม่
จ้างทนายออกหนังสือแล้วรวมค่าฟ้องคดีด้วยหรือไม่
ขึ้นกับขอบเขตที่ตกลงว่าจ้าง การตรวจบัญชี ร่างหนังสือ ส่งหนังสือ ติดตาม เจรจา และฟ้องคดีอาจเป็นคนละงาน ควรขอรายละเอียดสิ่งส่งมอบ ค่าใช้จ่าย และผู้รับผิดชอบก่อนยืนยัน ไม่อนุมานว่าการออกโนติสรวมการดำเนินคดีทั้งหมดแล้ว

อ่านต่อ: ธุรกิจ ลูกค้าไม่จ่าย

ดูคลังโนติสและหนังสือทวงถามครบทุกสถานการณ์

นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก หนี้สิน และ PDPA

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี · คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

ดูประวัติและช่องทางติดต่อผู้เขียน →

ทนายในทีมที่ดูแลเรื่องหนี้สินและบังคับคดี: ทนายจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

เจ้าของกิจการตรวจใบแจ้งหนี้ข้างกล่องสินค้า พร้อม Hook ส่งของครบ แต่เงินยังไม่เข้า หนี้สินและบังคับคดี

หนังสือทวงค่าสินค้า ต้องแนบใบส่งของหรือใบแจ้งหนี้อะไร

ส่งสินค้าครบแต่ลูกค้ายังค้างเงิน ต้องแยกใบสั่งซื้อ ใบส่งของ และใบแจ้งหนี้ให้ตรงกัน ดูตัวอย่างทวงยอดหลังหักคืนสินค้า พร้อมวิธีรับมือข้ออ้างของชำรุด

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ·อ่าน 8 นาที
ก่อนให้ใครยืมเงินหลักฐานพร้อมหรือยัง ภาพตรวจสัญญากู้และเอกสารก่อนลงชื่อ หนี้สินและบังคับคดี

ก่อนให้ยืมเงิน เช็กสัญญาและหลักฐาน 7 ข้อให้พร้อม

ก่อนโอนเงินให้ยืม ตรวจตัวผู้กู้ หลักฐานลงชื่อ การส่งมอบ กำหนดคืน ดอกเบี้ย และหลักประกัน เพื่อไม่ต้องตามแก้หลักฐานเมื่อผิดนัด

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 10 นาที
ก่อนจ้างทนายส่งโนติสเช็กอะไรให้ครบ ภาพปรึกษาร่างหนังสือในสำนักงาน หนี้สินและบังคับคดี

เลือกทนายออกโนติส เช็ก 7 ข้อก่อนโอนค่าบริการ

ก่อนจ้างทนายส่งโนติส ตรวจตัวตน ใบอนุญาต ขอบเขตงาน ราคา ผู้ลงชื่อ อำนาจรับเงิน และหลักฐานส่ง เพื่อเลือกบริการได้ตรงปัญหา

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 9 นาที

ให้ทนายออกหนังสือทวงถามแทนท่าน

ทนายตรวจหลักฐาน คำนวณยอด ร่างและส่งหนังสือในนามสำนักงาน แจ้งค่าใช้จ่ายเป็นหนังสือก่อนเริ่มงาน

แชทผ่าน LINE