หนังสือทวงคืนเงินประกันผลงาน ต้องเช็กอะไรเมื่อครบกำหนด

สรุปประเด็นสำคัญ
หนังสือทวงคืนเงินประกันผลงานต้องแสดงเงื่อนไขคืนที่ครบแล้ว ยอดหักสะสม และเงินที่ได้รับคืน ไม่เหมารวมกับค่าจ้างงวดสุดท้าย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 599 และ 602 ต้องอ่านร่วมกับสัญญาเมื่อมีข้อโต้แย้งงานชำรุด ระยะตามมาตรา 600 และ 601 ไม่ใช่กำหนดคืนเงินทุกกรณี และการส่งหนังสือทวงฝ่ายเดียวไม่หยุดอายุความโดยตัวมันเอง
ตรวจทานโดย นายเอกราช ทิพย์แมม ทนายความ ใบอนุญาตเลขที่ 2114/2569
คุณจะส่งหนังสือทวงคืนเงินประกันผลงานหลังส่งมอบงานไปแล้ว แต่ผู้ว่าจ้างตอบว่ายังไม่ปิดบัญชีหรือขอหักค่าซ่อมเพิ่ม บทความนี้ช่วยแยกวันถึงกำหนดคืน ยอดที่เรียกได้ และเอกสารที่ต้องส่งพร้อมหนังสือ เพื่อให้การทวงตอบข้อโต้แย้งของอีกฝ่ายได้ตรงเรื่อง
หนังสือทวงคืนเงินประกันผลงานส่งได้เมื่อไร
หนังสือทวงคืนเงินประกันผลงานควรส่งเมื่อสิทธิเรียกคืนถึงกำหนดตามสัญญาและคุณทำเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องครบแล้ว ต้องแยกเงินที่หักไว้จากค่างวด เงินสดที่วางเป็นหลักประกัน และหนังสือค้ำประกันของธนาคารออกจากกัน เพราะสิ่งที่ขอคืนและฐานหน้าที่ของผู้ถือหลักประกันต่างกัน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 602 วางหลักเรื่องชำระสินจ้างเมื่อรับมอบงานหรือรับมอบเป็นส่วน แต่สัญญาอาจกำหนดการกันเงินและเงื่อนไขคืนไว้ต่างหาก จึงไม่ควรใช้เพียงข้อความว่างานเสร็จแล้วเพื่อสรุปว่าเงินประกันทั้งหมดผิดนัดตั้งแต่วันส่งงาน
บทความนี้ใช้กับงานรับเหมาเอกชน การรับงานหน่วยงานรัฐต้องตรวจสัญญา ระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง และช่องทางระงับข้อพิพาทที่ใช้จริง ไม่ควรนำกำหนดคืนหลักประกันของรัฐมาใช้แทนสัญญาเอกชนโดยอัตโนมัติ
สัญญาก่อสร้างกับหน่วยงานรัฐบางประเภท เช่น งานจัดให้มีสาธารณูปโภค อาจเป็นสัญญาทางปกครอง ข้อพิพาทจึงอาจอยู่ในอำนาจศาลปกครองและต้องตรวจระยะเวลาฟ้องตามกฎหมายวิธีพิจารณาคดีปกครองแยกต่างหาก การที่รัฐเป็นคู่สัญญาเพียงอย่างเดียวยังไม่พอจะจัดประเภท ดูหลักกฎหมายจากคดีปกครองเรื่องงานก่อสร้างของสำนักงานศาลปกครอง ประกอบการตรวจสัญญาจริง
ตรวจเงินแต่ละประเภทก่อนเขียนเรื่องทวง
| สิ่งที่ค้างอยู่ | คำถามที่ต้องตอบ | คำขอในหนังสือ |
|---|---|---|
| เงินถูกหักจากค่างวด | หักงวดละเท่าไร ครบเงื่อนไขปล่อยเงินส่วนใดแล้ว | ขอชำระเงินส่วนที่ถึงกำหนด พร้อมบัญชีหักสะสม |
| เงินสดวางประกัน | วางเพื่อประกันเรื่องใด มีเหตุให้หักหรือยัง | ขอคืนเงินตามหลักฐานรับและข้อตกลง |
| หนังสือค้ำประกันธนาคาร | สัญญากำหนดให้คืนต้นฉบับหรือปลดภาระเมื่อใด | ขอคืนหรือดำเนินการปลดภาระตามเงื่อนไขของตราสาร |
| ค่าจ้างงวดสุดท้าย | งานงวดนั้นตรวจรับและถึงกำหนดจ่ายหรือไม่ | แยกทวงค่าจ้างออกจากเงินประกัน |
ผู้รับเหมาช่วงต้องอ่านสัญญากับผู้รับเหมาหลักซึ่งเป็นคู่สัญญาของตนด้วย การที่เจ้าของโครงการยังไม่คืนเงินให้ผู้รับเหมาหลักไม่ได้เลื่อนกำหนดคืนแก่ผู้รับเหมาช่วงโดยอัตโนมัติ แต่ถ้ามีเงื่อนไขผูกการจ่ายไว้ ต้องตรวจความหมายและผลของข้อนั้นจากสัญญาจริง
ตัวอย่างวันคืนเงินที่ต้องแยกจากวันตรวจรับ
ตัวอย่างสมมติ งานราคา 2,000,000 บาท สัญญากันเงินไว้ 5% รวม 100,000 บาท โดยคืนครึ่งหนึ่งเมื่อตรวจรับงานทั้งหมด และอีกครึ่งหนึ่งเมื่อครบระยะตามสัญญาและแก้รายการค้างครบ หากคืนส่วนแรกแล้ว 50,000 บาท หนังสือทวงรอบหลังต้องแสดงว่าเหลือเงินส่วนใด เหตุคืนเกิดแล้วเมื่อใด และมีเอกสารอะไรยืนยัน ไม่ทวงเต็ม 100,000 บาทอีกครั้ง
สัญญาบางฉบับกำหนดให้ยื่นคำขอคืน แนบใบตรวจรับหรือหนังสือปิดรายการแก้งานก่อนเริ่มนับกำหนดจ่าย จึงต้องตรวจด้วยว่าคำขอครบหรือยัง หากผู้ว่าจ้างไม่ตรวจงานหรือไม่ออกเอกสารตามหน้าที่ ควรบันทึกการขอนัดและข้อเท็จจริงนั้น เพื่อพิจารณาว่าฝ่ายใดเป็นเหตุให้เงื่อนไขไม่สำเร็จ
ถ้ายังมีค่าจ้างงวดงานค้าง อ่านวิธีแยกค่าจ้างผู้รับเหมากับเงินประกันในหนังสือทวง ก่อนรวบยอด บทความนี้เจาะเงินที่กันไว้และถึงช่วงขอคืนภายหลัง
ผู้ว่าจ้างอ้างงานชำรุด ยังต้องคืนเงินหรือไม่
ต้องตรวจว่าข้อบกพร่องเกี่ยวกับงานที่คุณรับผิดหรือไม่ และผู้ว่าจ้างใช้สิทธิใดกันเงินไว้ การกล่าวว่าพบงานชำรุดยังไม่ตอบจำนวนที่หักได้ แต่การครบวันคืนตามปฏิทินก็ไม่ได้ลบข้อเรียกร้องเรื่องงานชำรุดที่ยังมีอยู่โดยอัตโนมัติ
ถ้ายังมีรายการแก้งานที่เป็นหน้าที่จริง
ขอให้ระบุจุดบกพร่อง วันที่พบ ข้อกำหนดที่ไม่ผ่าน ภาพ และสิ่งที่ต้องแก้ แล้วตรวจว่ามีการนัดให้เข้าซ่อมหรือไม่ มาตรา 599 กล่าวถึงสิทธิยึดหน่วงสินจ้างเมื่อส่งมอบล่าช้าหรือชำรุดบกพร่อง เว้นแต่ผู้รับจ้างให้ประกันตามสมควร ต้องพิจารณาร่วมกับเงื่อนไขเงินประกันของสัญญานั้น
หากคุณพร้อมเข้าซ่อมแต่ไม่มีผู้เปิดพื้นที่ ให้เสนอวันและวิธีเข้าซ่อมเป็นหนังสือ เก็บคำตอบไว้ ไม่ควรถือว่าการส่งข้อความครั้งเดียวแปลว่าแก้งานครบแล้ว และไม่ควรยอมรับรายการทุกอย่างโดยยังไม่ตรวจว่ามาจากงานเดิมหรือการใช้ภายหลัง
ในมุมผู้ว่าจ้าง ควรทำหนังสือให้ผู้รับเหมาแก้งาน ที่ระบุข้อบกพร่องและสิ่งที่ต้องดำเนินการให้ตรวจสอบได้ เพื่อแยกข้อเรียกร้องที่มีหลักฐานออกจากการกันเงินไว้โดยไม่แจ้งเหตุ
ถ้าผู้ว่าจ้างจะหักค่าซ่อมของผู้รับเหมารายใหม่
ขอรายการงาน เหตุที่ต้องใช้รายใหม่ หลักฐานแจ้งให้แก้ และฐานคำนวณค่าใช้จ่าย การยึดหน่วงชั่วคราว การหักเงินตามข้อสัญญา และการหักกลบลบหนี้เป็นคนละประเด็น ไม่ควรใช้คำว่าหักไว้แล้วโดยไม่ระบุว่าอาศัยสิทธิใด
การหักกลบลบหนี้ตามมาตรา 341 ต้องพิจารณาหนี้ระหว่างคู่กรณีที่มีวัตถุอย่างเดียวกันและถึงกำหนด รวมเงื่อนไขอื่นของกฎหมาย มาตรา 342 กล่าวถึงการแสดงเจตนาหักกลบ และมาตรา 344 จำกัดสิทธิเรียกร้องที่ยังมีข้อต่อสู้ จึงไม่อาจถือว่าใบเสนอราคาซ่อมทุกฉบับทำให้ผู้ว่าจ้างหักเงินได้เด็ดขาดทันที
ถ้าอ้างเพียงว่ายังไม่ปิดบัญชี
ให้ถามว่าการปิดบัญชีเป็นเงื่อนไขในสัญญาข้อใด ต้องใช้เอกสารอะไร และใครยังไม่ส่ง หากเงื่อนไขคืนครบแล้ว ความล่าช้าภายในองค์กรต้องถูกแยกจากเหตุที่สัญญายอมให้กันเงินไว้ หนังสือควรขอเหตุผลและกำหนดดำเนินการที่ตรวจสอบได้ แทนการโต้เถียงด้วยคำว่ารอมานานแล้ว
หากมีบางยอดที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับว่าคืนได้ อาจเสนอคืนส่วนนั้นก่อนและแยกยอดพิพาทไว้โดยไม่สละสิทธิส่วนที่ยังโต้แย้ง ต้องระบุผลของการรับเงินบางส่วนให้ตรงเจตนา ไม่เซ็นรับว่าจบสิทธิทั้งหมดเพียงเพื่อให้ได้ยอดที่ไม่มีข้อโต้แย้ง
ผู้ว่าจ้างอ้างหักค่าซ่อม แต่ยังไม่ส่งหลักฐาน?
ส่งสัญญา บัญชีหักเงิน และคำตอบล่าสุดทาง LINE ของสำนักงาน พร้อมแจ้งวันครบเงื่อนไขคืนและกำหนดเวลาที่กำลังจะมาถึง เพื่อประเมินงานร่างหนังสือบอกกล่าวทวงถาม ให้แยกยอดเรียกคืนออกจากค่าซ่อมที่ยังโต้แย้ง สำนักงานจะเสนอขอบเขตและค่าบริการก่อนรับดำเนินการ การออกหนังสือไม่ได้รับประกันว่าคู่กรณีจะคืนเงิน
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: ประกันครบไม่ได้แปลว่าจบทุกหนี้
คนมักเข้าใจว่า หมดระยะรับประกันตามสัญญาแล้ว ผู้ว่าจ้างต้องคืนทั้งหมดและห้ามเรียกร้องเรื่องงานอีก
กฎหมายมองว่า วันคืนเงินตามสัญญา ระยะที่ความชำรุดต้องปรากฏ และอายุความฟ้องเรื่องความชำรุดเป็นคนละเรื่อง มาตรา 600 และ 601 มีหน้าที่ต่างกัน ต้องตรวจเงื่อนไขและข้อเท็จจริง ไม่ใช้คำว่าครบประกันกลบทุกประเด็น
จุดเสี่ยงจริง หนังสือทวงกล่าวเกินข้อเท็จจริงว่าปราศจากข้อบกพร่อง ทั้งที่ยังมีรายการแจ้งซ่อมอยู่ หรือผู้รับเหมาเซ็นหนังสือปิดงานที่มีข้อความสละสิทธิค่าจ้างและงานเพิ่มทั้งหมดโดยไม่ได้ตั้งใจ
อีกด้านหนึ่ง ผู้ว่าจ้างก็ไม่ควรถือเงินทั้งก้อนต่อไปเพียงเพราะอาจพบปัญหาในอนาคต ต้องแสดงฐานที่ยังกันไว้ได้ตามสัญญาและกฎหมาย การคืนเงินประกันกับการคงสิทธิเรียกร้องเรื่องความเสียหายอาจจัดการแยกกันได้ โดยต้องเขียนให้ชัดว่าคืนส่วนใดและสิทธิใดยังไม่ยุติ
ถ้ามีหนังสือปลดภาระหรือรับเงินงวดสุดท้าย ให้ตรวจข้อความเกี่ยวกับหนี้ทั้งหมด ค่าปรับ งานเพิ่ม และสิทธิจากเหตุที่ยังไม่ปรากฏ อย่าอ่านเพียงช่องจำนวนเงิน ข้อตกลงใหม่อาจมีผลมากกว่าใบรับเงินตามปกติ
มองสองฝั่ง: ผู้รับเหมากับผู้ว่าจ้างตอนคืนประกัน
ผู้รับเหมาต้องพิสูจน์ว่าเงินถึงกำหนดคืน ส่วนผู้ว่าจ้างต้องระบุเหตุและหลักฐานที่ยังถือเงินไว้ ทั้งสองฝ่ายควรใช้บัญชีเดียวกันเพื่อลดข้อโต้แย้งเรื่องจำนวน
| ประเด็น | ผู้รับเหมา | ผู้ว่าจ้าง |
|---|---|---|
| สิทธิหรือหน้าที่ | ขอคืนส่วนที่ถึงกำหนดและทำหน้าที่แก้งานที่ยังมี | คืนตามข้อตกลง พร้อมแจ้งฐานของยอดที่ยังกันหรือหัก |
| ความเสี่ยง | ทวงก่อนเงื่อนไขครบหรือปล่อยให้สิทธิเรียกร้องขาดอายุความ | กันเงินโดยไม่มีฐานหรือคำนวณค่าเสียหายซ้ำ |
| สิ่งที่ควรทำทันที | ทำบัญชีเงินหักสะสมและรวบรวมหลักฐานปิดงาน | แจกแจงรายการค้าง ยอดพิพาท และเอกสารประกอบ |
| สิ่งที่ไม่ควรทำ | เปลี่ยนวันที่เอกสารหรือข่มขู่เปิดเผยเรื่องต่อสาธารณะ | ใช้คำว่ายังไม่ปิดงานแทนการตอบเงื่อนไขเฉพาะ |
ข้อโต้แย้งที่ต้องแยกคือไม่ยอมรับว่าหนี้ถึงกำหนด กับยอมรับว่าถึงกำหนดแต่ขอหักหนี้อีกก้อน หนังสือทวงและคำตอบควรทำให้เห็นว่าอยู่กรณีไหน เพื่อเลือกวิธีเจรจาหรือดำเนินคดีได้ตรงจุด
กำหนดคืนเงินและอายุความ เริ่มนับต่างกันอย่างไร
กำหนดคืนเงินเริ่มจากเหตุที่สัญญาระบุ ส่วนอายุความต้องดูฐานสิทธิเรียกร้องและเวลาที่บังคับสิทธิได้ตามมาตรา 193/12 การตั้งวันให้ตอบในหนังสือทวงไม่ใช่วิธีเริ่มอายุความใหม่ตามใจเจ้าหนี้
| กำหนด | จุดเริ่มหรือเงื่อนไข | ผลที่ต้องระวัง |
|---|---|---|
| คืนเงินประกัน | เหตุและเอกสารตามสัญญา เช่น ตรวจรับครบหรือครบช่วงที่ตกลง | ทวงก่อนเงื่อนไขครบอาจยังไม่เป็นหนี้ถึงกำหนด |
| ความชำรุดตามมาตรา 600 | ถ้าไม่ได้ตกลงต่างออกไป ดูช่วงที่ความชำรุดปรากฏหลังส่งมอบ | โดยหลัก 1 ปี หรือ 5 ปีสำหรับสิ่งปลูกสร้างกับพื้นดินตามเงื่อนไขมาตรา รวมข้อยกเว้นเรื่องปิดบัง |
| ฟ้องเรื่องความชำรุดตามมาตรา 601 | นับจากวันที่ความชำรุดปรากฏ | กำหนด 1 ปี ไม่ใช่อายุความคืนเงินประกันทุกกรณี |
| อายุความเงินที่ทวง | ฐานสิทธิและวันที่อาจบังคับสิทธิได้ | ต้องจำแนกก่อนใช้กำหนดสั้นหรือกำหนดทั่วไป |
มาตรา 600 แยกสิ่งปลูกสร้างกับพื้นดินออกจากเรือนโรงที่ทำด้วยไม้ และมีข้อยกเว้นเมื่อผู้รับจ้างปิดบังความชำรุด จึงไม่ควรเขียนว่ารับประกันห้าปีทุกงาน หรือใช้ระยะนั้นเป็นคำตอบว่าต้องถือเงินประกันไว้ห้าปีเสมอ
อายุความเงินประกันผลงาน 2 ปี 5 ปี หรือ 10 ปี
หากเงินที่เรียกคืนมีลักษณะเป็นค่าการงานที่ผู้ประกอบการหรือช่างฝีมือถูกกันไว้ โดยหลักสิทธิเรียกร้องตามมาตรา 193/34(1) มีอายุความ 2 ปี แต่ถ้าเป็นการงานที่ทำเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้นั้นเอง จะเข้าเกณฑ์ 5 ปีตามมาตรา 193/33(5) ต้องตรวจลักษณะงานและฐานสิทธิจริง ไม่ตัดสินจากชื่อเงินประกันหรือการเป็นบริษัทเพียงอย่างเดียว
| ตัวอย่างสมมติ | ประเด็นที่ใช้จำแนก | กำหนดที่ต้องตรวจ |
|---|---|---|
| ผู้ประกอบการรับเหมาต่อเติมบ้านให้บุคคลใช้พักอาศัยส่วนตัว | ค่าการงานเพื่อใช้ส่วนตัวของผู้ว่าจ้าง ไม่ได้ทำเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้เอง | โดยหลัก 2 ปี หากเข้าองค์ประกอบมาตรา 193/34(1) |
| ผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างอาคารให้บริษัทใช้ดำเนินกิจการ | งานนั้นทำเพื่อกิจการของบริษัทผู้ว่าจ้างเอง | 5 ปี หากเข้าเงื่อนไขข้อยกเว้น เชื่อมมาตรา 193/33(5) |
| เงินวางประกันที่มีฐานเรียกคืนต่างจากค่าการงาน | ต้องจำแนกสิทธิตามสัญญาและกฎหมายเฉพาะก่อน | 10 ปีตามมาตรา 193/30 เฉพาะเมื่อไม่มีกำหนดเฉพาะอื่นใช้บังคับ |
ตัวอย่างนี้แสดงวิธีแยกฐานเรียกร้อง ไม่ได้กำหนดว่าเงินประกันทุกสัญญาใช้จำนวนปีเดียวกัน จุดเริ่มนับต้องผูกกับวันที่อาจบังคับสิทธิเรียกคืนได้ตามมาตรา 193/12 ไม่ใช่เริ่มจากวันส่งหนังสือทวงล่าสุด อ่านตารางอายุความหนี้ 2 ปี 5 ปี 10 ปี ประกอบก่อนจัดเส้นเวลาคดี
การส่งหนังสือทวงฝ่ายเดียวไม่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงโดยตัวมันเอง ต้องตรวจเหตุในมาตรา 193/14 เช่น การรับสภาพหนี้หรือการฟ้องคดีตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด หากใกล้เส้นตาย ให้ตรวจสิทธิควบคู่กับการเจรจา อ่านหนังสือทวงถามกับอายุความ หรือใช้เครื่องมือคำนวณระยะเวลาเบื้องต้น หลังเลือกฐานกฎหมายถูกต้องแล้ว
วันผิดนัดก็ต้องแยกตรวจ มาตรา 204 มีทั้งกรณีต้องเตือนหลังหนี้ถึงกำหนด และกรณีกำหนดชำระตามปฏิทินที่ผิดนัดได้โดยไม่ต้องเตือน จึงไม่ควรเริ่มดอกเบี้ยจากวันออกหนังสือทุกเรื่องโดยอัตโนมัติ
คำนวณยอดทวงคืนเงินประกันผลงานอย่างไร
ใช้ยอดที่ถูกหักหรือวางไว้จริง ลบส่วนที่คืนแล้ว และแสดงรายการหักที่ยอมรับแยกจากรายการที่ยังโต้แย้ง ไม่ควรเอายอดพิพาทไปรวมเป็นหนี้ที่อีกฝ่ายยอมรับทั้งหมด
ตัวอย่างสมมติ งานเอกชนราคา 2,000,000 บาท หักประกัน 5% รวม 100,000 บาท คืนส่วนแรกแล้ว 50,000 บาท เหลือ 50,000 บาท สองฝ่ายยอมรับค่าซ่อมรายการหนึ่ง 8,000 บาท ส่วนผู้ว่าจ้างอ้างเพิ่มอีก 12,000 บาทซึ่งผู้รับเหมายังโต้แย้ง
| รายการ | จำนวนเงิน | สถานะในตัวอย่าง |
|---|---|---|
| เงินประกันสะสม | 100,000 บาท | ยืนยันจากบัญชีหักทุกงวด |
| คืนแล้ว | 50,000 บาท | มีหลักฐานรับเงิน |
| เหลือก่อนหักซ่อม | 50,000 บาท | 100,000 ลบ 50,000 |
| ค่าซ่อมที่ยอมรับ | 8,000 บาท | มีข้อตกลงและหลักฐาน |
| ยอดที่ผู้รับเหมาเรียก | 42,000 บาท | 50,000 ลบ 8,000 |
| ค่าซ่อมที่ยังโต้แย้ง | 12,000 บาท | แสดงเป็นข้อพิพาท ไม่ตัดออกโดยไม่มีข้อยุติ |
หากผู้ว่าจ้างยอมคืนส่วนที่ไม่โต้แย้ง 30,000 บาทก่อน ต้องเขียนให้ชัดว่าเป็นการรับบางส่วน และยอด 12,000 บาทยังไม่ยุติ เว้นแต่ทั้งสองฝ่ายตั้งใจตกลงระงับข้อพิพาททั้งหมดจริง ตัวอย่างนี้ไม่รวมภาษี ดอกเบี้ย หรือค่าใช้จ่ายอื่น
เมื่อรับเงินแล้ว ให้ปรับบัญชีและข้อความติดตามให้ตรงยอดคงเหลือ อ่านลูกหนี้จ่ายบางส่วนหลังรับโนติส ต้องปรับยอดอย่างไร เพื่อจัดหลักฐานรับเงินโดยไม่เผลอรับรองว่าปิดหนี้ทั้งหมด
ดอกเบี้ยต้องคำนวณจากเงินที่ถึงกำหนดและผิดนัดจริง พร้อมอัตราที่ใช้ได้ตามสัญญาหรือกฎหมาย มาตรา 224 ซึ่งแก้ไขโดยพระราชกำหนด พ.ศ. 2564 ใช้อัตราตามมาตรา 7 บวกสองเปอร์เซ็นต์ต่อปี เว้นแต่มีเหตุชอบด้วยกฎหมายให้เรียกสูงกว่า ต้องตรวจอัตราที่ใช้ในช่วงคิดเงิน ไม่หยิบอัตราเก่าจากแบบฟอร์มมาใช้ และไม่คิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยระหว่างผิดนัด
ค่าใช้จ่ายทวงหรือค่าทนายไม่ควรถูกบวกเป็นยอดที่อีกฝ่ายต้องจ่ายแน่นอนโดยไม่มีฐาน สำนักงานควรประเมินค่าบริการแยกจากยอดเรียกคืน ส่วนการขอให้คู่กรณีชดใช้ค่าใช้จ่ายต้องตรวจข้อสัญญาและสิทธิของเรื่องนั้น
ก่อนใส่ยอดดอกเบี้ยในหนังสือ ดูวิธีคำนวณดอกเบี้ยในหนังสือทวงถาม เพื่อแยกเงินต้น วันเริ่มผิดนัด และช่วงที่มีการชำระบางส่วนให้ตรวจย้อนหลังได้
หนังสือทวงควรแนบหลักฐานและเขียนข้อความใด
แนบเอกสารที่พิสูจน์ทั้งยอดเงินและเหตุถึงกำหนดคืน ผู้รับหนังสือควรตรวจย้อนกลับไปยังงวดที่ถูกหักได้ โดยไม่ต้องเดาว่าตัวเลขรวมมาจากไหน
- สัญญาและเอกสารแก้ไขที่ระบุการหักเงิน เงื่อนไขคืน และวิธีแจ้งหนังสือ
- ตารางงวดงาน ยอดหักประกันทุกงวด และหลักฐานชำระเงิน
- ใบส่งมอบ ใบตรวจรับ และรายการแก้งานพร้อมผลดำเนินการ
- คำขอคืนประกันที่ส่งแล้ว หลักฐานว่าผู้รับได้รับ และคำตอบ
- ภาพงานและบันทึกเข้าซ่อมที่มีวันที่ รวมหลักฐานกรณีเข้าพื้นที่ไม่ได้
- รายการหักที่ยอมรับและที่โต้แย้ง พร้อมเอกสารคนละชุดอย่างชัดเจน
- หลักฐานตัวคู่สัญญาและอำนาจลงนาม เพื่อส่งให้ผู้มีหน้าที่คืนเงินถูกคน
ลำดับข้อความในหนังสือควรเริ่มจากสัญญาและงานที่เกี่ยวข้อง ตามด้วยจำนวนที่ถูกหัก เหตุถึงกำหนดคืน เงินที่เคยได้รับ และยอดที่ทวง จากนั้นระบุวันชำระหรือเวลาตอบที่เหมาะกับข้อตกลง พร้อมขอเหตุผลและเอกสารหากอีกฝ่ายไม่เห็นด้วย
ตัวอย่างสมมติสำหรับเฉพาะย่อหน้าเรียกเงิน: ตามบัญชีเงินประกันที่แนบ ผู้รับเหมามียอดเงินประกันคงเหลือ 50,000 บาท และยอมรับค่าซ่อมตามข้อตกลงจำนวน 8,000 บาท จึงขอให้ชำระยอด 42,000 บาทที่ถึงกำหนดคืนตามข้อ 12 ของสัญญา ภายในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2569 สำหรับรายการหักเพิ่ม 12,000 บาท ผู้รับเหมายังไม่ยอมรับ โปรดส่งข้อสัญญา เหตุและหลักฐานค่าใช้จ่ายเพื่อพิจารณา โดยการรับเงินบางส่วนไม่เป็นการยุติข้อพิพาทส่วนที่เหลือ
วันที่และเลขข้อในตัวอย่างเป็นข้อสมมติ ต้องเปลี่ยนให้ตรงเรื่องจริง ตัวอย่างนี้ไม่ใช่หนังสือครบฉบับ และไม่ได้กำหนดว่าทุกเรื่องต้องให้เวลาเท่ากัน การเลือกวิธีส่งควรทำตามสัญญาและเก็บหลักฐานเนื้อหา ผู้รับ และวันรับด้วย
เงินประกันเกี่ยวกับสัญญาก่อสร้างและการประนีประนอมไหม
เกี่ยวโดยตรง เพราะการคืนเงินอาจยุติเพียงยอดหนึ่ง หรืออาจถูกเขียนให้ปิดข้อพิพาททั้งหมด ต้องแยกให้ชัดก่อนลงนามรับเงิน
ถ้าเงื่อนไขคืนเดิมผูกกับการอนุมัติฝ่ายเดียวโดยไม่มีขั้นตอนตรวจงาน ปัญหาอาจเริ่มจากสัญญา ควรใช้บทเรียนนี้ปรับสัญญาจ้างก่อสร้างและต่อเติม ในโครงการถัดไป ให้มีรายการเอกสาร วันตรวจ และวิธีจัดการเมื่อคู่สัญญาไม่ดำเนินการตามขั้นตอน
รายการซ่อมบางเรื่องโต้แย้งกันเพราะแยกงานเดิมออกจากงานเพิ่มไม่ได้ ควรตรวจBOQ แนบท้ายสัญญาและการอนุมัติงานเพิ่มลด ประกอบ เพื่อเทียบรายการที่ผู้รับเหมาต้องทำกับรายการที่เจ้าของงานขอเปลี่ยนภายหลัง
ถ้าจะตกลงลดยอดเพื่อจบเรื่อง ให้ตรวจขอบเขตของสัญญาประนีประนอมยอมความ ว่าระงับสิทธิอะไรบ้าง และหากผิดนัดตามข้อตกลงใหม่จะเป็นอย่างไร ไม่ใช้ใบรับเงินสั้น ๆ แทนข้อตกลงที่เกี่ยวกับงานเพิ่ม ค่าปรับ และความเสียหายหลายก้อน
ภาพหน้างานและเอกสารพนักงานอาจมีข้อมูลส่วนบุคคล ให้ส่งเฉพาะที่จำเป็นต่อการตรวจข้อพิพาทและรักษาต้นฉบับไว้ ไม่ประจานชื่อหรือข้อมูลคู่กรณีเพื่อกดดันชำระเงิน หากตกลงกันไม่ได้ ข้อพิพาทเรื่องเงินและความเสียหายจะเชื่อมกับบริการกฎหมายแพ่ง โดยต้องตรวจเงื่อนไขอนุญาโตตุลาการหรือกระบวนการที่ตกลงไว้ก่อน
ทางไปต่อ: ทวงคืนเงินประกันโดยไม่ทิ้งยอดพิพาท
เริ่มจากบัญชีและเงื่อนไขคืน แล้วให้หนังสือแสดงสิ่งที่ต้องการชัดเจน การทำให้คู่กรณีตรวจยอดได้ช่วยเปิดทางคืนส่วนที่ไม่โต้แย้งก่อน โดยยังรักษาข้อพิพาทส่วนที่เหลือไว้
- ทำตารางยอดหัก ยอดคืน และเอกสารอ้างอิงแยกทุกงวด
- ทำเส้นเวลาส่งมอบ แก้งาน ครบเงื่อนไขคืน และการทวงที่ผ่านมา
- แยกรายการหักที่ยอมรับออกจากรายการที่ต้องขอหลักฐานเพิ่ม
- ส่งหนังสือพร้อมเอกสารที่จำเป็นตามช่องทางที่พิสูจน์การรับได้
- ตรวจอายุความควบคู่กับการเจรจา และอ่านข้อตกลงรับเงินก่อนเซ็น
| ทางเลือก | เหมาะเมื่อ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| ยื่นคำขอคืนเอง | บัญชีตรงกันและขาดเพียงเอกสารตามขั้นตอน | เก็บหลักฐานรับคำขอและติดตามกำหนดตามสัญญา |
| ประชุมตรวจยอดร่วม | ต่างกันที่รายการหักหรือผลซ่อม | ทำบันทึกว่าเรื่องใดตกลงแล้วและเรื่องใดยังไม่ตกลง |
| ให้ทนายร่างหนังสือ | ปฏิเสธคืน หักหลายฐาน หรือมีข้อสละสิทธิให้เซ็น | ส่งทั้งสัญญา บัญชี และข้อโต้แย้งของอีกฝ่าย |
| ไกล่เกลี่ยหรือดำเนินคดี | เจรจาไม่จบหรือเสี่ยงเสียสิทธิ | ตรวจฐานฟ้อง อายุความ และช่องทางระงับข้อพิพาทก่อน |
ควรให้ทนายเข้ามาตรวจเมื่อถูกอ้างหักเกินยอดที่มีหลักฐาน คู่กรณีจะให้เซ็นว่ารับครบทั้งที่จ่ายบางส่วน มีหนังสือค้ำประกันใกล้ครบกำหนดแต่ยังไม่ตกลงปลดภาระ หรือมีข้อโต้แย้งอายุความ ไม่จำเป็นต้องรอส่งหนังสือหลายฉบับก่อนจึงเริ่มตรวจสิทธิ
หากคุณส่งมอบงานแล้วแต่ยังไม่ได้เงินประกันคืน เตรียมสัญญา บัญชีเงินหัก หลักฐานตรวจรับ และคำตอบล่าสุดของผู้ว่าจ้าง ให้สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรมประเมินการร่างหนังสือบอกกล่าวทวงถาม ว่าควรเรียกยอดใดและต้องตอบข้อโต้แย้งอะไร ส่งข้อมูลเบื้องต้นทาง LINE ของสำนักงาน หรือนัดหมายปรึกษา เพื่อกำหนดขอบเขตงานก่อนดำเนินการ
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 599 ถึง 602: การยึดหน่วงสินจ้าง ความรับผิดงานชำรุด อายุความความชำรุด และการชำระค่าจ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204: การผิดนัดต้องพิจารณากำหนดชำระและการเตือนตามกรณี
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 341, 342 และ 344: เงื่อนไขและการแสดงเจตนาหักกลบลบหนี้ รวมข้อจำกัดของสิทธิเรียกร้องที่ยังมีข้อต่อสู้
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/12 และ 193/14: จุดเริ่มอายุความและเหตุสะดุดหยุดลง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30, 193/33(5) และ 193/34(1): ต้องจำแนกฐานเรียกร้องก่อนเลือกกำหนดอายุความ ไม่ถือว่าชื่อเงินประกันกำหนดอายุความเอง
- พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2564: แก้หลักดอกเบี้ยตามมาตรา 7 และ 224 ต้องใช้อัตราและช่วงเวลาที่ถูกต้อง
ตรวจเทียบตัวบทที่อ้างเมื่อพฤศจิกายน 2569
คำถามที่พบบ่อย
ไม่มีข้อกำหนดหักเงินประกัน แต่ถูกหักจากทุกงวด ทำอย่างไร
รวบรวมสัญญา บัญชีการจ่าย และข้อความที่เคยตกลงหรือคัดค้าน แล้วให้ตรวจว่ามีข้อตกลงเพิ่มเติมหรือฐานยึดหน่วงใดจริง ไม่ควรถือว่าการหักเงินหลายครั้งสร้างเงื่อนไขคืนแบบใดขึ้นเอง หรือรีบสรุปว่าทวงได้ทั้งหมดโดยไม่ตรวจข้อเท็จจริง
ส่งหนังสือแล้วอีกฝ่ายเงียบ ถือว่ายอมรับยอดหรือไม่
การเงียบไม่ได้แปลว่ายอมรับยอดหนี้โดยอัตโนมัติ ต้องอาศัยหลักฐานสัญญา บัญชี และเหตุถึงกำหนดคืนประกอบ เก็บหลักฐานรับหนังสือและตรวจเส้นตายต่อ ไม่รอความเงียบจนสิทธิเรียกร้องเสี่ยงขาดอายุความ
ผู้รับเหมาช่วงส่งหนังสือทวงเจ้าของโครงการโดยตรงได้ไหม
ต้องตรวจว่าใครเป็นลูกหนี้ตามสัญญาหรือมีฐานผูกพันโดยตรง การรู้ว่าเจ้าของโครงการยังถือเงินอยู่ไม่ทำให้ผู้รับเหมาช่วงมีสิทธิเรียกเงินจากเจ้าของโดยอัตโนมัติ ควรส่งถึงคู่สัญญาที่มีหน้าที่คืนและให้ทนายตรวจฐานสิทธิอื่นก่อนระบุผู้รับเพิ่มเติม
รับเงินบางส่วนแล้ว ยังทวงส่วนที่เหลือได้ไหม
ทำได้หากไม่ได้ตกลงสละสิทธิหรือยุติหนี้ส่วนที่เหลือ ต้องตรวจข้อความในใบรับเงินและข้อตกลงประกอบให้ชัดว่ารับบางส่วน ยอดใดยังพิพาท และสิทธิใดยังสงวนไว้ ไม่ลงชื่อรับว่าชำระครบถ้วนหากไม่ใช่เจตนาจริง
ใช้หนังสือค้ำประกันธนาคารแทนเงินสด ขอคืนเป็นเงินได้ไหม
ต้องดูว่ามีเงินสดที่ผู้ว่าจ้างถืออยู่จริงหรือถือเพียงตราสารค้ำประกัน ถ้าเป็นหนังสือค้ำประกัน คำขออาจเป็นการคืนต้นฉบับหรือปลดภาระตามเงื่อนไข ไม่ใช่ให้ผู้ว่าจ้างจ่ายมูลค่าหนังสือค้ำประกันเป็นเงินแก่ผู้รับเหมาทันที
อ่านต่อ: ค่าเช่า ทรัพย์สิน และค่าเสียหาย
- หมดสัญญาเช่าแล้วไม่ย้ายออก ส่งหนังสือขอคืนบ้านอย่างไร
- หนังสือทวงค่าเช่าบ้าน ห้องเช่า เมื่อค้างจ่ายหรือย้ายหนี
- หนังสือทวงเงินมัดจำคืน ต้องแยกเหตุคืนเงินอย่างไร
- โครงการไม่โอนบ้านหรือคอนโด ขอเงินดาวน์คืนอย่างไร
- หนังสือทวงค่าเช่าอาคารพาณิชย์ ก่อนบอกเลิกต้องทำอะไร
- ให้ญาติออกจากบ้าน ต้องบอกกล่าวอย่างไรก่อนฟ้องขับไล่
- หนังสือเรียกคืนทรัพย์สิน ต้องระบุของและวันคืนอย่างไร
สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี · คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
ดูประวัติและช่องทางติดต่อผู้เขียน →ทนายในทีมที่ดูแลเรื่องหนี้สินและบังคับคดี: ทนายจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บริการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
ให้ทนายออกหนังสือทวงถามหนี้ (โนติส) ในนามสำนักงานตรวจหลักฐาน คำนวณดอกเบี้ย ส่งหนังสือแบบมีหลักฐานการส่ง และฟ้องคดีกู้ยืมเงินจนถึงบังคับคดี แจ้งค่าใช้จ่ายก่อนเริ่มงานดูบริการออกโนติส
ทำสัญญาให้รัดกุม ก่อนเกิดข้อพิพาทร่างหรือตรวจสัญญากู้ยืม เช่า จ้างงาน และสัญญาธุรกิจ โดยทนายความ ชี้จุดเสี่ยงพร้อมข้อความที่ควรแก้ดูบริการรับร่างสัญญา
ปรึกษาทนายความ เรื่องของท่านเป็นความลับเล่าข้อเท็จจริงและส่งเอกสาร ทนายความอธิบายสิทธิ ทางเลือก และขั้นตอนถัดไปที่ทำได้จริงนัดหมายปรึกษาบทความที่เกี่ยวข้อง
หนี้สินและบังคับคดี
หนังสือทวงค่าจ้างผู้รับเหมา แยกงวดงานกับเงินประกันอย่างไร
ผู้ว่าจ้างยังไม่จ่ายงวดงาน ต้องแยกค่าจ้างถึงกำหนด เงินประกันผลงาน และงานเพิ่มออกจากกัน พร้อมตัวอย่างโนติสและหลักฐานเมื่อถูกอ้างหักค่าซ่อมหรือค่าปรับ
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
หนี้สินและบังคับคดี
หนังสือทวงหนี้ลูกค้าหลายใบแจ้งหนี้ รวมยอดอย่างไรไม่ให้ทวงเกิน
ลูกค้าค้างหลายบิล จ่ายบางส่วนหรือมีคืนสินค้า ต้องตัดยอดอย่างไรก่อนส่งโนติส ดูตารางบัญชีแนบ ตัวอย่างข้อความ และเอกสารที่ควรให้ทนายตรวจ
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 12 นาที
หนี้สินและบังคับคดี
ผู้เช่าไม่รับหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่า มีผลไหม ฎีกา 5901/2550
คนในบ้านไม่ยอมรับจดหมาย เจ้าของตึกใช้สิทธิต่อได้หรือไม่ อ่านข้อเท็จจริงที่ศาลใช้ตัดสิน พร้อมแยกเหตุเลิก กำหนดเวลา และหลักฐานที่ควรส่งให้ทนาย
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 10 นาที
ให้ทนายออกหนังสือทวงถามแทนท่าน
ทนายตรวจหลักฐาน คำนวณยอด ร่างและส่งหนังสือในนามสำนักงาน แจ้งค่าใช้จ่ายเป็นหนังสือก่อนเริ่มงาน